로그인“องค์หญิงเช่นข้ามีศักดิ์ศรีเป็นของตัวเอง อีกอย่างตัวข้าก็ดีพร้อมทุกด้านไม่จำเป็นต้องเฝ้าตามงอนง้อบุรุษเช่นหัวหน้าองครักษ์เมิ่งให้เสียค่าเสียราคาหรอกกระมัง”
더 보기ณ.เมืองหย่งอัน แคว้นเซี่ย องค์หญิงสามนามโจวอันหนิง พระธิดาในลู่เฟยหรือลู่เหม่ยหลิน สนมรักของฮ่องเต้โจวเมิ่งสือกำลังร้องห่มร้องไห้อย่างน่าสงสารอยู่ท่ามกลางอุทยานอันงดงามแห่งวังหลวง
“ฮือฮือฮือ..ขออภัยเพคะพี่หญิงรอง หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันไม่น่ามายืนเกะกะขวางทางพี่หญิงเลยจริงๆ”
“ดูสิ..ทำพี่หญิงล้มลงแล้วตัวหม่อมฉันเองยังบาดเจ็บไปด้วย หม่อมฉันช่างซุ่มซ่ามยิ่งนัก”
อันหนิงร้องไห้พลางเฝ้าโทษตัวเองที่ทำให้องค์หญิงรองโจวซูฉี พระธิดาในเสิ่นกุ้ยเฟยหรือเสิ่นซูเหยาบุตรีเสนาบดีกลาโหมล้มลงไปกับพื้น
“เกิดอะไรขึ้นนะ?”
ไห่เฉิงไท่จื่อโอรสจิ้งฮองเฮา องค์รัชทายาทแห่งแคว้นเซี่ยพี่ชายขององค์หญิงทั้งสองเสด็จมาพร้อมกับหัวหน้าองครักษ์เมิ่งมู่เฉิน รีบเข้ามาถามไถ่เรื่องราวเมื่อเห็นน้องสาวทั้งสองบาดเจ็บล้มลงไปกองกับพื้นทั้งคู่”
“เสด็จพี่..” ซูฉีตั้งท่าจะร้องไห้คร่ำครวญขอความเห็นใจจากไห่เฉิงไท่จื่อและมู่เฉิน
“เสด็จพี่ เป็นหม่อมฉันไม่ดีเองเพคะ หม่อมฉันมายืนให้อาหารปลาในสระได้พักหนึ่งแล้ว แต่คงเกะกะขวางทางพี่หญิงรองทำให้นางชนหม่อมฉันเต็มแรงจนล้มกลิ้งลงไปทั้งคู่เพคะ”
“ต้องโทษหม่อมฉันที่ไม่มีตาหลัง ไม่รู้จักหลบหลีกทำให้ได้รับบาดเจ็บกันทั้งคู่ ขออภัยด้วยนะเพคะพี่หญิงรอง” อันหนิงรีบกล่าวโทษตัวเองตัดหน้าซูฉี ทำเอานางถึงกับอึ้งไปเลย
‘นังเด็กนี่อยู่ๆเกิดบ้าอะไรขึ้นมากัน ปกติต้องโวยวายไม่ยอมรับผิด มาตอนนี้เหตุใดจึงออกหน้ากล่าวหาตัวเองซะก่อนเล่า’ ซูฉีคิดพร้อมมองอันหนิงด้วยแววตางุนงงสงสัยแฝงความมุ่งร้าย
เสิ่นกุ้ยเฟยมารดาซูฉีริษยาและเกลียดชังลู่เฟยมารดาอันหนิงซึ่งเป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้เมิ่งสือมานานแล้ว จึงปลูกฝังให้ซูฉีเกลียดชังอันหนิงไปด้วย
เนื่องจากอันหนิงเป็นองค์หญิงองค์เล็กของราชวงศ์ ทั้งยังเกิดแก่พระสนมที่ฮ่องเต้เมิ่งสือทรงโปรดมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นลู่เฟยยังเป็นเครือญาติห่างๆทางฝั่งฮองเฮา จึงนับได้ว่าเป็นพวกพ้องเดียวกัน
จิ้งฮองเฮาที่ให้กำเนิดองค์รัชทายาทกับองค์หญิงใหญ่โจวอ้ายเหม่ยพี่น้องฝาแฝดให้กับแคว้นเซี่ยก็รักใคร่เอ็นดูอันหนิงดุจดั่งบุตรสาวแท้ๆ
เนื่องด้วยนางช่วยเลี้ยงดูอันหนิงมาพร้อมกับลู่เฟยซึ่งสุขภาพร่างกายไม่ใคร่จะแข็งแรงนักหลังให้กำเนิดพระธิดาออกมา ทำให้อันหนิงกลายเป็นที่รักของผู้เป็นใหญ่สุดทั้งตำหนักนอกและในวังหลวง
เพิ่มความอิจฉาริษยาให้กับซูฉีมากขึ้น อีกทั้งอันหนิงยังหมายตาบุรุษคนเดียวกับนางคือหัวหน้าองครักษ์เมิ่งมู่เฉิน พระสหายไห่เฉิงไท่จื่อบุตรชายแม่ทัพใหญ่เมิ่งถังจื่อด้วย นางจึงเกลียดขี้หน้าอันหนิงมากนัก
ซูฉีหาเรื่องกลั่นแกล้งใส่ร้าย คอยนินทาลับหลังอันหนิงองค์หญิงสามแห่งแคว้นเซี่ยให้ผู้คนได้รู้กันทั่ว ให้นางกำนัลคนสนิทอย่างเม่ยชิงหยวนไปคอยปล่อยข่าวลือเสียหายทั้งนอกและในวังหลวง
ทำให้ผู้ที่ไม่รู้จักองค์หญิงสามแห่งแคว้นเซี่ยดีพอหลงเชื่อไปตามนั้น แม้นแต่หัวหน้าองครักษ์อย่างมู่เฉินก็เป็นไปด้วย เพราะหลงเชื่อในคำพูดและกิริยาท่าทางเสแสร้งของซูฉีนั่นเอง
ความจริงแล้วอันหนิงมีความดื้อรั้น ร้ายกาจและเอาแต่ใจจริง หากแต่ไม่ได้ร้ายจนไม่น่าให้อภัย ทั้งยังมีสาเหตุที่มาที่ไปของทุกการกระทำ
“ฟังดูแล้วหนิงเอ๋อไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเลยนะ ตรงกันข้าม..นางยืนอยู่ริมสระบัวให้อาหารปลาก่อนหน้านั้นนานแล้วมิใช่เหรอ”
ไห่เฉิงไท่จื่อตรัสตามเรื่องราวที่ได้รับฟังจากอันหนิง ทำให้ซูฉีรู้สึกขัดใจยิ่งนักที่พี่ชายกล่าววาจาเข้าข้างน้องสาวคนเล็ก
จากที่หมายใจหาเรื่องใส่ร้ายใส่ความอันหนิงเหมือนทุกครั้งแต่คราวนี้กลับโดนนางเอ่ยชิงรับผิดเองเสียก่อน
“เสด็จพี่ตรัสเช่นนี้ไม่ถูกนะเพคะ แม้นอันหนิงจะยืนอยู่ที่นี่ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่นางกลับไม่ระมัดระวังถอยหลังมาชนหม่อมฉันราวกับจงใจจนต้องเจ็บตัวเช่นนี้”
ซูฉีกล่าววาจาสีหน้าท่าทางน่าสงสารเรียกร้องความเป็นธรรม
ขณะเดียวกันอันหนิงได้ฟังแล้วก็ลอบยิ้มเยาะนางอยู่ในใจ เพราะซูฉีเสียรู้ พูดจาเข้าทางนางพอดี
การเดินทางล่องเรือเป็นไปอย่างราบรื่น แม้นอันหนิงกับเจินจูจะไม่คุ้นชินในระยะแรกมีอาการเมาเรืออยู่บ้าง แต่ได้ยาสมุนไพรคลายความคลื่นเหียนจากปู่ถังอาการก็บรรเทาลงไปมากไม่นานก็ปรับตัวให้คุ้นชินกับสภาพบนเรือได้ ส่วนจ้าวเหว่ยและคนของเขานั้นเคยลงเรือสินค้าสกุลเมิ่งเดินทางก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่มีอาการเมาเรือแต่อย่างใด“ท่านพี่ดูนั่นสิเจ้าคะ มีปลาตัวใหญ่มากว่ายอยู่ข้างเรือเราด้วย” อันหนิงชี้ไปที่ฝูงปลาสี่ห้าตัวซึ่งกำลังกระโดดโลดแล่นขนานไปกับเรือของพวกเขา ดูร่าเริงสนุกสนานทีเดียว“อ้อ นั่นคือปลาโลมาเป็นปลาที่เป็นมิตรกับผู้คนและอ่อนโยนมาก พวกมันคงอยากทักทายเพื่อนร่วมทางอย่างเราน่ะ” จ้าวเหว่ยตอบอย่างผู้รู้และเคยเห็นมาก่อน“จริงหรือเจ้าคะ ช่างน่ารักและแสนรู้มาก” อันหนิงเอ่ยพร้อมมองสัตว์ทะเลผู้ร่าเริง ยิ้มและยกมือทักทายพวกมัน“ฝูงโลมาน้อยยินดีที่ได้พบพวกเจ้านะ”อันหนิงเอ่ยกับพวกมันพร้อมรอยยิ้มร่าเริงสดใส เจ้าฝูงโลมาน้อยเหมือนรู้ตัวว่าสหายต่างเผ่าพันธุ์กำลังพูดคุยกับมัน บางตัวถึงกับกระโดดม้วนตัวให้ดูเสียเลย
เรือขนาดใหญ่พอๆกับเรือสินค้าแต่กลับเป็นเรือเดินทางท่องเที่ยวแสนสะดวกสบาย มีข้าวของเครื่องใช้อำนวยความสะดวกแทบทุกอย่างไม่ต่างกับยามอยู่บนผืนดิน มีสองชั้นแยกเป็นสัดส่วน มีห้องครัวสำหรับทำอาหาร มีห้องพักสำหรับลูกเรืออยู่เบื้องล่างแบ่งออกเป็นหลายห้องห้องของผู้เป็นนายจัดอยู่บนชั้นสองของตัวเรือ เป็นที่พำนักของคู่สามีภรรยารวมทั้งคนสนิทอย่างเจินจูและจิ่นเยว่ส่วนปู่ถังที่อันหนิงต้องการให้มาอยู่ชั้นสองกับสหายของเขาที่เชิญมาร่วมเดินทางด้วย เอ่ยปฏิเสธขอพักชั้นล่างเพราะสะดวกในการควบคุมเรือและจัดงานในส่วนต่างๆกับลูกเรือทั้งหลายอันหนิงตามใจเขา เพราะลองสำรวจดูแล้วห้องพักด้านล่างก็สะดวกสบายเช่นกัน ทั้งยังมีห้องใหญ่แยกเผื่อเอาไว้เป็นสัดส่วนอีกสองห้อง พอเหมาะพอดีกับปู่ถังและสหาย“หนิงเอ๋อ เย็นนี้มีอาหารทะเลสดใหม่เยอะแยะเลย ท่านปู่ให้ลูกเรือจับสัตว์น้ำขึ้นมาได้มากมาย อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก” จ้าวเหว่ยพูดพร้อมจูงมือพาฮูหยินไปดูวัตถุดิบจากทะเลที่เพิ่งจับได้มาสดๆ“ล้วนเป็นของดี&rdqu
เรือที่จ้าวเหว่ยเป็นเจ้าของนำแล่นออกเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้เป็นเรือลำใหญ่พอตัว เนื่องจากต้องข้ามผ่านท้องทะเลลึก ตัวเรือถูกสร้างจากไม้สนเนื้อดีมีความคงทนต่อน้ำ ยืดหยุ่นสูงไม่ผุกร่อนง่าย ทั้งยังป้องกันแมลงได้ดี มีการใช้ยางไม้กับปูนขาวอุดตามร่องและรอยต่อป้องกันการรั่วซึมมีการเข้าเดือยไม้สร้างความยืดหยุ่นเมื่อเจอคลื่นลมแรง ตัวเรือมีผนังกั้นน้ำเป็นสัดส่วน หากน้ำรั่วเข้ามาภายในห้องหนึ่งส่วนอื่นๆก็ยังคงปลอดภัยทั้งหมดนี้เป็นคำอธิบายของปู่ถัง ซึ่งอันหนิงเพิ่งรู้ว่าปู่ถังตัดสินใจออกเดินทางไกลอีกครั้งเพื่อนางนั่นเอง“ท่านปู่ขอบคุณนะเจ้าคะที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน” อันหนิงเอ่ยกับปู่ถังที่มีใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนมอบให้นางเสมอ“ขอบอกขอบใจอะไรกัน ข้าแค่อยากเดินทางไกลสัมผัสความรู้สึกเก่าๆเมื่อครั้งยังเป็นหนุ่มอีกสักครั้งก่อนจะหมดเรี่ยวแรงนั่นแหละ”“บังเอิญกับที่สามีเจ้ามาบอกแผนการเดินทางพาเจ้าท่องเที่ยวข้ามโพ้นทะเล ข้าไม่วางใจจึงมาควบคุมการเดินทางด้วยตนเอง&rd
“หนิงเอ๋อร้องไห้ทำไม เจ้าไม่ดีใจงั้นหรือ” จ้าวเหว่ยตกใจถามเสียงอ่อน “เปล่าเจ้าค่ะ ข้าดีใจ ดีใจมากที่สุด ท่านอุตส่าห์เตรียมการทุกอย่างเพื่อข้า กระทั่งลาออกจากตำแหน่งแม่ทัพ ละทิ้งงานที่ท่านรัก”พูดถึงตอนนี้หยาดน้ำตาใสๆก็ไหลรินออกมาจากดวงตางดงามมากขึ้น“ข้าไม่อยากเห็นแก่ตัว ท่านพี่ไม่จำเป็นต้องเสียสละทำเพื่อข้าถึงเพียงนี้เลยเจ้าค่ะ”อันหนิงร้องไห้ซบใบหน้าเล็กๆลงบนแผ่นอกกว้างของสามี หยาดน้ำใสๆหลั่งรินลงไปบนเสื้อของเขาซึมเข้าไปถึงผิวเนื้อด้านใน จ้าวเหว่ยกอดกระชับร่างเล็กบางเข้ามาแนบกายมากยิ่งขึ้น“หนิงเอ๋อ อย่าร้องไห้เลยนะคนดี”“ข้าเป็นทหารรับใช้บ้านเมืองมานานกว่าสิบปีแล้ว ยามนี้แว่นแคว้นสงบสุขทั้งยังมีพันธมิตรน่าเชื่อถือไว้วางใจได้และแข็งแกร่งอย่างแคว้นหนานยากที่จะเกิดปัญหาใด”“ก่อนหน้านี้ข้าก็ขุดรากถอนโคนข้าศึกศัตรูไปหมดแล้ว ไม่มีผู้ใดแข็งแกร่งพอที่จะทำร้ายบ้านเมืองเราได้ ข้าจึงตัดสินใจเช่นนี้”
อันหนิงเริ่มจากการตกแต่งสวนภายนอกจวนแม่ทัพให้ดูงดงามทั้งยังได้ประโยชน์มากมายจากพืชผลที่นำมาลงเอาไว้ อีกทั้งนางยังปลูกพืชผักสวนครัวบริเวณด้านหลังจวนด้วยซึ่งก่อนหน้านี้จ้าวเหว่ยปล่อยเอาไว้เป็นที่ว่างเปล่าเพียงตัดแต่งต้นหญ้าไม่ให้ขึ้นรกรุงรัง ทำให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้นแต่ตอนนี
ซูฉีหน้าซีดเผือดไม่แพ้เสิ่นกุ้ยเฟยที่คิดไม่ถึงว่าแผนการส่งบุตรสาวเป็นฮองเฮาแคว้นหนาน ต่อเติมความฝันที่นางทำไม่สำเร็จ นอกจากจะล้มเหลวไม่เป็นท่าแล้วยังก่อให้เกิดหายนะตามมาด้วย“ทหาร!! นำตัวเสิ่นกุ้ยเฟยและองค์หญิงรองไปกักบริเวณไว้ในตำหนักเย็นรอลงอาญา” ฮ่องเต้เมิ่งสือตรัสสุรเสียงกึ
“พรุ่งนี้ข้าจะออกนอกวังหลวง ตั้งใจพาหนิงเอ๋อที่เพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้ไปเที่ยวเล่นให้สบายใจเสียหน่อย” ไห่เฉิงไท่จื่อกล่าว“เช่นนั้นกระหม่อมจะจัดองครักษ์ไปคอยคุ้มกันไท่จื่อกับองค์หญิงสามพ่ะย่ะค่ะ” มู่เฉินตอบกลับไป“ขอบใจ..แต่เจ้าไม่ต้องไปด
“เจ้าไม่ต้องทำสีหน้าแววตางุนงงสงสัยเช่นนั้นหรอก ก่อนหน้านี้ที่ข้าไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องของเจ้ากับน้องหญิงทั้งสองคน เพราะข้าต้องวางตัวเป็นกลางไม่พูดเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”“แต่ยามนี้มันต่างกัน หนิงเอ๋อน้องเล็กของข้าตัดใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับเจ้าแล้ว ดังนั้นข้าสามารถส่งเสริม






리뷰