로그인หญิงสาวขับรถเก๋งคันเล็กมายังไนต์คลับหรูหรา หน้าร้านเขียนว่าลักซ์คลับ ตัวตึกเป็นสไตล์คลาสสิก เธอขับผ่านป้อมยามหรือหน่วยรักษาความปลอดภัยไปยังที่จอดรถใต้ดินของพนักงาน หญิงสาวมองหาที่จอดรถอยู่ครู่หนึ่งเธอเห็นว่าที่จอดรถตรงข้ามเสาต้นที่สี่นั้นไม่มีคนจอดเธอจึงขับไปจอดทันที เมื่อเธอจอดรถเสร็จ หญิงสาวที่ลงจากรถเผยยิ้มให้เธอทันที เธอก็เผยยิ้มให้หญิงสาวผู้นั้นเช่นกัน เธอปลดเบลท์ แล้วก้าวลงจากรถทันที
“เด่นวันนี้เธอมาเร็วจัง ทุกทีเธอจะมาก่อนเข้างานประมาณสิบห้านาที” หญิงสาวนั้นทักทายเด่นจันทร์ด้วยรอยยิ้ม “ดา ฉันหยุดไปหนึ่งวันมันทำให้ฉันรู้สึกเบื่อจริงๆ” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “เด่นเธอน่าจะได้พนักงานดีเด่นประจำคลับนะ” ลลิดาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม “ฉันทำงานมาสี่ปี ฉันควรได้สิ่งนี้” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วใช้รีโหมดกดล็อกประตูทันที “จริง” ช่วงค่ำของวันนี้ผู้คนครึกครื้นอย่างยิ่งเพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ทำให้ผู้คนมาเที่ยวไนต์คลับเป็นพิเศษ อีกทั้งที่ไนต์คลับแห่งนี้ มีทั้งหมดห้าชั้นมีทั้งผู้คนสัญจรทั่วไปหรือเรียกว่าเกรดสุพีเรีย เหล้าและอาหารจะอยู่ในระดับธรรมดา แต่ทว่ามีเสียงเพลง เวทีโชว์ ดีเจ และพริตตี้มารูดเสาโชว์ยั่วยวนให้ดูจนเพลินตากันเลยทีเดียว และอีกระดับหนึ่งเป็นระดับพรีเมี่ยม สำหรับคนที่มีเงินถึงสามารถซื้อห้องรับรองหรูหรา ตั้งแต่ห้าหมื่นจนถึงหนึ่งแสนบาท ในห้องนี้จะมีพริตตี้สาวสวยในชุดวาบหวิวคอยเซฟอาหารถึงที่บริการถึงใจ และมีบาร์เทนเดอร์หนึ่งคนแสดงการทำคอกเทลราคาแพง แต่ทว่าคอกเทลและอาหารกับค้าห้องไม่รวมกับค่าห้องแต่อย่างใด ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำ ติดกระดุมล่างเพียงสามเม็ด อีกทั้งเขายังใส่กางเกงสแล็ครัดรูปทำให้เขาดูเซ็กซี่และเร้าใจขึ้นไปอีก เขาก้าวเดินไปที่ลิฟต์ บริกรที่อยู่หน้าลิฟต์ก้มหัวให้เขา และกดลิฟต์ทันที ไม่ช้าลิฟต์ก็เปิดออก ชายหนุ่มก้าวเดินไปในลิฟต์พร้อมบอดี้การ์ดสองคน พอลิฟต์เปิดชั้นสองเข้าจึงก้าวเดินออกมา พร้อมกับบอดี้การ์ด เขาเดินไปที่ระเบียงยื่นออกมาเห็นพริตตี้สาวในชุดซีทรูสองคนที่กำลังยืนรูดเสาอย่างยั่วยวนคนละเสาบนเวที อีกทั้งมีผู้ชายหลายสิบคนจ้องสาวที่กำลังรูดเสา ชายหนุ่มกลับไม่ได้สนใจพวกเธอแต่อย่างใด เขากลับมองไปยังผู้คนที่เข้ามายังไนต์คลับอย่างเนืองแน่นในช่วงสุดสัปดาห์เช่นนี้ “นายท่านผมเรียกนุ่มนิ่มกับพอใจมาแล้วนะครับ” วาโยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนอบน้อมต่อลัคนัยผู้เป็นเจ้านาย อีกทั้งวาโยผู้นี้เขาเป็นผู้จัดการลักซ์คลับแห่งนี้ “ฉันรู้แล้ว” ลัคนัยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทว่าเขากลับสะดุดสายตาหญิงสาวผู้หนึ่งที่กำลังเสิร์ฟค็อกเทลให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร แต่เธอมองขึ้นมาด้านบน เพราะกำลังมองไฟที่เปลี่ยนใหม่เป็นสีแดงเขียว ที่ลัคนัยให้ช่างไฟนำมาติดตั้งใหม่ ทำให้เขารู้สึกสนใจในตัวเธอขึ้นมาทันที “ผู้หญิงที่มองขึ้นมาเธอคือใคร” ลัคนัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เธอชื่อ เด่นจันทร์ เป็นพนักงานเสิร์ฟอาหารที่อยู่ชั้นล่าง” วาโยเอ่ยบอกเช่นนี้ “เธอเคยรับแขกไหม” ลัคนัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “เธอทำงานที่นี่มาปีกว่า ผมยังไม่เคยเห็นเธอรับแขกเลยครับ” “บอกให้นุ่มนิ่มกับพอใจไปรับแขกคนอื่น แล้วเรียกเธอขึ้นมาหาฉันที่ห้อง” “ครับ” อย่าลืม 1 หัวใจ และ 1 คอมเม้นท์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยเด้อเวลาล่วงเลยมาถึงสามเดือน ก่อนถึงวันแต่งงานก่อนหนึ่งอาทิตย์ลัคนัยมองเด่นจันทร์ที่นั่งหลับอยู่ข้างตนเองหลังจากกระบี่ เพื่อไปดูงานที่โรงแรม ออกจากสนามบินได้ไม่นานเธอก็หลับพิงไหลของเขา มืออีกข้างโอบไหล่ของเธอเอาไว้“นายครับ จับตัวคนร้ายได้แล้วครับ” ปลาวาฬบอกเขาด้วยน้ำเสียงจริงจัง“มันอยู่ที่ไหน” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“อืม...แด๊ดดี้...” เด่นจันทร์ร้องด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ราวกับคนละเมอทำให้เขาหันไปสนใจเธอ และลูบหัวเธอแผ่วเบา“นอนเถอะที่รัก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย เด่นได้ยินว่านายจับใครได้” เธอถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“นาย มันหนีไปได้ครับ” ปลาวาฬเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด“จับมาให้ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เด่นจันทร์ฉันจะพาเธอไปส่งที่บ้าน” เขาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่เธอกลับจับมือของเขาไว้แน่น“เด่นจะอยู่กับนาย” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคง“แต่...” ไม่ทันที่เขาพูดจบ เธอกลับพูดขึ้นมา“เป็นตาย เราจะอยู่ด้วยกัน เด่นจะไม่นั่งเฉยๆ อยู่ที่บ้านแน่” เธอบอกด้วยสายตาตั้งมั่น“ก็ได้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกังวลและจนปัญญาที่จะเถียงต่อไปรถหรูสามคันขับมายังโกดังร้างอยู่ที่ท่
“นายปล่อยเด่นไว้แถวนี้เถอะ เด่นจะได้ไม่เป็นภาระนาย” เด่นจันทร์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่เขายิงปืนเป็นระยะ เธอหลบกระสุนเช่นกัน“ไม่ได้ถ้าเธอตาย ฉันก็ตายเช่นกัน ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีเธอ” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาวิ่งไปตามทาง ขณะที่ยิงสกัดเป็นระยะ จนคนขับมอเตอร์ไซค์ตกลงมาจากรถ ทำให้รถเสียหลักล้มลง เขาวิ่งมาเธอมายังท่าเรือมองหันกลับไปไม่มีใครตามมาแล้ว เธอจึงทรุดลงที่พื้นด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการวิ่ง“ไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอด้วยความเป็นห่วง“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยมีเขาประคอง แล้วหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมากดโทรออก“พิกัดท่าเรือหลังโรงแรม” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ และกดวางสายลงทันที“เด่นจันทร์เด่นไหวไหม” เขาเอ่ยถามเธอ“ไหวค่ะ” เธอเอ่ยบอกและจับมือเรียวของเธอเดินไปตรงไฟที่สว่าง แต่เธอกลับได้กลิ่นคาวเลือดโชยมา เธอมองไปที่ต้นแขนของเขาที่มีเลือดซึมออกมาจากเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท เธอจึงปล่อยมือของเขา แล้วมองไปที่ต้นแขนแกร่งมีผ้าฉีกขาดจากหัวกระสุน“นายโดนยิง” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก“ฉันไหว” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ทันใดนั้นรถเก๋งสี่คันรวมถึงรถเก๋งหรูมา
“เธอไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกัน” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้เธอสงสัยว่าเขาจะพาเธอไปไหน“ไปไหนกันคะ”“ไปอาบน้ำเถอะ ฉันจะไปรอที่ด้านล่าง รีบลงมาหล่ะ ฉันหิวมาก” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และปิดตาลงข้างหนึ่ง ทำให้เธอรู้ว่าคำพูดของเขานั้นสวนทางกับความเป็นจริง เพราะเธอนั้นไม่ได้สวมใส่สิ่งใดเลย มีเพียงผ้าห่มเท่านั้นที่ปิดเรือนร่างเปลือยเปล่าของเธอไว้เขาวางหนังสือลงบนโต๊ะ ลุกขึ้นยืนก้าวเดินมาหาเธอที่เตียงนอน และจูบลงแผ่วเบาที่หน้าผาก“อย่าให้ขึ้นมาตามเอง รู้ใช่ไหมถ้าฉันขึ้นมาตามเอง วันนี้เธอจำไม่ได้ออกจากห้องแน่” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโทนต่ำครางในลำคอ ขณะที่มือหน้าของเขาเลื่อนผ้าห่มหนาลงมา เธอจึงเลื่อนขึ้นมาปิดหน้าอกในทันที เขากลับเผยรอยยิ้ม และก้าวเดินจากไป เธอมองเขาที่เดินออกไปแล้ว ทำให้เธอถอนหายใจยาวๆ กับเจ้านายจอมหื่น หรือว่าที่สามีของเธอจอมเงี่ยนหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น เขาพาเธอขึ้นรถเก๋งหรูคันสีดำ รถขันนี้ขับไปยังย่านสุขุมวิท จนกระทั่งมาจอดหน้าร้านตัดชุดแต่งงาน อีกทั้งหน้าร้านยังมีติดป้ายชนะเลิศชุดแต่งงานที่สหรัฐอเมริกา เมื่อบอดี้การ์ดเปิดประตูให้เขาและเธอ เธอจึงก้าวลงมาพร้อมก
“อา...”เธอครางกระเส่า ขณะที่สอดความเป็นชายไปจนมิดลำ“เด่นจันทร์” เขาเอ่ยเรียกเธอแผ่วเบา“ว่าไงคะ” เธอเอ่ยถาม ขณะที่กระแทกช้าๆ บนความเป็นชายของเขา“ฉันรักเธอนะ” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“นายบอกเด่นไปแล้ว”“ฉันอยากบอกเธอทุกวัน” เขาเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มือเรียวของเธอจับบ่าของเขากระแทกลงอย่างหนักหน่วง“ซี๊ด...อา...”ลมหายใจที่หอบกระเส่าของเธอทำให้เขาเด้งก้นในเธอใต้น้ำด้วยเช่นกัน ขณะที่ริมฝีปากหนากำลังขบบนปลายยอดและใช้ลิ้นบรรเลง เธอจึงแอ่นอกให้เขาเล่นลิ้นได้หนำใจ“แด๊ดดี้...เด่น...เสียว...อา...โอ้...”“ฉันรักเธอนะ”เขาเอ่ยบอกเธอด้วยคลั่งไคล้ในตัวเธอ รวมไปถึงความรักทั้งหมดที่เขามีให้จนเปี่ยมล้น ที่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้จากเขาไป เธอเป็นผู้หญิงที่เขารักและอยากรวมชีวิตไปจนตาย“ซี๊ด...อา...แด๊ดดี้...แด๊ดดี้...”เธอกรีดร้องด้วยความสุขหฤหรรษ์ที่เขาได้มอบให้เธอจนล้นทะลัก มือเรียวจิกลงบนไหล่กว้าง ขณะที่เขาจูบงับซอกคอเป็นรอยคิดมาร์กเพิ่มจากรอยเดิม มาที่เนินอกอวบอิ่มด้วยเช่นกัน“โอ...โอ...เด่นจันทร์...”“อร๊าย...อา...”เด่นจันทร์ปลดปล่อยสายธารของเธอทันที และก้มลงจูบริมฝีปากของเขา เขาสอดลิ้นเข้าไปในโพรงป
“เดี๋ยวก่อนค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงหอบกระเส่า เขาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย“ทำไม”“เดี๋ยวเด่นมีอะไรให้นายดู” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปในห้องโถง มองวิวกรุงเทพที่เปิดม่านทั้งหมดได้ร้อยแปดสิบองศา เธอไม่รอช้าที่จะก้าวเดินไปยังกล่องพัสดุขนาดใหญ่พอสมควร ที่อยู่บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟาตัวยาว เธอจึงหยิบกล่องพัสดุขึ้นมาทันที“มันคืออะไร” เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย“เดี๋ยวนายก็เห็นเองค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“ฉันไม่ชอบเซอร์ไพรส์เลย” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง ขณะที่ก้าวเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวเขาก้าวเดินไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ทอดสายตามองขวดคริสตัลที่วางอยู่ในชั้นโชว์หลากหลายสี มีทั้งวิสกี้บรั่นดี จิน วอสก้า เตกีลา ลิเคียว และรัมวางเรียงรายกันอยู่หลายสิบขวด เขาหยิบขวดคริสตัลที่มีวิสกี้ออกมาวางบนโต๊ะ แล้วหยิบแก้วทรงสั้น ลักษณะเป็นสีเหลี่ยม ใส่วิสกี้เพียงก้นแก้ว แล้วหยิบกระดาษขึ้นมาจากลิ้นชักใช้ปากกาเขียนตัวหนังสือ พอเขียนเสร็จเขาเอาแก้วคริสตัลทับเอาไว้เขาเดินไปเปิดม่านเลื่อนกระจก ก้าวเดินไปยังห้องข้างๆ แล้วเปิดไฟสีแดงทำให้เห็นของในห้องเธอก้าวเดินออกมาจากห้องแต่งตัวมองไปยังรอบห้องไม่เห็นเขา
“เด่นจันทร์ ฉันจะเข้าเลขสี่แล้วนะ เธอจะให้ฉันสี่สิบก่อนหรือไง” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ห้าสิบก็ยังไม่สาย นายยังหนุ่มอยู่แบบนี้” เธอเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม“เมื่อกี้ฉันบอกให้เรียกฉันว่าอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง“แด๊ดดี้” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยั่วยวน และก้าวเดินเข้าห้องน้ำไปทันที“ปล่อยให้ท้องก่อนแต่งเลยดีไหม”“สวัสดีครับพี่เด่น สุขสันต์วันเกิด ขอให้มีความสุขมากๆ นะครับ ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาที่ไนต์คลับเพื่อให้ของขวัญ ช่วงนี้ผมทำงานที่โรงหนัง ขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องทำงานพิเศษ ผมส่งของขวัญให้พี่อุดม แล้วบอกให้พี่เขาไปส่งที่บ้านของพี่นัย” วิศรุจเอ่ยบอกเธอผ่านโทรศัพท์มือถือด้วยน้ำเสียงเบิกบาน“ไม่เป็นไรจ้ะ แค่โทรมาอวยพรก็ดีแล้ว แล้วทำงานได้กี่วันแล้ว ไม่เห็นนายบอกพี่เลย”“ทำงานเข้าเดือนที่สองแล้วครับ ผมเลยซื้อของขวัญให้พี่ ผมคิดว่าพี่ต้องชอบ” “ขอบคุณมากนะ”“ผมบอกพี่นัยว่าเดี๋ยววันอาทิตย์ผมจะไปหาพี่ พี่รอดูเซอร์ไพรส์ของผมได้เลย” “พูดชื่อนายพี่เหมือนสนิทกันเลยนะ”“พี่นัยบอกให้ผมเรียกเขาแบบนี้ เมื่อวานพี่นัยได้ซื้อแท็บแล็ตรุ่นใหม่ให้ผม เขาเห็นว่าผมใช้มานานมากแล้ว จนถลอกทั้งหมด” “
“มีอะไรให้ฉันช่วยคะ” เด่นจันทร์เอ่ยถามด้วยความสงสัย“เธอว่าห้องนี้สวยไหม” ลัคนัยเอ่ยถามขึ้นมา ขณะที่มองไปโดยรอบห้อง“สวยดีค่ะ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เธอคิดว่าผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กผู้ชายหนึ่งคน รวมถึงคนจะมาอยู่ร่วมด้วย พวกเขาจะอยู่กันได้ไหม” เขาเอ่ยถาม“ได้สิคะ ถ้าอยากจะอยู่”“ถ้าเป็นเธอ เ
“นายท่านครับ เราจะกลับกันเลยไหมครับ” เอกภพเอ่ยถามแผ่วเบา“รออีกสักครู่” ลัคนัยเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย“นายท่านเป็นห่วงเธอเหรอ” เอกภพเอ่ยถามอีกครั้ง“พรุ่งนี้ให้มารีส่งคอลเลคชั่นเพนท์เฮ้าส์ที่ใกล้บ้านฉัน มาให้ฉันดูที่บ้านด้วย” ลัคนัยเอ่ยบอก“ครับท่าน” เอกภพเอ่ยบอกเช่นนี้“และอีกอย่างหนึ่งให้คนขอ
พอถึงหน้าประตูเธอกลับมีใบหน้าที่ซีดเผือด เพราะประตูถูกล็อกจากด้านใน เธอหมายจะหันกลับไปหาเขา แต่ทว่าเขากลับใช้มือลูบไล้เรียวแขน อีกทั้งสัมผัสกลิ่นแอลกอฮอล์และลมหายใจอุ่นๆ ที่อยู่ข้างซอกคอระหง“เด่นจันทร์ ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเดินหนีฉัน เหมือนที่เธอทำกับฉันในตอนนี้” เขาเอ่ยบอกด้วยน้ำน้ำเสียงโทนต่ำขึ้น
เมื่อถึงหน้าห้องแห่งหนึ่งแม่บ้านที่ยืนอยู่หน้าห้องเปิดประตูให้เด่นจันทร์ เธอจึงก้าวเดินเข้ามาในห้องแห่งนี้ เธอมองเข้ามาในห้องนี้ เป็นห้องสีขาวขนาดใหญ่พอสมควรตบแต่งสไตล์แวร์ซายส์ อีกทั้งยังมีเครื่องใช้สอยอย่างครบครัน เธอมองไปยังเตียงนอนขนาดใหญ่แปดฟุต ห้องน้ำกระจกใสมองทะลุเข้าไปในห้องเห็นทุกอย่างแจ่ม