เข้าสู่ระบบ
หลังตะวันตกดิน...
จันทร์เสี้ยวเหลืองนวล ชวนให้นึกถึงรอยยิ้มหยิ่งผยองในชั่วยาม[1]แรก และดูเปล่งประกายเยาะเย้ยยิ่งขึ้นในชั่วยามต่อๆ มา
สาเหตุเดียวที่ทำให้อาจูต้องหอบสังขารใกล้ร่วงโรยของเด็กสาวผิวพรรณเกลี้ยงเกลาเหมือนหยกขาวพิสุทธิ์ ร่างบางเหมือนกิ่งหลิว เส้นผมดำขลับเหมือนหมึก...ที่แม้จะสั้นกว่าที่บรรยายเอาไว้ในนิยายจีนหลายๆ เรื่อง แต่ก็ยังยาวระบั้นท้าย แถมยังเอาแต่พลิ้วสยาย พันไม้พันมือ ดูรุ่มร่าม มาทนคุกเข่าต่อหน้าหน้าผาลึกสุดหยั่งให้ดวงจันทร์ยิ้มหยันเล่นแบบนี้ มีเพียงสาเหตุเดียวเท่านั้น คือเรื่องเหลือเชื่อและยิ่งกว่าโง่เง่าที่เกิดขึ้นต่อๆ กันเป็นคอมโบ[2] จัดหนักจัดเต็มยิ่งกว่าโปรโมชั่นย้ายค่ายสัญญาณโทรศัพท์มือถือ
นี่ไม่ใช่ร่างกายเธอ ยุคสมัยนี้ก็ไม่ใช่ยุคสมัยของเธอ
ตั้งแต่เกิดและใช้ชีวิตมายี่สิบห้าปี เธอชื่อป้อจู[3] ใครต่อใครเรียกอาจู มีชื่อไทยที่พวกญาติๆ ไม่ค่อยจะเรียกกันว่าเมษา เป็นคนไทยเชื้อสายจีน เกิดและโตในเยาวราช วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดอายุ 25 เธอจึงเลือกฉลองวันเกิดเบญจเพสให้ตัวเองด้วยการซื้อทัวร์ ‘ตามรอยมังกรหยก’ ทัวร์รูปแบบเก๋ไก๋ ที่ให้บรรดาลูกทัวร์แต่งชุดโบราณย้อนยุค แล้วพาท่องเที่ยวไปตามสถานที่ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยายจีนกำลังภายในที่เธอชื่นชอบจนถึงขั้นคลั่งไคล้
เธอซื้อแพคเกจมาเที่ยวจีน...ไม่นึกว่าแพคเกจทัวร์ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่พาไปดูเมืองโบราณต้าลี่ เยี่ยมชมเมืองโบราณลี่เจียง ดูหิมะที่หุบเขาหิมะมังกรหยก แล้วพาท่องไปในทุ่งหญ้าหวินซานผิงมลฑลยูนนาน แต่มันยังพาเธอทะลุมิติข้ามกาลเวลามาอยู่ในร่างเด็กสาวสารร่างอ้อนแอ้นบอบบางผมยาวเฟื้อยร่างนี้อีกต่างหาก!
นึกถึงสาเหตุที่ทำให้วิญญาณเธอทะลุมิติข้ามกาลเวลามาแล้วก็อยากจะหัวเราะ...
ตอนนั้นเพราะสังเกตเห็นกระบี่เขรอะสนิมแปลกๆ วางอยู่ในโพรงต้นไม้ในทุ่งหญ้าหวินซานผิง ต่อให้ไม่ตีลังกาดูก็มั่นใจว่าไม่ใช่ของจัดแสดง เธอสงสัยปนคิดว่าอาจเป็นของโบราณตกสำรวจ ก็เลยหวังดีอยากช่วยแหวกเถาวัลย์ เขี่ยปัดฝุ่นออกจากของที่อาจเป็น ‘วัตถุโบราณตกสำรวจ’ ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากจะดูให้ถนัดๆ ก่อนกระโตกกระตากโวยวาย ใครจะคาดคิดว่าความหวังดีไม่เข้าเรื่องนั่นจะทำให้โดนงูฉกมือ หมดสติไป แล้วพอรู้สึกตัวอีกที ก็มาอยู่ในร่างสาวน้อยดวงกุดร่างนี้แล้ว
เธอไม่รู้หรอกว่ายายเด็กนี่เป็นใคร รู้แต่ว่าวินาทีแรกที่รู้สึกตัวขึ้นมา ในใจของเด็กคนนี้เหมือนมีกลุ่มก้อนความโกรธแค้นอัดแน่นไปหมด แต่เค้นสมองนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก ข้อมูลที่รู้ก็มีแค่เรื่องที่ดูเหมือนเด็กสาวคนนี้จะประสบอุบัติเหตุ พลัดตกเขา แล้วได้อิตาจอมยุทธที่เหมือนจะมีดีแค่หน้าตาช่วยเอาไว้
ร่างนี้กำลังจะหายดี...แต่พอเธอฟื้นขึ้นมา เธอดันกินยาของอิตาจอมยุทธนั่นสลับขวดจนต้องพิษร้ายแรง สุดท้ายก็เลยโดนคนหน้าน้ำแข็งไร้คุณธรรมนั่นทิ้งไว้กลางป่าพร้อมกับเงินถุงไม่ใหญ่ไม่เล็กหนึ่งถุง นัยว่าจะปล่อยให้ไปเผชิญโชคเอาเอง
เคราะห์ยังดีที่ดูเหมือนอิตานี่จะโด่งดังพอตัว พอลองบอกลักษณะท่าทางพร้อมทั้งบอกกลุ่มชาวบ้านที่ผ่านทางว่า "ชีวิตข้านับแต่นี้ล้วนขึ้นอยู่กับเขา ข้าไม่เหลือที่พึ่งอื่นใดอีกแล้ว หากชาตินี้ไม่ได้พบเขาอีก ข้าต้องตายแน่ๆ!"
พวกชาวบ้านก็ช่วยพามาส่งให้จนถึงที่ ปากก็ว่า "คุณหนู หากจ้าวหุบเขาโฉดนิสัยโหดเหี้ยมผู้นี้ไม่ใยดี ก็อย่าได้คิดอะไรวู่วาม หากใช้ความอดทนและความอ่อนโยนสักมากหน่อย จ้าวหุบเขาจะต้องใจอ่อนเป็นแน่ เอ้อ...อย่างน้อยก่อนจากไปก็ช่วยทำให้คนผู้นี้ลดความตระหนี่เถรตรงลงสักนิด—อุ๊บ!"
ท้ายประโยคกลายเป็นเสียงแปลกประหลาด เพราะมีบางคนในกลุ่มชาวบ้านที่เข้ามาหาของป่าและล่าสัตว์ด้วยกัน ฟาดท่อนแขนใส่คนพูดเต็มแรง อาจูก็เลยพอจะเดาได้ ว่าสาเหตุที่ชาวบ้านพวกนี้ใจดีต่อเธอ เป็นเพราะมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝง...
นี่พวกเขาคงคิดว่าเธอมีซัมติงรอง[4]กับอีตาหน้านิ่งนั่น ก็เลยคิดจะใช้เธอกล่อมเกลาตาบ้านั่นนะสิ...
เหอะ...ให้มารดาเขามากล่อมเกลาเขาเองเถอะ ที่เธอต้องการคือถอนพิษในร่างน้อยๆ ร่างนี้ต่างหาก!
แต่ก็อีกนั่นแหละ...ปากทางเข้า ‘หุบเขาเดียวดาย’ ไม่มีสะพาน เธอที่ไม่มีวรยุทธก็เลยบุกเข้าไปอ้อนวอนเขาไม่ได้ ได้แต่ใช้ท่าไม้ตายจากบรรดานิยายกำลังภายในที่เคยอ่านอย่างการนั่งคุกเข่า ประกาศกร้าวว่าจะไม่ลุกขึ้นจนกว่าอิตาบ้านั่นจะยอมรับเป็นศิษย์ เพราะดูเหมือนจะเป็นทางเดียวที่จะช่วยต่อชีวิตให้ร่างน้อยๆ ร่างนี้
โอย...อยากจะบ้า...
อาจูกัดริมฝีปากแน่น พยายามฝืนประคองให้ร่างโทรมเหงื่อยังคงตั้งตรงอยู่ได้ กลัวว่าถ้าล้มลงเมื่อไหร่ ตัวเองอาจหลับใหลตลอดกาลในร่างคนอื่น แถมยังเป็นในโลกต่างมิติที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นยุคสมัยไหน รู้แต่ว่าน่าจะเป็นแผ่นดินจีนโบราณยุคสมัยที่มีจอมยุทธนั่งเดินลมปราณ มีจ้าวหุบเขา มีวิชาตัวเบา กระโดดทีเดียวก็ปีนต้นไม้ข้ามหุบเขาได้ง่ายๆ มีอะไรอะไรตั้งไม่รู้เท่าไหร่ชวนให้ตื่นตาตื่นใจ...
วิวดีมีหนุ่มหล่อแถมมีเรื่องน่าตื่นเต้นก็ดีอยู่หรอก ร่างนี้ก็ยังเอ๊าะๆ แถมยังทั้งสวยทั้งตัวหอมจนผีเสื้อหลงคิดว่าเป็นดอกไม้อีกต่างหาก อะไรก็ดี๊ดี ดีไปหมด เสียอย่างเดียวที่มันไม่ใช่ความฝัน...
ถ้าเป็นแค่ความฝันก็รีบตื่นทีเถ๊อะ!!!
ถ้าเป็นแค่ความฝัน จะเจ็บจะตายก็ไม่เป็นอะไรหรอก แต่นี่ดันมาปรากฏตัวในร่างคนอื่น มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก มีชีวิต เกิดบาดเจ็บจนตายไปจริงๆ ขึ้นมา เจ้าของร่างนี้จะเป็นยังไง? ที่สำคัญกว่านั้นใครจะรับประกันได้ว่าถ้าตายในโลกนี้แล้วจะได้กลับร่างเดิมในโลกเก่า?
ยิ่งคิดอาจูก็ยิ่งคันหัวใจ ทั้งมโนธรรมทั้งความรักชีวิตทำเอาคนดวงกุดหลงยุคยิ่งโกรธตัวเองจนไม่รู้จะด่าตัวเองเป็นภาษาอะไรดี
อันที่จริง ได้ชะแวบมาอยู่ในร่างสาวสวยวัยขบเผาะ ได้เจอจอมยุทธหล่อๆ มาดเจ้าชายเย็นชาตรงตามสเปคพระเอกนิยายในดวงใจก็ฟินมากจริงๆ อย่างที่ว่านั่นแหละ แต่ไอ้เรื่องที่ต้องมาตายเพราะกินยาสลับขวดตั้งแต่วันแรกๆ ที่ฟื้นขึ้นมาในโลกต่างยุคต่างมิตินี่...มันออกจะดูโง่เกินไปหน่อย
ทั้งโง่และซวยบรมเลย!
ท่ามกลางความเงียบงัน ร่างอ้อนแอ้นอ่อนแรงพยายามเค้นเสียงตะโกนให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้
“จ้าวหุบเขาผู้เมตตา...ได้โปรดรับข้าเป็นศิษย์”
ศิษย์...
ศิษย์...
ศิษย์...
เสียงสะท้อนหวานๆ ค่อนไปทางเย็นยะเยือกคล้ายภูตผีไร้เรี่ยวแรง ทำให้หุบเขาปักป้ายสลักอักษรจีนสั้นๆ ว่า ‘เดียวดาย’ ในยามนี้ ดูน่าขนลุกขึ้นหลายส่วน
ท่ามกลางบรรยากาศสั่นประสาท เจ้าของเสียงขยับมือกุมเข่าที่เจ็บจนชา เริ่มสงสัยว่าคนเราจะตายเพราะปวดเมื่อยได้หรือเปล่า
มือกุมเข่า สมองก็ก่นด่า ไม่กล้าปริปากให้เจ้าตัวเขาได้ยิน
โอย...ไอ้จ้าวหุบเขาหน้าหล่อใจหินนี่ ใจคอจะให้สาวน้อยคุกเข่าจนตายเลยหรือไง!
ผ่านไปหลายชั่วยาม หลังจากที่สมองน้อยๆ ค่อยๆ ว่างเปล่า ภาพเบื้องหน้าเริ่มหมุนคว้าง อาจูถึงได้แน่ใจว่าสิ่งที่ตัวเองคิดอาจจะจริง
อิตาจ้าวหุบเขาใจดำคนนี้ คงไม่แคล้วคิดจะปล่อยให้เธอตายไปทั้งอย่างนี้จริงๆ แล้ว...
“ปาป๊ามาม๊าบนสวรรค์...หนูจะตามไปหาแล้วนะ” อาจูพึมพำเป็นภาษาไทยเสียงสั่น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเลือกพูดออกมาเป็นภาษาไทย ทั้งๆ ที่สมองก้อนน้อยๆ หรืออาจเรียกว่าความคุ้นชินของร่างนี้ มักทำให้ทุกประโยคที่พูดออกมา กลายเป็นภาษาจีนที่เธอเองก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นภาษาจีนโบราณหรือไม่โบราณแค่ไหน บางทีเธอคงจะอยากตายในฐานะ ‘ป้อจู’ มากกว่าเด็กสาวความจำเสื่อมไร้ชื่อเรียกละมั้ง
เพียงเสี้ยววินาทีหลังเอ่ยประโยคนั้น ร่างน้อยๆ ดูบอบบางค่อยๆ เอนตัวล้มลงช้าๆ ชนิดที่ว่า ถ้าอาจูมีตาทิพย์มองเห็นตัวเองในตอนนี้ เธอคงยกมือขึ้นชี้หน้าตัวเองแล้วตะโกนใส่ดังๆ ว่า
“ละครมาก!”
แต่เธอไม่ได้เห็น...
เธอหมดสติไปทั้งอย่างนั้น
[1] หนึ่งชั่วยาม เท่ากับสองชั่วโมง
[2] ในที่นี้คือ Combo set หรือชุดคำสั่ง สำหรับนักเล่นเกม คอมโบหมายถึงชุดการโจมตีต่างๆ
[3] ป้อ 宝 แปลว่าของมีค่าหรือของวิเศษ และจูตัวนี้แปลว่าไข่มุก รวมกันแล้วหมายถึงไข่มุกล้ำค่า หรือ ไข่มุกวิเศษ **คนไทยเชื้อสายจีน ส่วนใหญ่เป็นชาวแต้จิ๋วค่ะ อาจูก็เป็นคนไทยเชื้อสายจีนแต้จิ๋ว
[4] something wrong
หลี่หยางส่ายหน้าน้อยๆ“เป็นเพราะพิษในร่าง...ก็เลย...”เป็นอย่างที่เธอคิดไว้ไม่มีผิดอิรุงตุงนัง...ปัญหามันอิรุงตุงนังไปหมดจนไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงดีแล้วทางนั้นก็ยาพิษ ทางนี้ก็ปราณมาร...จริงสิ...ถ้าจะให้ดีควรปรุงยาถอนพิษแก้พิษในร่างออกไปก่อน จากนั้นก็กำจัดปราณมารออกไป...ใช่! มีแต่ต้องทำแบบนี้เท่านั้น!“ซือฝุ...ท่านพอจะจดจำวิธีปรุงยาถอนพิษในร่างของพวกเราสองคนได้หรือไม่?”หลี่หยางพยายามนึกตาม แต่สุดท้ายก็คว้าได้เพียงอากาศ พ่วงตามมาด้วยอาการปวดหัวอย่างหนัก ที่จดจำได้ก็มีแต่เรื่องที่ยาพิษชนิดนี้ยังไร้ยาถอนพิษเท่านั้นเห็นอีกฝ่ายเลื่อนมือขึ้นกุมขมับแน่น อาจูก็รีบบอกเสียงสั่น “ไม่ต้องแล้ว ท่านไม่ต้องนึกแล้ว พวกเราไม่ใช้ยาถอนพิษก็ได้ ท่านไม่ต้องนึกแล้ว!” อาจูไม่รู้ตัวว่าเผลอร้องไห้ออกมาอีกจนได้น้ำตาร้อนๆ ที่หยดรดแผงอก ดึงหลี่หยางออกจากความคิดทั้งหมดทั้งมวลนี่เขา...ทำนางร้องไห้อีกแล้ว?เหนือกว่าอาการปวดหัว ในยามนี้มันคือความเสียใจหลี่หยางเชยคางเล็กๆ ขึ้น จ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามตรงหน้า ดึงลูก-ศิษย์ที่กลายเป็นภรรยาเข้าจุมพิตถูกแล้ว...แม้เมื่อครู่เหตุการณ์จะดำเนินไปเพียงครึ่งๆ กลางๆ ทว่าควา
ท่านอ๋องจอมมารเห็นท่าทางนั้นก็ลดริมฝีปากลง จุมพิตแนบแน่น เนิบนาบ เลื่อนมือขึ้นปลดถอดเสื้อผ้าตนเองและคนด้านล่างอย่างเชื่องช้าอาจูถูกโจมตีด้วยความคิดมากมายจนสับสน ทั้งอย่างนั้นจนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าขยับตัว กว่าจะรู้ตัวก็เผลอคล้อยตามความนุ่มนวลวาบหวาม ยอมคล้องแขนกอดคอเขาไว้ตามที่อีกฝ่ายจัดวาง“ข้าสาบาน...ต่อให้ข้าทำร้ายคนทั้งโลก ก็จะดีต่อเจ้าตลอดไป” เขาพร่ำพูดขณะจูบพรมไปทั่วไม่...“ข้าสาบาน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะไม่ปล่อยมือจากเจ้า”ไม่ได้...“ข้าสาบานว่าข้างกายจะมีเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”เธอ...กับเขา...ในตอนที่บางส่วนของเขาจะเข้ามาในร่าง อาจูก็ได้สติ ตระหนักถึงความจริงข้อสำคัญคนคนนี้กำลังขาดสติ!มารราคะนี่กำลังล่อลวงเธอนี่ไม่ใช่ซือฝุของเธอ...ไม่ใช่เขา!ไวเท่าความคิด อาจูกระถดถอยหนีกำลังจะผลักร่างเขาออกไป กลับโดนรวบสองมือกลับตรึงไว้เหนือหัว บดริมฝีปากทั้งปล้ำจูบ ทั้งขบกัด กระซิบเสียงแหบพร่า“สายไปแล้ว...เด็กน้อย...”บางอย่าง...บางอย่างที่ทั้งยาว ทั้งใหญ่ ทั้งแข็งเกร็งแทรกเข้ามาในตัวเธอชั่วอึดใจนั้นอาจูรู้สึกเหมือนจะปริแยกเป็นสองส่วน น้ำตารินออกมาเป็นสายนี่เธอ...นี่เขา...
อย่าลืมไปสั่งจองนางมารน้อยข้ามภพ ฉบับรูปเล่ม สามเล่มจบนะคะ มีการ์ตูนแถมในเล่มด้วยน้า ทักแชทเพจ เจ้าหญิงการเวก นะคะไม่...ไม่นะ...ต้องไม่ใช่แบบนี้...อะจูสะอื้นฮัก อยากจะรวบรวมพลังปราณมาผลักเขาออกไป ก็กลัวพลาดพลั้งทำให้คนด้านบนบาดเจ็บภายในขึ้นมาจริงสิ...จู่ๆ อาจูก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นได้เธออาศัยจังหวะนี้ จับสองมือของเขาแน่น ถ่ายปราณดีทั้งหมดในร่างให้คนด้านบนทันที!“นี่ นี่เจ้า!” จู่ๆ เด็กสาวในอ้อมกอดก็ถ่ายปราณดีมาให้ หลี่หยางตกใจจนได้สติ ถ้าความทรงจำที่เขาได้กลับคืนมาไม่ผิดเพี้ยน ในร่างของนางเองก็มีปราณมารแฝงอยู่เช่นกัน ไม่แน่ว่ายามนี้ปราณมารเหล่านั้นจะเติบใหญ่ขึ้นมากแล้ว หากปล่อยให้นางถ่ายปราณดีทั้งหมดมาให้เขา เช่นนั้นนางก็คงไม่แคล้ว...ไม่! เขาจะไม่ปล่อยให้นางถูกปราณมารพวกนั้นครอบงำเด็ดขาด!จะไม่ยอมให้นางต้องเป็นเหมือนอย่างเขา!หลี่หยางรีบใช้ปราณอันกล้าแข็งในร่างของตนเองส่งปราณจากร่างในอ้อมแขนกลับคืนให้เจ้าของทันที!“อย่านะ...” อาจูร้องห้าม แต่กระทั่งพลังปราณที่มีก็ยังสู้คนตรงหน้าไม่ได้อาจเพราะเผลอถ่ายปราณดีของตนเองมาให้เธออีกมากมาย นัยน์ตาของหลี่หยางยิ่งนานเข้าก็ยิ่งหม่นแสงลงนี่
เสี่ยวปาตกใจจนตัวสั่น ทว่ากลับรีบก้าวขาออกมาบังร่างนายหญิงน้อยไว้ ชิงเหลียน สาวใช้ชั้นสูงข้างกายอาจูรู้ดีว่าใบหน้าของสตรีเป็นสิ่งสำคัญ รีบขยับเข้ามา จะดูอาการนายหญิง แต่เจ้าตัวอย่างอาจูรีบยกมือห้ามเอาไว้ตอนนี้เธอโกรธ...เธอชักจะโกรธมารระคะบางคนที่เอาแต่ฉุนเฉียวเกรี้ยว-กราดอาละวาดขว้างปาข้าวของไม่รู้จักดีชั่วแล้ว!“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ห้ามก้าวขาเข้ามายุ่มย่าม ห้ามกระโตกกระตากโวยวายหรือเอาเรื่องใดไปรบกวนความสงบสุขขององค์หญิงผิงหยางและนายท่านรองทั้งนั้น เข้าใจหรือไม่!”เสียง “เจ้าค่ะ” และ “ขอรับ” ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันทันทีในความคิดของเหล่าข้ารับใช้ สาเหตุที่ระยะนี้ท่านอ๋องหงุดหงิดงุ่นง่านอาละวาดฟาดหัวฟาดหาง ขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์อย่างที่ไม่เคยกระทำมาก่อนเช่นนี้ ล้วนเป็นเพราะพิษรักทั้งสิ้น หาใช่พิษจากสัตว์เลี้ยงตัวนั้นของนาย-หญิงน้อยไม่ในเมื่อพิษนี้เกิดจากนายหญิงน้อย ผู้ที่จะแก้ไขเรื่องนี้ได้ก็มีแต่นายหญิง-น้อยเท่านั้น!ในฐานะข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ที่ต้องการเห็นตำหนักผิงอ๋องแห่งนี้กลับคืนสู่ความสงบสุข พวกเขาพร้อมสนับสนุนให้ท่านอ๋องและนายหญิงน้อยคืนดีกั
หากเขาไม่อาจหยุดคิดเรื่องพวกนี้ก็มีแต่จะต้องรีบกินยานั่นของผู้อาวุโสกัว ทำให้ตนเองหมดสติไปก่อนจะเสียสติ คลุ้มคลั่ง พ่ายแพ้ให้ปราณมารดื้อรั้นเหล่านี้!“ท่านอ๋อง!” เสียงเรียกที่มาพร้อมๆ กับเสียงเปิดประตูดังขึ้นในชั่วอึดใจ ไช่-เฉวียนที่ระยะนี้รับหน้าที่ให้ยาแทนนายหญิงน้อย รีบปราดเข้าประคองท่านอ๋องซึ่งยามนี้ยืนค้ำร่างอยู่ที่โต๊ะแปดเหลี่ยมใจกลางห้อง สีหน้าหม่นครึ้มเขาประคองท่านอ๋องของตนไปยังเตียงนอนเหมือนทุกครั้ง ก่อนคุกเข่าลงข้างเตียง กล่าวเสียงสั่น “ท่านอ๋อง...เป็นเพราะข้าสะเพร่าจึงเพิ่งสังเกตว่ายาของท่านกัวหมดลงแล้ว! ข้าให้องครักษ์ที่มีวิชาตัวเบาเลิศล้ำไปแจ้งท่านกัวแล้ว ทว่า...ท่านกัวยามนี้ล้มป่วย ไม่รับแขก ไม่พบปะผู้ใดทั้งสิ้น ยาของท่าน...”ต่อให้ไช่เฉวียนพูดไม่จบประโยค หลี่หยางก็คาดเดาได้หมดแล้ว...ยานอนหลับสงบเส้นประสาทพวกนั้น...จริงสิ...เขายังปรุงยาขึ้นเองได้!“พาข้า...พาข้าไปที่เรือนหลันฮวาเดี๋ยวนี้!”ไช่เฉวียนได้ยินชื่อเรือนแล้วก็นึกถึงนายหญิงของเรือนแห่งนั้นทันทีหรือว่า...หรือว่าท่านอ๋องที่ทุกข์ทรมานเพราะอาการป่วยเกิดระลึกถึงนาย-หญิงน้อยจนพานหายโกรธเคืองนางแล้ว?“ท่านอ๋อง อากา
เมื่อได้รับปราณมารอันเข้มข้นของตนเองกลับคืนมา ทั้งยังได้ความทรงจำที่ขาดหายไปกลับคืนมาแทบทั้งหมด แม้จะจำได้ไม่ครบทุกเรื่อง แต่เพียงแค่เรื่องที่จดจำได้ โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับ “จวี๋ฮวา” ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาต้องถกเถียงกับตนเองจนปวดหัว ความคิดมากมายต่อยตีกันไม่หยุดจนสับสนเขาพยายามแล้ว พยายามที่จะขับปราณมารพวกนี้ออกไป แต่ปราณมารพวกนี้กลับคล้ายมีชีวิตจิตใจเป็นของตนเอง พวกมันทั้งดื้อดึง ทั้งรู้จักต่อต้าน เขาที่ไม่อาจเดินลมปราณต่อเนื่องยาวนานนักเพราะยาพิษที่ตนเองคิดค้นขึ้นจึงไม่อาจขับปราณมารพวกนี้ออกไปจากร่าง ครั้นคิดจะปรุงยาแก้พิษ ก็ติดที่ว่ายังหายาแก้พิษชนิดนี้ไม่ได้ อีกทั้งตัวยาที่จำเป็นต้องใช้ก็ล้วนหายากยิ่งครั้งนั้นเซี่ยซูเหยาหลอกล่อให้เขาไปติดกับ กักขังเขาไว้ในค่ายกลดูดพลังที่พวกปีศาจจิ้งจอกร่วมด้วยช่วยสร้างขึ้น สุดท้ายเขาจึงพลาดท่า ถูกปีศาจพวกนั้นมะรุมมะตุ้ม รุมเข้ามาลบความทรงจำในตอนที่จวนตัว รู้แล้วว่าศิษย์พี่หญิงของตนตั้งใจจะทำอะไร เขาตัดสินใจกลืนยาพิษที่คิดค้นขึ้นเพื่อใช้ควบคุมตนเองซึ่งอาจสูญเสียความทรงจำทั้งหมด จนเผลอใช้ชีวิตอย่างไม่ระวัง พลาดพลั้งโดนปราณมารครอบงำ หรือคลุ้







