Share

นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-12 21:03:47

นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

ย้อนกลับมาทางด้านบ้านหลิว

เมื่อหลิวฉางเหอกลับมาถึงบ้านก็แสดงสีหน้ามาพอใจออกมา ที่เขาต้องเสียเงินสิบหยวนและเนื้อหมูรวมถึงข้าวสารให้กับซ่งอวี้เหมย

“ฉันพลาดท่านังผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ยังไงนะ ไม่คิดเลยว่ามันจะไม่ได้โง่อย่างที่ใครหลายคนเห็น” หลิวฉางเหอพูดออกมาอย่างไม่พอใจ

“ถึงแม้ว่านังนั่นจะร้ายกาจและทำเรื่องน่าอับอายไปทั่ว ถึงอย่างไรฉันมองว่ามันโง่เง่าไม่มีสมอง แต่ไม่คิดว่าวันนี้มันจะทำให้พี่ต้องเสียเงินสิบหยวน ถึงแม้ว่าอาหารและข้าวสารพวกนั้นจะเบิกจากคลังได้ก็เถอะ แต่เงินตั้งสิบหยวนเชียวนะ ทำไมพี่ไม่ไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงานล่ะ”

เจียงฮุ่ยอวิ๋นเองก็มีท่าทีไม่ต่างจากสามี ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลิวจะร่ำรวยที่สุด แต่เงินสิบหยวนก็ไม่ควรจะเสียโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้ จึงบอกให้สามีไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงาน

“เรื่องนั้นฉันต้องทำอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เธอรู้ดีนี่ว่าฉันอยู่ในสายตาชาวบ้านแบบนี้ ต้องทำตัวให้คนเชื่อถือ เงินแค่สิบหยวนก็อย่าพูดมากเลย รอดูว่านังเด็กบ้านซ่งมันจะพลาดท่าอีกครั้งเมื่อไร ฉันจะเอาคืนแน่ ฉันไม่เชื่อหรอกคนเราจะเปลี่ยนไปได้ในเวลาแค่ข้ามคืน”

หลิวฉางเหอพูดเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ ตอนแรกเขาก็ไม่ค่อยพอใจ แต่พออารมณ์เย็นลงแล้ว ก็ไม่อยากจะเอาเรื่องนี้ให้มาคิดให้ปวดหัวอีก และเขาไม่อยากให้ชาวบ้านมองว่าเขารังแกเด็ก แต่ก็เจ็บใจไม่น้อยเลยทีเดียว กับเรื่องนี้ที่อยู่ ๆ ก็เสียทั้งเงิน เสียทั้งหน้า จึงคิดว่าจะรอโอกาสเอาคืน

ส่วนทางด้านซ่งอวี้เหมย หลังจากกลับมาถึงบ้าน เธอและแม่ก็ช่วยกันเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็น รวมถึงเตรียมวัตถุดิบที่จะทำซาลาเปา โดยให้พ่อกับน้องชายช่วยนวดแป้งรอ เพราะเธอตั้งใจว่าจะทำซาลาเปาวันนี้เลยแล้วเอาเข้าไปเก็บไว้ในมิติ วันพรุ่งนี้เอามาขายของก็ยังสดใหม่ แต่ครั้งแรกคงทำไม่เยอะ เอาพอคิดว่าขายหมด

อย่าลืมนะว่าซ่งอวี้เหมยชื่อเสียงย่ำแย่มากแค่ไหน ขายได้นี่ก็นับว่าเก่งแล้ว

ครอบครัวซ่งเวลานี้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข มีทั้งเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ อย่างที่ไม่ค่อยมีมาก่อน เพราะก่อนหน้านั้นทุกคนมัวแต่ทำงาน

แต่ทว่าคนเดินผ่านไปมา กลับคิดว่าคนบ้านซ่งนั้น ได้เงินและอาหารจากหัวหน้าหลิวมาจำนวนไม่น้อย เลยมีความสุขมากเป็นพิเศษ

หลังจากทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ทุกคนก็นั่งล้อมวงกินข้าวด้วยกันในบ้าน เมื่ออิ่มจากมื้ออาหาร ซ่งอวี้เหมยจึงเอาเงินออกมานับให้ครอบครัวเห็นว่า การค้าวันนี้ได้เงินมากเท่าไร

“สามร้อยแปดสิบหยวน” ซ่งอวี้เหมยนับเงินใบสุดท้ายจบก็บอกจำนวนเงินออกมา

นั่นทำให้ทุกคนมองหน้ากันอย่างตกตะลึง เพราะอย่าว่าแต่เงินสามร้อยหยวนเลย เงินแค่ห้าสิบหยวน บ้านซ่งก็แทบไม่เคยเห็นมาก่อน นี่เลยทำให้พ่อกับแม่แทบจะเป็นลม

“นะ นี่ เราขายของได้เงินมากขนาดนี้เลยเหรอ เงินเยอะแยะไปหมด” หวังซิ่วจินพูดเสียงสั่น ๆ เธอแทบจะเชื่อสายตาตัวเอง ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นเงินมากมายขนาดนี้มาก่อน

ส่วนซ่งไห่ถังแม้จะไม่พูดอะไรออกมา แต่สายตาของเขาดูตื่นตะลึงไปเหมือนกัน ที่ครอบครัวสามารถหาเงินได้มากมายขนาดนี้

“พี่ใหญ่ แบบนี้บ้านเราก็รวยแล้วสิ ใช่ไหมครับ”

เด็กหนุ่มตาโตและถามด้วยความดีใจ

“ยังหรอก นี่แค่การเริ่มต้นเท่านั้น ฉันต้องหาเงินให้มากกว่านี้ แล้ววันหนึ่งฉันจะพาทุกคนย้ายเข้าไปอยู่ในเมือง ฉันจะซื้อบ้านหลังใหม่ แล้วหาซื้อตึกเพื่อเปิดร้าน บอกตามตรงว่าฉันไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้นักหรอก ความทรงจำที่ดีแทบไม่มีเลย พ่อ แม่และอาหมิงเห็นด้วยไหม”

ซ่งอวี้เหมยพูดสิ่งที่เธอวางแผนไว้ให้ทุกคนรับรู้ เธอไม่อยากจมปลักอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อีกแล้ว อย่างน้อยเก็บเงินสักปีก็น่าจะพอซื้อบ้านและซื้อร้านในเมือง เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ ทั้งของเธอและครอบครัวได้

‘ในเมื่อตั้งใจแล้วว่าจะไม่เดินตามเรื่องเดิม รวมทั้งไม่คิดตอแยและติดตามพระเอกของเรื่องอีก ฉันก็ควรจะหาที่พักใหม่ดีกว่า เพราะอย่างไรเสียพระเอกและนางเอกในนิยายเรื่องนี้ ก็ควรจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข ส่วนนางร้ายอย่างฉัน ก็จากไปมีชีวิตใหม่อย่างสง่างามดีที่สุด’ หญิงสาวคิดอยู่ในใจ

“ต่อให้เรามีเงิน แต่การย้ายทะเบียนบ้านเข้าไปอยู่ในเมืองก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ” หวังซิ่วจินพูดขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ

“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องนี้พ่อเห็นด้วยกับลูก เพื่อความก้าวหน้าของลูกทั้งสองคน พ่อจะทำเรื่องย้ายทะเบียนบ้านให้ได้ อย่างไรเสียพวกเราก็ควรมีความหวังกับเรื่องนี้”

คนเป็นพ่อพูดอย่างเห็นด้วย หากลูกสาวจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในเมือง แม้ว่าการย้ายทะเบียนบ้านจะต้องรอเวลา และไม่ใช่จะย้ายกันง่าย ๆ แต่เขาก็จะดำเนินเรื่องทุกอย่างเพื่อครอบครัว

ซ่งอวี้เหมยพยักหน้าและคิดตาม จากนั้นทั้งหมดจึงปรึกษาและพูดคุยกันเรื่องขายของในวันพรุ่งนี้

“พรุ่งนี้อวี้เหมยต้องใจเย็น ๆ นะ เชื่อเถอะว่าต้องมีคนมาหาเรื่องลูก จนอาจจะทำให้ขายของไม่ได้” ซ่งไห่ถังบอกลูกสาวอย่างเป็นห่วง เพราะรู้ว่าชาวบ้านไม่ชอบลูกสาวมาก

“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ ขายได้ก็ขาย ขายไม่ได้เราก็เอาไปขายที่ตลาดมืดก็ได้” หญิงสาวตอบกลับอย่างไม่คิดอะไรมาก เพราะนี่เป็นแค่กิจการบังหน้าเท่านั้น หากขายดีก็ค่อยว่ากันอีกที แต่หากขายไม่ได้ก็เอาไปขายในตลาดมืดในวันถัดไปก็ได้ เพราะของที่เก็บไว้ในมิติไม่มีวันเน่าเสียอยู่แล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้าน

    ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้านซ่งอวี้เหมยนั้นเดินกลับไปที่ร้าน โดยไม่สนใจเลยว่า อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เพราะเธอไม่ได้ต้องการพระเอกคนนี้อีกแล้วสามคนแม่ลูกช่วยกันเข็นรถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม ซ่งอวี้เหมยซื้อของติดมือมาเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านคนอื่นรู้ว่าเธอมีอาหารกินเพราะซื้อมาจากตลาดเหมือนกันซ่งเจ๋อหมิงยังอยากกินขนมในมิติอีก จึงได้กระซิบบอกพี่สาว “พี่ใหญ่ วันนี้ผมขอกินขนมอีกได้ไหม วันก่อนผมแบ่งให้หลานชายบ้านเสิ่นกินด้วย เขาบอกว่าอร่อยมาก”“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หญิงสาวตอบกลับและลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน เรื่องอาหารการกินเธอไม่หวงอยู่แล้ว ในเมื่อมิติมีทุกอย่าง“แม่คะ ฉันอยากขายอาหารเช้าจังเลยค่ะ พวกข้าวเหนียวกับเนื้อทอดหรือไก่ทอดอะไรพวกนั้น แต่ถ้าจะขายในหมู่บ้านคงจะโดนจ้องจับผิดหรือมีคนมาก่อกวนอีก”หญิงสาวพูดปรึกษาแม่เกี่ยวกับการค้าใหม่ และพอพูดถึงเรื่องนี้ หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่เข้าใจว่าชาวบ้านจะมีปัญหาอะไรกับบ้านเธอนักหนา หรือว่าอิจฉาที่เห็นว่าได้ดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นเราไปขายที่หน้าหมู่บ้านดีไหมพี่ พี่กับแม่ก็ขายแค่ช่วงเช้า หลังจากนั้นผมจะเฝ้าร้านให้เอง ช่วงบ่ายพี่กับ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรอ

    เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรออีกด้านหนึ่งของตลาด หานเจี้ยนกั๋วที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอด ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าซ่งอวี้เหมยจะไม่โวยวาย และไม่หาเรื่องตบตีผู้หญิงคนนั้นเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับกัน เธอสามารถยกเหตุผลออกมาจัดการ จนทำให้อีกฝ่ายล่าถอยไปอย่างไม่เป็นท่า แถมยังได้ใจชาวบ้านอีกมากมาย“เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ สินะ” เขาพูดออกมาเบา ๆส่วนซ่งอวี้เหมยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะคิดอย่างไร ขอแค่เธอปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ก็พอตอนนี้มีกลุ่มชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทาอีกแล้ว หลายคนต่างก็มองว่าบ้านซ่งเหมือนจะมีเงินจากการค้าเยอะขึ้น แต่แปลกใจว่าทำไมถึงยังมีเนื้อหมูมาทำไส้ซาลาเปาขายอีก “ฉันสงสัยว่าบ้านซ่งซื้อเนื้อหมูมาจากที่ไหน เพราะถ้าเอาแค่ที่หัวหน้าหลิวมอบให้ในวันนั้นมาทำซาลาเปาขาย มันก็น่าจะหมดนานแล้ว อย่าลืมว่าสหกรณ์ก็แทบจะไม่มีเนื้อขาย เพราะคนมีเงินล้วนสั่งไว้ทั้งนั้น หรือว่าคนบ้านซ่งไปขโมยมาจากคลังอีก” หญิงชรากลุ่มหนึ่งนั่งจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องนี้ไม่หยุด“ฉันว่าคงไปหาซื้อที่ตลาดมืดละมั้ง หรือไม่คงไปสั่งไว้ที่สหกรณ์หรือเปล่า อย่าลืมว่าตลาดที่นี่มีทุกห้าวัน คนบ้านนั้นน่าจะเตรียมไว้ก่อนแน่” อีกคนก็พู

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

    ทำอะไรต้องมีหลักฐาน“นั่นสิ ในเมื่ออวี้เหมยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการลุกขึ้นมาทำมาหากิน เธอจะมายุ่งอะไรด้วย แล้วเรื่องเมื่อวานลูกสาวของฉันก็ไม่ผิด อยู่ดี ๆ ก็มีคนไปรังแกถึงบ้าน สมควรแล้วที่จะต้องชดเชยให้เธอ ทำไมเราจะเอาของที่ได้มา มาทำซาลาเปาขายเพื่อต่อยอดไม่ได้ล่ะ อีกอย่างเนื้อที่ได้มา หากเก็บไว้นานมันก็จะเน่าเสียได้”หวังซิ่วจินแม้จะไม่ค่อยอยากมีปากเสียงกับชาวบ้าน แต่หากเพื่อลูกและครอบครัวแล้วล่ะก็ เธอพร้อมจะสู้ตายเหมือนกัน จึงตอบโต้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้าพอถูกสวนกลับด้วยเหตุผล หญิงคนนี้ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างฉุนเฉียว ส่วนคนอื่นบางคนก็เห็นด้วยกับสองแม่ลูกบ้านซ่ง แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าซ่งอวี้เหมยทำเกินไป ที่เรียกร้องเงินและอาหารมากขนาดนั้น“แม่คะ เหลือแค่ไม่กี่ลูกเอง เรากลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเอาซาลาเปาไปฝากเสิ่นหมิงด้วย แล้วอีกห้าวันเราค่อยมาขายที่นี่กันใหม่” ซ่งอวี้เหมยไม่อยากเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เลยชวนแม่เก็บของกลับบ้าน และเธอตั้งใจจะเอาซาลาเปาไปฝากเด็กที่ร่างเดิมเคยรังแกด้วย อย่างน้อยก็เป็นการไถ่โทษทางหนึ่ง“เอาอย่างนั้นก็ได้”

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว

    ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้วเช้าวันต่อมา...คนบ้านซ่งตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เนื่องจากมาเตรียมของที่จะเอาขาย ซาลาเปาที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเอาออกมาจากมิติ แล้วจะนำไปนึ่งอีกครั้งแม้ว่าบ้านซ่งจะยากจน แต่ดีที่ยังมีรถเข็นคันหนึ่งแถมยังมีซึ้งนึ่งอันใหญ่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการขายซาลาเปาครั้งนี้ซ่งอวี้เหมยเตรียมทุกอย่างกับแม่ของเธอ จากนั้นจึงทำกับข้าวไว้ให้พ่อกับน้องชาย เนื่องจากว่าตลาดเริ่มมีตั้งแต่เช้านั่นเองเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและแม่จึงช่วยกันเข็นรถมาที่ตลาด ก่อนจะเปิดร้านเหมือนคนอื่นแต่กลายเป็นว่าร้านของเธอแทบไม่มีใครเข้ามาซื้อเลย ทั้งที่ซาลาเปาไส้หมูส่งกลิ่นหอมไปทั่วตลาด“กล้ามาขายเนอะ ใครจะซื้อของพวกเธอกัน”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดอย่างไม่พอใจ แม้จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้กลิ่นซาลาเปาไส้หมูจากร้านของซ่งอวี้เหมย“ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวน ฉันขายได้หรือขายไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ อวี้เหมยค้าขายอย่างสุจริตแล้ว คนปรับปรุงตัวแทนที่จะสนับสนุน แต่นี่อะไร กลับมาหาเรื่องหน้าตาเฉย”หวังซิ่วจินพูดสวนกลับไปทันที เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกสาวขอ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

    นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นย้อนกลับมาทางด้านบ้านหลิว เมื่อหลิวฉางเหอกลับมาถึงบ้านก็แสดงสีหน้ามาพอใจออกมา ที่เขาต้องเสียเงินสิบหยวนและเนื้อหมูรวมถึงข้าวสารให้กับซ่งอวี้เหมย“ฉันพลาดท่านังผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ยังไงนะ ไม่คิดเลยว่ามันจะไม่ได้โง่อย่างที่ใครหลายคนเห็น” หลิวฉางเหอพูดออกมาอย่างไม่พอใจ“ถึงแม้ว่านังนั่นจะร้ายกาจและทำเรื่องน่าอับอายไปทั่ว ถึงอย่างไรฉันมองว่ามันโง่เง่าไม่มีสมอง แต่ไม่คิดว่าวันนี้มันจะทำให้พี่ต้องเสียเงินสิบหยวน ถึงแม้ว่าอาหารและข้าวสารพวกนั้นจะเบิกจากคลังได้ก็เถอะ แต่เงินตั้งสิบหยวนเชียวนะ ทำไมพี่ไม่ไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงานล่ะ”เจียงฮุ่ยอวิ๋นเองก็มีท่าทีไม่ต่างจากสามี ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลิวจะร่ำรวยที่สุด แต่เงินสิบหยวนก็ไม่ควรจะเสียโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้ จึงบอกให้สามีไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงาน“เรื่องนั้นฉันต้องทำอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เธอรู้ดีนี่ว่าฉันอยู่ในสายตาชาวบ้านแบบนี้ ต้องทำตัวให้คนเชื่อถือ เงินแค่สิบหยวนก็อย่าพูดมากเลย รอดูว่านังเด็กบ้านซ่งมันจะพลาดท่าอีกครั้งเมื่อไร ฉันจะเอาคืนแน่ ฉันไม่เชื่อหรอกคนเราจะเปลี่ยนไปได้ในเวลาแค่

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   การค้าครั้งแรกของบ้านซ่ง

    การค้าครั้งแรกของบ้านซ่งเมื่อจัดร้านเสร็จทั้งสี่คนก็ช่วยกันเรียกลูกค้า เนื่องจากว่าพวกเขาไม่เห็นมีร้านขายเนื้อแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคนซื้อ แต่กลับตรงกันข้าม ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเลยมาต่อแถวเพื่อซื้อเนื้อ และไม่ว่าจะเอาออกมาเท่าไร ก็ขายหมดเกลี้ยง“พ่อคะ นอกจากเนื้อหมูแล้ว เรายังเอาอะไรออกมาขายได้อีก พวกขนมปังขายได้ไหม” ซ่งอวี้เหมยถามอย่างไม่แน่ใจ“ได้สิ ดีเหมือนกัน เนื้อหมูพอแค่นี้ก่อน เอาอย่างอื่นออกมาขายดีกว่า ไม่อย่างนั้นเกิดใครสงสัยว่าเอาเนื้อหมูอย่างดีมาจากไหน เราจะเดือดร้อนเอา” ซ่งไห่ถังเห็นด้วยกับความคิดลูกสาว เขาไม่อยากให้เป็นที่จับตามองของกลุ่มคนในตลาดมืดสักเท่าไร จึงคิดว่าควรจะเอาอย่างอื่นมาขายด้วยดังนั้นซ่งอวี้เหมยจึงเอาขนมปังไส้ต่าง ๆ ออกมาขาย ตอนแรกแทบไม่มีใครซื้อ เพราะถือว่าเป็นของกินแปลกใหม่ ที่ไม่ค่อยมีใครขายแต่พอหญิงสาวเอาออกมาตัดเป็นชิ้น ๆ วางในถาด แล้วให้ทุกคนลองชิมทุกรสชาติ คราวนี้ล่ะแทบจะขายไม่ทัน เพราะทั้งอร่อยและราคาไม่แพง เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างที่เอาออกมาหมดเกลี้ยง“ขนมปังหมดแล้วเหรอ” ลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถาม เธอได้ยินคนอื่นพูดกันว่าร้านนี้ขายขนมปังอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status