LOGINเวลาหมุนผ่านไปอีกสี่เดือน...ผืนน้ำริมแม่น้ำชายแดนสะท้อนแสงแดดอ่อนยามบ่ายเป็นประกายระยิบระยับ ลมพัดเอาไอเย็นละมุนละไมปะทะใบไม้ร่วงหล่นลงบนพื้นหญ้า บรรยากาศรอบบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กเต็มไปด้วยความสงบร่มรื่นและกลิ่นไอของความสุขที่อบอวลไปทั่วทุกมุมบ้านบัดนี้ ม่านฟ้า อุ้มท้องโตได้ครบ 6 เดือนเต็มแล้ว...ครรภ์ที่เคยเรียบเนียนขยายใหญ่อวบอิ่มอย่างเห็นได้ชัด หน้าท้องนูนกลมทรงสวยดันเนื้อผ้าเดรสยาวสีครีมตัวบางให้ตึงแน่น เรือนร่างสะคราญตาที่เคยซูบผอมบัดนี้มีน้ำมีนวล ผิวพรรณเปล่งปลั่งมีเลือดฝาดด้วยความสมบูรณ์และอารมณ์ที่ผ่อนคลาย ใบหน้าหวานหยดฉายประกายความเป็นแม่คนอย่างชัดเจนที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ... ขุนพล หายจากอาการแพ้ท้องเป็นพรวนทิ้งแล้ว!นายทหารหนุ่มร่างใหญ่กำยำผู้เคยนั่งอ้วกซบอ่างล้างหน้าและนั่งเคี้ยวมะขามเปรี้ยวตอนตีสอง ได้กลับคืนสู่ร่าง 'พ่อนกคุ้มครองรัง' อย่างสมบูรณ์แบบ เขามิเพียงหายเวียนหัวและหายเหม็นกลิ่นกายของภรรยาเท่านั้น แต่ยังทุ่มเทเวลาและกายใจดูแลม่านฟ้าชนิดที่ว่า มดไม่ให้ไต่ ยุงไม่ให้ไต่ เลยทีเดียวภายในห้องนั่งเล่นชั้นล่างที่เปิดหน้าต่างรับลมแม่น้ำ...ม่านฟ้านั่งเอนกายอยู่
ค่ำคืนในบ้านไม้สองชั้นริมแม่น้ำชายแดนเต็มไปด้วยความสงบเงียบ สายลมพัดหอบเอาไอเย็นและกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ป่าเข้ามาทางหน้าต่างไม้ที่เปิดกว้างไว้ครึ่งหนึ่ง เสียงแมลงคืนฤดูร้อนร้องระงมเป็นจังหวะประสานกับเสียงซ่าของน้ำในแม่น้ำที่ไหลเอื่อย ทว่าภายในห้องนอนกว้างชั้นบน กลับมีบางอย่างที่ผิดแปลกไปจากทุกคืนที่เคยเป็นมาบนเตียงกว้าง ม่านฟ้า นอนขดตัวอยู่ใต้ผืนผ้าห่มนุ่ม ร่างบางอรชรที่เคยเผชิญมรสุมชีวิตมามากมาย บัดนี้มีประกายแห่งความสุขและนุ่มนวลเอ่อล้นอยู่เต็มใบหน้า มือเรียวเล็กของเธอลูบไล้เบาๆ บนแผ่นท้องที่ยังคงเรียบเนียน ทว่าภายในกลับกำลังมีชีวิตน้อยๆก่อตัวขึ้น เธอตั้งครรภ์ได้เกือบสองเดือนแล้วทว่าผู้ที่กำลังทนทุกข์ทรมานอยู่อีกฝั่งของเตียง กลับไม่ใช่หญิงสาวผู้เป็นแม่..."อึก... อุ๊บ!"ร่างสูงใหญ่กำยำของ ขุนพล นายทหารหนุ่มผู้เคยผ่านศึกสงครามและคมกระสุนมานับไม่ถ้วน บัดนี้กำลังนอนขดตัวเกร็งสั่น ใบหน้าคมเข้มที่เคยเยือกเย็นและดุดันกลับซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามกรอบหน้าและแผงอกแกร่ง มือหนาที่เคยจับปืนได้อย่างมั่นคงกำลังกำผ้าผืนหนาแน่น ปากเม้มเข้าหากันเพื่อสะกดกั้นความรู้สึกผะอืดผะอมที่พุ่งขึ
"แกจะไปรู้อะไร!" สิงห์ตะโกนก้อง น้ำตาแห่งความเคียดแค้นผสมเลือดไหลผ่านแก้ม "ฉันยอมแลกทุกอย่างเพื่อเธอ! แต่เธอกลับเลือกแก!""เพราะพี่ขุนพลไม่ได้เห็นหนูเป็นสิ่งของเหมือนพี่!" ม่านฟ้าเค้นเสียงพูดออกมาทั้งน้ำตา แม้คมมีดจะจ่อชิดผิวเนื้อ "พี่ขุนพลยอมสละ ยศ ตำแหน่ง และชีวิตเพื่อหนู... แต่พี่มันก็แค่คนที่คิดถึงแต่ตัวเอง!"คำพูดที่บาดลึกของม่านฟ้าทำให้สิงห์ชะงัก ชั่วขณะที่สิงห์เกิดความสับสนและเผลอละสายตาลงสบตากับม่านฟ้า"ม่านฟ้า หลบ!" ขุนพลส่งสัญญาณตา!ม่านฟ้าใช้สติทั้งหมดที่มี ทิ้งน้ำหนักตัวลงต่ำและใช้นิ้วมือข่วนเข้าที่แผลบนหัวของสิงห์สุดแรง!"อั่ก!" สิงห์ร้องเหยียดด้วยความเจ็บปวด คมมีดเบี่ยงออกจากลำคอผัวะ!ขุนพลพุ่งตัวเข้าประชิดในเสี้ยววินาที หมัดแกร่งพุ่งเข้าใส่หน้าของสิงห์อย่างหนักหน่วงจนมีดหลุดกระเด็นออกจากมือ ขุนพลกระชับร่างม่านฟ้าแล้วหมุนตัวเหวี่ยงเธอไปด้านหลังให้กันและทศคุ้มกันอย่างปลอดภัย ก่อนจะหันกลับมาซัดหมัดและถีบอัดเข้าที่อกของสิงห์ลอยกระเด็นไปชนเสาปูนอย่างจัง!ตึง!สิงห์ทรุดลงกับพื้น ร่างกายสะบักสะบอมไร้ทางสู้ เสียงหวอรถตำรวจชายแดนดังกึกก้องมาแต่ไกล พร้อมกำลังเจ้าหน้าที
"ม่านฟ้า!" ขุนพลกัดฟันแน่น พยายามยันกายลุกขึ้น แม้บาดแผลจะฉีดขาดและตึงเปรียบ มือหนาพยายามเอื้อมไปไขว่คว้าหญิงสาวสุดกำลัง "ปล่อย... เมีย... กู!"สิงห์แสยะยิ้มสมเพช ยกเท้าถีบเข้าที่อกของขุนพลจนลอยกระเด็นไปชนผนังบ้าน "แกแพ้แล้วไอ้ขุนพล... ม่านฟ้าต้องกลับไปอยู่กับฉัน!"สิงห์ช้อนอุ้มร่างไร้สติของม่านฟ้าขึ้นรถจี๊ปเร่งเครื่องบิดหนีออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงยิงปะทะด้านหน้าที่ค่อยๆสงบลงเมื่อพวกมันถอยกันไป กันและทศวิ่งกุมปืนตามออกมาทางหลังบ้าน เห็นขุนพลนอนกุมบาดแผลจมกองเลือดอยู่บนพื้น"ไอ้ขุนพล!" กันและทศรีบเข้าไปประคองเพื่อนรักทันที"มัน... มันเอาม่านฟ้าไปแล้ว..." ขุนพลเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากลำบาก นัยน์ตาแดงชานด้วยความเจ็บปวดและเคียดแค้นสุดขีด "กู... กูต้องไปเอาม่านฟ้าคืนมา!"เปลือกตาบางของม่านฟ้าค่อยๆ ลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกปวดศีรษะและกลิ่นยาสลบยังคงจู่โจมประสาทสัมผัส ภาพตรงหน้าคือห้องโถงกว้างในค่ายเก่าร้างกลางหุบเขา แสงไฟจากโคมไฟสลัวกระทบผนังปูนที่กัดกร่อนเธอพยายามเคลื่อนไหว แต่ข้อมือเรียวเล็กทั้งสองข้างกลับถูกพันธนาการด้วยเชือกป่านเส้นหนาผูกติดไว้กับเก้าอี้ไม้"ฟื้นแล
"พวกฉันลาออกจากราชการตามมึงมาแล้วเว้ยไอ้ขุนพล!" กันตะโกนบอกพลางยิงสู้ "จะปล่อยให้เพื่อนรักไปสร้างครอบครัวกลางทะเลทรายคนเดียวได้ยังไง!""เออ! พวกฉันมันพวกไม่ทิ้งเพื่อน!" ทศเสริมขึ้นพร้อมยิงขู่จนสิงห์และลูกน้องที่เหลือต้องทิ้งรถหลบหนีไปในความมืดของหุบเขาอย่างสะบักสะบอมสถานการณ์อันตรายคลี่คลายลงในพริบตา ขุนพลประคองม่านฟ้าลุกขึ้นยืน กอดร่างบางไว้แน่นด้วยความโล่งอก เพื่อนรักทั้งสองเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มจริงใจ"ขอบใจพวกมึงมาก..." ขุนพลเอ่ยเสียงทุ้มลึกจากใจ"เปลี่ยนจากคำขอบคุณ เป็นพาพวกฉันไปหาที่ตั้งหลักดีๆสักที่ก็แล้วกัน" ทศยิ้มรับพลางตบไหล่ขุนพลเบาๆขุนพลหันมากอบกุมมือเรียวเล็กของม่านฟ้า นัยน์ตาประสานกันด้วยความลึกซึ้งและมั่นคง เส้นทางข้างหน้าอาจยังไม่ง่ายดาย ทว่าด้วยความรักอันเด็ดเดี่ยวและมิตรภาพที่ไม่เคยทิ้งกัน พวกเขากระโดดขึ้นรถ มุ่งหน้าสู่อนาคตและชีวิตใหม่ที่เลือกด้วยตัวเองอย่างแท้จริงหลายเดือนผ่านพ้นไปหลังจากฝุ่นควันแห่งความวุ่นวายปัดผ่าน...ณ เมืองชายแดนอันสงบเงียบ แสงแดดอุ่นยามเช้าสาดส่องผ่านทิวเขา กระทบตัวบ้านไม้สองชั้นหลังเล็กริมแม่น้ำ ลมพัดเอากลิ่นหอมของดอกไม้ป่าเจือจา
"หึ... แกกำลังจะขัดคำสั่งฉันเหรอ ขุนพล?" ท่านนายพลเค้นหัวเราะในคอ แววตาฉายความดุดัน "ฉันว่าจ้างเธอมาด้วยเงินมหาศาล สัญญาของเธอยังไม่หมด และฉันมีสิทธิ์ในตัวเธอทุกประการ""ท่านนายพลคะ..." ม่านฟ้าตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว แม้หัวใจจะเต้นระทึก "หนูยินดีจะทำงานรับใช้หรือทำตามเงื่อนไขอื่นเพื่อชดใช้เงินสัญญา... แต่ขออย่าทำร้ายพี่ขุนพลกับคนในค่ายเลยนะคะ""หยุดพูดเลยม่านฟ้า!" ขุนพลหันมาดุเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้าท่านนายพล "เงินสัญญาเท่าไหร่... ผมจะชดใช้ให้ท่านเองทั้งหมด ด้วยเงินเก็บและเงินเบี้ยเลี้ยงสงครามของผม"ท่านนายพลอัดควันซิการ์เข้าปอดลึกๆ ก่อนจะพ่นออกมาเป่ารดอากาศ เขามองขุนพล กัน และทศ ที่บัดนี้ก้าวเข้ามาขนาบข้างเพื่อนรักอย่างพร้อมเพรียง"พวกแกคิดว่าเงินมันซื้อทุกอย่างได้รึไง?" ท่านนายพลยิ้มเย็น ก่อนจะยื่นคำขาด "ก็ได้... ในเมื่อแกอยากเป็นอัศวินปกป้องแม่สาวน้อยคนนี้นัก ฉันจะยื่นคำขาดให้แกสองทางเลือก"บรรยากาศรอบข้างเงียบกริบจนได้ยินเพียงเสียงลมทะเลทราย"ข้อแรก... มารับเงินสัญญาคืน แล้วปล่อยม่านฟ้ากลับไปกับฉันวันนี้ เรื่องทุกอย่างถือว่าจบ แกยังคงเป็นทหารยศสูงที่มีอ
"มะรืนในหมู่บ้านมีจัดงานบุญ เดี๋ยวพี่พาไปดูนะ" "ตกลงค่ะ แล้วเพื่อนพี่ไปด้วยไหมคะ" "ไปครับ พวกมันต้องไปช่วยดูแลความเรียบร้อยอยู่แล้ว" "แต่ว่า เราไปด้วยกันแบบนี้จะดีหรอคะ" "ทำไมล่ะ คนอื่นก็ไป...ไม่มีใครสังเกตหรอก" "งั้นก็ได้ค่ะ" "เดี๋ยวพี่มารับไปด้วยกันหมดนี่แหละ อ๋อพี่ได้ยินว่าท่านนายพลก็มานะ"
"ที่นี่เหรอคะ" ม่านฟ้ามองไปยังทุ่งดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าไกลสุดลูกหูลูกตา เธอตกตะลึงราวกับโดน มนต์สะกด "เป็นไงสวยไหม" "หนูไม่คิดว่าหลังภูเขาที่เราขับผ่านมาจะมีที่วิวสวยแบบนี้อยู่ด้วย" "พี่มาตรวจแถวนี้บ่อย พวกพี่แบ่งโซนกันส่วนมากก็มีแค่พี่ที่มาที่นี่" "แล้วพี่กันกับพี่ทศล่ะคะ" "ไอ้กันมันดูความเรี
"อยู่ที่นี่เริ่มชินแล้วใช่ไหมครับ" "คะ?" หญิงสาวเงยหน้าสบตาเขา "พี่กลัวเราเบื่อ...เอางี้ไหมถ้าหายดีแล้วพี่จะพาออกไปเที่ยวเอง" "เที่ยวหรอคะ...ม่านฟ้าต้องถามท่านนายพลก่อนว่าไปได้ไหม" "ทำไมต้องถามด้วย" "ก็ม่านฟ้ามาทำงานกับท่าน รับเงินเดือนจากท่าน ถ้าออกไปไหนมาไหนหรือหายไปโดยไม่บอกจะถือว่าผิดกฏค่ะ"
เขาไม่รีรอแทรกตัวอยู่ตรงกลางหว่างขาทั้งสองข้างของเธอก่อนจะใช้มือทาบลงบนเนินอวบสีชมพูมีขนขึ้นประปรายบางๆ เขาจ้องมองมันอย่างหลงใหลก่อนที่จะใช้นิ้วแหวกกลีบทั้งสองข้างออกเผยให้เห็นแคมสีแดงระเรื่อที่กำลังรอคอยเขาสอดแทรกลิ้นเข้าไปลิ้มลอง ไวกว่าความคิดลิ้นร้อนก็แทรกเข้าไปชิมความหวานอย่างหื่นกระหาย ปลายลิ้น







