เข้าสู่ระบบเมื่อถึงหน้าห้องแห่งหนึ่งแม่บ้านที่ยืนอยู่หน้าห้องเปิดประตูให้เด่นจันทร์ เธอจึงก้าวเดินเข้ามาในห้องแห่งนี้ เธอมองเข้ามาในห้องนี้ เป็นห้องสีขาวขนาดใหญ่พอสมควรตบแต่งสไตล์แวร์ซายส์ อีกทั้งยังมีเครื่องใช้สอยอย่างครบครัน เธอมองไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่แปดฟุต ห้องน้ำกระจกใสมองทะลุเข้าไปในห้องเห็นทุกอย่างแจ่มชัด ดูยังใหญ่โตกว่าห้องนอนในบ้านเธอเสียอีก
ทันใดนั้นเธอรู้สึกแม่บ้าสองคนกำลังถอดเสื้อผ้าของเธออยู่ ทำให้เธอรู้สึกตกใจ โดยการขัดขืนทันที “จะทำอะไรคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตกใจและตื่นตระหนก ขณะพวกเธอพยายามจะถอดเสื้อผ้า ของเธอออก “พวกเราจะช่วยคุณอาบน้ำ” หนึ่งในสองคนเอ่ยบอกเธอเช่นนี้ เธอจึงขัดขืนอีก “ฉันไม่อาบ ทำไมฉันต้องอาบ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน “เป็นคำสั่งของนายท่าน ให้พวกเราอาบน้ำให้คุณเถอะค่ะ พวกเราไม่อยาก” “โดนไล่ออก” หนึ่งในสองคนเอ่ยบอกเช่นนี้ “ฉันไม่เคยแก้ผ้าต่อหน้าใครนะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน “อาบน้ำเถอะค่ะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว” แม่บ้านหนึ่งในสองคนเอ่ยบอกเช่นนี้ เด่นจันทร์ยืนชั่งใจอยู่เช่นนี้ ว่าทำไมเจ้านายของเธอต้องให้เธออาบน้ำก่อนเจอเขา อีกทั้งเขาบอกกับเธอว่ามีงานพิเศษให้ทำ แล้วงานนั้นมันคืองานอะไรกันแน่นะ เด่นจันทร์รู้สึกได้ว่าหนาวเย็นขึ้นมาโดยทันที เธอจึงมองเรือนร่างของตัวเอง มันทำให้เธอตกใจอย่างยิ่งที่เธอเปลือยเปล่าต่อหน้าของหญิงสาวแม่บ้านทั้งสองคน อีกทั้งแม่บ้านคนหนึ่งจับมือเรียวของเธอทันที ทำให้เธอชักมือออกด้วยความตกใจ และใช้มือทั้งสองข้างปิดอกอวบอิ่มที่ล้นทะลัก และความเป็นหญิงที่อวบอูมได้รูปสวยทันที “จะทำอะไร” เด่นจันทร์เอ่ยถามเสียงหลง “เราจะพาคุณไปอาบน้ำ ถ้าช้ากว่านี้พวกเราจะโดนดุ” แม่บ้านหนึ่งในสองคนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา เด่นจันทร์มองสีหน้าของพวกเธอที่ดูหวาดกลัวเมื่อพูดถึงนายท่าน “พวกคุณออกไปก่อน ฉันจะอาบน้ำคนเดียว” เด่นจันทร์เอ่ยบอกเช่นนี้ “เป็นคำสั่งของนายท่าน พวกเราไม่อาจขัดขืนได้” “นายท่านคงไม่โรคจิตนั่งดูฉันอาบน้ำจากกล้องวงจรปิดหรอก” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงมองทุกมุมห้องว่ามีกล้องวงจรปิดไหม แต่ทันใดนั้นพวกเธอทั้งสองคนจับเธอนั่งลงในอ่างจากุชชี่ขนาดทรงกลมทันที “เดี๋ยวก่อน จั๊กจี้ อย่าตรงนั้นไม่ได้ ฮา...ฮา...ฮ่า...” สาวใช้ทั้งสองคนจับเธออาบน้ำนมราวกับเด็ก สาวใช้อีกคนรวมกันเป็นสาวมาบีบขมับเธอ ให้เธอผ่อนคลาย แต่เธอสะบัดหน้าไม่ให้เธอจับ ขณะที่สาวใช้สองคนคนเดิมขัดถูตัวด้วยฟองน้ำ มืออีกข้างหนึ่งของพวกเธอจับแขนเธอไว้ เธอจึงต้องปล่อยเลยตามเลย จนเสร็จขบวนการอาบน้ำ พวกเธอพาเด่นจันทร์มานั่งที่โซฟาสีดำนอกห้อง ทำเล็บ แต่งหน้าและม้วนผมทำกับว่าเธอเป็นเจ้าหญิงที่หายสาบสูญมานานหลายปี “ฉันถามจริงๆ ผู้หญิงที่มาทำงานพิเศษที่บ้านหลังนี้ พวกคุณต้องทำแบบนี้ให้พวกเธอเหรอ” เด่นจันทร์เอ่ยถามสาวใช้ด้วยความสงสัย เพราะพวกเธอปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นเจ้าหญิง อีกทั้งพวกเธอยังให้เธอแต่ชุดเดรสสั้นแทบจะเสมอความเป็นหญิง และสายเดียวคอถ่วงลึกจนเป็นเนินอกอวบอิ่มที่กลมดิก มันทำให้เธอดูเซ็กซี่จนมากเกินไป “นายท่านไม่เคยพาผู้หญิงมาที่บ้านหลังนี้ค่ะ นอกจากนั้นพวกเราไม่รู้จริงๆ” สาวใช้หนึ่งในสี่คนเอ่ยบอกเช่นนี้ และแล้วประตูบานใหญ่ก็เปิดออกกว้างชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาก้าวเดินข้ามาในห้องกว้าง อีกทั้งเขายังสวมกางเกงยีนสีดำ และเสื้อเชิ้ตสีดำติดกระดุมล่างเพียงแค่สามเม็ดเท่านั้น ทำให้เธอซิกแพคที่แข็งเป็นไตราวกับออกกำลังกายอย่างหนัก หันมามองเขาผู้เป็นนายแม่บ้านเหล่านั้นก้มโค้งเล็กน้อย และก้าวเดินออกไปในห้องทั้งหมด ลัคนัยมองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย และพึงพอใจในเวลาเดียวกัน เขาค่อยๆ ก้าวเดินมาหาเธอที่ยืนอยู่ข้างโซฟา เธอจึงเปิดประเด็นถามเขาทันที “นายท่านคะ งานพิเศษที่จะให้ทำคืออะไรคะ” เธอเอ่ยถามเช่นนี้ เขากลับเผยยิ้มที่มุมปากมองดูเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าชั่วครู่ แล้วก้าวเดินไปที่เคาน์เตอร์บาร์ หันไปหยิบขวดเหล้าที่ตู้เหล้าที่อยู่ติดฝาผนัง มีเหล้าเรียงรายอยู่หลายขวด และแต่ละขวดอยู่ในช่องเก็บขวด ที่มีอยู่หลายสิบช่อง เขาหยิบบรั่นดีราคาแพงเทใส่แก้วคริสตัลทรงสั้น “ถ้าไม่มีอะไรฉันจะขอกลับไปทำงานที่ร้าน” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วหมายใจจะถอดรองเท้าสั้นสูงออกเพื่อจะไปเปลี่ยนรองเท้าผ้าใบที่เธอใส่มา “นั่งลงที่โซฟา” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและดูมีอำนาจอย่างยิ่ง เธอจึงก้าวเดินไปที่โซฟานั่งลงบนโซฟาตัวเล็กที่นั่งได้เพียงคนเดียว เมื่อเธอนั่งลงเธอจึงนั่งพับขาเฉียงข้างเพื่อไม่ให้เธอดูโป้จนเกินไป เพราะเดรสที่แม่บ้านให้เธอใส่นั้นสั้นเสียเหลือเกิน เธอมองที่ฝาผนังห้องที่มีนาฬิกาโบราณตั้งอยู่ที่เคาน์เตอร์วางของ ตอนนี้เข้าย่างตีหนึ่งแล้ว ทำให้เธอรู้ว่าการที่พวกเธอขัดสีฉวีวรรณนั้นใช้เวลาไปมากเท่าไหร่ เขาก้าวเดินมานั่งที่โซฟายาว แล้ววางแก้วที่ใส่บรั่นดีเพียงก้นแก้ว วางไว้บนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอ และเขานั่งไขว่ห้างมองเธอ “เคยนอนกับผู้ชายไหม” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่คนที่รับฟังกลับตกใจอย่างยิ่ง และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตกใจ “ไม่ค่ะ ถามทำไมคะ” “อย่ามาตั้งคำถามกับฉัน ฉันถามเธอแค่ตอบอย่างเดียว” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ค่ะ” เธอตอบเพียงคำเดียว “ทำไมถึงมาทำงานที่นี่” “ตอบสั้นหรือตอบยาว” เธอเอ่ยถามด้วยความแน่ใจ เพราะเพื่อครู่เธอตอบไม่กี่คำเธอกลับเหมือนโดนเขาดุ “ตอบมาเถอะ” “เมื่อฉันจบเพียงมัธยมปีที่หก พ่อก็เสียไปจากอุบัติเหตุ ทำให้ฉันต้องออกมาหางานทำ ฉันได้สมัครทำงานอยู่หลายที่ แต่พวกเขาไม่รับฉัน เพราะพนักงานเต็มบ้าง วุฒิไม่ถึงปริญญาตรีบ้าง แต่ร้านของท่านรับเด็กมัธยมปีที่หกเข้าทำงานได้ ฉันก็เลยมาทำที่นี่” เธอเอ่ยบอกเช่นนี้ เขามองสายตาของเธอด้วยสีหน้าที่ใสซื่อ และแววตาที่หมองเศร้าอยากมาก “อยากรู้ไหมว่างานพิเศษที่ฉันหมายถึงมันคืออะไร” ลัคนัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ ทำให้เธอรู้สึกขนลุกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก “ไม่ทราบค่ะ” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ฉันเรียกเธอมา เพื่อจะมีเซ็กส์กับเธอ” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง เธอกลับเบิกตาโตขึ้นด้วยความตกใจอย่างมาก จนเธอพูดอะไรไม่ออก เขาจึงเขยิบเข้ามาใกล้เธอ เธอกลับลุกขึ้นยืนเพื่อหนีจากเขากลับเผยยิ้มมองใบหน้าเธอที่ตื่นตระหนก และลุกขึ้นยืน เธอถอยหลังเพื่อจะหนีเขา เขากลับเธอมาหาเธอด้วยท่าทางสง่างามดุจราชสีห์ เธอจึงหันหลังกลับทันทีเพื่อจะเดินไปที่ประตูเวลาล่วงเลยมาถึงสามเดือน ก่อนถึงวันแต่งงานก่อนหนึ่งอาทิตย์ลัคนัยมองเด่นจันทร์ที่นั่งหลับอยู่ข้างตนเองหลังจากกระบี่ เพื่อไปดูงานที่โรงแรม ออกจากสนามบินได้ไม่นานเธอก็หลับพิงไหลของเขา มืออีกข้างโอบไหล่ของเธอเอาไว้“นายครับ จับตัวคนร้ายได้แล้วครับ” ปลาวาฬบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มันอยู่ที่ไหน” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อืม...แด๊ดดี้...” เด่นจันทร์ร้องด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนละเมอทำให้เขาหันไปสนใจเธอ และลูบหัวเธอแผ่วเบา“นอนเถอะที่รัก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย เด่นได้ยินว่านายจับใครได้” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย มันหนีไปได้ครับ” ปลาวาฬเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“จับมาให้ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เด่นจันทร์ฉันจะพาเธอไปส่งที่บ้าน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เธอกลับจับมือของเขาไว้แน่น“เด่นจะอยู่กับนาย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง“แต่...” ไม่ทันที่เขาพูดจบ เธอกลับพูดขึ้นมา“เป็นตาย เราจะอยู่ด้วยกัน เด่นจะไม่นั่งเฉยๆ อยู่ที่บ้านแน่” เธอบอกด้วยสายตาตั้งมั่น“ก็ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกังวลและจนปัญญาที่จะเถียงต่อไปรถหรูสามคันขับมายังโกดังร้างอยู่ที่ท่
“นายปล่อยเด่นไว้แถวนี้เถอะ เด่นจะได้ไม่เป็นภาระนาย” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เขายิงปืนเป็นระยะ เธอหลบกระสุนเช่นกัน“ไม่ได้ถ้าเธอตาย ฉันก็ตายเช่นกัน ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาวิ่งไปตามทาง ขณะที่ยิงสกัดเป็นระยะ จนคนขับมอเตอร์ไซค์ตกลงมาจากรถ ทำให้รถเสียหลักล้มลง เขาวิ่งมาเธอมายังท่าเรือมองหันกลับไปไม่มีใครตามมาแล้ว เธอจึงทรุดลงที่พื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่ง“ไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีเขาประคอง แล้วหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมากดโทรออก“พิกัดท่าเรือหลังโรงแรม” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ และกดวางสายลงทันที“เด่นจันทร์เด่นไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอ“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกและจับมือเรียวของเธอเดินไปตรงไฟที่สว่าง แต่เธอกลับได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา เธอมองไปที่ต้นแขนของเขาที่มีเลือดซึมออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท เธอจึงปล่อยมือของเขา แล้วมองไปที่ต้นแขนแกร่งมีผ้าฉีกขาดจากหัวกระสุน“นายโดนยิง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“ฉันไหว” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นรถเก๋งสี่คันรวมถึงรถเก๋งหรูมา
“เธอไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้เธอสงสัยว่าเขาจะพาเธอไปไหน“ไปไหนกันคะ”“ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปรอที่ด้านล่าง รีบลงมาหล่ะ ฉันหิวมาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และปิดตาลงข้างหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าคำพูดของเขานั้นสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเธอนั้นไม่ได้สวมใส่สิ่งใดเลย มีเพียงผ้าห่มเท่านั้นที่ปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาหาเธอที่เตียงนอน และจูบลงแผ่วเบาที่หน้าผาก“อย่าให้ขึ้นมาตามเอง รู้ใช่ไหมถ้าฉันขึ้นมาตามเอง วันนี้เธอจำไม่ได้ออกจากห้องแน่” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนต่ำครางในลำคอ ขณะที่มือหน้าของเขาเลื่อนผ้าห่มหนาลงมา เธอจึงเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าอกในทันที เขากลับเผยรอยยิ้ม และก้าวเดินจากไป เธอมองเขาที่เดินออกไปแล้ว ทำให้เธอถอนหายใจยาวๆ กับเจ้านายจอมหื่น หรือว่าที่สามีของเธอจอมเงี่ยนหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น เขาพาเธอขึ้นรถเก๋งหรูคันสีดำ รถขันนี้ขับไปยังย่านสุขุมวิท จนกระทั่งมาจอดหน้าร้านตัดชุดแต่งงาน อีกทั้งหน้าร้านยังมีติดป้ายชนะเลิศชุดแต่งงานที่สหรัฐอเมริกา เมื่อบอดี้การ์ดเปิดประตูให้เขาและเธอ เธอจึงก้าวลงมาพร้อมก
“อา...”เธอครางกระเส่า ขณะที่สอดความเป็นชายไปจนมิดลำ“เด่นจันทร์” เขาเอ่ยเรียกเธอแผ่วเบา“ว่าไงคะ” เธอเอ่ยถาม ขณะที่กระแทกช้าๆ บนความเป็นชายของเขา“ฉันรักเธอนะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“นายบอกเด่นไปแล้ว”“ฉันอยากบอกเธอทุกวัน” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของเธอจับบ่าของเขากระแทกลงอย่างหนักหน่วง“ซี๊ด...อา...”ลมหายใจที่หอบกระเส่าของเธอทำให้เขาเด้งก้นในเธอใต้น้ำด้วยเช่นกัน ขณะที่ริมฝีปากหนากำลังขบบนปลายยอดและใช้ลิ้นบรรเลง เธอจึงแอ่นอกให้เขาเล่นลิ้นได้หนำใจ“แด๊ดดี้...เด่น...เสียว...อา...โอ้...”“ฉันรักเธอนะ”เขาเอ่ยบอกเธอด้วยคลั่งไคล้ในตัวเธอ รวมไปถึงความรักทั้งหมดที่เขามีให้จนเปี่ยมล้น ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้จากเขาไป เธอเป็นผู้หญิงที่เขารักและอยากรวมชีวิตไปจนตาย“ซี๊ด...อา...แด๊ดดี้...แด๊ดดี้...”เธอกรีดร้องด้วยความสุขหฤหรรษ์ที่เขาได้มอบให้เธอจนล้นทะลัก มือเรียวจิกลงบนไหล่กว้าง ขณะที่เขาจูบงับซอกคอเป็นรอยคิดมาร์กเพิ่มจากรอยเดิม มาที่เนินอกอวบอิ่มด้วยเช่นกัน“โอ...โอ...เด่นจันทร์...”“อร๊าย...อา...”เด่นจันทร์ปลดปล่อยสายธารของเธอทันที และก้มลงจูบริมฝีปากของเขา เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย“ทำไม”“เดี๋ยวเด่นมีอะไรให้นายดู” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง มองวิวกรุงเทพที่เปิดม่านทั้งหมดได้ร้อยแปดสิบองศา เธอไม่รอช้าที่จะก้าวเดินไปยังกล่องพัสดุขนาดใหญ่พอสมควร ที่อยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาตัวยาว เธอจึงหยิบกล่องพัสดุขึ้นมาทันที“มันคืออะไร” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เดี๋ยวนายก็เห็นเองค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ฉันไม่ชอบเซอร์ไพรส์เลย” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวเขาก้าวเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ทอดสายตามองขวดคริสตัลที่วางอยู่ในชั้นโชว์หลากหลายสี มีทั้งวิสกี้บรั่นดี จิน วอสก้า เตกีลา ลิเคียว และรัมวางเรียงรายกันอยู่หลายสิบขวด เขาหยิบขวดคริสตัลที่มีวิสกี้ออกมาวางบนโต๊ะ แล้วหยิบแก้วทรงสั้น ลักษณะเป็นสีเหลี่ยม ใส่วิสกี้เพียงก้นแก้ว แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาจากลิ้นชักใช้ปากกาเขียนตัวหนังสือ พอเขียนเสร็จเขาเอาแก้วคริสตัลทับเอาไว้เขาเดินไปเปิดม่านเลื่อนกระจก ก้าวเดินไปยังห้องข้างๆ แล้วเปิดไฟสีแดงทำให้เห็นของในห้องเธอก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวมองไปยังรอบห้องไม่เห็นเขา
“เด่นจันทร์ ฉันจะเข้าเลขสี่แล้วนะ เธอจะให้ฉันสี่สิบก่อนหรือไง” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ห้าสิบก็ยังไม่สาย นายยังหนุ่มอยู่แบบนี้” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“เมื่อกี้ฉันบอกให้เรียกฉันว่าอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แด๊ดดี้” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยั่วยวน และก้าวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที“ปล่อยให้ท้องก่อนแต่งเลยดีไหม”“สวัสดีครับพี่เด่น สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาที่ไนต์คลับเพื่อให้ของขวัญ ช่วงนี้ผมทำงานที่โรงหนัง ขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องทำงานพิเศษ ผมส่งของขวัญให้พี่อุดม แล้วบอกให้พี่เขาไปส่งที่บ้านของพี่นัย” วิศรุจเอ่ยบอกเธอผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยน้ำเสียงเบิกบาน“ไม่เป็นไรจ้ะ แค่โทรมาอวยพรก็ดีแล้ว แล้วทำงานได้กี่วันแล้ว ไม่เห็นนายบอกพี่เลย”“ทำงานเข้าเดือนที่สองแล้วครับ ผมเลยซื้อของขวัญให้พี่ ผมคิดว่าพี่ต้องชอบ” “ขอบคุณมากนะ”“ผมบอกพี่นัยว่าเดี๋ยววันอาทิตย์ผมจะไปหาพี่ พี่รอดูเซอร์ไพรส์ของผมได้เลย” “พูดชื่อนายพี่เหมือนสนิทกันเลยนะ”“พี่นัยบอกให้ผมเรียกเขาแบบนี้ เมื่อวานพี่นัยได้ซื้อแท็บแล็ตรุ่นใหม่ให้ผม เขาเห็นว่าผมใช้มานานมากแล้ว จนถลอกทั้งหมด” “
รถหรูคันสีดำขับมายังหน้าบ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพ คล้ายคฤหาสน์เสียมากกว่า ดูจากประตูรั้วที่ทำจากอันลอยชายหรูหราสไตล์อิตาลีสีดำ เน้นลายด้วยสีขาว ทำให้ดูคลาสสิกยิ่งขึ้น จู่ๆ ประตูก็ค่อยๆ เลื่อนออกเป็นสองฝั่งของประตูรั้ว รถหรูค่อยๆ เคลื่อนไปในตัวบ้าน เธอมองเห็นว่าสองข้างทางประดับด้วยต้นสนขนาดสูงใหญ่รา
“มีอะไรให้ฉันช่วยคะ” เด่นจันทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“เธอว่าห้องนี้สวยไหม” ลัคนัยเอ่ยถามขึ้นมา ขณะที่มองไปโดยรอบห้อง“สวยดีค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เธอคิดว่าผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กผู้ชายหนึ่งคน รวมถึงคนจะมาอยู่ร่วมด้วย พวกเขาจะอยู่กันได้ไหม” เขาเอ่ยถาม“ได้สิคะ ถ้าอยากจะอยู่”“ถ้าเป็นเธอ เ
“นายท่านครับ เราจะกลับกันเลยไหมครับ” เอกภพเอ่ยถามแผ่วเบา“รออีกสักครู่” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“นายท่านเป็นห่วงเธอเหรอ” เอกภพเอ่ยถามอีกครั้ง“พรุ่งนี้ให้มารีส่งคอลเลคชั่นเพนท์เฮ้าส์ที่ใกล้บ้านฉัน มาให้ฉันดูที่บ้านด้วย” ลัคนัยเอ่ยบอก“ครับท่าน” เอกภพเอ่ยบอกเช่นนี้“และอีกอย่างหนึ่งให้คนขอ
พอถึงหน้าประตูเธอกลับมีใบหน้าที่ซีดเผือด เพราะประตูถูกล็อกจากด้านใน เธอหมายจะหันกลับไปหาเขา แต่ทว่าเขากลับใช้มือลูบไล้เรียวแขน อีกทั้งสัมผัสกลิ่นแอลกอฮอล์และลมหายใจอุ่นๆ ที่อยู่ข้างซอกคอระหง“เด่นจันทร์ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเดินหนีฉัน เหมือนที่เธอทำกับฉันในตอนนี้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำน้ำเสียงโทนต่ำขึ้น







