Se connecterรถหรูคันสีดำขับมายังหน้าบ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพ คล้ายคฤหาสน์เสียมากกว่า ดูจากประตูรั้วที่ทำจากอันลอยชายหรูหราสไตล์อิตาลีสีดำ เน้นลายด้วยสีขาว ทำให้ดูคลาสสิกยิ่งขึ้น จู่ๆ ประตูก็ค่อยๆ เลื่อนออกเป็นสองฝั่งของประตูรั้ว รถหรูค่อยๆ เคลื่อนไปในตัวบ้าน เธอมองเห็นว่าสองข้างทางประดับด้วยต้นสนขนาดสูงใหญ่ราวกับเป็นกำแพงรั่วบ้าน เมื่อมายังใจกลางทางรถ มีเกาะกลางเหมือนเป็นวงเวียนน้ำพุ อีกทั้งตรงเกาะกลางยังมีสวนขนาดย่อมและน้ำพุขนาดใหญ่ตรงกลาง
เมื่อพ้นจากวงเวียนน้ำพุ เธอยังเห็นเขาวงกตขนาดใหญ่ กินเนื้อที่มากถึงหนึ่งไร่ เมื่อโดมใหญ่หน้าบ้านที่สูงเท่ากับตึกสองชั้นรถก็มาจอดทันทีตรงโดมนี้ เธอมองเห็นอีกว่าสไตล์บ้านคลายสถาปัตยกรรมยุคโรมัน เพราะเป็นเสาโรมันใหญ่ทั้งสี่ต้น แต่ทว่าตัวบ้านช่างหรูหราอย่างยิ่ง ชายหนุ่มที่เป็นบอดี้การ์ดชุดสูทของบ้านหลังนี้ ก้าวเดินมาเปิดประตูรถให้เธอทันที เธอก้าวลงมาจากรถและเอ่ยบอกชายหนุ่ม “ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “เชิญด้านใน” บอดี้การ์ดคนเดิมเอ่ยบอกเธอเช่นนี้ และก้าวเดินนำหน้าเธอเข้าไปยังตัวบ้าน เธอจึงเดินเข้าไปโดยทันที เมื่อเธอก้าวมายังห้องโถงขนาดใหญ่ เธอเห็นภายในห้องโถงตบแต่งสไตล์ราชวังแวร์ซายส์ เพราะเป็นห้องกระจกด้วยกันทั้งสิ้น มีแชงเดอเรียขนาดใหญ่ประดับอยู่ตรงกลางห้องโถงทั้งหมดเก้าโคม อีกทั้งตรงกลางแชงเดอเรียทั้งสิบแปดนั้นคล้ายหยดน้ำหลายชิ้นในโคมเดียว ตรงกลางมีลูกตุ้มที่ทำมาจากคริสตัลไม่ใหญ่มากอยู่ตรงกลาง เมื่อมองตรงไปมีบันไดวนขึ้นทั้งสองข้างทำด้วยหินอ่อนเช่นเดียวกับพื้นบ้าน ราวจับนั้นทำจากสเตนเลสลวดลายคล้ายกับประตูรั้วหน้าบ้าน ชายหนุ่มบอดี้การ์ดก้าวเดินเข้ามายังทางเชื่อม เธอเห็นอ่างจากุชชี่ขนาดใหญ่ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า สามารถบรรจุคนได้ถึงสี่คน เมื่อเดินผ่านอ่างจากุชชี่ เธอมองเห็นห้องครัวขนาดใหญ่พอสมควร และห้องทางอาหารที่แยกส่วนกัน เธอคิดว่าเจ้านายของเธอต้องรวยระดับมหาเศรษฐีแน่ๆ เพราะบ้านหลังนี้ใหญ่มาก มองออกไปนอกกระจก เธอเห็นสระว่ายน้ำขนาดใหญ่แนวโค้งไปกับตัวบ้านหลังนี้ อีกทั้งแบ่งสันส่วนบ้านได้อย่างชัดเจนเขาจึงพาเธอมาตรงลิฟต์ แม่บ้านก้าวเดินมาทางเธอสองคนก้มหัวให้ชายหนุ่มบอดี้การ์ดคนนี้อย่างนอบน้อมทำให้เธอรู้สึกแปลกใจไม่น้อยว่าเขาคือใคร หรือเป็นคนสนิทของเจ้านายของเธอหรือ หรือเขาอาจจะมีความสัมพันธ์อื่นกันแน่ ลิฟต์เปิดออกทันที เขาก้าวเดินเข้าไปก่อน เด่นจันทร์จึงก้าวเดินตามเขาเข้าไป เธอเดินมายืนด้านหลังเขา เธอเห็นปุ่มกดลิฟต์นั้นมีสามชั้น เขากดไปที่ชั้นสองทันที “คุณชื่ออะไรคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ผมชื่อเอกภพ” เขาเอ่ยบอกจบ ลิฟต์ก็เปิดออกทันที เขาก้าวเดินออกมาก่อน เธอจึงก้าวเดินตามออกมาด้วยเช่นกัน เธอมองเห็นแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้าลิฟต์สองคนและก้มหัวให้เขาเช่นเดียวกับแม่บ้านด้านล่าง “เตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” เอกภพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เรียบร้อยแล้วค่ะ” แม่บ้านหนึ่งในสองเอ่ยบอกเช่นนี้ “เด่นจันทร์ คุณตามพวกเธอสองคนไปแต่งตัวก่อน เดี๋ยวนายท่านจะมาหาคุณที่ห้อง” เอกภพเอ่ยบอกกับเธอเช่นนี้ ทำให้เธอตั้งคำถามโดยทันที “คุณเอกภพ ทำไมฉันต้องไปกับพวกเธอด้วยคะ แล้วทำไมต้องรอให้นายท่านมา ให้ฉันไปหาเขาเลยไม่ได้หรือคะ” เธอเอ่ยถามด้วยความสงสัยโดยทันที “ผมรู้เพียงเท่านี้ คุณไปกับพวกเธอเถอะ นายท่านไม่ชอบรอใครนานๆ” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ “เชิญค่ะ” แม่บ้านนึ่งในสองคนเอ่ยบอกเธอ เธอจึงเดินตามแม่บ้านไปในทันทีเวลาล่วงเลยมาถึงสามเดือน ก่อนถึงวันแต่งงานก่อนหนึ่งอาทิตย์ลัคนัยมองเด่นจันทร์ที่นั่งหลับอยู่ข้างตนเองหลังจากกระบี่ เพื่อไปดูงานที่โรงแรม ออกจากสนามบินได้ไม่นานเธอก็หลับพิงไหลของเขา มืออีกข้างโอบไหล่ของเธอเอาไว้“นายครับ จับตัวคนร้ายได้แล้วครับ” ปลาวาฬบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มันอยู่ที่ไหน” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อืม...แด๊ดดี้...” เด่นจันทร์ร้องด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนละเมอทำให้เขาหันไปสนใจเธอ และลูบหัวเธอแผ่วเบา“นอนเถอะที่รัก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย เด่นได้ยินว่านายจับใครได้” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย มันหนีไปได้ครับ” ปลาวาฬเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“จับมาให้ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เด่นจันทร์ฉันจะพาเธอไปส่งที่บ้าน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เธอกลับจับมือของเขาไว้แน่น“เด่นจะอยู่กับนาย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง“แต่...” ไม่ทันที่เขาพูดจบ เธอกลับพูดขึ้นมา“เป็นตาย เราจะอยู่ด้วยกัน เด่นจะไม่นั่งเฉยๆ อยู่ที่บ้านแน่” เธอบอกด้วยสายตาตั้งมั่น“ก็ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกังวลและจนปัญญาที่จะเถียงต่อไปรถหรูสามคันขับมายังโกดังร้างอยู่ที่ท่
“นายปล่อยเด่นไว้แถวนี้เถอะ เด่นจะได้ไม่เป็นภาระนาย” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เขายิงปืนเป็นระยะ เธอหลบกระสุนเช่นกัน“ไม่ได้ถ้าเธอตาย ฉันก็ตายเช่นกัน ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาวิ่งไปตามทาง ขณะที่ยิงสกัดเป็นระยะ จนคนขับมอเตอร์ไซค์ตกลงมาจากรถ ทำให้รถเสียหลักล้มลง เขาวิ่งมาเธอมายังท่าเรือมองหันกลับไปไม่มีใครตามมาแล้ว เธอจึงทรุดลงที่พื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่ง“ไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีเขาประคอง แล้วหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมากดโทรออก“พิกัดท่าเรือหลังโรงแรม” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ และกดวางสายลงทันที“เด่นจันทร์เด่นไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอ“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกและจับมือเรียวของเธอเดินไปตรงไฟที่สว่าง แต่เธอกลับได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา เธอมองไปที่ต้นแขนของเขาที่มีเลือดซึมออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท เธอจึงปล่อยมือของเขา แล้วมองไปที่ต้นแขนแกร่งมีผ้าฉีกขาดจากหัวกระสุน“นายโดนยิง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“ฉันไหว” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นรถเก๋งสี่คันรวมถึงรถเก๋งหรูมา
“เธอไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้เธอสงสัยว่าเขาจะพาเธอไปไหน“ไปไหนกันคะ”“ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปรอที่ด้านล่าง รีบลงมาหล่ะ ฉันหิวมาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และปิดตาลงข้างหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าคำพูดของเขานั้นสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเธอนั้นไม่ได้สวมใส่สิ่งใดเลย มีเพียงผ้าห่มเท่านั้นที่ปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาหาเธอที่เตียงนอน และจูบลงแผ่วเบาที่หน้าผาก“อย่าให้ขึ้นมาตามเอง รู้ใช่ไหมถ้าฉันขึ้นมาตามเอง วันนี้เธอจำไม่ได้ออกจากห้องแน่” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนต่ำครางในลำคอ ขณะที่มือหน้าของเขาเลื่อนผ้าห่มหนาลงมา เธอจึงเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าอกในทันที เขากลับเผยรอยยิ้ม และก้าวเดินจากไป เธอมองเขาที่เดินออกไปแล้ว ทำให้เธอถอนหายใจยาวๆ กับเจ้านายจอมหื่น หรือว่าที่สามีของเธอจอมเงี่ยนหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น เขาพาเธอขึ้นรถเก๋งหรูคันสีดำ รถขันนี้ขับไปยังย่านสุขุมวิท จนกระทั่งมาจอดหน้าร้านตัดชุดแต่งงาน อีกทั้งหน้าร้านยังมีติดป้ายชนะเลิศชุดแต่งงานที่สหรัฐอเมริกา เมื่อบอดี้การ์ดเปิดประตูให้เขาและเธอ เธอจึงก้าวลงมาพร้อมก
“อา...”เธอครางกระเส่า ขณะที่สอดความเป็นชายไปจนมิดลำ“เด่นจันทร์” เขาเอ่ยเรียกเธอแผ่วเบา“ว่าไงคะ” เธอเอ่ยถาม ขณะที่กระแทกช้าๆ บนความเป็นชายของเขา“ฉันรักเธอนะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“นายบอกเด่นไปแล้ว”“ฉันอยากบอกเธอทุกวัน” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของเธอจับบ่าของเขากระแทกลงอย่างหนักหน่วง“ซี๊ด...อา...”ลมหายใจที่หอบกระเส่าของเธอทำให้เขาเด้งก้นในเธอใต้น้ำด้วยเช่นกัน ขณะที่ริมฝีปากหนากำลังขบบนปลายยอดและใช้ลิ้นบรรเลง เธอจึงแอ่นอกให้เขาเล่นลิ้นได้หนำใจ“แด๊ดดี้...เด่น...เสียว...อา...โอ้...”“ฉันรักเธอนะ”เขาเอ่ยบอกเธอด้วยคลั่งไคล้ในตัวเธอ รวมไปถึงความรักทั้งหมดที่เขามีให้จนเปี่ยมล้น ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้จากเขาไป เธอเป็นผู้หญิงที่เขารักและอยากรวมชีวิตไปจนตาย“ซี๊ด...อา...แด๊ดดี้...แด๊ดดี้...”เธอกรีดร้องด้วยความสุขหฤหรรษ์ที่เขาได้มอบให้เธอจนล้นทะลัก มือเรียวจิกลงบนไหล่กว้าง ขณะที่เขาจูบงับซอกคอเป็นรอยคิดมาร์กเพิ่มจากรอยเดิม มาที่เนินอกอวบอิ่มด้วยเช่นกัน“โอ...โอ...เด่นจันทร์...”“อร๊าย...อา...”เด่นจันทร์ปลดปล่อยสายธารของเธอทันที และก้มลงจูบริมฝีปากของเขา เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย“ทำไม”“เดี๋ยวเด่นมีอะไรให้นายดู” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง มองวิวกรุงเทพที่เปิดม่านทั้งหมดได้ร้อยแปดสิบองศา เธอไม่รอช้าที่จะก้าวเดินไปยังกล่องพัสดุขนาดใหญ่พอสมควร ที่อยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาตัวยาว เธอจึงหยิบกล่องพัสดุขึ้นมาทันที“มันคืออะไร” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เดี๋ยวนายก็เห็นเองค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ฉันไม่ชอบเซอร์ไพรส์เลย” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวเขาก้าวเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ทอดสายตามองขวดคริสตัลที่วางอยู่ในชั้นโชว์หลากหลายสี มีทั้งวิสกี้บรั่นดี จิน วอสก้า เตกีลา ลิเคียว และรัมวางเรียงรายกันอยู่หลายสิบขวด เขาหยิบขวดคริสตัลที่มีวิสกี้ออกมาวางบนโต๊ะ แล้วหยิบแก้วทรงสั้น ลักษณะเป็นสีเหลี่ยม ใส่วิสกี้เพียงก้นแก้ว แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาจากลิ้นชักใช้ปากกาเขียนตัวหนังสือ พอเขียนเสร็จเขาเอาแก้วคริสตัลทับเอาไว้เขาเดินไปเปิดม่านเลื่อนกระจก ก้าวเดินไปยังห้องข้างๆ แล้วเปิดไฟสีแดงทำให้เห็นของในห้องเธอก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวมองไปยังรอบห้องไม่เห็นเขา
“เด่นจันทร์ ฉันจะเข้าเลขสี่แล้วนะ เธอจะให้ฉันสี่สิบก่อนหรือไง” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ห้าสิบก็ยังไม่สาย นายยังหนุ่มอยู่แบบนี้” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“เมื่อกี้ฉันบอกให้เรียกฉันว่าอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แด๊ดดี้” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยั่วยวน และก้าวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที“ปล่อยให้ท้องก่อนแต่งเลยดีไหม”“สวัสดีครับพี่เด่น สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาที่ไนต์คลับเพื่อให้ของขวัญ ช่วงนี้ผมทำงานที่โรงหนัง ขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องทำงานพิเศษ ผมส่งของขวัญให้พี่อุดม แล้วบอกให้พี่เขาไปส่งที่บ้านของพี่นัย” วิศรุจเอ่ยบอกเธอผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยน้ำเสียงเบิกบาน“ไม่เป็นไรจ้ะ แค่โทรมาอวยพรก็ดีแล้ว แล้วทำงานได้กี่วันแล้ว ไม่เห็นนายบอกพี่เลย”“ทำงานเข้าเดือนที่สองแล้วครับ ผมเลยซื้อของขวัญให้พี่ ผมคิดว่าพี่ต้องชอบ” “ขอบคุณมากนะ”“ผมบอกพี่นัยว่าเดี๋ยววันอาทิตย์ผมจะไปหาพี่ พี่รอดูเซอร์ไพรส์ของผมได้เลย” “พูดชื่อนายพี่เหมือนสนิทกันเลยนะ”“พี่นัยบอกให้ผมเรียกเขาแบบนี้ เมื่อวานพี่นัยได้ซื้อแท็บแล็ตรุ่นใหม่ให้ผม เขาเห็นว่าผมใช้มานานมากแล้ว จนถลอกทั้งหมด” “
เสียงเพลงแจ๊ซดังออกมาจากลำโพงภายในห้องน้ำ ขณะที่ลัคนัยนั่งอยู่ในอ่างจากุชชี่ที่เต็มไปด้วยฟองสบู่ ในมือหนาของเขาถือแก้ววิสกี้อยู่ในมือเช่นนี้ อีกทั้งมีหญิงสาวเรือนร่างเปลือยเปล่ากำลังนวดที่หลังของเขาอย่าอ่อนโยน“ดีไหมคะ นายท่าน” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อนราวกับเชิญชวนให้เขาอยากมีเซ็กส์กับเธอ
เด่นจันทร์เดินถือถาดมาที่เคาน์เตอร์เสิร์ฟอาหาร ลลิตาเพื่อนสาวของเธอส่งใบเสร็จให้เธอเอาไปให้ลูกค้า เด่นจันทร์จึงรับเอาไว้ แต่ทว่าลลิตาและเด่นจันทร์เห็นว่าวาโยผู้จัดการร้านเดินมาทางนี้ เธอจึงยกมือไหว้ทันที วาโยจึงพยักหน้าเล็กน้อย“เด่นจันทร์ตามฉันมา” วาโยเอ่ยบอกเช่นนี้“ค่ะ” เด่นจันทร์เอ่ยบอกเขา แล้ว
หญิงสาวขับรถเก๋งคันเล็กมายังไนต์คลับหรูหรา หน้าร้านเขียนว่าลักซ์คลับ ตัวตึกเป็นสไตล์คลาสสิก เธอขับผ่านป้อมยามหรือหน่วยรักษาความปลอดภัยไปยังที่จอดรถใต้ดินของพนักงาน หญิงสาวมองหาที่จอดรถอยู่ครู่หนึ่งเธอเห็นว่าที่จอดรถตรงข้ามเสาต้นที่สี่นั้นไม่มีคนจอดเธอจึงขับไปจอดทันที เมื่อเธอจอดรถเสร็จ หญิงสาวที่ลง
วันศุกร์ที่แจ่มใสของเดือนมกราคม ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลานอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกว้างยาวถึงแปดฟุต ด้านขวามือของเขามีหญิงสาวเรือนร่างเปลือยเปล่าที่นอนกอดเขาอยู่ ส่วนหญิงสาวอีกคนที่ใส่จีสตริงสีดำตัวจิ๋วและถุงน่องตาข่าย มือของเธอมีกุญแจมือข้างหนึ่ง ทั้งสามคนหมดแรงกับเซ็กส์อันหนักหน่วงตลอดคืนที่ผ่านมาท







