Share

บทที่ 2

Author: Karawek House
last update Petsa ng paglalathala: 2025-08-14 00:12:45

หากจะถามว่าหุบเขาเดียวดายแห่งนี้เป็นสถานที่เช่นไร...

อาจู หรือในตอนนี้คือ จวี๋ฮวา ก็กล้าพูดอย่างเต็มปากว่าหุบเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ที่งดงามเหนือคำบรรยาย

ที่นี่ชวนให้นึกถึงพวกหนังจีนแนวเทพเซียน

หุบเขาแห่งนี้ไม่เพียงตั้งอยู่บนเทือกเขาอีกชั้นหนึ่ง ยังล้อมรอบด้วยภูเขาหินสูงชันที่ปกคลุมด้วยสมุนไพรนานาชนิด มองแล้วดูเขียวชอุ่มสบายตา

เนื่องจากรายล้อมด้วยภูเขาลูกเล็กลูกน้อย ที่นี่จึงมีปากทางเข้าเพียงทางเดียวคือด้านที่เป็นสวนป่าสาลี่ลำต้นสีดำสนิทออกดอกสีขาวบานสะพรั่ง ลานดอกไม้งดงามชวนฝันแห่งนั้นถูกกางกั้นจากโลกภายนอกด้วยหุบเหวที่ทั้งลึกและกว้างอีกหนึ่งชั้น มองจากฝั่งตรงข้ามของหน้าผาแล้วดูคล้ายสวนป่าสาลี่ในม่านหมอก

เพราะตั้งอยู่บนที่สูงและมีหุบเหวกับภูเขาหินตีกรอบล้อมดุจปราการเช่นนี้นี่เอง สถานที่แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นสถานที่ที่มีม่านหมอกปกคลุมตลอดทั้งวันทั้งยังสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาวชัดเจน แต่มันยังเป็นสถานที่เงียบสงบซึ่งต้นหญ้า ดอกไม้ ธารน้ำ และผืนดินภายในอาณาบริเวณ แทบไม่ปรากฏร่องรอยมนุษย์ย่างเหยียบ

ในสายตาเธอ สถานที่แห่งนี้ช่างเป็นสถานที่ที่ดี เหมาะสำหรับใช้เป็นสถานที่พักร้อน...

“หึหึ” อาจูหลุดหัวเราะเมื่อนึกขึ้นได้ว่าอย่างน้อยๆ การหลงมิติก็เหมือนได้มาท่องเที่ยวฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินค่าเดินทาง พยายามไม่คิดเรื่องพิษในตัวหรือเรื่องจะได้กลับยุคสมัยของตัวเองหรือไม่ได้กลับให้ปวดหัว

เรื่องพิษในตัว...เธอไม่มีความรู้เรื่องพิษเรื่องสมุนไพรทั้งยังไม่มีลมปราณแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะอย่างไร สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้ก็มีแค่ต้องคอยระวังรักษาสุขภาพให้ดี เรื่องยาเรื่องแผนการรักษาทั้งหลายแหล่ ก็มีแต่ต้องไว้วางใจยกเรื่องเหล่านั้นให้ท่านจ้าวหุบเขาช่วยดูแล

ส่วนเรื่องกลับโลกอนาคต...จากสถิติแล้ว พวกตัวเอกในนิยายกับหนังจีนแนวทะลุมิติข้ามกาลเวลาทั้งหลายแหล่มีเปอร์เซ็นต์ได้กลับยุคปัจจุบันน้อยมาก ในบรรดาพวกที่ได้กลับยุคปัจจุบันจำนวนน้อยแสนน้อยนั้น บทจะได้กลับไป พวกเขาก็ได้กลับไปเองกันแบบเบลอๆ งงๆ ทั้งๆ ที่ตลอดหลายปีที่ใช้ชีวิตในยุคโบร่ำโบราณอุตส่าห์ทุ่มเทเวลา เปลืองมันสมอง พยายามค้นหาวิธีกลับโลกปัจจุบันแทบตาย

ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จะคิดมากให้วุ่นวายทำไมกัน?

ลูกศิษย์เพียงหนึ่งเดียวของหุบเขากางแขนออก ก้มลงมองชุดผ้าเนื้อดีสีมรกตบนร่างแล้วหมุนตัวให้ชายแขนเสื้อยาวๆ พลิ้วไปในอากาศ เสพความสุขของการได้อยู่ในร่างสาวงาม จากนั้นก็เขย่งปลายเท้า ยืดตัว พยายามสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ก่อนจะเริ่มกางแขนกางขายืดเส้นยืดสาย หลังจากออกกำลังกายเล็กๆ น้อยๆ จนพอใจถึงค่อยเดินกลับเรือนพักไปทักทายอาหารเช้าแสนอร่อย

“อาหาร~ อาหาร~ อาหาร~ ” คนเริ่มหิวร้องเพลงแต่งเองที่มีเนื้อร้องอยู่แค่คำเดียวเสียงใส เมื่อเหลียวซ้ายแลขวาแล้วไม่เห็นว่ามีใครมองอยู่จริงๆ ก็หมุนตัวเล่น เต้นระบำแถมให้อีกหนึ่งยก

อา...จะว่าไปแล้ว ร่างเล็กๆ ที่อกเป็นอกเอวเป็นเอวร่างนี้ ก็ช่างใช้เต้นระบำมั่วซั่วได้คล่องตัวดีจริงๆ

นับตั้งแต่จ้าวหุบเขาเดียวดายยอมให้เธออาศัยอยู่ที่นี่ เขาก็พาเธอมาที่เรือนพักหลังใหญ่ทางด้านตะวันออก แล้วกำชับให้กินอาหาร แช่น้ำร้อน พักผ่อน และเดินออกมาสูดอากาศตามช่วงเวลาที่จัดให้ โดยสั่งห้ามขั้นเด็ดขาดว่าห้ามเดินสะเปะสะปะออกนอกเส้นทางที่กำหนดให้แม้เพียงครึ่งก้าว

ทีแรกอาจูไม่ค่อยพอใจนักที่โดนสั่งให้รีบตื่นทันทีที่ได้ยินเสียงไก่ขันแรกของวันเพียงเพื่อเดินทางฝ่าหมอกฝ่าน้ำค้างเย็นจัดไปอาบน้ำที่บ่อน้ำร้อนทางด้านหลังหุบเขา แต่หลังกลับจากแช่น้ำอุ่นๆ แล้วเห็นข้าวปลาอาหารวางรออยู่เต็มโต๊ะ เธอก็อดสรรเสริญทั้งเจ้าบ้านช่างคิดและคนรับใช้ผู้จัดเตรียมข้าวปลาอาหารในแต่ละมื้อไม่ได้

ได้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ ดูพระอาทิตย์ขึ้น แล้วก็เต้นระบำไปในหุบเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้กับสายหมอก แถมยังได้กินข้าวปลาอาหารดีๆ หลังแช่บ่อน้ำร้อนธรรมชาติตั้งวันละสองเวลา กลางคืนไม่ต้องคิดอะไรนอกจากนอนหลับให้เต็มอิ่ม กลางวันไม่ต้องทำอะไรนอกจากนั่งๆ นอนๆ รอให้ท่านจ้าวหุบเขามาตรวจอาการประจำวัน นอกเหนือไปจากนั้นก็มีแค่คอยรอลุ้นว่ามื้อเที่ยงกับมื้อเย็นจะเป็นอาหารรสเลิศชนิดไหน หึหึหึ...ในยามนี้ ทั่วทั้งหุบเขา ผู้ใดจะสุขกายสบายใจกว่าเสี่ยวจวี๋ฮวาคงไม่มี

พูดถึงความสะดวกสบาย...

อาจูยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมหอมหวานรสกลมกล่อมขึ้นจิบแล้วก็ชวนให้สงสัย

ในสายตาเธอ ที่นี่ดูเงียบเหงาราวกับสถานตากอากาศผีสิง นอกจากท่านจ้าวหุบเขาหน้านิ่งคนนั้นแล้ว เธอแน่ใจว่าไม่เคยพบเห็นมนุษย์หน้าไหนเลยสักราย ทั้งอย่างนั้น อาณาบริเวณรอบๆ ที่พักและทางเดินทุกเส้นทางที่จำเป็นต้องเดินผ่านกลับไม่ได้ดูรกร้าง นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่นอน หมอน ผ้าห่ม เสื้อผ้า รองเท้า ยา น้ำชา น้ำล้างหน้า น้ำล้างมือ น้ำล้างเท้า และอาหาร ทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในแต่ละวันล้วนมีคนจัดเตรียมให้พร้อมสรรพโดยไม่ต้องร้องขอ ราวกับว่าในหุบเขาเดียวดายแห่งนี้เลี้ยงดูคนรับใช้ล่องหนไร้เสียงไร้เงาไว้รองมือรองเท้าสักสี่ซ้าห้าคนเป็นอย่างต่ำ

คนรับใช้บ้านไหนกัน จะทำงานโดยไร้เสียงไร้เงาได้ถึงขนาดนั้น?

คนที่ทำแบบนี้ได้ ถ้าไม่ใช่ภูติผีปีศาจ ก็ต้องเป็นผู้ฝึกยุทธที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำ นอกจากนี้กฎระเบียบของที่นี่คงจะต้องเข้มงวดเอามากๆ

พอนึกถึงตรงนี้ ภาพสีหน้ายามท่านจ้าวหุบเขาออกคำสั่งให้เธอทำนี่ทำนั่นตามที่เขาบอกด้วยสีหน้านิ่งๆ น้ำเสียงราบเรียบก็ลอยขึ้นมา

อืม...

เสี่ยวจวี๋ฮวายกมือเรียวงามขึ้นทาบอก คลี่ยิ้มแบบกุลสตรี ส่ายหน้าน้อยๆ

“เฮ้อ...ชีวิตข้าช่างโชคดีเสียจริง กระทั่งความจำเสื่อมก็ยังมีคนคอยรองมือรองเท้าให้กินอยู่สุขสบาย~”

ชื่นชมวาสนาตัวเองแล้ว คนได้รับการปรนนิบัติราวคุณหนูของหุบเขาก็ยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจิบอีกอึกด้วยกิริยาแช่มช้อยงามสง่าตามแบบที่เคยเห็นในละคร ค่อนข้างแน่ใจว่าถ้ามีใครสักคนหรืออาจจะหลายคนเฝ้ามองจากที่ไกล พวกเขาจะต้องรู้สึกเหมือนกำลังจ้องมองสาวงามในอุดมคติและยิ่งกว่ารู้สึกชื่นชมเป็นแน่

ทว่า...

“เกรงว่าโชคดีของเจ้าคงหมดลงเพียงเท่านี้”

“แค่ก แค่ก แค่ก” สาวงามถึงขั้นสำลักน้ำแกง “ซะ ซือฝุ ท่านมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมข้าถึงไม่ได้ยินเสียงอะไรสักนิด!” ตอนเธอแอ๊บแบ๊วทำตัวโลกสวยไม่ยักกะโผล่มา ดันโผล่มาอิตอนเผลอเผยธาตุแท้ซะได้ โอย...พัง!

จ้าวหุบเขาเดียวดายจ้องมองลูกศิษย์คนใหม่ที่สำลักน้ำแกงไก่จนใบหน้าแดงก่ำ น้ำหูน้ำตาไหล ไอไม่หยุด แล้วเลื่อนสายตาลงมองบรรดาจานชามที่แทบไม่มีเศษอาหารหลงเหลือ จากนั้นก็เลื่อนสายตากลับขึ้นมองหน้าเธออีกครั้ง

เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ สีหน้าแววตาสงบนิ่ง คล้ายเทพเซียนผู้สูงส่ง

“นั่นคงเพราะเจ้าเป็นผู้มีสมาธิจดจ่อเป็นเลิศกระมัง”

มีสมาธิจดจ่อเป็นเลิศ...?

กับอาหารเนี่ยนะ!

อาจูอดช้อนตาจ้องหน้าเขากลับไม่ได้

“นี่ท่านกำลังแดกดันข้าใช่ไหม? จงใจด่าข้าว่าเป็นลูกหมูจอมตะกละสินะ!” ถ้าไม่ติดว่าไอหนักจนพูดอะไรไม่ได้ เธออาจหลุดโวยวายใส่ต้นเหตุที่ทำให้ตัวเองต้องสำลักไปแล้ว

หึ...ทั้งหมดก็เพราะท่านนั่นแหละ ใครใช้ให้ท่านปรากฏตัวโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียงกันล่ะ!

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • นางมารน้อยข้ามภพ   Special END

    เยว่เทียนเสียงอุ้มหลี่อี้หรงกลับมาท่ามกลางสายตาจับจ้องของทุกคนสวีเทียนเป่าและหลี่เซียนเซียนบังเอิญพบลูกนกบาดเจ็บจึงช่วยกันรักษา กลับมาไม่ทันร่วมวงฟังหลี่ลู่เหวิน ได้แต่แปลกใจเพราะบรรยากาศตรงหน้าทันทีที่กลับมาร่วมโต๊ะ ศิษย์พี่ใหญ่เทียนเป่าก็ช่วยประคองเซียนเซียนตัวน้อยขึ้นนั่งเก้าอี้ เขาส่งยิ้มให้ทุกคน กล่าวขออภัย และบอกเล่าเหตุผลที่ไม่เพียงไม่ได้ตามไปสมทบกับคนอื่นๆ ยังพาเซียนเซียนกลับมาร่วมโต๊ะล่าช้า จากนั้นก็ช่วยรินน้ำชาให้เสี่ยวเซียนเซียนตามปกติวิสัยคงเพราะหลี่เซียนเซียนวางตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ และสวีเทียนเป่าเองก็มีพื้นนิสัยซื่อสัตย์กตัญญู เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์และน้าบุญธรรมเสียจนดูไม่น่าเป็นห่วงจนเกินไป ทุกคนจึงลืมเลือนข้อเท็จจริงที่ว่า ยิ่งนับวันศิษย์เอกของหุบเขากับเสี่ยวเซียนเซียนที่สักวันต้องเติบโตเป็นสาวและออกเรือน ก็ยิ่งคล้ายจะขลุกอยู่ด้วยกันเนิ่นนานขึ้นเรื่อยๆหากมองข้ามเรื่องที่ว่า ในแต่ละวัน หากไม่ออกเก็บสมุนไพรปรุงยาช่วย เหลือบรรดาสิงสาราสัตว์และผู้คน ศิษย์พี่ใหญ่อย่างสวีเทียนเป่าก็นั่งหลับตาฝึกฝน...ยามนี้พวกเขาทั้งคู่แทบจะใช้เวลาอยู่ร่วมกันตลอดทั้งวันทั้งคืนแล้วด้วย

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (7)

    -7-“บัดซบ! ” หลี่ลู่เหวินที่ลอบมองจากที่ไกลกำหมัดแน่น กัดฟันกรอด “ศิษย์พี่สามบังอาจนัก เขาถึงขั้นหลอกกินเต้าหู้เสี่ยวอี้หรงของพวกเรา! หลอกกินเต้าหู้ไม่พอ ยังคิดอ่านลึกล้ำ โน้มน้าวนาง! หึ...รู้มานานแล้วว่าคนผู้นี้หาใช่พยัคฆ์แต่เป็นหมาป่า ไม่นึกว่ากระทั่งหรงเอ๋อร์ที่เพิ่งจะอายุเพียงหกขวบก็ยังไม่ละเว้น! คุณชายเช่นข้าสังหรณ์ใจอยู่แล้วเชียว ว่าเหตุใดคุณชายตัวโตเช่นเขา จึงจ้องแต่จะคอยหยอกเย้ารังแกเด็กน้อยเช่นนางนัก!”แม้หลี่ลู่เหวินจะดำรงสถานะศิษย์ลำดับที่สี่ของหุบเขา มีสถานนะเป็นศิษย์ผู้น้องของเยว่เทียนเสียง แต่ผู้แซ่หลี่เช่นเขาไม่อาจทำใจยอมรับบุรุษที่ทั้งๆ ที่อายุอานามและความสามารถล้วนเท่าเทียมกัน กลับตัดหน้าแย่งเอาสถานะศิษย์พี่สามของเขาไป ทำให้ “พี่สาม” ตระกูลหลี่ผิงอ๋องเช่นเขาต้องกลายเป็น “ศิษย์พี่สี่” ยามผู้อื่นเรียกขาน เดี๋ยวก็เจ้าสาม เดี๋ยวก็เจ้าสี่ เขาสับสนยิ่งหากตั้งแต่แรกเยว่เทียนเสียงไม่ชิงตัดหน้าแย่งตำแหน่งศิษย์พี่สามไปจากเขา ชีวิตของคุณชายเช่นเขาก็คงไม่สับสนยุ่งยากถึงเพียงนี้กล่าวได้ว่าหลี่ลู่เหวินไม่ถูกชะตาคนผู้นี้ตั้งแต่แรกพบ ยิ่งนับวันก็ยิ่งไม่ชมชอบนิสัย หากจะถามว่าทำไ

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (6)

    -6-เสี่ยวอี้หรงซอยเท้าเล็กๆ วิ่งอย่างรวดเร็ว แต่ไม่เร็วเกินกว่าที่ผู้ฝึกยุทธ์ของหุบเขา โดยเฉพาะคนที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำกว่าใครเพื่อนอยู่ก่อนแล้วอย่างเยว่-เทียนเสียงจะไล่ตามไม่ทันเยว่เทียนเสียงเห็นเสี่ยวอี้หรงของเขานั่งซุกตัวในทุ่งดอกจวี๋ฮวา เอาหน้าซบเข่าร้องไห้ ก็ตกใจ พลันสำนึกได้ว่าคราวนี้อาจกลั่นแกล้งรังแกนางรุนแรงจนเกินไปถึงแม้อาหารจานนั้นจะรสชาติย่ำแย่มากจริงๆ ก็เถอะ...เยว่เทียนเสียงทอดถอนใจ ทรุดตัวลงนั่งชันเข่าเบื้องหน้าเด็กหญิงตัวน้อยปีนี้เยว่เทียนเสียงเพิ่งจะสิบห้าสิบหกปี ทว่าด้วยวัยเพียงสิบห้าสิบหกปีกลับดูสูงใหญ่แกร่งกร้าวราวกับพยัคฆ์หนุ่มตัวหนึ่งก็ไม่ปาน ท่าทีกึ่งคุกเข่าอย่างจนใจต่อหน้าเด็กน้อยวัยห้าหกขวบผู้หนึ่งจึงดูจะว่าอ่อนโยนขัดรูปลักษณ์รึก็ขัด ทั้งยังดูน่าตลกอยู่มากเมื่อตัวก่อเรื่องเข้าถึงตัวน้องเล็กและกำลังออกปากกล่าวคำขอโทษ ผู้ที่เป็นทั้งพี่รองของบ้านตระกูลหลี่แห่งเทียนจินและดำรงสถานะศิษย์พี่รองของหุบเขาเดียวดายจึงรั้งตัวน้องชายสามของตนไว้ รอดูตัวก่อเหตุจัดการแก้ไข ขอขมาต่อน้องสาวตัวน้อยเสี่ยวอี้หรงของพวกเขานั้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ล้วนแล้วแต่ดี เพียงแต่น้องสาวต

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (5)

    -5-หากจะกล่าวว่าหลี่เซียนเซียนให้กลิ่นอายคล้ายเทพเซียนไม่ต่างอะไรไปจากบิดา...หลี่อี้หรงก็ให้ความรู้สึกคล้ายนางมารน้อย พื้นความคิดผิดประหลาด ช่างออดอ้อน ที่มีเนื้อแท้ซุกซน เอาแต่ใจ ไม่ยอมคน ไม่ต่างอะไรไปจากมารดาเลยสักนิดเสี่ยวอี้หรงแม้ยังเยาว์แต่ช่างจับสังเกตและช่างคิดเป็นอย่างยิ่งเป็นต้นว่าระยะนี้นางจับสังเกตได้ว่าท่านแม่มักจะทำอาหารไปออดอ้อนป้อนให้ท่านพ่อที่กรุ่นโกรธ และท่านแม่ที่ใบหน้างอเง้ากำลังแง่งอนสุดกำลังเองก็ออกอาการปลาบปลื้มใจอ่อนเพียงเพราะได้ชิมอาหารรสมือท่านพ่อ นางในวัยหกขวบก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าการเอาอกเอาใจผู้อื่นด้วยอาหารนั้นนับว่าใช้การได้เป็นอย่างยิ่ง จึงมุ่งมั่นติดตามท่านแม่เข้าโรงครัว ขอเรียนรู้กลวิธีทำของอร่อย หลังจากคอยช่วยเป็นลูกมือมาเดือนกว่า ท่านแม่ก็วางใจ ยอมอนุญาตให้นางเริ่มลงมือทำอาหารด้วยตนเองลำพังเสียทีเสี่ยวอี้หรงเริ่มลงมือทำอาหารเป็นครั้งแรกด้วยน้ำตา นางกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าจับไก่ กว่าจะจับได้ก็ไม่กล้ามัด หลังจากมัดได้อย่างทุลักทุเลแล้วก็ยังไม่กล้าฆ่า สุดท้ายพี่ชายช่างตามใจอย่างพี่ชายสามสกุลหลี่ หลี่ลู่เหวิน จึงต้องเป็นผู้ลงมือมัดและฆ่าไก่ให้น้องเล็ก

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (2-4)

    -2-อาจารย์แม่ของพวกเขาคลอดบุตรสาวฝาแฝด ลูกศิษย์อีกห้าคนในหุบเขา โดยเฉพาะลูกศิษย์ลำดับที่สองและสี่ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นพี่ชายพ่อและแม่เดียวกับทารกแฝดสองคนนี้ หรือก็คือเป็น “บุตรที่แท้จริงอย่างลับๆ” ของจ้าวหุบเขารุ่นปัจจุบันและฮูหยิน ย่อมต้องอยากเข้ามาแสดงความยินดี และชมโฉมหน้าทารกน้อยทั้งสอง เรือนหลังใหญ่ใจกลางคฤหาสน์ยามนี้ นับว่าครึกครื้นยิ่งฮูหยินท่านจ้าวหุบเขาชิงตั้งชื่อบุตรสาวไปแล้วหนึ่งคน เกรงอกเกรงใจสามีไม่น้อย จึงเหลือบุตรสาวไว้ให้สามีตั้งชื่อด้วยตนเองหนึ่งคน พวกเขาทุกคนจึงเรียกเด็กน้อยผู้นี้ว่าเป่าเปาเสี่ยวเป่าไม่เหมือนพี่สาว นางชอบร้องไห้โยเยบ่อยๆ ฮูหยินประมุขเยว่อยากให้สตรีที่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ยืนกรานจะเลี้ยงดูบุตรีด้วยตนเองได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ จึงพยายามคว้าข้าวของต่างๆ มาหลอกล่อเสี่ยวเป่า ใครจะนึกว่าเป่าเปาเพียงจับๆ มามองดูก็โยนทิ้งไปเสียหมด โยนทิ้งแล้วก็ร้องไห้เสียงดังจนน่ากลัวว่าภูเขาจะถล่ม ฟ้าจะสะเทือนตอนนั้นเอง ฮูหยินเยว่ก็สังเกตเห็นป้ายหยกที่ฮูหยินท่านจ้าวหุบเขาห้อยเอาไว้ ป้ายหยกชิ้นนี้แวววาวงดงามเป็นอย่างยิ่ง นางฉุกคิดได้ว่าเด็กๆ ชอบของแวววาว จึงขอทดลองเอาป้ายหยกม

  • นางมารน้อยข้ามภพ   ตอนพิเศษที่ 6 หลี่เซียนเซียน หลี่อี้หรง (1)

    จะด้วยบรรยากาศผ่อนคลายสบายใจระหว่างออกท่องยุทธภพเป็นใจหรืออย่างไรก็สุดรู้ ท้ายที่สุด ฮูหยินจ้าวหุบเขารุ่นปัจจุบันก็ตั้งครรภ์บุตรสาวขึ้นมาจนได้...ไม่ใช่แค่เป็นครรภ์บุตรสาวธรรมดาๆ แต่ยังเป็นครรภ์บุตรสาวฝาแฝดที่รูปโฉมบริสุทธิ์งดงาม น่ารักใคร่เอ็นดูเป็นอย่างยิ่งหากนับจากสถานะข้างตระกูลหลี่แห่งเทียนจิน เด็กสองคนนี้ย่อมต้องกลายเป็นคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองของหลี่ผิงอ๋องผู้วางมือจากราชสำนักอย่างไม่ต้องสงสัย ทว่าเมื่อมองจากสถานะข้างหุบเขาเดียวดายที่คนส่วนใหญ่รับรู้ เด็กสาวสองคนนี้ย่อมไม่ต่างอะไรไปจากองค์หญิงตัวน้อยๆ แห่งอาณาจักรเร้นลับในขุนเขาอวี้หลงจะอย่างไรเลือดก็ข้นกว่าน้ำ...แม้หุบเขาแห่งนี้จะเลือกผู้สืบทอดจากศิษย์มาทุกรุ่น ก็ไม่มีใครรับประกันได้ว่าท่านจ้าวหุบเขาผู้ยิ่งนับวันก็ยิ่งรักใคร่หวงแหนภรรยาและบุตรีจะไม่เลือกส่งมอบทุกสิ่งต่อให้บุตรสาวฝาแฝดที่ถือกำเนิดจากฮูหยินคนสำคัญแม้สกุลหลี่มีธรรมเนียมตั้งชื่อบุตรหลานตามลำดับทำเนียบรุ่น ทว่าชื่อเรียกของพวกนางหาได้ตั้งขึ้นตามทำเนียบรุ่น ศาสตร์แห่งดวงชะตา หรือธรรมเนียมปฏิบัติอื่นใดพวกนางสองคน คนหนึ่งถูกเรียกว่า “เซียนเซียน” ส่วนอีกคน ได้ชื่อเรีย

  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 251

    ภายใต้สายตาจับจ้องของอาจู หลี่ผิงอ๋องไม่มีทีท่าว่าจะสะทกสะท้านแม้แต่น้อยตรงกันข้าม เขาฉวยจังหวะนี้สกัดจุด ช้อนอุ้มร่างเธอไปวางลงบนเตียง จากนั้นโน้มตัวตาม ทำเอาลูกศิษย์ที่เคยแอบคิดนอกลู่นอกทางบ่อยครั้งอย่างอาจูรู้สึกทะแม่งๆ ขึ้นมาทะ...ท่าทางแบบนี้มัน...ต้องขอบคุณผลพลอยได้จากการฝึกวิชามารนรกานต์ ต

    last updateHuling Na-update : 2026-03-31
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 246

    เหล่าขุนพลที่เตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้วขยับตัวตามทันทีเวลานี้เสียงเพลงหยุดลงแล้ว ทั่วทั้งลานแม้ไม่สับสนวุ่นวายแต่ระงมด้วยเสียงฮือฮา หลี่ผิงอ๋องเลื่อนมือขึ้นหยิบเข็มเล่มบางที่หลุดรอดมาปักคาปิ่นช่อดอกท้อประดับผมเหม่ยจูออกให้ด้วยท่วงท่าสงบนิ่ง งามสง่าคงเพราะเมื่อครู่นี้นางจิ้งจอกอย่างเธอดึงดูดความสนใจจ

    last updateHuling Na-update : 2026-03-31
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 223

    “พวกเจ้าหนึ่งปีศาจหนึ่งมนุษย์ร่วมมือกันสูบเอาปราณของข้า คิดจะทำอะไร!” คราวนี้เสียงที่ดังขึ้นในหัวเธอเป็นเสียงผู้หญิงอาจูจ้องลึกลงในตาจิ้งจอกแดงตรงหน้าเพียงเท่านั้น มันแผดเสียงในหัวเธอดังลั่น“กลิ่นอายปีศาจจิ้งจอกที่แฝงอยู่ในตัวก็ได้มาเพราะอย่างนี้ใช่หรือไม่!” อาจูตกใจที่บางอย่างตรงหน้าสื่อสารได้

    last updateHuling Na-update : 2026-03-30
  • นางมารน้อยข้ามภพ   บทที่ 229

    เด็กรับใช้คฤหาสน์ปรมาจารย์จางฉวนได้ยินเข้าก็แย้มยิ้ม พออกพอใจ“นั่นเป็นเพราะนายท่านของข้าถ่ายทอดความน่าเกรงขามงามสง่าของท่านอ๋องออกมาได้ไร้ที่ติอย่างไรเล่า!”...หนึ่งครั้งยังพอเข้าใจ สองครั้งชักจะยังไงๆ สามครั้งนี่ชักจะไม่ปกติแล้วอาจูลอบเหลียวมองเด็กรับใช้ปรมาจารย์เจ้าของภาพวาด อดรู้สึกไม่ได้ว่าปร

    last updateHuling Na-update : 2026-03-30
Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status