LOGINในชาติที่แล้ว หลินชิงเยียน ได้แต่งงานกับขุนนางหนุ่มอนาคตไกลที่นางรัก ทว่าเบื้องหลังความสุขกลับเต็มไปด้วยหยดน้ำตาและความขมขื่น ในขณะที่ หลินเยี่ยฉือ พี่สาวต่างมารดาผู้ริษยา เลือกเข้าวังไปเป็นสนมของฮ่องเต้ทรราช เซียวจื่อเซียน แต่กลับพ่ายแพ้ต่อเล่ห์เหลี่ยมจนถูกประหารชีวิต ก่อนตายเยี่ยฉือได้วางยาพิษสังหารน้องสาวให้ตายตกไปตามกัน เมื่อทั้งคู่ลืมตาตื่นขึ้นมาในวันเลือกคู่เยี่ยงชาติก่อน เยี่ยฉือที่เข็ดขยาดจากวังหลังจึงชิงเลือกขุนนางหนุ่มหวังเสวยสุข ส่วนชิงเยียนที่รู้ซึ้งถึงความจริงใจ (หรือความหลอกลวง) ของชายคนนั้น จึงยอมก้าวเข้าสู่กรงทองที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด นางต้องเปลี่ยนความอ่อนหวานให้เป็นอาวุธ ใช้รูปโฉมและสติปัญญาพิชิตใจฮ่องเต้ผู้เย็นชา และกำจัดศัตรูที่เคยสังหารพี่สาวนางในชาติก่อน เพื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง
View Moreสิบปีผ่านไป...ท่ามกลางความเงียบสงบของ 'ศาลาคืนวาร' ที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดในอุทยานหลวง หลินชิงเยียนในวัยสามสิบเศษยังคงความงดงามไว้อย่างน่าอัศจรรย์ ท่วงท่าของนางบัดนี้เต็มไปด้วยความสุขุมของมารดาแห่งแผ่นดิน นางกำลังนั่งมองเซียวหมิงอวี่ รัชทายาทวัยสิบห้าปีที่กำลังขะมักเขม้นกับการคัดอักษร และบุตรสาวคนเล็ก องค์หญิงเซียวหลิงเอ๋อร์ วัยแปดขวบที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับผีเสื้ออยู่ไม่ไกล"เสด็จแม่พะยะค่ะ..." หมิงอวี่วางพู่กันลงแล้วเงยหน้าขึ้น "ลูกสงสัยนัก ในตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์บันทึกไว้เพียงว่าเสด็จแม่ทรงฝ่าฟันอุปสรรคมามากมายจนได้ครองบัลลังก์หงส์ แต่เหตุใด... ในแววตาของเสด็จแม่ยามมองไปยังตำหนักเย็น หรือจวนตระกูลหลินที่ร้างผู้คน ถึงได้ดูเศร้าสร้อยและลึกซึ้งเพียงนั้น?"ชิงเยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง นางวางถ้วยชาลงช้าๆ แล้วกวักมือเรียกบุตรชายเข้ามาใกล้ "หมิงอวี่... โลกนี้ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่าย ความสงบที่เจ้าเห็นในวันนี้ แลกมาด้วยหยดเลือด น้ำตา และการตัดสินใจที่ยากลำบากในอดีต""ลูกอยากรู้พะยะค่ะ... ว่าแท้จริงแล้ว 'ชัยชนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคืออะไร? คือการกำจัดศัตรูให้พินาศสิ้น หรือคือการครอบครองอำนาจ?"ชิงเย
เวลาผันผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไหลรินอย่างสงบ ห้าปีผ่านไปนับตั้งแต่พิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ บัดนี้แผ่นดินชิงก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่งความมั่งคั่งและร่มเย็นอย่างถึงขีดสุด ราษฎรต่างสรรเสริญการปกครองของมังกรผู้ปรีชาและหงส์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตาภายในอุทยานหลวงที่เต็มไปด้วยดอกเหมยสีแดงบานสะพรั่งท่ามกลางหิมะโปรยปราย หลินชิงเยียนในวัยที่สง่างามและสุขุมยิ่งกว่าครั้งใด ประทับนั่งอยู่บนศาลาไม้หอม ทอดพระเนตรดูเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบที่กำลังฝึกยิงธนูไม้เล็กๆ อย่างขะมักเขม้น โดยมีมังกรหนุ่มอย่าง เซียวจื่อเซียนคอยประคองแขนสอนท่วงท่าอยู่ไม่ห่าง"เสด็จแม่! ลูกยิงถูกเป้าแล้วพะยะค่ะ!" เซียวหมิงอวี่ร้องเรียกด้วยความดีใจพลางวิ่งเข้ามากอดเอวชิงเยียน ใบหน้าถอดแบบมาจากฮ่องเต้ราวกับพิมพ์เดียว แต่ดวงตาคู่นั้นกลับใสซื่อและเฉลียวฉลาดเหมือนมารดาชิงเยียนใช้ผ้าเช็ดหน้าซับเหงื่อบนหน้าผากของบุตรชายอย่างอ่อนโยน "เก่งมากหมิงอวี่ แต่จำไว้นะลูก ธนูมีไว้เพื่อปกป้อง มิใช่เพื่อทำลาย ยิ่งเจ้ามีอำนาจมากเท่าใด ใจของเจ้าต้องอ่อนน้อมต่อราษฎรมากเท่านั้น""ลูกจะจำไว้พะยะค่ะ" เด็กน้อยรับคำอย่างแข็งขันก่อนจะวิ่งไปหา
รุ่งอรุณแห่งประวัติศาสตร์มาถึง ท้องฟ้าเหนือพระราชวังหลวงถูกย้อมด้วยสีทองละมุน เสียงแตรสังข์และกลองศึกดังประโคมกึกก้องไปทั่วทั้งพระนคร เป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษ — พิธีสถาปนาฮองเฮาคู่บัลลังก์ภายในตำหนักฉีเสียง บรรยากาศเต็มไปด้วยความปีติและสำรวม หลินชิงเยียนนั่งสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางกำนัลอาวุโสนับสิบคนกำลังปรนนิบัติแต่งกายให้นางด้วยความประณีตสูงสุด ชุดพิธีการสีแดงเข้มที่ปักลวดลายหงส์ทองผงาดฟ้าด้วยดิ้นทองคำแท้ดูงดงามราวกับมีชีวิต ทุกฝีเข็มที่ปักลงบนอาภรณ์ชุดนี้เปรียบเสมือนรอยจารึกแห่งการต่อสู้และการดิ้นรนที่ชิงเยียนผ่านมาตลอดสองชาติภพ"พระนางทรงงดงามเหลือเกินเพคะ" ชุ่ยเอ๋อร์ เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือขณะบรรจงสวมฉลองพระบาทปักลายมงคลให้นาง "จากคุณหนูในเรือนร้าง สู่มารดาแห่งแผ่นดิน... หม่อมฉันดีใจที่ได้อยู่รับใช้พระนางมาจนถึงวันนี้เพคะ"ชิงเยียนยิ้มบางๆ ผ่านคันฉ่อง แววตาของนางมิได้มีความเย่อหยิ่งทระนงทว่าเปี่ยมไปด้วยความสุขุมลุ่มลึก "ชุ่ยเอ๋อร์... ตำแหน่งนี้มิใช่รางวัลของข้าเพียงคนเดียว แต่มันคือชัยชนะของพวกเราทุกคนที่เชื่อม
กลิ่นธูปหอมจางๆ อบอวลอยู่ภายในห้องพระลับของตำหนักฉีเสียง หลินชิงเยียนในชุดคลุมสีทองเรียบง่ายนั่งสงบนิ่งอยู่หน้าป้ายวิญญาณของมารดาที่นางแอบนำมาประดิษฐานไว้ บัดนี้เวลาผ่านไปหนึ่งเดือนเต็มหลังจากที่องค์ชายน้อยหมิงอวี่ลืมตาดูโลก ร่างกายของนางกลับมาแข็งแรงและผุดผ่องยิ่งกว่าครั้งใด ทว่าในใจของนางกลับโหยหาความสงบเพื่อปิดฉาก "บ่วงกรรม" ทั้งหมดอย่างแท้จริง"ท่านแม่เพคะ... วันนี้ลูกนำความสำเร็จมาบอกท่าน" ชิงเยียนพึมพำพลางวางดอกบัวขาวลงหน้าป้ายวิญญาณ "ศัตรูที่เคยทำร้ายเราพินาศสิ้นแล้ว เลือดเนื้อเชื้อไขของลูกได้กลายเป็นรัชทายาทแห่งแผ่นดิน บ่วงแค้นที่ลูกแบกมาจากชาติปางก่อน... บัดนี้ลูกขอวางมันลงที่นี่เพคะ"นางหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีต ภาพใบหน้าอันบิดเบี้ยวของเยี่ยฉือ และภาพความโหดร้ายของฉินกุ้ยเฟยค่อยๆ จางหายไปจากห้วงคำนึงราวกับถูกสายน้ำแห่งกาลเวลาชะล้างจนสะอาดณ ลานประหารหน้าประตูเมืองในวันเดียวกันนั้นเอง ราชโองการฉบับสุดท้ายถูกอ่านออกเสียงท่ามกลางพยานนับพัน หลินกั๋วตง อดีตบิดาผู้ทรยศต่อคุณธรรม บัดนี้ร่างกายซูบผอมเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกจากการตรากตรำแรงงานหนักที่ชายแดน เขาถูกคุมตัวกลับ





