مشاركة

นางมารหมื่นบุปผา
นางมารหมื่นบุปผา
مؤلف: อักษรามณี

บทที่ 1

last update تاريخ النشر: 2024-11-07 22:34:44

                รัชสมัยแห่งพระเจ้าซ่งไทจู่ ราชวงศ์ซ่งที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยความขัดแย้งและการรวบรวมอาณาจักรจากความแตกแยกและขัดแย้งให้เป็นปึกแผ่น  ชีวิตของประชาชนอยู่ท่ามกลางการแปลงเปลี่ยน ในราชสำนักเต็มไปด้วยการแก่งแย่งเพื่อผลประโยชน์ของตน

                ไม่ว่าโลกภายนอกจะวุ่นวายสักเพียงใดหากยังมีอีกโลกหนึ่งซึ่งไกลห่างจากความสับสนทั้งมวล นั่นคืออารามวัดโค้วอิงยี่ บนยอดเขางังฮ้วยฮง หนึ่งในยอดเขาสูงในม่านเมฆแห่งเขาเหลียงซาน หยางเซิงไต้ซือเฒ่านั่งสวดคำภีร์ต่อหน้าองค์พระภายในอารามเก่าแก่แม้เวลาล่วงเลยไปจนดึก แสงจันทร์สาดส่องลอดเข้ามาทางช่องลมบนผนังอาบควันธูปเทียนที่ลอยอวลภายในนั้น ทว่าทุกอย่างดูเหมือนเกิดความผิดปกติขึ้นในฉับพลันเมื่อเปลวเทียนสะบัดไหวราวถูกเป่าด้วยลมแรงหากไม่ยอมดับลง หยางเซิงไต้ซือลืมตาขึ้นพร้อมกันนั้นและวางลูกประคำในมือลงก่อนเอียงหน้าเล็กน้อยหากไม่ยอมเหลียวหลังกลับไปแม้รู้สึกถึงการมาของใครคนหนึ่งทั้งที่ไม่ได้ยินเสียงประตูอารามที่เปิดเข้ามาแม้แต่น้อย รอยปากหยักล้อมรอบด้วยหนวเครายาวขาวโพลนบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลาหยัดขึ้น

                “เจ้ามิได้เข้ามาในที่นี้นานแค่ไหนกันแล้วนะ...ฟางซิน”

                น้ำเสียงที่เอ่ยถามนั้นกว้างกังวานแม้ไต้ซือเฒ่าชราภาพถึงเกือบร้อยปี เขารู้สึกได้ถึงอาการหยุดกึกของผู้ซึ่งยืนนิ่งเบื้องหลัง แม้มิได้เหลียวกลับไปมองหากหยางเซิงไต้ซือก็นึกภาพของนางผู้เป็นเจ้าของความงามที่ทั่งทั้งยุทธภพร่ำลือ เรือนร่างอรชรสูงระหงในชุดไหมแพรสีแดงก่ำกรุยกรายตัดกับผิวเงางามราวหยกล้ำค่า รูปหน้านั้นงดงามสวยซึ้งผ่องผาดใต้เครื่องประดับปิ่นปักผมและกลิ่นดอกไม้จากกายนางกลบกลิ่นธูปเทียนในอารามสิ้น ฟางซินแย้มยิ้มเรียวปากอิ่มสีแดงชาด

                “นานมากแล้วกระมังท่านไต้ซือ”

                “ใยเจ้าจึงเข้ามาในอารามอันเงียบสงบยามวิกาล ที่นี่หาได้มีผู้เยี่ยมยุทธเพื่อให้เจ้าได้ลิ้มลองการสับประยุทธ มีเพียงเสียงสวดและควันธูปเทียน พลอยจะทำให้กลิ่นหอมยวนใจของเจ้าต้องอับเฉาลงเสียเปล่าปลี้”

                “ทั่วทั้งยุทธภพก็คิดเช่นท่าน...หยางเซิงไต้ซือ ทุกคนล้วนคิดว่าทุกลมหายใจของข้าคือความกระหายอยากได้อาบคราบโลหิต หากมิมีใครสักคนคิดว่าข้านี้ก็เฉกเดียวกับปุถุชนทั่วไป ปรารถนาได้อยู่อย่างสุขสงบเสียบ้าง”

                “เจ้าไม่เหมือนคนอื่นทั่วไป มิเช่นนั้นเวลาไปไหนมาไหนคงไม่มีใครตามติดเจ้าดังเช่นการมาที่อารามโค้วอิงยี่แห่งนี้”

                แล้วไต้ซือเฒ่าก็ลุกขึ้นจากการนั่งขัดสมาธิ การสวดนั้นสิ้นสุดลงเพื่อที่จะหันกลับมายังเจ้าของเสียงกังวานใสหากแต่ใบหน้างามหมดจดกลับแต่งแต้มด้วยเครื่องขับผิวอันเข้มข้น เบื้องหน้าของหยางเซิงใต้ซือบัดนี้คือตัวตนของสตรีผู้ได้ชื่อว่าทั้งยุทธภพต้องการและเกลียดชังนางหนักหนา

                ฟางซิน...ประมุขแห่งพรรคบุปผาสวรรค์ หนึ่งในพรรคมารอันน่ายำเกรงและแข็งแกร่ง เจ้าของสมญา นางมารหมื่นบุปผาแห่งวังบุปผาสวรรค์

                จอมยุทธทั่วแผ่นดินต้องการตัวนางมิใช่ด้วยรูปโฉมสคราญหากแต่เป็นเพราะชื่อเสียงร่ำลือถึงความอำมหิตจากการเข่นฆ่าผู้คนบริสุทธิ์มากมาย นางคือผู้ชั่วช้าในสายตาของคนภายนอกหากสำหรับหยางเซิงไต้ซือแล้ว ฟางซินคือเด็กสาวไร้เดียงสาผู้ซึ่งถูกหล่อหลอมมาด้วยความโหดร้าย

                ด้วยไม่มีผู้ใดล่วงรู้มาก่อนว่านางคือผู้รอดชีวิตจากคมกระบี่ของ ไป๋เจี้ยน เทพยุทธกระบี่ขาวประมุขพรรคเฟิงอี้ ในสายตาของทุกคนเขาคือบุรุษฝ่ายธรรมะผู้เต็มไปด้วยคุณธรรม หากแท้แล้วไป๋เจี้ยนคือคนบาปในคราบนักบุญผู้ฆ่าสองสามีภรรยาผู้เยี่ยมยุทธซึ่งถูกปลิดชีพโทษฐานคิดการกบฏต่อราชสำนักทั้งที่จริงแล้วประมุขพรรคเฟิงอี้ต้องการคัมภีร์ที่สองสามีภรรยาคู่นั้นครอบครอง นั่นคือคัมภีร์เฟิงเหลย หรือคัมภีร์ฟ้าคำราม หากผู้ใดฝึกวิทยายุทธจากคัมภีร์เฟิงเหลยถึงขั้นสูงสุดจะมีอำนาจกล้าแกร่งถึงขั้นถล่มยอดเขาหวงซานทั้งหุบเขาได้เพียงชั่วลมปราณจากหนึ่งฝ่ามือ ไป๋เจี้ยนมิล่วงรู้ว่าบุตรสาวเพียงคนเดียวของสองสามีภรรยาได้รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของหยางเซิงไต้ซือตั้งแต่นางอายุได้ห้าขวบ

ไต้ซือเฒ่าช่วยชีวิตเด็กหญิงไว้และนำไปฝากไว้กับ เพ่ยหลิน ประมุขพรรคบุปผาสวรรค์พรรคมาร สตรีที่ครั้งหนึ่งเคยผูกใจรักต่อเขาหากแต่หยางเซิงกลับเลือกที่จะตัดขาดตัวเองจากโลกียะเข้าสู่โลกแห่งธรรมตลอดชีวิต ต่อมาเมื่อฟางซินเติบโตขึ้นนางจึงเก็บเรื่องราวความแค้นไว้ในใจและฝึกวิทยายุทธอันเป็นความสามารถในสายเลือดก่อนขึ้นเป็นประมุขใหญ่แห่งพรรคมารในวัยเพียงสิบเจ็ดปีจากการแต่งตั้งของเพ่ยหลินเพราะนางไม่มีลูก เส้นทางชีวิตของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เห็นพ่อแม่ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตากลับกลายเป็นหนึ่งในผู้เยี่ยมยุทธและอันตรายที่สุดในยุทธจักร ใครต่างต้องการตัวนางด้วยเชื่อว่านางมารหมื่นบุปผาคือผู้ได้ครอบครองคัมภีร์สะท้านภิภพอย่างเฟิงเหลย

“ข้ามากับเหมยเหม่ยเพียงเท่านั้น”

ฟางซินตอบน้ำเสียงจริงจังขณะสายตาของนางไม่ยอมละไปจากไต้ซือเฒ่าซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้ให้ชีวิตสำคัญยิ่ง

“ฟางซิน...ตอนนี้ใครต่างต้องการตัวเจ้า จอมยุทธมากมายต่างควานหาตัวนางมารหมื่นบุปผา”

“หึ...ก็ด้วยเหตุผลเดียวคือคัมภีร์เล่มนั้น”

“ข้าได้เตือนเพ่ยหลินแล้วครั้งหนึ่งตอนฝากเจ้าไว้กับนาง ว่าอย่าให้เจ้าแตะต้องวรยุทธไม่ว่าจะเป็นกระบวนท่าใดก็ตาม”

“ท่านห้ามมิได้ดอก ในเมื่อข้านี้เองเป็นคนขอให้ท่านแม่สั่งสอนมันให้แก่ข้า”

“ยุทธภพนี้หนอวุ่นวาย ใยเจ้าจึงยอมให้กิเลศฝ่ายต่ำครอบงำตัวเอง”

“มิมีอำนาจใดจักครอบครองข้าได้!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • นางมารหมื่นบุปผา   83

    “ต่อชีวิตเช่นนั้นหรือ?”“มันเป็นคัมภีร์ที่มีทั้งความเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดหากซุกซ่อนไว้ด้วยความแหลมคมอย่างที่สุด ครั้งหนึ่งฟางซินช่วยชีวิตท่านไว้ด้วยการถ่ายพลังลมปราณให้และพลังที่ไหลวนในตัวของท่านคือลมหายใจสุดท้ายของนาง”“แต่ตอนนี้ฟางซินอ่อนแอเหลือเกิน”“คนที่ต้องสังเวยชีวิตให้การฝึกวรยุทธ์จากคัมภีร์เฟิงเหลยคือผู้ตัดขาดตัวเองจากคนอื่นโดยปราศจากการเรียนรู้อย่างถ่องแท้ พวกเขาคิดเพียงว่าเมื่อสูญเสียสิ่งหนึ่งไปคือสูญสิ้นทั้งหมดหากทว่ามิใช่ แม้ฟางซินยอมสละทุกอย่างต่อท่านหากนางก็ยังมิสิ้นลมหายใจ นั่นเป็นเพราะนาง...ยังมีท่าน...แม่ทัพเฉิง จงพาฟางซินเดินทางไปยังบูรพทิศในยามตะวันทอแสง ท่านต้องอยู่เคียงข้างนางเสมอ อย่าได้ทอดทิ้งฟางซินเพราะท่านคือผู้นำพาหัวใจของนางและนางก็เปรียบเสมอโคมทองส่องสว่างในหัวใจของท่านไปยังสุดเขตแดนเพื่อตามหาปัญญาชนในสายลมหนาว พวกเขาจะรับรู้เรื่องราวของพวกท่านโดยมิต้องเอ่ยปากบอกเล่าใดๆ”“ปัญญาชนในสายลมหนาว...หนทางนั้นยาวไกลหรือไม่กว่าที่ข้าและฟางซินจะได้พบ”“หากท่านพร้อมยอมเสียสละเพราะมันอาจหมายถึงตลอดชีวิตของท่าน...และนาง”“เสียสละเช่นนั้นหรือ”“จิ้นเหอ...ท่านจะทำอะไร”ฟางซ

  • นางมารหมื่นบุปผา   82

    “เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว ฟางซิน”เสียงที่เปล่งออกมายังความประหลาดใจแก่จิ้นเหอด้วยเป็นสรรพเสียงที่ดังกังวานไปถึงเบื้องนอกเมื่อครู่ นางอยู่ในนี้แล้วรู้ได้อย่างไรว่ามีคนเข้ามาในหอตะวันตก“นั่งก่อนเถิด...เจ้าทั้งสอง”นางเชื้อเชิญพลางผายมือเรียวบางไปเบื้องหน้า แม่ทัพหนุ่มก้าวไปหยุดอยู่ห่างออกมาสามสี่ก้าวก่อนค่อย ๆ วางร่างของฟางซินลงก่อนเขาจะหย่อนตัวนั่งเคียงข้างหญิงสาว จิ้นเหอพินิจร่างบอบบางของผู้อยู่เบื้องหลังเตาเหล็ก เจ้าของใบหน้างดงามราวเด็กสาวและแววตาน้ำตาลแวววาวเจิดจรัสราวกับมีรัศมีบางอย่างเปล่งออกมา“ฟางซินบอกข้าว่าท่านคือเทพพยากรณ์”“เรียกข้าว่าจิว”นางกล่าวขณะหยิบกลีบดอกไม้โรยลงในเตาบังเกิดควันพวยพุ่งก่อนจางหายไปอย่างรวดเร็ว“ฟ้าดินเท่านั้นลิขิตชีวิต ข้ารู้เท่าที่ข้ารู้แต่มิอาจล่วงรู้ความลับสวรรค์”“เช่นนั้นท่านก็คงรู้แล้วว่าที่เรามาที่นี่ก็เพื่อสิ่งใด...ข้าคือ เฉิงจิ้นเหอ แม่ทัพแห่งองค์ซ่งไท่จู่”“แม่ทัพเฉิง ข้าเคยบอกฟางซินแล้วว่าวันหนึ่งนางต้องกลับมาหาข้า”“และเป็นดังเช่นท่านกล่าวไว้จริงๆ”ฟางซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนเบา ทว่าน่าประหลาดที่รู้สึกถึงเรี่ยวแรงฟื้นคืนกลับมากกว่าเก่าเมื่อเข้

  • นางมารหมื่นบุปผา   81

    หวังซื่อถาม หลวนคุนลุกขึ้นยืนและยืดไหล่หลังตรงอย่างสง่า เขาเชิดหน้าขึ้น“ข้าจะบอกทุกคนว่า....ลุงของข้าประมือกับนางมารหมื่นบุปผา ต่างคนต่างพลาดพลั้งเสียทีต่อกันทำให้ลุงของข้าและประมุขพรรคมารต่างสิ้นลมด้วยกันทั้งคู่”คำตอบนั้นทำให้ทุกคนเงียบกริบด้วยยอมจำนนต่อสติปัญญาของหลวนคุน ทุกคนรู้ว่าเขามิได้ปกป้องตัวเองด้วยเกรงถูกมองว่าเณรคุนเพราะหากมิทำเช่นนี้ก็จะเกิดข้อสงสัยแก่ผู้ที่มีใจภักดิ์ดีต่อเจ้าสำนักเฟิงอี้ที่สิ้นลมไปแล้วอย่างไป่เจี้ยนได้ ขณะนั้นจิ้นเหอกลับกอดฟางซินแนบแน่นยิ่งขึ้น เขากระซิบกับนางด้วยเสียงแม้ห้าวหนักทว่าอ่อนหวานยิ่งนัก“ฟางซิน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หวงซานนี้จะถล่มฤาแผ่นฟ้าจะแหลกสลายลง หากข้าก็จะขออยู่เคียงข้างเจ้า...มิหนีไปไหน”หลังจากนั้นมินานที่หลวนคุนเป็นผู้นำทุกคนกลับไปยังพรรคเฟิงอี้ ทั้งแม่ทัพเฉิงจิ้นเหอ หวังซื่อผู้ติดตาม หยางเซิงไต้ซือ รวมทั้งเหมยเหม่ยที่คอยดูแลฟางซินซึ่งนางอ่อนแรงลงทั้งจากลมปราณปรวนแปรและจากการใช้กำลังที่เหลือเพียงน้อยนิดต่อสู้กับทั้งไป๋เจี้ยนและมี่อิง นางทิ้งพรรคบุปผาสวรรค์ที่บัดนี้ยังมิมีผู้ใดขึ้นเป็นประมุขไว้เบื้องหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังหอตะวันตก

  • นางมารหมื่นบุปผา   80

    แม่ทัพหนุ่มร้องด้วยความตกใจก่อนคว้าร่างของหญิงสาวที่ทรุดฮวบไว้ในอ้อมแขน นางลืมตาขึ้นมอง สติของนางยังคงอยู่หากแต่จิ้นเหอนั้นกอดร่างเล็กบอบบางไว้แนบแน่น“ฟางซิน...เจ้าเป็นอะไร”“ลมปราณในกายของนางกำลังปรวนแปร มันค่อย ๆ ทำลายตัวเองทีละน้อย”หยางเซิงไต้ซือตอบขณะก้าวเข้ามา จิ้นเหอแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่“นี่เป็นเพราะนางฝึกพลังลมปราณจากคัมภีร์เล่มนั้น และเป็นเพราะข้าที่ทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้ มิมีวิธีใดเลยหรือที่จะช่วยรักษาชีวิตของนางไว้ให้ยืนยาวกว่านี้”ไต้ซือเฒ่าระบายลมหายใจขณะทำสีหน้าครุ่นคิด“เมื่อครู่นี้ข้าได้ยินมี่อิงเอ่ยถึงเทพพยากรณ์ ข้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวบุคคลผู้นี้ ผู้ซึ่งอาจช่วยฟางซินได้”“แต่ท่านไต้ซือบอกกับข้านี่มิใช่หรือว่าผู้ฝึกวิชาจากคัมภีร์ฟ้าคำรามหากสูญเสียพรหมจรรย์แล้วจะมิมีทางช่วยให้พ้นจากความตายได้”เหมยเหม่ยรีบเข้ามาดูอาการของฟางซินที่นอนหายใจรวยรินในอ้อมกอดของจิ้นเหอ หยางเซิงไต้ซือส่ายหน้า“ที่ข้าบอกจ้าเช่นนั้นเพราะมันเป็นเรื่องเล่ามาช้านาน ข้าเองมิเคยแน่ใจว่าเทพพยากรณ์มีอยู่จริง คนทั้งยุทธภพร่ำลือถึงบุคคลผู้มีญาณวิเศษ มองเห็นอนาคต บางคนว่าเป็นหนุ่มรูปงามราวเทพบ

  • นางมารหมื่นบุปผา   79

    มี่อิงตื่นตระหนกเมื่อรู้สึกปวดปลาบตั้งแต่หน้าผากไปจนถึงท้ายทอย ความเจ็บปวดนั้นราวกับมีเข็มเล็ก ๆ ทิ่มแทงอยู่บนหัวของนาง“อะ...อะไรกันนี่...อะไรกัน!!”ครานี้นางเป็นฝ่ายอุทานขึ้นบ้างเมื่อโลหิตมิใช่หยาดเดียวหยดลงมาอาบเต็มใบหน้าสวยที่บิดเบี้ยวด้วยความหวั่นกลัวและเจ็บปวด มี่อิงพยายามจะถอดมาลาประดับผมออกแต่สายเกินไปเมื่อนางรู้ตัวแล้วว่ากำลังต้องพิษร้ายจากมาลาของประมุข นางกรีดร้องเสียงดัง“กรี๊ด!...ทำไมเป็นเช่นนี้...ฟางซิน...เจ้าใช่ไหม...เจ้าวางยาพิษในมาลานี่ใช่ไหม!”“มิใช่ข้าดอกมี่อิง” ฟางซินตอบด้วยน้ำเสียงอันแน่วนิ่ง “หากแต่นี่คือสิ่งที่ผู้มิใช่ประมุขมิมีวันรู้เกี่ยวกับการได้ครอบครองเสื้อคลุมและมาลาของประมุขพรรคบุปผาสวรรค์”“มะ...มิรู้เช่นนั้นรึ...มิรู้อันใด...โอย...ข้ามิรู้สิ่งใด”มี่อิงร่ำร้องและพยายามถอดมาลาออกจากหัวของนางเพราะความเจ็บปวดทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ ใบหน้าบิดเบี้ยวของนางอาบด้วยโลหิตแดงฉานที่ไหลหลั่งลงอาบเสื้อคลุมขนาดที่คนติดตามคอยรับใช้ยังถอยหนีด้วยความสะพรึงกลัว ฟางซินก้าวไปหยุดตรงหน้าบันไดซึ่งทอดตัวขึ้นไปสู่บัลลังค์ทองงาช้าง นางส่ายหน้าไปมาขณะมี่อิงซวนเซจนล้มนั่ง โลหิตมากม

  • นางมารหมื่นบุปผา   78

    “ท่านมีบุญคุณต่อข้าใยจะมิสำนึก แต่หากมิทำเช่นนี้แล้วก็มิมีวันที่จะหยุดความทะเยอทะยานของท่านได้ อภัยให้ข้าด้วย...ท่านลุง”หลวนคุนนั่งคุกเข่าและวางคันธนูลงข้างลำตัว ไป๋เจี้ยนเหยียดปากทั้งน้ำกบดวงตา“ข้ามินึก...ทั้งที่มีคนเตือนข้าแล้วว่าให้ระวังคนใกล้ตัว...ข้านึกไปมิถึง...นึกมิถึงเลยจริง ๆ ว่าที่แท้...คนใกล้ตัวก็คือ...เจ้า...”เจ้าสำนักเฟิงอี้ตาเหลือกถลนเมื่อผ่อนลมหายใจสุดท้ายด้วยมิทานทนต่อความเจ็บปวดจากดอกศรที่ปักเข้าบนอกด้านซ้ายพอดิบพอดีก่อนจะล้มตึงลงนอนคว่ำหน้าดวงตาเบิกค้างและผู้ที่ตกใจมากที่สุดเห็นจะไม่พ้นมี่อิงที่ผงะงันและถอยไปเบื้องหลัง“ไป๋เจี้ยน...”จิ้นเหอครางชื่อเจ้าสำนักเฟิงอี้ที่ขาดใจตายลงต่อหน้าอย่างมิน่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ขณะฟางซินปรี่เข้าไปหา ทั้งสองกอดกันแนบแน่นราวกับได้เกิดใหม่“หลวนคุน...ท่านทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”หวังซื่อเอ่ยกับหลวนคุนแต่ไม่ทันจะพูดอะไรต่อก็ได้ยินเสียงมี่อิงกังวานขึ้น“ถึงมิมีไป๋เจี้ยนแล้วแต่พวกเจ้าหยุดข้ามิได้ดอก!”นางมารดอกไม้เงินเหยียดยิ้มเยาะก่อนหันไปยังคนสนิทอีกสองคนที่ยังไม่ยอมออกไปจากห้องโถงใหญ่ดังคนอื่น ๆ ที่แตกตื่นวิ่งหนีออกไปเกือบสิ้น หญิงสา

  • นางมารหมื่นบุปผา   77

    ดังนั้นนางจึงมิอาจต้านทานกำลังอันกล้าแกร่งของอีกฝ่ายได้จึงถูกซัดฝ่ามือใส่จังหวะที่นางพลาดท่าจนล้มกลิ้งไปนอนกับพื้น ฟางซินพยายามหยัดกายลุกขึ้นทั้งที่กระอักเลือดเปิดโอกาสให้ไป๋เจี้ยนพุ่งเข้าหาเพื่อหวังจะซัดฝ่ามือซ้ำแต่จิ้นเหอกลับเข้ามาขวางและถูกพลังลมปราณของไป๋เจี้ยนจนเขาเองก็ถึงกับหงายหลังลงไปนอนบนพื

  • นางมารหมื่นบุปผา   75

    เสียงที่ดังก้องขึ้นทำให้ทั้งหมดในที่นั้นหันกลับไปมองพร้อมกัน มี่อิงเลิกคิ้วขึ้นขณะไป๋เจี้ยนก็หันไปดังขวับส่วนจิ้นเหอเมื่อเหลียวกลับไปก็ได้เห็นคนที่เขาอยากพบมากที่สุดในเวลานี้ ฟางซินยืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมด้วยเหมยเหม่ย หวังซื่อและหยางเซิงไต้ซือซึ่งเขาจำได้มิเคยลืมเมื่อครั้งเคยมาเยือนหวงซาน ณ อารามวัดโ

  • นางมารหมื่นบุปผา   74

    คำพูดของจิ้นเหอทำให้สีหน้าของคนฟังแปรเปลี่ยน มี่อิงบังเกิดความคับแค้นเมื่อถุกจี้เข้าจุดเจ็บและมันทำให้นางไม่อาจระงับความเดือดดาลที่สุมในใจเหมือนไฟคอยผลาญได้ นัยน์ตาของนางวาวโรจน์ดังเพลิงฉายแสง มี่อิงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แม่ทัพหนุ่มและเหยียดยิ้มพร้อมเค้นเสียงลอดไรฟันหากก็เบาเพียงนางและจิ้นเหอได้ยิน“ใช

  • นางมารหมื่นบุปผา   73

    จิ้นเหอซึ่งอยู่ในท่านั่งหลังติดกำแพงหิน มือทั้งสองถูกพันธนาการด้วยโซ่เหล็กภายในคุกใต้ดินที่มีเพียงแสงคบเพลิงส่องสว่างในความหมองมัวลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงไขกุญแจประตูกรงขัง เขาเห็นหญิงงามในชุดเสื้อคลุมสีแดงสามถึงสี่คนยืนอยู่หน้าประตู หนึ่งในนั้นก้าวเข้ามาและกล่าวขึ้นว่า “ลุกขึ้น แม่ท

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status