Share

บอกเรื่องมิติกับครอบครัว

Author: sanvittayam
last update Last Updated: 2026-01-12 21:02:04

บทที่ 6 บอกเรื่องมิติกับครอบครัว

“ของวิเศษที่จะทำให้บ้านซ่งของเราไม่ต้องลำบาก ต่อไปนี้เราจะมีอาหารจานเนื้อกินตลอด และอาจจะเอาไปขายเพื่อหาเงินเข้าบ้านด้วยนะ ทุกคนดูนี่นะ”

หญิงสาวพูดอย่างจริงจัง พูดจบก็แบมือแล้วเรียกเอาผลไม้ออกมา นี่จึงสร้างความตกตะลึงให้กับคนในครอบครัวเป็นอย่างมาก

“พี่ทำได้ยังไง” ซ่งเจ๋อหมิงหยิบผลไม้มาจากมือพี่สาวแล้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“มันเป็นมิติวิเศษที่ยายคนนั้นให้มาน่ะ นี่ยังเรียกของได้อีกหลายอย่างนะ” หญิงสาวตอบกลับไปยิ้ม ๆ แล้วเรียกเนื้อหมูออกมาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าทุกคน

ส่วนซ่งไห่ถังมองและนั่งนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเรียกสติกลับมา แล้วบอกย้ำเตือนลูกสาว “ก็ดีแล้ว แต่ต่อไปนี้ลูกอย่าไปเอาของอะไรออกมาให้คนอื่นนอกจากพวกเราเห็นนะ เข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม” น้ำเสียงที่บอกนั้นจริงจังมาก

“นั่นสิ อวี้เหมย แม่ดีใจที่ลูกเลือกปรับปรุงตัวจนได้สิ่งที่ดีมา และแม่หวังว่าลูกจะทำได้อย่างที่รับปากยายคนนั้นไว้ อะไรที่แล้วมาก็ให้มันผ่านไปเถอะนะ” หวังซิ่วจินพูดอย่างอ่อนโยนและยกมือปาดน้ำตาที่มาจากความดีใจ เพราะไม่คิดว่าสุดท้ายแล้ว ซ่งอวี้เหมยก็เลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง

“พี่ใหญ่ ต่อไปนี้ผมจะปกป้องพี่เอง ใครมารังแกพี่ ผมจะไม่ยอมเด็ดขาด” เด็กหนุ่มพูดขึ้นมาบ้าง ในเมื่อพี่สาวเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ อย่างนั้นเขาจะดูแลไม่ให้ใครมารังแกเธอเด็ดขาด

“ขอบใจนะ แต่ในเมื่อพี่มีมิติวิเศษแล้ว บ้านเราก็ไม่ลำบากอีกต่อไป พี่จึงคิดว่าสิ่งแรกที่อาหมิงควรจะทำคือ เลิกไปทำงานที่คอมมูนแล้วกลับไปอ่านหนังสือ เพื่อเตรียมตัวสอบเข้าเรียนอีกครั้ง เรื่องทำงานหาเงินเข้าบ้าน ต่อจากนี้ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง พ่อกับแม่ก็เหมือนกันนะคะ ไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยแล้ว”

หญิงสาวรู้สึกซาบซึ้งใจมากที่ทุกคนไม่กลัวเธอ ไม่มองว่าเธอเป็นคนประหลาด จึงพูดกับน้องชายและพ่อแม่อย่างอ่อนโยน

ในเมื่อเธอมีมิติส่วนตัวแล้ว และในนั้นก็มีของกินของใช้มากมาย จึงไม่ต้องกังวลแล้วว่าทำอย่างไร ถึงจะมีอาหารมาประทังชีวิตในแต่ละวัน 

พอได้ยินสิ่งที่ซ่งอวี้เหมยบอกมา ทั้งสามจึงได้สบตากันไปมา ก่อนที่หวังซิ่วจินจะพูดขึ้นมา

“แต่บ้านเราไม่ได้มีเงินขนาดนั้นนะ หากจะให้พ่อกับแม่หยุดงานด้วย แม่กลัวว่าบ้านเรา...”

แววตาของคนเป็นแม่ฉายความกังวลอย่างชัดเจน เรื่องที่จะให้ลูกชายเรียนต่อนั้น เธอและสามีได้ปรึกษากันมาตลอด แต่เมื่อบอกกับซ่งเจ๋อหมิง เขากลับไม่ยอมไปเรียน เขาเลือกที่จะทำงานในคอมมูนต่อ เพื่อช่วยที่บ้านทำงานสะสมแต้มไว้แลกกับอาหาร

“แม่ลืมไปแล้วเหรอว่าฉันมีสิ่งที่คนอื่นไม่มี เราสามารถเอาข้าวของในมิตินี้ออกมาขายได้ และยังเอาของต่าง ๆ ไปเก็บไว้ในมิติได้ด้วย ความจริงแล้วฉันทำอาหารจานเนื้ออย่างที่ชาวบ้านพูดจริง ๆ นั่นแหละ แต่ฉันไหวตัวทันเลยเก็บทุกอย่างเข้ามิติ” หญิงสาวพูดไปก็ยิ้มตาหยีไป เพราะต่อจากนี้เธอไม่ต้องปิดบังอะไรอีกแล้ว และสามารถให้ทุกคนในครอบครัวได้กินอาหารดี ๆ แล้วเหมือนกัน

“จริงเหรอ” เด็กหนุ่มตาโตทันที เพราะไม่คิดว่าของวิเศษที่สาวจะน่าอัศจรรย์อย่างนี้

“จริงสิ นี่ไง” พูดจบเธอก็เรียกอาหารที่เธอทำไว้ออกมาไว้ที่โต๊ะตรงกลาง ก่อนจะพูดอีกว่า “ต่อจากนี้ไปพี่จะพยายามหาเงินเข้าบ้านให้ได้มากที่สุด และพี่ต้องส่งอาหมิงเรียนจนจบมหาวิทยาลัยให้ได้ อาหมิงก็ตั้งใจเรียนให้ดี ๆ ก็พอ” ซ่งอวี้เหมยบอกกับน้องชายและมองทุกคนสลับไปมา พร้อมทั้งยังให้คำมั่นสัญญา

“ครับพี่ใหญ่ ผมจะตั้งใจเรียน” เด็กหนุ่มตอบรับอย่างแข็งขัน

คนเป็นพ่อแม่ได้ยินได้เห็นแบบนี้ถึงกับน้ำตาซึม เพราะดีใจเหลือเกินที่ลูกสาวคนนี้เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ แถมยังมีมิติวิเศษอีก แต่ก็ไม่ลืมพ่อแม่และน้องชาย

“ถ้าอย่างนั้นเราขายของกันดีไหมแม่ ช่วงแรก ๆ ลองทำซาลาเปาขายก่อน หมู่บ้านเรามีตลาดนัดทุกห้าวัน อย่างน้อยก็ทำให้คนอื่นเห็นว่าบ้านเราทำการค้า หากต่อไปพวกเรากินอาหารดี ๆ ชาวบ้านจะได้ไม่คิดว่าฉันไปขโมยของคนอื่นอีกไงล่ะ”

พอเห็นว่าทุกคนในครอบครัวมีสีหน้าดีขึ้น ซ่งอวี้เหมยจึงชวนแม่มาทำซาลาเปาขายกัน

“งั้นพ่อจะทำงานแลกแต้มคนเดียวก็พอ จะให้เลิกทำตอนนี้ก็คงไม่ได้ เพราะทุกครอบครัวยังต้องส่งคนไปทำงานอย่างน้อยหนึ่งคน อวี้เหมยกับแม่ก็ไปหาทำของขายเถอะ ส่วนอาหมิงก็เตรียมอ่านหนังสือ เพื่อสอบเทียบเข้าเรียนชั้นมัธยมปลาย และถ้าว่าง ๆ ก็ค่อยมาช่วยพี่กับแม่ทำของขาย เข้าใจไหม” 

ซ่งไห่ถังแบ่งหน้าที่ให้ทุกคนอย่างชัดเจน เขาคนเดียวทำงานในทุ่งก็เพียงพอแล้ว เพียงเท่านี้ความสุขก็กลับเข้ามาที่บ้านซ่งอีกครั้ง

ซ่งอวี้เหมยมองหน้าพ่อแม่และน้องชายอย่างยินดีและมีความหวัง ต่อจากนี้ไป เธอหวังว่าทุกคนจะมีชีวิตที่ดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   บทส่งท้าย ใครว่าฉันเป็นนางร้ายตัวประกอบ

    บทส่งท้าย ใครว่าฉันเป็นนางร้ายตัวประกอบหานเจี้ยนกั๋วไม่รอให้อีกฝ่ายเข้าที่หลบกำบังตัวได้ทัน เขายิงไปที่ขาของหัวหน้าหลิวอย่างแม่นยำ รวมถึงลูกน้องคนอื่น ต่างก็ยิงลูกน้องของหลิวฉางเหอ จนทำให้พวกมันล้มลงไปกองกับพื้นและนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด“แกกล้าทำอย่างนี้ได้ยังไง รู้มั้ยว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ หากไม่อยากเดือดร้อน ก็ถอนตัวออกไปซะ” หัวหน้าหลิวพูดออกมาอย่างเดือดดาล เขาพยายามบีบบังคับให้อีกฝ่ายปล่อยตนเองไป โดยอ้างคนที่อยู่ในเงามืด“รู้สิ รู้ด้วยว่าหัวหน้าของพวกแกใหญ่แค่ไหน แต่ก็ไม่ใหญ่ไปกว่ากฎหมายหรอกนะ พวกแกกล้าดีอย่างไร ถึงมาขายสิ่งเสพติดพวกนี้ มอมเมาชาวบ้านจนทำให้ทุกคนเดือดร้อน บางคนถึงขั้นฆ่าคนอื่นตายก็ยังมี พวกแกเห็นแค่เงินเพียงน้อยนิด แล้วยอมทำสิ่งชั่วร้ายอย่างนี้เนี่ยนะ เลวจริง ๆ” หานเจี้ยนกั๋วด่ากลับอย่างเดือดดาล ที่ดูเหมือนว่าหลิวฉางเหอยังไม่สำนึกกับสิ่งที่กระทำ“ฮ่า ๆ ช่วยไม่ได้ ในเมื่อพวกมันโง่เอง ของพวกนี้ก็มีราคาแพง แต่อยากซื้อไปเสพอีก จะมาโทษฉันก็ไม่ได้หรอกนะ แต่แกคอยดูเถอะ นายใหญ่ต้องจัดการพวกแกให้สิ้นซากแน่ ไม่รู้หรือไงว่า สินค้าในครั้งนี้มีมูลค่ามากขนาดไหน” หล

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กวาดล้างพวกค้ายาเสพติด 1.2

    ดวงตาของชายหนุ่มเฉียบคมไม่ว่อกแว่ก เหมือนนักล่าที่รู้แน่แล้วว่าปลายทางจะเจออะไร และต่อให้จะบาดเจ็บอย่างไร เขาปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องมีชีวิตรอดกลับไปพบเจอเธอให้ได้ และหวังว่าลูกน้องทุกคน จะปลอดภัยเหมือนกัน ถึงแม้ว่านี่จะเป็นช่วงกลางวัน แต่ทว่าหานเจี้ยนกั๋วก็ไม่รู้สึกเกรงกลัวสิ่งใด เพราะนี่คือภารกิจสำคัญที่เขาต้องทำ และต่อให้เป็นภูเขาท้ายหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีใครสัญจร หรือขึ้นมาแถวนี้มากนัก แต่ก็ยังคงมีคนมาหาของป่าอยู่นั่นทำให้มีนายทหารต้องไปตักเตือน และบอกให้รีบลงมาโดยที่สั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใคร“หมายความว่าอย่างไรผู้กอง ตอนนี้หมู่บ้านเราเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงพาเจ้าหน้าที่มากันเยอะขนาดนี้” หัวหน้าหมู่บ้านที่รู้ข่าวก็รีบวิ่งมาอย่างหน้าตาตื่น และถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน “ผมกำลังปฏิบัติการกวาดล้างคนทำผิดกฎหมายครับ หากหัวหน้าหมู่บ้านไม่อยากติดรางแห่ไปด้วย ก็พาชาวบ้านลงไปให้หมด แล้วปิดเรื่องนี้ให้เงียบที่สุด อย่าคิดว่าผมไม่รู้เรื่องที่หัวหน้าหมู่บ้านรู้ว่า คนบ้านหลิวทำอะไรไว้ เพียงแค่เพราะกลัวอำนาจของหัวหน้าหลิว คุณเลยไม่กล้าเปิดเผยเรื่องนี้” ชายหนุ่มปรายตามองอย่างเย็นชา แต่ก็เข้าใจไ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กวาดล้างพวกค้ายาเสพติด 1.1

    กวาดล้างพวกค้ายาเสพติดวันต่อมา...หลิวฉางเหอมั่นใจว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องที่เขาทำ แต่เพราะกลัวปัญหาจะตามมาเลย ตัดสินใจขนย้ายสินค้าผิดกฎหมายพวกนี้ ก่อนวันนัดหมายหนึ่งวัน“ฉันคิดว่าควรขนของกันวันนี้เลย ขนไปก่อนหน้าหนึ่งวันดีกว่าขนไปพรุ่งนี้แล้วเกิดปัญหาขึ้นมา” เขาพูดขึ้นกับลูกน้องที่รออยู่ตรงนี้เมื่อลูกน้องได้ยินต่างก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงขยับขึ้นมาอีกหนึ่งวันในการส่งสินค้า“มันจะดีเหรอครับหัวหน้า การส่งสินค้าเร็วหนึ่งวันก็ไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไป ยิ่งส่งไปกับเสบียงอาหารด้วย ผมกลัวว่าจะเกิดปัญหานะครับ” ลูกน้องคนหนึ่งอดพูดขึ้นมาไม่ได้ เขารู้สึกไม่ดีที่จะต้องขนสินค้าก่อนกำหนดการ แล้วรู้สึกว่างานครั้งนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด“แกจะกลัวอะไรวะ มีคนของนายใหญ่ปะปนอยู่ในกลุ่มขนเสบียงอาหารครั้งนี้ ฉันมองว่าการที่เราเลื่อนกำหนดการมาหนึ่ง วันมันน่าจะดีกว่า เกิดพรุ่งนี้มีปัญหาขึ้นมาตอนที่เราขนสินค้า แบบนั้นมันน่าจะเกิดปัญหามากกว่านะ” หลิวฉางเหอยังคงยืนหยัดความคิดของตนเอง แล้วบอกว่าเริ่มทยอยขนสินค้าไปวันนี้เป็นการดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เจ้านายเลย อย่างไรพวกผมก็ยินดีทำตามคำสั่งอย

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   โง่แล้วยังอวดฉลาด1.2

    ลูกค้าที่เคยทำการค้าร่วมกับซ่งอวี้เหมยและแม่ของเธอ รีบพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนเข้าใจ แต่ก็ยังปิดบางเรื่องที่พวกเธอทำการค้าในตลาดมืดไว้“ใช่แล้ว ฉันก็ทำการค้ากับคนบ้านซ่ง ก่อนที่พวกเธอจะเปิดร้านนี้กันเสียอีก” ลูกค้าอีกคนพูดสนับสนุนขึ้นมา และดูจะไม่ค่อยพอใจหลิวซูหรงสักเท่าไร“การที่เธอมาพูดแบบนี้ ไม่เท่ากับว่าใส่ร้ายครอบครัวบ้านซ่งหรอกเหรอ หรือว่าอิจฉาที่เห็นคนอื่นได้ดีกว่า”“นั่นสิ ฉันเองก็คิดอย่างนั้น”ตอนนี้ไม่ใช่ว่ามีลูกค้าเพียงแค่คนเดียวที่ออกหน้าให้คนบ้านซ่ง แต่กลับมีจำนวนไม่น้อยเลยที่พูดแทนหญิงสาวส่วนหานเจี้ยนกั๋วก็เดินมาอยู่เคียงข้างหญิงอันเป็นที่รัก และมองไปทางหลิวซูหรงด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ในใจก็คิดว่า ‘คงต้องจัดการกวาดล้างคนบ้านตระกูลหลิวจริงจังสักที’“เป็นไปได้อย่างไรกัน แกจะมีคนรักมากขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมทุกคนถึงพูดออกหน้าให้แกล่ะ” หลิวซูหรงถามออกไปอย่างตกใจ เธอแทบจะไม่เชื่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า เธอไม่นึกไม่ฝันเลยว่าซ่งอวี้เหมยจะมีคนรักมากขนาดนี้“ฉันไม่คิดเลยนะว่าคนเราโง่แล้วยังอวดฉลาดอีก ฉันไม่รู้หรอกว่าอะไรทำให้เธอใส่ร้ายฉันได้ขนาดนี้ อีกทั้งเรื่องราวที่เกิดขึ้น มันก็ผ่านไปแล

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   โง่แล้วยังอวดฉลาด 1.1

    โง่แล้วยังอวดฉลาดมุมหนึ่งของถนน หลิวซูหรงยืนมองมาทางหน้าร้านบ้านซ่งด้วยสายตาโกรธแค้น เธอไม่เข้าใจว่าทำไมซ่งอวี้เหมย ถึงได้มีเงินมากขนาดนี้ มากจนได้เปิดร้านอาหารบ้านซ่งที่ไม่เล็กเลย“นังซ่งอวี้เหมยมันทำอะไรกันแน่ ถึงได้มีเงินมาเปิดร้านอาหารใหญ่โตขนาดนี้” หลิวซูหรงไม่คิดเลยว่าช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ ศัตรูคู่แค้นจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากขนาดนี้“หรือว่ามันแอบทำเรื่องผิดกฎหมาย เลยทำให้คนบ้านซ่งมีเงินมาเปิดร้าน จนทำให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แบบนี้เราควรไปแจ้งทางการดีไหมนะ” สุ่ยฟางพูดขึ้นมาอีกคน เธอไม่คาดคิดเหมือนกันว่า ซ่งอวี้เหมยจะมีความเป็นอยู่เจริญรุ่งเรืองอย่างนี้ ในขณะที่ตนถูกส่งไปที่ค่ายกักกันและถูกใช้แรงงานเยี่ยงทาส‘น่าเจ็บใจนัก ทำไมฉันถึงต้องไปอยู่ในสภาพอย่างนั้น แล้วดูนังนั่นสิ มันกลับมีชีวิตที่ดีขึ้น มีร้านค้าใหญ่โต แถมได้ยินว่ามันยังซื้อบ้านในเมืองอีก ทำไมชีวิตที่ดีแบบนี้ ถึงไม่เป็นของฉันกันนะ' เธอคิดในใจอย่างเจ็บแค้น อย่างไรคราวนี้ ก็ต้องหาทางเอาคืนอีกฝ่ายให้จงได้“ที่เธอพูดออกมามันน่าคิดนะ ตั้งแต่ฉันเกิดมาก็เห็นอยู่แล้วว่า บ้านซ่งไม่ได้ร่ำรวยอะไร ค่อนข้างไปทางยากจนกว

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   กินอาหารพร้อมกันทั้งสองบ้าน

    กินอาหารพร้อมกันทั้งสองบ้านซ่งอวี้เหมยยิ้มออกมา ความจริงแล้วเธอไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย กับการที่ทำให้ครอบครัวมีความสุข และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ก็รู้ดีว่าคนในยุคนี้ที่อายุเท่าเธอนั้น ควรที่จะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว บางครอบครัวลูกสาวอายุสิบห้าสิบหกปีก็ให้แต่งงานแล้ว ซึ่งตอนนี้เธอเองก็อายุสิบแปดปีแล้ว จะว่าไปก็ควรจะมีครอบครัวเหมือนกับลูกสาวบ้านอื่นได้แล้วแต่อย่าลืมว่าซ่งอวี้เหมยคนนี้ เป็นหญิงสาวที่มาจากยุคปัจจุบัน ดังนั้นการแต่งงานในอายุเพียงสิบแปดปีนั้น จึงไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลย เนื่องจากชาติก่อน หญิงสาวบางคนอายุสี่สิบปียังไม่แต่งงานเลยก็มี บางคนอยู่แบบโสด ๆ สวย ๆ รวย ๆ ตลอดชีวิตก็ยังมีเยอะแยะ“เอาเถอะค่ะ ฉันคุยกับผู้กองแล้วว่าขอเวลาอีกสักหน่อย ให้พวกเราสองคนศึกษากันให้มากกว่านี้ เมื่อถึงเวลานั้นหากความรู้สึกยังเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ก็ค่อยมาตกลงเรื่องแต่งงานกันอีกครั้ง” หญิงสาวตอบกลับไปเพื่อให้พ่อแม่สบายใจ“ดีแล้วลูก อย่างไรก็ต้องศึกษากันให้ดีก่อน หากหลังจากนี้ความรู้สึกบอกว่าไม่ใช่ ก็ยังเป็นสหายกันได้ แต่ถ้ารีบแต่งงานแล้วเกิดหย่าร้างขึ้นมา ก็คงเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่ดี” ซ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status