Share

บทที่ 2

Penulis: Karawek House
last update Tanggal publikasi: 2025-08-14 00:12:45

หากจะถามว่าหุบเขาเดียวดายแห่งนี้เป็นสถานที่เช่นไร...

อาจู หรือในตอนนี้คือ จวี๋ฮวา ก็กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่งดงามเหนือคำบรรยาย

ที่นี่ชวนให้นึกถึงพวกหนังจีนแนวเทพเซียน

หุบเขาแห่งนี้ไม่เพียงตั้งอยู่บนเทือกเขาอีกชั้นหนึ่ง ยังล้อมรอบด้วยภูเขาหินสูงชันที่ปกคลุมด้วยสมุนไพรนานาชนิด มองแล้วดูเขียวชอุ่มสบายตา

เนื่องจากรายล้อมด้วยภูเขาลูกเล็กลูกน้อย ที่นี่จึงมีปากทางเข้าเพียงทางเดียวคือด้านที่เป็นสวนป่าสาลี่ลำต้นสีดำสนิทออกดอกสีขาวบานสะพรั่ง ลานดอกไม้งดงามชวนฝันแห่งนั้นถูกกางกั้นจากโลกภายนอกด้วยหุบเหวที่ทั้งลึกและกว้างอีกหนึ่งชั้น มองจากฝั่งตรงข้ามของหน้าผาแล้วดูคล้ายสวนป่าสาลี่ในม่านหมอก

เพราะตั้งอยู่บนที่สูงและมีหุบเหวกับภูเขาหินตีกรอบล้อมดุจปราการเช่นนี้นี่เอง สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นสถานที่ที่มีม่านหมอกปกคลุมตลอดทั้งวันทั้งยังสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวชัดเจน แต่มันยังเป็นสถานที่เงียบสงบซึ่งต้นหญ้า ดอกไม้ ธารน้ำ และผืนดินภายในอาณาบริเวณ แทบไม่ปรากฏร่องรอยมนุษย์ย่างเหยียบ

ในสายตาเธอ สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่ที่ดี เหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่พักร้อน...

“หึหึ” อาจูหลุดหัวเราะเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยๆ การหลงมิติก็เหมือนได้มาท่องเที่ยวฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทาง พยายามไม่คิดเรื่องพิษในตัวหรือเรื่องจะได้กลับยุคสมัยของตัวเองหรือไม่ได้กลับให้ปวดหัว

เรื่องพิษในตัว...เธอไม่มีความรู้เรื่องพิษเรื่องสมุนไพรทั้งยังไม่มีลมปราณแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีแค่ต้องคอยระวังรักษาสุขภาพให้ดี เรื่องยาเรื่องแผนการรักษาทั้งหลายแหล่ ก็มีแต่ต้องไว้วางใจยกเรื่องเหล่านั้นให้ท่านจ้าวหุบเขาช่วยดูแล

ส่วนเรื่องกลับโลกอนาคต...จากสถิติแล้ว พวกตัวเอกในนิยายกับหนังจีนแนวทะลุมิติข้ามกาลเวลาทั้งหลายแหล่มีเปอร์เซ็นต์ได้กลับยุคปัจจุบันน้อยมาก ในบรรดาพวกที่ได้กลับยุคปัจจุบันจำนวนน้อยแสนน้อยนั้น บทจะได้กลับไป พวกเขาก็ได้กลับไปเองกันแบบเบลอๆ งงๆ ทั้งๆ ที่ตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตในยุคโบร่ำโบราณอุตส่าห์ทุ่มเทเวลา เปลืองมันสมอง พยายามค้นหาวิธีกลับโลกปัจจุบันแทบตาย

ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จะคิดมากให้วุ่นวายทำไมกัน?

ลูกศิษย์เพียงหนึ่งเดียวของหุบเขากางแขนออก ก้มลงมองชุดผ้าเนื้อดีสีมรกตบนร่างแล้วหมุนตัวให้ชายแขนเสื้อยาวๆ พลิ้วไปในอากาศ เสพความสุขของการได้อยู่ในร่างสาวงาม จากนั้นก็เขย่งปลายเท้า ยืดตัว พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อนจะเริ่มกางแขนกางขายืดเส้นยืดสาย หลังจากออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ จนพอใจถึงค่อยเดินกลับเรือนพักไปทักทายอาหารเช้าแสนอร่อย

“อาหาร~ อาหาร~ อาหาร~ ” คนเริ่มหิวร้องเพลงแต่งเองที่มีเนื้อร้องอยู่แค่คำเดียวเสียงใส เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาแล้วไม่เห็นว่ามีใครมองอยู่จริงๆ ก็หมุนตัวเล่น เต้นระบำแถมให้อีกหนึ่งยก

อา...จะว่าไปแล้ว ร่างเล็กๆ ที่อกเป็นอกเอวเป็นเอวร่างนี้ ก็ช่างใช้เต้นระบำมั่วซั่วได้คล่องตัวดีจริงๆ

นับตั้งแต่จ้าวหุบเขาเดียวดายยอมให้เธออาศัยอยู่ที่นี่ เขาก็พาเธอมาที่เรือนพักหลังใหญ่ทางด้านตะวันออก แล้วกำชับให้กินอาหาร แช่น้ำร้อน พักผ่อน และเดินออกมาสูดอากาศตามช่วงเวลาที่จัดให้ โดยสั่งห้ามขั้นเด็ดขาดว่าห้ามเดินสะเปะสะปะออกนอกเส้นทางที่กำหนดให้แม้เพียงครึ่งก้าว

ทีแรกอาจูไม่ค่อยพอใจนักที่โดนสั่งให้รีบตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงไก่ขันแรกของวันเพียงเพื่อเดินทางฝ่าหมอกฝ่าน้ำค้างเย็นจัดไปอาบน้ำที่บ่อน้ำร้อนทางด้านหลังหุบเขา แต่หลังกลับจากแช่น้ำอุ่นๆ แล้วเห็นข้าวปลาอาหารวางรออยู่เต็มโต๊ะ เธอก็อดสรรเสริญทั้งเจ้าบ้านช่างคิดและคนรับใช้ผู้จัดเตรียมข้าวปลาอาหารในแต่ละมื้อไม่ได้

ได้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็เต้นระบำไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้กับสายหมอก แถมยังได้กินข้าวปลาอาหารดีๆ หลังแช่บ่อน้ำร้อนธรรมชาติตั้งวันละสองเวลา กลางคืนไม่ต้องคิดอะไรนอกจากนอนหลับให้เต็มอิ่ม กลางวันไม่ต้องทำอะไรนอกจากนั่งๆ นอนๆ รอให้ท่านจ้าวหุบเขามาตรวจอาการประจำวัน นอกเหนือไปจากนั้นก็มีแค่คอยรอลุ้นว่ามื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะเป็นอาหารรสเลิศชนิดไหน หึหึหึ...ในยามนี้ ทั่วทั้งหุบเขา ผู้ใดจะสุขกายสบายใจกว่าเสี่ยวจวี๋ฮวาคงไม่มี

พูดถึงความสะดวกสบาย...

อาจูยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมหอมหวานรสกลมกล่อมขึ้นจิบแล้วก็ชวนให้สงสัย

ในสายตาเธอ ที่นี่ดูเงียบเหงาราวกับสถานตากอากาศผีสิง นอกจากท่านจ้าวหุบเขาหน้านิ่งคนนั้นแล้ว เธอแน่ใจว่าไม่เคยพบเห็นมนุษย์หน้าไหนเลยสักราย ทั้งอย่างนั้น อาณาบริเวณรอบๆ ที่พักและทางเดินทุกเส้นทางที่จำเป็นต้องเดินผ่านกลับไม่ได้ดูรกร้าง นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า รองเท้า ยา น้ำชา น้ำล้างหน้า น้ำล้างมือ น้ำล้างเท้า และอาหาร ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันล้วนมีคนจัดเตรียมให้พร้อมสรรพโดยไม่ต้องร้องขอ ราวกับว่าในหุบเขาเดียวดายแห่งนี้เลี้ยงดูคนรับใช้ล่องหนไร้เสียงไร้เงาไว้รองมือรองเท้าสักสี่ซ้าห้าคนเป็นอย่างต่ำ

คนรับใช้บ้านไหนกัน จะทำงานโดยไร้เสียงไร้เงาได้ถึงขนาดนั้น?

คนที่ทำแบบนี้ได้ ถ้าไม่ใช่ภูติผีปีศาจ ก็ต้องเป็นผู้ฝึกยุทธที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำ นอกจากนี้กฎระเบียบของที่นี่คงจะต้องเข้มงวดเอามากๆ

พอนึกถึงตรงนี้ ภาพสีหน้ายามท่านจ้าวหุบเขาออกคำสั่งให้เธอทำนี่ทำนั่นตามที่เขาบอกด้วยสีหน้านิ่งๆ น้ำเสียงราบเรียบก็ลอยขึ้นมา

อืม...

เสี่ยวจวี๋ฮวายกมือเรียวงามขึ้นทาบอก คลี่ยิ้มแบบกุลสตรี ส่ายหน้าน้อยๆ

“เฮ้อ...ชีวิตข้าช่างโชคดีเสียจริง กระทั่งความจำเสื่อมก็ยังมีคนคอยรองมือรองเท้าให้กินอยู่สุขสบาย~”

ชื่นชมวาสนาตัวเองแล้ว คนได้รับการปรนนิบัติราวคุณหนูของหุบเขาก็ยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจิบอีกอึกด้วยกิริยาแช่มช้อยงามสง่าตามแบบที่เคยเห็นในละคร ค่อนข้างแน่ใจว่าถ้ามีใครสักคนหรืออาจจะหลายคนเฝ้ามองจากที่ไกล พวกเขาจะต้องรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองสาวงามในอุดมคติและยิ่งกว่ารู้สึกชื่นชมเป็นแน่

ทว่า...

“เกรงว่าโชคดีของเจ้าคงหมดลงเพียงเท่านี้”

“แค่ก แค่ก แค่ก” สาวงามถึงขั้นสำลักน้ำแกง “ซะ ซือฝุ ท่านมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมข้าถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรสักนิด!” ตอนเธอแอ๊บแบ๊วทำตัวโลกสวยไม่ยักกะโผล่มา ดันโผล่มาอิตอนเผลอเผยธาตุแท้ซะได้ โอย...พัง!

จ้าวหุบเขาเดียวดายจ้องมองลูกศิษย์คนใหม่ที่สำลักน้ำแกงไก่จนใบหน้าแดงก่ำ น้ำหูน้ำตาไหล ไอไม่หยุด แล้วเลื่อนสายตาลงมองบรรดาจานชามที่แทบไม่มีเศษอาหารหลงเหลือ จากนั้นก็เลื่อนสายตากลับขึ้นมองหน้าเธออีกครั้ง

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าแววตาสงบนิ่ง คล้ายเทพเซียนผู้สูงส่ง

“นั่นคงเพราะเจ้าเป็นผู้มีสมาธิจดจ่อเป็นเลิศกระมัง”

มีสมาธิจดจ่อเป็นเลิศ...?

กับอาหารเนี่ยนะ!

อาจูอดช้อนตาจ้องหน้าเขากลับไม่ได้

“นี่ท่านกำลังแดกดันข้าใช่ไหม? จงใจด่าข้าว่าเป็นลูกหมูจอมตะกละสินะ!” ถ้าไม่ติดว่าไอหนักจนพูดอะไรไม่ได้ เธออาจหลุดโวยวายใส่ต้นเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องสำลักไปแล้ว

หึ...ทั้งหมดก็เพราะท่านนั่นแหละ ใครใช้ให้ท่านปรากฏตัวโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันล่ะ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 346

    ทันทีที่เห็นว่าใครเป็นคนขี่ม้ามา อาจูดีใจจนแทบอยากจะโผเข้าไปหาซะเดี๋ยวนี้สามีอ๋องของเธอมาช่วยแล้ว!แม่ทัพเทียนเฉาที่จับตัวเธอเอาไว้เองก็เห็นใบหน้าคนที่ขี่ม้าตามมาถนัดตาเหมือนกันนี่เขา...คนผู้นี้...แม่ทัพเทียนเฉา...ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็คือรัชทายาทองค์ปัจจุบัน พลันนึกถึงโฉมหน้าอันโดดเด่นสะดุดตาของคนผู้หนึ่งในหุบเขาเดียวดายขึ้นมาทันทีที่แท้ภายใต้หน้ากากของหลี่ผิงอ๋อง แม่ทัพใหญ่เทียนจิน ก็คือจ้าวหุบเขาที่วางท่าสงบนิ่งเฉยชา ไม่แยแสต่อเรื่องใดผู้นั้น! ที่แท้เรื่องที่เขาเคยติดใจสงสัยเมื่อครั้งปลอมตัวเป็นกุนซือแซ่หวางออกหาพันธมิตรมาร่วมรบก็เป็นเรื่องจริง! คนผู้นี้ก็คือบุตรชายของหลี่ผิงอ๋องผู้ล่วงลับที่บังอาจช่วงชิงชัยชนะในงานฉลองครบเดือนของสตรีในอ้อมแขนไปจากเขา! ผิงอ๋องคนปัจจุบัน หลี่หยาง!ตอนนี้ทั่วทั้งร่างผิงอ๋อง หลี่หยาง ปรากฏไอสีดำทะมึนหนาแน่น อาจูตกใจจนตาโตนี่...นี่เขา...สามีอ๋องของเธอจะกลายเป็นมารแล้ว!“ท่านรีบหยุดม้า! ถ้าไม่อยากกลายเป็นศพไร้หัว รีบๆ ปล่อยตัวข้ากลับไปเดี๋ยวนี้นะ!”ปล่อยตัวนาง?ในเมื่อได้สวมกอดนางเอาไว้แนบอกเช่นนี้แล้ว เหตุใดเขาต้องยอมปล่อยมือจากนาง!ไม่...เขาไม่ยิน

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 345

    อาจูสบถบ่นในใจพลางลงแส้ม้า บังคับให้ม้าพ่วงพีที่ไช่เฉวียนหามาให้เร่งฝีเท้าขึ้นอีก ทั้งๆ ที่เป็นอย่างนั้น แม่ทัพของข้าศึกที่ไล่ตามมา กลับไล่ตามทันตอนนี้อาจูมีพลังปราณในตัวมากกว่าเมื่อก่อน หนำซ้ำยังสามารถรับรู้ถึงกระแสพลังปราณจากสรรพสิ่ง จึงรู้ตัวก่อนที่ทวนของข้าศึกจะถึงตัว เบี่ยงตัวหลบได้ทัน ทั้งอย่างนั้น แรงเหวี่ยงจากการที่เธอเผลอกระตุกสายบังคับม้าไปด้วยจนทำให้ม้าศึกเอี้ยวตัวเลี้ยวไปทางซ้ายกะทันหัน ก็ทำเอาหมวกบนหัวที่ผูกเอาไว้อย่างลวกๆ หลุดลงไปกองบนพื้นไม่เพียงแค่หมวกที่หลุด ผ้าที่ใช้รัดผมก็คลายออกไปด้วย ตอนนี้เส้นผมยาวเหยียดของเสี่ยวจวี๋ฮวาแผ่สยายออกมาเหมือนฉากเด็ดฉากสำคัญในโฆษณายาสระผม!บ้า บ้า บ้า!อาจูก่นด่าตัวเองในใจตั้งไม่รู้กี่ครั้งยัยโง่ ยัยหมูจู ยัยบ้า! ทำไมถึงเสียดายผมยาวๆ นี่นัก ทำไมไม่ตัดๆ มันทิ้งไปซะ! ทีนี้คนทั้งกองทัพก็รู้กันหมดว่าผิงอ๋องซุกซ่อนภรรยาไว้ในค่าย!แม่ทัพเทียนเฉาที่ไล่ตามมาเห็นภาพนี้แล้วถึงกับตกตะลึง ตาค้างเหล่าทหารเทียนจินบนกำแพงที่มองมาเองก็ตื่นตะลึงไม่แพ้กันที่แท้...ที่แท้ในกองทหารของพวกเขาก็มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้แฝงตัวมาร่วมรบ!ทหารชั้นผู้น้อยบนกำ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 344

    “นายหญิงน้อย หากท่านเป็นอะไรไป ท่านอ๋องคงไม่แคล้วต้องใจสลายแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าขอร้องต่อท่าน อย่างมากที่สุดขอให้ท่านร่วมรบกับพลธนูอยู่ด้านหลัง อย่าได้ออกมารบพุ่งเอาตนเองเข้าเสี่ยงเด็ดขาด!”อาจูไม่อยากสร้างความลำบากใจให้แม่ทัพรักษาการณ์ นอกจากนี้...ขืนเธอที่ขี่ม้าไม่เป็นขี่ม้าออกไปรบรากับพวกทหารทั้งๆ ที่ไม่ได้ร่วมฝึกฝนกับพวกเขา คนนอกกองทัพอย่างเธออาจจะทำให้ทั่วทั้งกองทัพปั่นป่วน เสียกระบวนทัพได้ คอยอยู่ข้างหลังอย่างที่ไช่เฉวียนว่า ใช้ปราณช่วยขว้างหอกขว้างธนูพวกนี้ใส่ข้าศึกนี่แหละ ดีที่สุด!อาจูรีบขึ้นไปบนกำแพงค่าย เจ้างูเลื้อยตามติด ไช่เฉวียนเองก็ควบม้าออกไปสั่งการทัพ ไม่นานนักทหารเทียนเฉาก็บุกมาถึงค่ายจริงๆ“ยิงธนู!” เสียงคำสั่งของไช่เฉวียนดังก้องไปทั่วทั้งค่าย พลธนูบนกำแพงค่ายและหอสังเกตการณ์รีบระดมยิงธนูสกัดเหล่าข้าศึกทันที!หลังเหลียวซ้ายแลขวา อาจูก็เลือกหยิบธนูมาหนึ่งดอก หักด้ามทิ้ง ใช้ปราณหล่อเลี้ยง เล็งไปทางแม่ทัพของอีกฝ่าย แล้วขว้างหัวธนูในมือออกไป!เคร้ง!ผู้นำทัพเทียนเฉาใช้ทวนในมือปัดหัวธนูจากอาจูได้ทันท่วงที ทั้งอย่างนั้น ปราณอันหนักหน่วงก็ทำเอาทวนของเขาถึงกับหลุดมือ ตก

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 343

    อาจูรีบใช้ผ้าพันหน้าอก สวมเสื้อหนาๆ จากนั้นสวมชุดเกราะตามวิธีที่เคยช่วยทำให้ท่านอ๋องจ้าวหุบเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนี้สถานการณ์คับขัน ไม่มีเวลาแปลงโฉม โชคยังดีที่ในกระโจมไม่ได้มีแค่ชุดเกราะ แต่ยังมีหมวกที่หลี่หยางเตรียมเอาไว้ให้เธอใช้พรางตัว หลังจากสวมหมวกออกศึกใบนี้แล้ว อาจูพบว่าเงาสะท้อนของตัวเองในถังอาบน้ำก็ดูเข้มขรึม องอาจ คล้ายทหารหน้าอ่อนตัวเล็กขึ้นมาเหมือนกันทันทีที่อาจูออกมาจากกระโจมก็เห็นไช่เฉวียนร้องสั่งการเสียงดัง เหล่าทหารที่ถูกปลุกก่อนรุ่งสางต่างรีบแต่งเนื้อแต่งตัวออกมาจัดทัพ เตรียมตั้งรับข้าศึกที่ใกล้เข้ามาได้ยินทหารคนหนึ่งคุยกับเพื่อนทหารอีกคนว่าครั้งนี้สามารถเตรียมรับมือได้เพราะสายลับที่แฝงตัวอยู่ในทัพเทียนเฉาเสี่ยงตายหลบหนีมาแจ้งข่าว อาจูก็อดอกสั่นขวัญหายไม่ได้ที่นี่กำลังจะมีการรบราฆ่าฟัน! กำลังจะเกิดการสู้รบของจริง!อาจูกำกระบี่ดำในมือแน่น ที่เธอฝึกฝนมาก็มีแค่วิชากระบี่เท่านั้น นี่เป็นอาวุธเพียงชนิดเดียวที่เธอใช้เป็นอาจูคิดช่วยสู้ศึก แต่ไช่เฉวียนกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ในระหว่างที่เหล่าทหารจัดทัพตามคำสั่งแม่ทัพรักษาการณ์อย่างตน ไช่เฉวียนรีบจูงม้าพ่วงพีตัวหนึ่งมาให้แ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 342

    ศึกสงครามก็คือศึกสงคราม...ยิ่งนานวัน บรรยากาศในค่ายทหารก็ยิ่งตึงเครียดขึ้นทุกวัน ทั้งอย่างนั้น ยามย่ำค่ำ เหล่าทหารก็ยังมีเสียงฉินจากกระโจมท่านแม่ทัพปลอบประโลมจิตใจ...จิตใจที่รุ่มร้อนว้าวุ่นจึงพอจะสงบลงได้บ้างยามนี้เหล่าทหารต่างเคยชินต่อสุนทรียะทางดนตรีของท่านอ๋องกันไปแล้ว กลายเป็นว่าหากวันใดได้ยินเสียงฉินช้าหน่อยก็อดเดินไปเยี่ยมๆ มองๆ กระโจมของท่านอ๋องสักเล็กน้อยมิได้มีเพียงไช่เฉวียนที่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น เสียงฉินจึงขาดหายบ่อยครั้งไช่เฉวียนที่น่าสงสารจึงต้องมาลากตัวเหล่าแม่ทัพนายกองใจกล้าของสกุลหลี่ที่คิดจะเข้าไปสนทนากับท่านอ๋องผู้ไม่ถือตัวและสดับรับฟังเสียงฉินในระยะประชิดเหมือนเมื่อตอนออกรบคราวก่อนๆ โดยอ้างว่าท่านอ๋องที่ห่างภรรยาคล้ายจะพื้นอารมณ์ไม่สู้ดี ระยะนี้ถึงกับสั่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนการพักผ่อนในกระโจม ไม่แน่ว่าที่เอาแต่บรรเลงฉินหยกที่ขอยืมมาจากนายหญิงน้อยอยู่ทุกวัน อาจเป็นเพราะคิดคำนึงถึงภรรยาที่น่าสงสารในเรือนหลังเหล่าแม่ทัพนายกองสกุลหลี่คิดตามแล้วก็พอจะเข้าใจได้ จึงไม่คิดเข้าไปรบกวนท่านอ๋องผู้จมลึกในห้วงรักในเวลาพักผ่อนงานที่ได้รับมอบหมายของไช่เฉวียนจ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 341

    สถานการณ์ระหว่างเทียนจินและเหล่าชนเผ่าค่อยๆ ตึงเครียดขึ้นทุกขณะ ในแต่ละวันมีม้าเร็วมีสายลับส่งสารมารายงานไม่หยุด อาจูเห็นใบหน้าอ่อนล้ายามท่านอ๋องบางคนกลับมาที่กระโจมแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้ขณะกำลังนวดคลึงขมับให้ท่านสามีที่นั่งแช่ตัวอยู่ในถังอาบน้ำใบใหญ่ จู่ๆ หลี่หยางที่ดูสีหน้าผ่อนคลายลงมากก็ดึงมือเธอขึ้นมาจุมพิตแล้วจับมือน้อยๆ ไปแนบแก้มตัวเองเอาไว้“มือเจ้า...สัมผัสจากเจ้า...ทำให้ข้าสงบใจลงได้มากจริงๆ”อาจูก้มลงจูบหน้าผากสามีอ๋อง สวมกอดรอบลำคอเขาไว้ เอาแก้มแนบแก้ม ถามเสียงเบา “กังวลหรือ”หลี่หยางส่ายหน้าน้อยๆ เปิดปากระบายความอึดอัดในใจออกมาเขาพบว่าต่อหน้าสตรีผู้นี้ เขาไม่จำเป็นต้องเสแสร้งแกล้งทำตัวเข็มแข็งสมบูรณ์แบบใดใดทั้งนั้น อยู่กับนาง ผิงอ๋องอย่างเขาสามารถเป็นตัวของตัวเอง ทั้งยังสามารถบ่นระบายออกมาได้ทุกเรื่อง“ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าสองมือข้าเปื้อนเลือดมากมายเกินไปแล้ว”อาจูนึกตามแล้วก็เข้าใจ เลื่อนมือกลับขึ้นนวดคลึงขมับให้เขาทั้งที่ยังคงอิงแอบแนบชิด ขยับริมฝีปากปลอบประโลม “ทำศึกสงคราม ที่ไหนเลยจะไร้การรบราฆ่าฟัน...ไม่ว่าท่านหรือเหล่าทหารก็ล้วนกระทำลงไปเพราะภาระหน้าที่ ทุกอย่างล้วน

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 56

    หลังตะวันตกดิน คนอื่นๆ ในหมู่บ้านล้อมวงสังสรรค์ คนเป็นพ่อของครอบครัวหนึ่งกับสะใภ้ของอีกครอบครัวกลับหลบฉากเดินหายเข้าไปในราวป่า ไม่กล้าถือคบไฟ ใช้แค่แสงจันทร์นำทาง...พฤติกรรมน่าสงสัยชัดๆ!ต่อให้ไม่พูดออกมา ทั้งอาจูและเสี่ยวซีต่างก็คิดตรงกันหลังจากทนมองเงียบๆ กันอยู่ครู่ใหญ่ เด็กสาวที่เชื่อมั่นว่าฝ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 55

    เทียบกับคนงามเงินถุงเงินถังมีวรยุทธทั้งยังทรงอิทธิพลอย่างอาจารย์ป้าผู้นั้นแล้ว สือเหม่ยอะไรนั่นก็เหมือนลูกวัวแรกเกิดไม่รู้จักเสือไม่รู้จักหมี หรือไม่ก็เด็กน้อยไม่เจนโลกที่ดันทะลึ่งอยากร่วมเล่นขายของกับแก๊งพ่อค้าใหญ่ใจเหี้ยมไม่มีผิดต่อให้คนอย่างแม่นางอาจูผู้นี้นึกอยากใส่ใจขึ้นมา...กลัวแต่ว

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 51

    “เป็นอย่างไรบ้าง ท่านหมอ อาการอาเป่าของพวกเราย่ำแย่มากหรือไม่!” หญิงชราสูงอาวุโสที่สุดในบ้านผุดลุกจากเก้าอี้ทันทีที่จ้าวหุบเขาหลี่ละสายตาจากเด็กตัวจ้อยบนเตียงเตา[1]บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ห่างจากบ้านหลังอื่นๆ จนเกือบจะเรียกได้ว่าตั้งอยู่นอกตัวหมู่บ้าน...หญิงชราผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ก็คือแม่เฒ่าสวีนั

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-19
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 28

    ลูกศิษย์ร่างน้อยก้มหน้าหลบสายตาเผด็จการคู่นั้น เอ่ยเสียงสุภาพอ่อนหวาน “ศิษย์จะออกไปบอกให้พวกเขาเตรียมน้ำร้อนไว้รอท่า ระหว่างนี้ซือฝุรีบถอดเสื้อคลุมตัวนั้นออกไว้ก่อน เสื้อผ้านั่นถ้าจะเอามาใช้อีกก็ต้องต้ม ทั้งต้มทั้งนึ่งให้มากหน่อยน่าจะดี” ว่าจบ เสี่ยวจวี๋ฮวาก็ผลักประตูออกไป ทิ้งให้บุรุษที่มักวางสีหน

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-18
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status