Masuk“แอนนี่...” อนาสตาเซียสะดุ้งหันหลังตามเสียงเรียก
“เอ็ดเวิร์ด...” อนาสตาเซียยิ้มและเก็บโทรศัพท์ เมื่อคนที่เธอกำลังโทร.หา ยืนอยู่ด้านหลังแล้ว เอ็ดเวิร์ดชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้านัยน์ตาสีเทาที่มีคุณลักษณะพิเศษยามต้องแสงดวงตาของเอ็ดเวิ์ดเหมือนจะเป็นสีฟ้าหรือสีเขียวได้อย่างน่าอัศจรรย์
“ไปไหนมา?...” เอ็ดเวิร์ดตั้งคำถามพร้อมกับหลี่ตาสังเกตหญิงสาวตรงหน้า ‘พิรุธ’ เขารู้สึกแบบนั้น
“ซ้อมเสร็จเร็ว...แอนนี่โทร.หาเอ็ดเวิร์ดแล้วนะ...เลยเดินเล่นฆ่าเวลา”
“แล้วทำไมถึงไม่รับสาย”
“แอนนี่คงไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้า...หิวแล้ว” อนาสตาเซียพูดและขยับไปเกาะแขนแข็งแกร่งของเอ็ดเวิร์ด และทำทีเป็นลากกึ่งดึงให้เอ็ดเวิร์ดพาไปหาอะไรกิน “เอาร้านทางด้านโน้นนะ...แอนนี่มาจากทางนั้นไม่มีอะไรที่อยากกินเลย” อนาสตาเซียดึงเอ็ดเวิร์ดไปอีกทางกับที่เธอเดินจากมา...
อนาสตาเซียปฎิเสธในการที่ร่างกายเธอต้องมีสิ่งของที่แสดงตำแหน่งของตัวเอง(ชิพติดตามตัว) เธอขอกับทุกคนไว้ เพราะแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกว่าถูกจับตาตลอดเวลา ‘อึดอัด’ “แอนนี่อยากเป็นเหมือนเด็กสาวทั่วๆไปนะคะ...พ่อ เอ็ดเวิร์ด นะคะ...แอนนี่สัญญาว่าจะไม่ออกนอกเส้นทาง...ตารางกิจวัตรประจำวันของแอนนี่จะส่งให้เอ็ดเวิร์ดก่อนล่วงหน้าหนึ่งอาทิตย์” อนาสตาเซียตอนอายุสิบแปดที่อ้อนวอนขอชีวิตแบบปกติกับอดัม ผู้เป็นพ่อและเอ็ดเวิร์ด หลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่ตอนนั้นชีวิตส่วนใหญ่ของเธอกับเอ็ดเวิร์ดจะอาศัยอยู่ในนครนิวยอร์ก
“รับอะไรดี...คะ?” พนักงานต้อนรับที่เดินเข้ามารับออร์เดอร์ลูกค้า คู่ใหม่ที่นั่งยังโต๊ะที่ว่าง
อนาสตาเซียที่ก้มหน้าดูเมนูเช่นเดียวกันกับเอ็ดเวิร์ด แต่!...เมื่อเธอเงยหน้าจะสั่งอาหาร สายตาของพนักงานต้อนรับเหมือนคนที่วิญญาณออกจากร่างไปแล้ว เพราะเธอคนนั้นจ้องมองเอ็ดเวิร์ดอย่างกับคนไม่เคยเห็นผู้ชายที่หน้าตาและรูปร่างดีมาก อนาสตาเซียไม่ปฎิเสธเลยว่าเอ็ดเวิร์ดมีพลังดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างเหลือล้น แต่...
“อะ...แฮมมม...” อนาสตาเซียปล่อยเสียงกระแอมในคออย่างคนที่มีมารยาท แต่!...แม่สาวเสิร์ฟยังไม่สนใจลูกค้าอีกคนที่ต้องการจะสั่งอาหาร
“เป็นอะไร?” เอ็ดเวิร์ดต้องเงยหน้าเป็นฝ่ายมาถามอนาสตาเซีย ซึ่งเธอก็หันมาสบตาคนถาม
“...ไม่รู้สึกอะไรเหรอ?” อนาสตาเซียเอ่ยถามเป็นภาษาไทยกับ เอ็ดเวิร์ดที่แน่นอนว่าเขาฟังเข้าใจ ‘ยิ้ม’ เอ็ดเวิร์ดทำเพียงเท่านั้น และบอกให้อนาสตาเซียสั่งอาหารเผื่อเขาด้วย โดยที่อนาสตาเซีย... ‘ปัง!!!...’ เธอต้องเอามืออีกข้างทุบโต๊ะเรียกสติสาวเสิร์ฟให้มาสนใจเธอ
“เอ๊ะ!!!” เอ็ดเวิร์ดขมวดคิ้วดึงเมนูออกจากมือเรียวนั้น เมื่อเขาเห็นความผิดปกติที่ข้อนิ้วทั้งสิบของอนาสตาเซีย มือที่ใหญ่กว่าของเอ็ดเวิร์ดจับมืออนาสตาเซียไว้ “ไปโดนอะไรมา?”
อนาสตาเซียกลืนน้ำลายลงคอใบหน้าร้อนวูบวาบ เพราะเธอไม่มีความสามารถในการปกปิดเรื่องใดๆ ก็ตามจากเอ็ดเวิร์ดได้สักครั้ง
“เอ่อ!…”
“อนาสตาเซีย” สรรพนามที่ถูกเรียกเปลี่ยนไปทันทีด้วยสีหน้าและแววตาของเอ็ดเวิร์ดก็เช่นกัน ไม่เพียงแต่อนาสตาเซียที่ต้องหลบตาเขา สาวเสิร์ฟเมื่อรับออร์เดอร์เพียงสองรายการจากอนาสตาเซีย เธอเดินออกจากตรงนั้นทันที ‘อกหัก’ ทั้งๆที่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะเธอไม่ได้รับการใส่ใจแม้สักนิดจากชายทรงเสน่ห์คนนี้เลย
“เอ็ดเวิร์ดต้องสัญญาก่อน...ว่าจะไม่โกรธ ถ้าแอนนี่...บอก” อนาสตาเซียต่อรองทั้งๆ ที่เธอไม่มั่นใจว่าเรื่องนี้เอ็ดเวิร์ดจะยอมปล่อยให้ผ่านไปง่ายๆ เธอคงต้องบอกความจริง ‘บางส่วน’
“แอนนี่เห็นคนถูกรังแก...ก็เลยเข้าไปช่วย”
“แค่นั้น”
“อื้ม!...หลักๆก็มีแค่นั้น...ส่วนที่เหลือก็เป็นทักษะการต่อสู้ทั่วๆไป” อนาสตาเซียเลี่ยงที่จะบอกรายละเอียดอย่างอื่น เพราะเธอคิดว่าคงไม่ได้เจอเขาคนนั้นอีกแล้ว ลูส ลูเธอร์ เธอรู้จักเขาเพียงชื่อและหน้าตา และนั่นคงเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่จะต้องเจอกับเขา เพราะวงจรชีวิตของเธอไม่ใช่ใครจะเข้าใกล้ได้ง่ายๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆกับชื่อนี้จัง! ลูส ลูเธอร์
โนอาห์ เบนเน็ต
“ผลั๊ก” โนอาห์ที่นั่งอยู่หน้าจอทีวีขนาดใหญ่ แหงนหน้าไปที่ประตูทางเข้า พี่สาวกับเอ็ดเวิร์ดเดินตามกันเข้ามาในบ้าน ที่ตั้งอยู่บนถนนโอ๊คของนิวยอร์ก บ้านสองชั้นหลังนี้เป็นหนึ่งในหลายๆหลังของหมู่บ้านแห่งนี้ แน่นอนระบบการรักษาความปลอดภัยของบุคคลสำคัญต้องมี เพราะบ้านหลังนี้ตั้งเป็นหลังเกือบท้ายซอยของหมู่บ้านที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว และหมู่บ้านแห่งนี้ถูกจับจองเป็นเจ้าของโดยตระกูลเบนเน็ตถึงห้าหลังที่ล้วนแล้วแต่มีผู้อาศัยทั้งนั้น แต่จะมีเพียงหลังนี้และหลังถัดไปจะเป็นที่พักของเหล่าขุนพล ‘เบนเน็ต’ และ ‘ซาวันเดอร์’ ที่หลังถัดไปถูกใช้เป็นครั้งเป็นคราวเมื่อเจ้าของบ้านจะใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ลอนดอนและประเทศไทย
“อ้าร์สส......ไอเดน...ไม่ไหวแล้ว” เชือกฟาง เหมือนกำลังคลั่ง เธอขยับร่างกายถอยหนี แต่ไปไหนไม่ได้ เมื่อไอเดนจับขาทั้งสองข้างของเธอไว้ เมื่อเขากำลังล่วงล้ำเข้าร่องสาวด้วยลิ้นของเขา ลิ้นของไอเดนมันไม่อยู่นิ่ง มันขยับเข้า ออก เข้า ออก เร็วมาก มากขึ้นเรื่อยๆ ไอเดนต้องการอะไรจากเธอกันนะ แต่ร่างกายบอกเธอว่า มันแสนวิเศษ ลอยละลิ่ว ร่างกายเธอลอยหรือกำลังบินอยู่ในปุยเมฆเลยทีเดียว เมื่อความรู้สึกบางอย่างชนะ ชนะมากๆ จนเธอกรีดร้องปลดปล่อยธารน้ำออกมาจากร่องสาว และไอเดนชื่นชอบมันมาก เมื่อเขาดูดกลืนกิน.... “เราเป็นของกันและกันแล้ว...ต่อจากนี้ก็เป็นช่วงเวลาของการหลอมรวม...เชือกฟางเธออาจจะเจ็บ เพราะกำแพงพรหมจรรย์ของเธอ ฉันจะสัมผัสมันด้วยเนื้อแท้ของฉัน...และฉันจะกลับออกมาสวมเกราะป้องกัน...ในเวลาถัดมา” คำบอกกล่าวของไอเดน ทำให้ใบหน้าที่พึ่งจะปรับลมหายใจได้ดีขึ้นไม่ถึงสองนาที ก็ต้องพยักหน้า รับรู้และเข้าใจ ด้วยความยินดี เชือกฟางชะเง้อมอง
อื้มมมมม “...เชือกฟาง เก่งมาก ดีมากเลย...อ้าร์สส” ไอเดนครางออกมา มือเขากำแน่นทั้งสองข้าง เมื่อเขาปล่อยเครื่องป้องกันไว้บนหมอนหนุนอีกอัน ดวงตาจ้องมองเชือกฟาง อกเต่งตึง ที่เขายังไม่ลิ้มรสและหยอกล้อ ขยับไปมายามที่เธอดูด รั้ง ขยับศีรษะได้อย่างดีกับแท่งแก่นกายของเขาที่ทั้งร้อนและแข็งแรงมากขึ้น ปากที่เปิดกว้างของเชือกฟาง บ่งบอกถึงขนาดของเขาที่มันจะขยายได้มากกว่านี้มั้ย “ใกล้แล้ว...เชือกฟาง เร็วอีก เร็วๆ ดูดแรงๆ...มันเสียวมาก...” เชือกฟางทำตามนั้น ทำอีก เร็วมากขึ้น ดูดจนแก้มเธอตอบ เสียงครางของไอเดน เขามีควาสุขมาก เธอไม่อาจเห็นสีหน้าและแววตาของเขา แต่รับรู้ได้จากร่างกายเขา เมื่อแก่นกายเขามันสั่นในโพรงปากเธอ แข็งแรงมาก ร้อนมาก รสชาติเขาดีมาก ไม่มีเสียงคราง มีแต่การกระตุกไปทั่วร่างของไอเดน เมื่อเขาปลดปล่อย รสชาติของเขาเข้าสู่โพรงปากของเชือกฟาง ที่เธอกลืนมันลงไป การปลดปล่อยครั้งแรก เขาเสียบริสุทธิ์กับเชือกฟางแล้วสินะ! “เชือกฟาง ฉันเป็นของเธอแล้ว...อึ้มมมม...คราวนี้ถึงเวลาที่เธอต้องเป็นของฉัน
“ไปอย่างช้าๆ นะ” เสียงเบาๆ ของไอเดนดังออกมา เชือกฟางพยักหน้าอีกครั้ง พร้อมกับก้มหน้าลง เมื่อเธอเขินอายมาก มากแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้น และบางอย่างของไอเดนที่ด้านล่าง ตัวตนเขา มันชัดเจนมากต่อสายตาของเธอตอนนี้ภายใต้กางเกงนอนเนื้อผ้าใส่สบาย ไอเดนผละถอยออกเพื่อถอดเสื้อนอนที่สวมอยู่ของเขา เรือนกายของไอเดนแบบนี้ ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเชือกฟาง แต่ที่แปลก เมื่อไอเดนขยับเข้ามาใกล้ “ลองกัดและดูดมันดูสิ” เขาหมายถึงยอดแผ่นอกของเขา อ้าร์ส อ้าร์สส เสียงครางของไอเดน ดังออกมา เมื่อริมฝีปากของเธอครอบครองยอดนั้น มือเล็กเกาะเอวกำยำนั้นไว้ แนบร่างเข้าหาความอบอุ่นที่ไม่จำเป็นเลย เมื่อร่างกายของเธอกำลังเร้าร้อนจากภายใน แค่เธอกำลังกัดเบาๆและดูดยอดแผ่นอกของไอเดน สลับไปอีกข้าง เมื่อข้างนั้นแดงมากแล้วอย่างชัดเจน เพราะปากของเธอเอง ไอเดนลูบแผ่นหลังของเธอไปมา พร้อมกับปลดตะ
เฮ่ยยยย เชือกฟางถอนหายใจ ทุกวันก็มาเรียนพร้อมกันทุกเช้า เย็นก็เลิกเรียนกลับพร้อมกัน ไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอจะไปไหนๆกับเพื่อนที่เรียนบัญชีด้วยกัน มีแต่ว่าเธอจะไปกับไอเดน ไปกับเขายามที่เขาบอกว่าให้เธอไปด้วย เมื่อเขาจะไปไหนกับเพื่อนๆของเขา ไม่เคยเลยที่จะปฎิเสธ ตัวติดกันขนาดนั้น ไม่มีใครหรอกที่รู้จักพวกเธอจะไม่รู้ว่า เป็นอะไรกัน ถึงแม้ ไอเดนจะไม่แสดงออกหวานแหวกับเธอ ไม่จำเป็นเลย แต่เธอก็รู้ว่า ตอนนี้สถานะระหว่างเธอกับไอเดน มันคือ คนรักกัน คนรักกันที่เติบโตมาพร้อมๆกัน ความรักของพวกเธอพัฒนาไปพร้อมๆกับระยะเวลาที่ทั้งเธอและเขาเติบโตขึ้น มีอย่างเดียวที่เธอและไอเดนยังไม่ได้ให้มันเกิดขึ้น ความสัมพันธ์ทางกายที่มากกว่าจูบกัน ใช่!หลายปีมานี้ ทั้งเขาและเธอแค่จูบกัน จูบกันในที่ที่ไม่มีใครเห็น ก็ที่นี่มันเมืองไทย แม้แต่เธอกับไอเดนจะอยู่บ้านหลังเดียวกันย่านสุขุมวิท แต่ทั้งเขาและเธอก็อยู่กันคนละห้อง บ้านที่มีคนทำงานอีกสามคน แม่ครัว แม่บ้านทำความสะอาด และแม่บ้านดูแลเรื่องเสื้อผ้า เป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่ที่นี่มานาน 
อ้าร์สสส เสียงครางดังออกมาจากเธอเอง เสียงครางนั้นของเธอเอง เมื่อยอดเกสรชูชันกำลังแข็งในโพรงปากของลูส เพราะทั้งริมฝีปาก และฟันของเขากำลังขบกัด บดขยี้ จนแทบจะระเบิด เต้าเต่งของเธอแทบระเบิด เมื่อความซ่านเสียวที่เกิดขึ้น มันกระตุ้นให้ฝ่ามืออีกข้างของลูส บีบ เคล้นมันอย่างหนักมือ เพราะเขาเองก็เสียวไม่น้อยไปกว่าเธอ เพราะแก่นกายของเขามันสัมผัสต้องผิวกายเธอ เท่านั้นยังไม่พอ ลูสความสามารถเพลงสวาทเหลือล้นทั้งลีลาและแรงกาย มืออีกข้างของเขากำลังกรีดกรายกลีบสาวของเธอไปมา เฉียดไปเฉียดมาบริเวณร่องสาวอย่างท้าทายและกลั่นแกล้งไปในคราวเดียวกัน เมื่อมันมีทีท่าจะเข้าไปแต่ก็ไม่เข้าไปเสียที่ในโพรงสาวที่เปียกชื้นจากธารน้ำในร่างกายของเธอ “ลูส…” เสียงครางเรียกหา มือข้างหนึ่งเกาะกุมไหล่แข็งแรงไว้ อีกข้างเธอแนบ นาบฝ่ามือกับผนังห้องน้ำ เพื่อเป็นหลักให้เธอยืนอยู่ได้ ทั้งๆที่ขาของเธอสั่นไปหมด กับบทรักเล้าโลมของลูส ลูส ค่อยเลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆ ห
“ครับ...เรียบร้อยครับ...กำลังทำตัว สำนึกผิดมาบ้างเล็กน้อย...” อนาสตาเซียเงยหน้าหันกลับไปมองทันที ลักษณะคำพูดแบบนั้น ต้องเป็นพ่อแน่ๆ เฮ้ยยยย เสียงถอนหายใจอย่างเข้าใจ พ่อที่ยืมมือลูสจัดการกับเธอ พ่อที่ไม่เคยดุหรือสามารถทำโทษอะไรเธอได้เลย หัวใจของพ่อไม่เข้มแข็งพอ พ่อให้ลูสจัดการ จัดการกับความผิดครั้งนี้ “ท่านอดัมโทร. มาถาม” “ไม่เห็นต้องบอกเลย” “ต้องบอก...เพราะพ่อของคุณ ท่านอดัม บอกว่า ให้เราสองคนเตรียมเข้าพิธีสาบานเป็นคนคนเดียวกันได้แล้ว...” อนาสตาเซีย มองลูส ที่ยังยืนอยู่ ที่เดิม ท่าเดิม ครั้งที่สามแล้วที่เขาพูดถึงเรื่อง การแต่งงาน ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วสินะ เพราะดูเหมือนทุกอย่างจะลงตัวเสียที เพราะอุปสรรคสุดท้ายของลูส ก็คือ พ่อ พ่อที่ไม่พร้อมเสียที ที่จะต้องยกบุตรสาวเพียงคนเดียวที่รักยิ่งกว่าชีวิตให้







