Home / โรแมนติก / นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ / บทที่สอง ไม่เป็นดั่งหวัง

Share

บทที่สอง ไม่เป็นดั่งหวัง

Author: Jtnpng
last update Last Updated: 2025-07-18 20:17:13

หลี่ถงถงในร่างของนางร้ายในนิยายนอนซบลงกับเตียงนุ่ม น้ำตาไหลรื้นลงเปื้อนผ้าปูที่นอนอย่างหมดอาลัยตายอยาก 

ทั้งๆที่พยายามตอบเลี่ยงข้อถูกไปขนาดนั้นแล้วแท้ๆ มันยากกว่าหาข้อถูกเสียอีก แล้วเหตุใดข้าจึงได้เข้าไปอยู่ในสาขาเฮ็งซวยนั้นได้!?

หรือว่าคะแนนยี่สิบต่อร้อยมันยังเยอะเกินไป? รู้เช่นนั้นข้าสู้ตอบเหลือแค่สามคะแนนในร้อยคะแนนเต็มซะดีกว่า 

"ฮือ...ไม่อยากไปเรียนเลย มาต่างโลกไม่เห็นจะสนุกเหมือนที่คิดไว้เลย!"หลี่ถงถงเอ่ยคร่ำครวญออกมาอย่าเศร้าใจ 

...แต่ในเมื่อเรื่องมันเดินมาเป็นแบบนี้แล้วก็คงจะต้องไปต่องั้นสินะ? 

คงต้องวางแผนใหม่แล้ว...

ก๊อกก๊อกก๊อก... 

จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ร่างบางลุกขึ้นนั่งจัดชุดในเข้าที่ก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้คนเข้ามา 

สตรีในชุดสาวใช้สีชมพูอ่อนเดินเข้ามาภายในห้อง ในมือถือถาดอาหารสุดหรูเพื่อเอามาให้คุณหนูที่นั่งมองตนนิ่งๆจากเตียงนอน 

"คะ.คุณหนู...ข้า...ได้จับเตรียมสิ่งของให้ท่านเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ...หะ.ให้ข้านำไปจัดที่หอพักในสำนักให้เลยหรือไม่เจ้าคะ?"ร่างบางวางอาหารเสร็จก็เดินเข้าไปพูดกับคนเป็นนายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา 

หลี่ถงถงมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างละเอียด ดูเหมือนว่านางคงจะกลัวเจ้าของร่างนี้มากเลยงั้นสินะ ในเนื้อหานิยายบอกเอาไว้ว่าหลี่ถงถงในนิยายเป็นคนร้ายกาจ นิสัยก็ค่อนข้างแย่เอาการ...

นางคงจะถูกหลี่ถงถงในนิยายทุบตีด่าว่าทำร้ายมาสารพัดงั้นสินะ...หลี่ถงถงคิดวิเคราะห์ในใจ 

"ไม่ต้อง ข้าจะนำไปเอง" 

สาวใช้ร่างเล็กสะดุ้งตกใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองหลี่ถงถงอย่างไม่อยากเชื่อสายตา 

"ออกไปซะ" 

"เจ้า...เจ้าค่ะ!" 

เมื่อเห็นว่าสาวใช้คนนั้นเดินออกไปจากห้องแล้ว หลี่ถงถงก็ทรุดตัวนอนลงบนเตียงต่อ 

มันก็ดีแล้วที่ได้เป็นนางร้ายที่ร่ำรวย แต่ว่าท่าทีของผู้คนที่มีให้กับฉันนี่ช่างขัดตาขัดใจเสียเหลือเกิน...หลี่ถงถงกล่าวในใจก่อนจะค่อยๆหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทรา... 

ในความฝัน หลี่ถงถงได้พบกับร่างของหลี่ถงถงนางร้ายในนิยายที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ นางก่อเรื่องไม่เว้นวันจนมีแต่คนเอือมระอากับการกระทำของนาง 

แต่ว่านางกลับไม่เคยเข้าไปพัวพันกับสิ่งที่ไม่ดีเลย นางก่อเรื่องไปทั่วก็จริง แต่ว่านางก็ไม่ได้ทำร้ายร่างกายของผู้ใด แต่นางเพียงแค่ทำลายข้าวของ พูดจาดุร้ายใส่ผู้อื่นด้วยนิสัยใจร้อนเอาแต่ใจของตนเพียงเท่านั้น

เพราะนิสัยหยาบคายหยาบกระด้างของนาง จึงทำให้ผู้คนหวาดกลัวต่อนาง และจะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับนางทุกครั้ง 

...ไร้สาระยิ่งนัก นางไม่ได้ทำร้ายทุบตีผู้อื่นเสียหน่อย เหตุใดต้องหวาดกลัวนางถึงเช่นนั้นด้วย? 

"เฮ้อ...ช่างมันเถอะ ยังไงชื่อเสียงของนางก็ยังมีประโยชน์ต่อตัวข้าอยู่" 

ณ ภายนิกายเป่ยซาน...

​​​​​​...ศาลาดอกบัวบาน

"ท่านนักปราชญ์เหตุใดจึงได้ให้ศิษย์หลี่ถงถงที่ได้คะแนนต่ำเช่นนั้นเข้าเรียนที่สาขาต่อสู้ของข้าด้วยขอรับ?"ลู่หมิง อาจารย์ผู้ควบคุมสาขาต่อสู้ ณ ปัจจุบันเอ่ยถาม'จ้าวไท่เถียน'ผู้อาวุโสชั้นสูงหนึ่งในสามเสาหลักผู้ค้ำจุนนิกายเป่ยซานหรือก็คือนักปราชญ์เพียงผู้เดียวในนิกาย 

จ้าวไท่เถียนยกยิ้มสงบขึ้นมาก่อนจะเอ่ยตอบลู่หมิงไป"นางเหมาะสมกับการต่อสู้ที่สุดแล้ว" 

ลู่หมิงขมวดคิ้วสงสัยเจตนาคนตรงหน้า หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่านางเหมาะกับการต่อสู้? 

"อีกไม่นานเจ้าก็จะรู้เอง"น้ำเสียงทุ่มสงบเอ่ยขึ้นทำให้ลู่หมิงรู้สึกวางใจ 

หลี่ถงถง...ช่างเป็นคนที่น่าสนุกยิ่งนัก มือหนายกกระดาษคำตอบขึ้นมาอ่าน ริมฝีปากยกสูงขึ้น 

ทางด้านหลี่ถงถง 

เมื่อจัดเตรียมวางข้าวของในหอพักเสร็จ หลี่ถงถงก็นอนราบลงบนเตียงแข็งอย่างเงียบๆ

"เหตุใดเราจึงได้มานอนห้องเดียวกับคุณหนูหลี่ผู้นั้นด้วยนะ ช่างเป็นโชคร้ายเสียจริง"เสียงกระซิบของเพื่อนร่วมห้องนอนของหลี่ถงถงดังขึ้น 

"ชู่ว! เดี๋ยวนางก็ได้ยินหรอก! เจ้าไม่กลัวนางมาทำร้ายเจ้าหรือ?"หญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นตักเตือนสหายของตนเสียงเบา 

อา...ให้ตายสิ ข้าได้ยินหมดแล้วล่ะ 

ห้องพักของเหล่าศิษย์ถูกจัดให้พักร่วมกัน แยกชายหญิงชัดเจน โดยแต่ละห้องจะจัดให้พักห้องละสี่คน 

ห้องของหลี่ถงถง มีสมาชิกสองคนที่มาจากตระกูลขุนนางชั้นกลาง จากตระกูลเซียว และตระกูลหลิน ส่วนอีกคน... 

"แต่ที่ข้ารับไม่ได้ที่สุดเลยคือได้นอนกับสตรีชั้นต่ำที่มาจากชนชั้นสามัญชน กลิ่นสาปโคลนของนางช่างเหม็นหึ่งกวนจมูกของข้ายิ่งนัก!"เสียงกระซิบดังขึ้นอีกครา สายตาสองคู่หันไปมองสตรีร่างบางที่นั่งจัดของของตนด้วยใบหน้าเศร้าหมอง 

หลี่ถงถงหันไปมองคนที่ถูกพูดถึงด้วยสายตานิ่งเรียบ นางคือหนิงอัน นางเอกในนิยายผู้มีรูปลักษณ์งดงามดั่งเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ 

ช่างเป็นพล็อตนิยายที่ซ้ำซากจำเจยิ่งนักที่เขียนให้นางเอกเป็นคนชั้นต่ำที่ให้ผู้คนรังแกกดขี่ ส่วนพระเอกเป็นองค์รัชทายาทผู้รักความยุติธรรม ขี่ม้าขาวมาปกป้องสตรีบอบบางเช่นนางและตกหลุมรักกันในวินาทีนั้น... 

น้ำเน่า แต่สาเหตุที่ทำให้ข้าได้อ่านนิยายเรื่องนี้ก็เพราะมันเป็นนิยายที่บรรยายเรื่องราวแอคชั่นเสียส่วนใหญ่ต่างหากจึงทำใจยอมรับเรื่องรักๆน้ำเน่าเช่นนี้ได้ 

ในเนื้อหานิยายบอกเล่าตอนนี้เอาไว้อยู่ โดยมีเนื้อความว่าหลี่ถงถงนางได้ช่วยปกป้องหนิงอันจากปากสกปรกของสองสาวนั่น และได้เป็นเพื่อนกันในที่สุด แต่ว่าก็ได้เป็นเพียงแค่วันเดียวเพราะเมื่อหลี่ถงถงนางเห็นว่าหนิงอันนั้นได้ใกล้ชิดกับอวี้ซือเหลียงที่เป็นรักเดียวของนาง 

...จากนั้นนางก็ไม่คิดที่จะปกป้องหนิงอันอีกต่อไป และยังซ้ำเติมด้วยซ้ำ 

ก็เป็นนางร้ายนี่นะ บทมันก็ต้องเป็นแบบนั้นแหละ... 

แต่ว่าฉันก็ไม่ได้รู้สึกรักใคร่อะไรพระเอกนั่น ออกจะรำคาญด้วยซ้ำ 

"ข้าอยากจะระบายอากาศลบกลิ่นเน่าเสียของนางออกไปยิ่งนัก!" 

"ใช่ๆ ตัวเหม็นก็เหม็น ทั้งยังอัปลักษณ์เสียจนข้าพะอืดพะอมเลย!" 

"นั่นสิๆ..." 

ที่พูดเพราะอิจฉาหนิงอันที่สวยกว่าตนงั้นสินะ ช่างน่ารำคาญซะจริง...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ

"คงต้องขอให้ผู้ดูแลหอพักช่วยย้ายขยะเน่าเช่นนางออกไป..."

"หนวกหูชะมัด เงียบหน่อยไม่ได้รึไง?"

"!?"ทั้งสองคนนั้นตกใจที่อยู่ๆก็ได้ยินคนนอนอยู่พูดขึ้น ก่อนจะเร่งสงบปากสงบคำของตนเอาไว้อย่างหวาดกลัว ส่วนหนิงอันหันมามองหลี่ถงถงที่นอนหันหลังให้ตนอยู่ 

ที่นอนของนางอยู่ข้างๆติดกับหลี่ถงถงที่เลือกนอนเตียงติดหน้าต่าง ส่วนอีกสองสาวก็นอนอยู่ตรงข้ามกับเตียงของตนและหลี่ถงถง 

เมื่อสองสาวนั่นเงียบ ความสงบก็กลับสู่ห้องนี้อีกครั้ง ทำให้หลี่ถงถงรู้สึกดียิ่งนักและคิดว่าดีแล้วที่พูดออกไป 

"คือ...คือว่า...คุณหนูหลี่...ข้า..."น้ำเสียงหวานดังตะกุกตะกักข้างหูของหลี่ถงถง ทำให้หลี่ถงถงที่กำลังจะหลับตื่นขึ้นมา 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างนึกรำคาญก่อนจะเอ่ยถามออกไป

"มีอะไร?" 

เมื่อหนิงอันได้ยินเสียงเย็นชาของหลี่ถงถง หนิงอันก็ชะงักลมหายใจของตนทันทีก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา 

"อึก...ขอบ...ขอบคุณเจ้าค่ะ..." 

หลี่ถงถงหลุบตาลงเมื่อได้ยินคำขอบคุณอันแสนจริงใจของหนิงอัน

ดูเหมือนเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันช่วยเธองั้นสินะ...ให้ตายเถอะ! ฉันไม่น่าพูดออกไปจริงๆเลยนั่นแหละ...หลี่ถงถงเอ่ยในใจอย่างนึกรำคาญ 

"น่ารำคาญ"

หลี่ถงถงเอ่ยออกไปตามใจคิด แต่กลับไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนกล่าวนั้นจะทำให้หนิงอันรู้สึกปลาบปลื้มชอบนางขึ้นไปอีกขั้น 

ทะ...เท่ยิ่งนัก! หนิงอันกล่าวในใจด้วยแววตาที่เปล่งประกาย 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบหก ไม่รู้จักอาย

    ณ เนินเขาสูงหลังหอพักของเหล่าศิษย์นิกายเป่ยซานมีร่างหญิงสาวร่างหนึ่งกำลังทำสมาธิในท่าหกสูงบนเนินเขาหลังหอพัก โดยใช้แขนข้างเดียวในการยึดทรงตัวกับพื้นส่วนแขนอีกข้างถูกนำไปไคว้หลัง การทรงตัวที่นิ่งสงบดั่งสายน้ำ แข็งแกร่งยากจะทำได้ง่าย บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมไปด้วยความเงียบที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ฟึบ!!! จู่ๆก็มีกระบี่เล่มหนึ่งพุ่งเข้ามาโจมตีร่างบางที่กำลังทำท่าหกสูง แต่ทว่าก่อนที่คมกระบี่จะมาเฉือนร่าง ร่างบางของสตรีก็พลิกหลบคมกระบี่อย่างง่ายดายอ่อนช้อย "อรุณสวัสดิ์เจ้าบ้า"หลี่ถงถงที่พลิกตัวหลบเปลี่ยนท่าเป็นนั่งขัดสมาธิเงยหน้าขึ้นเอ่ยทักทายคนที่หมายจะเอาชีวิตของตนด้วยน้ำเสียงสดใส "ชิ!"ฉีหานฟงสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ใส่หลี่ถงถงก่อนจะฟันกระบี่ไปที่ร่างของนางอีกครั้ง แต่ผลก็ออกมาเช่นเดิม "เกือบแล้วนะอีกนิด วันพรุ่งนี้ก็มาพยายามด้วยกันอีกนะสหาย"หลี่ถงถงตีลังกาหลบอย่างสวยงามก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นจากพื้นด้วยท่าทีสงบ "..."ฉีหานฟงเงียบพลางมองร่างของหลี่ถงที่ตอนนี้สวมชุดสีขาวไม่หนาไม่บางจนเกินไป แต่เหงื่อที่ไหลออกมาจากร่างกายของนางเป็นจำนวนมากจากการออกกำลังกายทำให้ชุดสีขาวของนางเปียกโชก เนื้อผ้า

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบห้า ตรงๆ  

    "ถงถง เจ้าก็ไม่ดื่มหรือ?"ฟางซูมองหลี่ถงถงที่เอาแต่กินอาหารไม่สนใจแตะสุราเลย ทำให้ชายหนุ่มนักปราชญ์เกิดความสงสัย "ตอนนี้อยู่ในช่วงอดของข้าน่ะ เจ้าดื่มเลย"หลี่ถงถงตอบพลางยกน้ำเปล่าขึ้นดื่มดับกระหาย "งั้นเหลือแค่ข้ากับฟางซูงั้นสินะที่ดื่ม"หนิงอันกล่าวอย่างรู้สึกเสียดายที่ดื่มกันแค่สองคนในสี่คน "...จะว่าไปช่วงนี้ข้าได้ยินข่าวลือว่ามีคนพบเห็นปีศาจออกมาเคลื่อนไหวใกล้ๆนิกายด้วยล่ะ"ฟางซูเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางยกสุราขึ้นมาดื่ม "ปีศาจหรือ?"อวี้ซือเหลียงหันไปถามฟางซูอย่างตกใจ "ใช่ ในข่าวลือบอกว่าเมื่อวันก่อนมีศิษย์สาขาอักขระอาคมสามคนที่กำลังกลับมาจากทำภารกิจ แล้วบังเอิญพบกับปีศาจประเภทเผ่าพันธ์เงาทมิฬกลุ่มหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวมาทางฝั่งของนิกาย มีจำนวนประมาณหลายสิบตน ทั้งสามคนนั้นจึงรีบไปแจ้งผู้อาวุโสของนิกาย ทางผู้อาวุโสจึงได้เร่งออกไปตรวจสอบแต่กลับไม่พบร่องรอยอะไรเลย"ฟางซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ศิษย์พวกนั้นอาจจะกุเรื่องขึ้นมาก็ได้มิใช่รึ?"หนิงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย "ข้าว่าก็อาจจะเป็นไปได้"ฟางซูพยักหน้าตอบรับคำของหนิงอัน "เป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องท

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสี่ ก่อกวน

    "ถงถง ข้าสอบผ่านแล้วนะ! ท่านอาจารย์ให้รางวัลที่สามารถผ่านเป็นคู่แรกได้ด้วย!!!"หนิงอันยกถังหูลู่(ผลไม้เคลือบน้ำตาล)ขึ้นมาและยื่นให้หลี่ถงถงหนึ่งไม้ "เจ้าเก่งยิ่งนัก สมกับเป็นอันอัน"หลี่ถงถงลูบศีรษะของหนิงอันอย่างอ่อนโยนพลางระบายยิ้มออกมา "แล้วพวกเจ้าจะไปสอบยามใดหรือถงถง"อวี้ซือเหลียงถามหลี่ถงถงอย่างสงสัย พลางหันไปมองฉีหานฟงที่ยืนอยู่เงียบๆข้างๆ "ข้าเรียนรู้ได้ช้า คงอีกสามวันจึงจะไปได้" เมื่อได้ยินหลี่ถงถงกล่าวหนิงอันก็เงยหน้าขึ้นมองหลี่ถงถงอย่างสงสัย เรียนรู้ช้าหรือ? "จริงด้วยสิ ฟางซูฝากบอกว่าวันนี้จะพาพวกเราไปเดินเล่นในย่านการค้าของนิกาย มีใครอยากไปบ้าง?"หลี่ถงถงถามเงยหน้าทุกคน "ข้าไปๆ!"หนิงอันเป็นคนแรกที่ยกมือตอบคนแรกด้วยน้ำเสียงที่ดังสดใส "ข้าไปด้วย"อวี้ซือเหลียงพยักหน้าพลางยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นท่าทีสดใสของหนิงอัน "เจ้าล่ะ?"หลี่ถงถงหันไปถามฉีหานฟงที่ยืนมองตนเงียบๆ ชายหนุ่มมองหลี่ถงถงด้วยสายตาเย็นชา ยามนี้นางยังทำตัวเป็นปกติได้อีกงั้นหรือ? เมื่อเห็นว่าฉีหานฟงไม่ตอบ ทั้งสามก็มองฉีหานฟงอย่างสงสัย หลี่ถงถงเลิกคิ้วก่อนจะค่อยๆแสยะยิ้มออกมา อะไรเนี่ย? เขาเป็นคนเก็บความรู้สึกของตั

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสาม แผนลอบฆ่า  

    สมกับเป็นเหล่าอัจฉริยะซะจริงๆ...หลี่ถงถงมองภาพที่ทุกคนกำลังร่ายรำกระบวนท่าได้อย่างชำนาญภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วยาม แม้ฟางซูและหนิงอันจะดูยังเก้ๆกังๆอยู่แต่ก็ถือว่าดีแล้วสำหรับการฝึกครั้งแรก อยู่ท่ามกลางอัจฉริยะเช่นนี้ทำเอาลำบากใจไม่น้อยเลยนะเนี่ย...หลี่ถงเอ่ยในใจพลางเปลี่ยนกระบวนท่าร่ายรำ "ดูเหมือนจะง่ายกว่าที่คิดเลยนะ..."หนิงอันเอ่ยพลางยิ้มร่าออกมาอย่างดีใจ ก่อนจะเปลี่ยนกระบวนท่าไปอีกหนึ่งกระบวน ดูเหมือนนางจะมีพรสวรรค์ไม่น้อยหน้าใครเลย... "ข้าก็ว่าเช่นนั้น"ฟางซูเอ่ยต่อจากหนิงอันด้วยใบหน้าปลื้มปริ่ม อวี้ซือเหลียงเองก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ ส่วนฉีหานฟงก็พยักหน้าตั้งแต่ที่หนิงอันกล่าวแล้ว "ดูเหมือนว่าจะมีข้าเพียงคนเดียวที่คิดว่ามันยากนะเนี่ย..."หลี่ถงถงแสร้งทำเป็นว่าตนไม่สามารถร่ายรำกระบวนท่าได้ เพื่อชีวิตที่ไม่เป็นจุดเด่น ข้าจะต้องทำตัวอ่อนแอเข้าไว้...หลี่ถงถงเอ่ยในใจ "ข้าจะช่วยนะถงถง!"หนิงอันหันมากล่าวกับหลี่ถงถงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หลี่ถงถงมองหนิงอันด้วยสายตาเรียบเฉยพลางพยักหน้ารับน้ำใจนางเบาๆ ...สมกับเป็นนางเอกนิยายจริงๆ ทั้งห้าร่วมกันฝึกฝนเช่นนี้กันทุกวัน

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบสอง คู่หู  

    "...การต่อสู้ พละกำลังถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด แต่ว่าก็ต้องควบคู่ไปพร้อมกับปัญญา แม้สาขาของเราจะเน้นไปที่การต่อสู้ไม่อาจไปเทียบเคียงกับสาขาที่เน้นความละเอียดอ่อนอย่างสาขาอื่น แต่พวกเราก็ต้องหัดที่จะอ่อนน้อมไม่แข็งทื่อจนเกินไป""พลังลมปราณภายในกายของทุกคนต้องใช้สมองในการขับเคลื่อนพลัง หากพวกเจ้าไม่หัดควบคุมอารมณ์ของตัวเองพวกเจ้าก็จะไม่สามารถควบคุมพลังลมปราณได้""การที่ข้าได้ให้พวกเจ้านำแท่งเหล็กไปหัก ก็เพื่อให้พวกเจ้าเรียนรู้ในสิ่งพวกนี้ คนที่สามารถหักแท่งเหล็กนี้ได้จะต้องสามารถควบคุมพลังปราณของตนได้ควบคู่ไปกับพลังกาย""คนที่สามารถหักแท่งเหล็กได้จงนำแท่งเหล็กที่ถูกหักมาส่งคืนให้กับข้า ส่วนคนที่ยังทำไม่ได้ก็จงนำเอาไปฝึกฝนต่อเสีย"​​​​​ท่านอาจารย์กล่าวจบทุกคนก็รีบทำตามที่ท่านบอกทันที หลี่ถงถงเดินนำแท่งเหล็กที่หักไปวางในกล่องไม้หน้าชั้นเรียนพร้อมคนในห้องแต่ในระหว่างที่ถอยหลังออกจะเดินหันกลับเข้าที่ ก็บังเอิญชนเข้ากับแผ่นอกหนาของคนคนหนึ่งจากด้านหลังโดยไม่ได้ตั้งใจ ​​​​​​มือหนาของคนข้างหลังจับแขนของหลี่ถงถงเพื่อพยุงรับหลี่ถงถงอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยถามคนชนเสียงอ่อนนุ่ม "ไม่เป็นอะไรนะแม่นา

  • นางร้ายคนนี้ขอเป็นตัวประกอบ   บทที่สิบเอ็ด ทดสอบ

    หลายวันต่อมา... หลี่ถงถงที่เอาแต่อ่านตำรามาตลอดหลายวันลืมเรื่องที่ว่าตนจะเข้าห้องเรียนเพื่อไปสำรวจคนในห้องไปเลย วันนี้เป็นวันรวมตัวของศิษย์ทุกคนในสาขา เพื่อไปทำแบบทดสอบและรับบทเรียนบทใหม่จากท่านอาจารย์ "ถงถงเราไปกันเถอะ"หนิงอันหันมาเอ่ยกับสหายที่เพิ่งจัดที่นอนเสร็จ "อืม" ทั้งสองเร่งฝีเท้าเดินไปที่ห้องเรียนด้วยความเร็วเพราะใกล้จะเข้าเรียนสายแล้ว ให้ตายเถอะ! ไม่น่าตื่นสายเลยเรา หลี่ถงถงเอ่ยในใจ เมื่อมาถึงห้องเรียนหลี่ถงถงก็รีบวิ่งปรี่ตรงไปที่โต๊ะเรียนของตนทันที ด้านข้างมีฉีหานฟงนั่งรออยู่ก่อนแล้ว "มาสายขนาดนี้ คงมัวแต่นอนอืดอยู่สินะ"ชายหนุ่มปากกล้าเอ่ยแขวะหญิงสาวทันทีที่เห็นว่านางมาถึง"ก็ดีกว่าคนตื่นเร็วแต่ลืมมารยาทเอาไว้ในฝันนั่นแหละ"หลี่ถงถงเอ่ยตอบโต้กลับอย่างไม่คิดยอมแพ้ "ปากเก่งจริงนะ" "ก็น้อยกว่าเจ้าแล้วกัน" ตั้งแต่วันนั้นในป่า ฉีหานฟงก็ได้ลืมนิสัยสุภาพและเผยนิสัยที่แท้จริงของตนออกมาให้ข้าได้เห็น คงเป็นเพราะข้ารู้เนื้อแท้ของเขาแล้ว เขาจึงไม่คิดที่จะเก็บมารยาทของตัวเองต่อหน้าของข้า ซึ่งมันก็น่ารำคาญอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ที่เมื่อทุกทีที่เจอหน้ากันเขาก็มักจะพูดจาแดกดันหาเร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status