Share

เรียกร้องค่าเสียหาย

Penulis: sanvittayam
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-11 18:32:01

เรียกร้องค่าเสียหาย

หลิวฉางเหอเริ่มรู้สึกว่าสิ่งที่รับปากลูกสาวบ้านซ่งไปคือเรื่องที่ผิดมหันต์ และเพิ่งคิดได้ว่าการที่ซ่งอวี้เหมยท้าทายทุกคนแบบนี้ย่อมต้องมีไม้ตาย

‘หรือว่าเธอไม่ได้ขโมยของจริง’ เขาได้แต่คิดอยู่ในใจ แต่สุดท้ายก็ต้องเดินเข้าไปตรวจค้นในบ้านซ่ง

ชาวบ้านคนอื่นที่รอดูเหตุการณ์อยู่ต่างก็สาแก่ใจ เมื่อเห็นหัวหน้าหลิวและอีกหลายคนเดินเข้าไปตรวจค้นบ้านซ่ง หนึ่งในนั้นคือหญิงจากบ้านถัง

เมื่อเข้ามาในบ้านแล้ว หัวหน้าหลิวก็นำทุกคนตรวจค้นทันที เมื่อพบเงินในบ้านมีไม่กี่หยวน ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือเงินของบ้านซ่งจึงไม่สนใจอะไร และพอเข้าไปตรวจในครัวกลับไม่พบอาหารหรือเนื้อสัตว์เลยแม้แต่น้อย

อีกทั้งครัวยังคงสะอาดสะอ้านเหมือนไม่เคยมีการปรุงอาหารมาก่อน อย่างที่พวกชาวบ้านไปร้องเรียน “ไม่พบอะไรใช่ไหม” เมื่อตรวจค้นเสร็จซ่งไห่ถังจึงถามด้วยน้ำเสียงกึ่งเย็นชาผสมไม่พอใจ แต่ก็มีความโล่งใจที่ไม่พบสิ่งที่คนพวกนั้นบอก

“อืม เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ถือว่าจบไปก็แล้วกัน เพราะซ่งอวี้เหมยไม่ได้ทำอาหารจานเนื้อและไม่ได้ขโมยของใคร ส่วนเรื่องคลังเก็บอาหารของคอมมูน ฉันเองก็ยังไม่ได้รับการร้องเรียนว่ามีอะไรหายไป” หลิวฉางเหอพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และทำท่าจะเดินกลับไป

แต่ทว่าซ่งอวี้เหมยกลับเดินเข้ามาขวางไว้ แล้วพูดดักคอเสียก่อน “คงจบเรื่องง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะหัวหน้าหลิว พวกคุณต้องชดใช้ให้ฉันตามสัญญาเสียก่อน เพราะฉันถามย้ำหลายครั้งแล้วนะ แต่พวกคุณก็ยังยืนยันที่จะค้นโดยเรามีข้อตกลงกัน อีกอย่าง การมาตรวจค้นแบบนี้มันเท่ากับดูหมิ่นบ้านซ่งและตัวฉันเอง ดังนั้นหากไม่อยากให้ใครครหา หัวหน้าหลิวต้องทำตามที่พวกเราตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้” น้ำเสียงที่เธอพูดมานั้นดูจริงจังอย่างมาก

“หมายความว่าอย่างไรอวี้เหมย ลูกตกลงอะไรกับหัวหน้าหลิวไว้เหรอ” คนเป็นพ่อถามอีกครั้ง สีหน้าของเขาดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด

“ก็ฉันบอกว่าไม่ได้ทำ แต่พวกเขาก็ยืนยันที่จะค้นบ้านเราให้ได้ ฉันเลยเสนอไปว่าถ้าเข้ามาค้นในบ้านแล้วไม่เจออะไร ทางหัวหน้าหลิวจะต้องจ่ายค่าเสียหายตามที่ฉันเรียกร้อง นั่นคือเงินสิบหยวน เนื้อหมูแล้วก็ข้าวสารอย่างดี ส่วนถ้าค้นพบของที่บอกว่าฉันขโมยมาจากคลัง ฉันยินดีจะให้ดำเนินตามกฎหมายอย่างไรล่ะพ่อ”

หญิงสาวตอบพ่อจบก็เบนสายตาไปหาหลิวฉางเหอ เพื่อไม่ให้เขาเล่นลิ้น แล้วไม่ยอมทำตามที่ตกลงกันไว้

พอเจอสายตาของซ่งอวี้เหมยรวมถึงคนบ้านซ่ง หัวหน้าหลิวจึงต้องรักษาหน้าตัวเอง ด้วยการพูดขึ้นมา “เอาน่า ฉันไม่ลืมสัญญาหรอก เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะจัดการให้ก็แล้วกัน”

เขาพูดจบก็ทำท่าจะเดินเลี่ยงออกไป แต่ก็ถูกหญิงสาวเดินตามมาขวางไว้อีก แล้วเธอยังพูดออกมาอย่างไม่ยินยอม

“ไม่ได้ค่ะ พรุ่งนี้คือวันใหม่ อะไรก็เปลี่ยนแปลงได้หมด ลิ้นมันไม่มีกระดูกนะ หัวหน้าหลิวอย่าเลื่อนเป็นพรุ่งนี้เลย เงินสิบหยวนไม่น่าจะมากเกินไปกับการกระทำในครั้งนี้ แล้วอย่าลืมเนื้อหมูและข้าวสารอย่างดีล่ะ และต้องครบตามจำนวนนะคะ”

‘หากเลื่อนไปพรุ่งนี้ ฉันกลัวว่าจะไม่ได้ตามข้อตกลงน่ะสิ เพราะอย่าลืมว่าคนระดับหัวหน้าหลิว ย่อมตีมึนแล้วไม่ยอมจ่ายได้อยู่แล้ว’ เธอมองหน้าหลิวฉางเหอและคิดอยู่ในใจ

เมื่อไม่สามารถปฏิเสธได้อีก หลิวฉางเหอจึงต้องทำตามอย่างที่พูดไว้ โดยการเอาเงินสิบหยวนและข้าวสาร รวมถึงเนื้อหมูมอบให้หญิงสาวตามจำนวนที่ตกลงกันไว้

หลังจากจบเรื่องวุ่นวายและทุกคนกลับไปหมดแล้ว พ่อ แม่ และน้องชายก็ได้แต่มองหญิงสาวไม่หลบสายตา เหมือนจะขอคำตอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้

“เรื่องราวที่แท้จริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไหนลูกลองบอกแม่มาซิ แม่รู้นะว่าในครัวมีการทำอาหาร อีกอย่างเครื่องปรุงบ้านเราก็ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น” หวังซิ่วจินถามลูกสาวอย่างจริงจัง เพราะคนเป็นแม่อย่างเธอทำอาหารอยู่ทุกวัน มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเครื่องปรุงในบ้านมีอะไรบ้าง

“เอาล่ะ ในเมื่อแม่ถามแล้วฉันก็ไม่อยากปิดบังอีก อาหมิง ไปปิดประตูบ้านให้แน่นหนา” เธอนั่งคิดครู่หนึ่งจึงพูดกับแม่และ จึงหันไปบอกกับน้องชาย

ซ่งอวี้เหมยตัดสินใจจะบอกเรื่องมิติกับคนในครอบครัว เพราะอย่างน้อยตอนที่เธอทำอาหารก็ไม่ต้องปิดบัง ไม่แน่ว่าทุกคนอาจจะหาทางช่วยเรื่องกลิ่นอาหาร ที่จะลอยตลบอบอวลไปบ้านคนอื่นก็ได้

ซ่งเจ๋อหมิงแม้จะสงสัย แต่รีบทำตามที่พี่สาวบอก จากนั้นจึงมานั่งรวมกับทุกคน

“เอาล่ะ เล่าออกมาได้แล้ว” ซ่งไห่ถังเป็นคนพูดขึ้นมา

“เรื่องที่ฉันจะเล่าให้ฟัง มันอาจจะดูเหลือเชื่อ แต่ให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็นก่อน คืออย่างนี้ ตอนที่ฉันนอนหลับไปมียายแก่คนหนึ่งมาเข้าฝันฉัน ยายคนนั้นบ่นฉันยกใหญ่ที่เป็นคนขี้เกียจและร้ายกาจ ยายบอกว่าต้องการให้ฉันปรับปรุงตัวและเป็นคนใหม่ ยายไม่อยากให้ฉันเป็นคนร้ายกาจของหมู่บ้านและไปรังแกคนอื่น ฉันนั่งฟังยายคนนั้นบ่นอยู่นานพอสมควร สุดท้ายแล้วฉันก็เลือกที่จะรับปากว่าจะปรับปรุงตนเอง ยายคนนั้นพอใจมากเลยให้ของวิเศษฉันมา” หญิงสาวเล่าออกมาเป็นเรื่องเป็นราว เหมือนพล็อตนิยายย้อนนิยายที่เคยอ่าน

“ของวิเศษอะไร” ทั้งสามคนที่ฟังอย่างตั้งใจ ก็ถามขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

นั่นทำให้ซ่งอวี้เหมยแอบยิ้มอยู่ในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้าน

    ข่าวลือเรื่องโจรปล้นหมู่บ้านซ่งอวี้เหมยนั้นเดินกลับไปที่ร้าน โดยไม่สนใจเลยว่า อีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร เพราะเธอไม่ได้ต้องการพระเอกคนนี้อีกแล้วสามคนแม่ลูกช่วยกันเข็นรถกลับบ้านด้วยรอยยิ้ม ซ่งอวี้เหมยซื้อของติดมือมาเล็กน้อย เพื่อให้ชาวบ้านคนอื่นรู้ว่าเธอมีอาหารกินเพราะซื้อมาจากตลาดเหมือนกันซ่งเจ๋อหมิงยังอยากกินขนมในมิติอีก จึงได้กระซิบบอกพี่สาว “พี่ใหญ่ วันนี้ผมขอกินขนมอีกได้ไหม วันก่อนผมแบ่งให้หลานชายบ้านเสิ่นกินด้วย เขาบอกว่าอร่อยมาก”“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” หญิงสาวตอบกลับและลูบหัวน้องชายอย่างอ่อนโยน เรื่องอาหารการกินเธอไม่หวงอยู่แล้ว ในเมื่อมิติมีทุกอย่าง“แม่คะ ฉันอยากขายอาหารเช้าจังเลยค่ะ พวกข้าวเหนียวกับเนื้อทอดหรือไก่ทอดอะไรพวกนั้น แต่ถ้าจะขายในหมู่บ้านคงจะโดนจ้องจับผิดหรือมีคนมาก่อกวนอีก”หญิงสาวพูดปรึกษาแม่เกี่ยวกับการค้าใหม่ และพอพูดถึงเรื่องนี้ หญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย เธอไม่เข้าใจว่าชาวบ้านจะมีปัญหาอะไรกับบ้านเธอนักหนา หรือว่าอิจฉาที่เห็นว่าได้ดีกว่า“ถ้าอย่างนั้นเราไปขายที่หน้าหมู่บ้านดีไหมพี่ พี่กับแม่ก็ขายแค่ช่วงเช้า หลังจากนั้นผมจะเฝ้าร้านให้เอง ช่วงบ่ายพี่กับ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรอ

    เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ เหรออีกด้านหนึ่งของตลาด หานเจี้ยนกั๋วที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ตลอด ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าซ่งอวี้เหมยจะไม่โวยวาย และไม่หาเรื่องตบตีผู้หญิงคนนั้นเหมือนที่ผ่านมา แต่กลับกัน เธอสามารถยกเหตุผลออกมาจัดการ จนทำให้อีกฝ่ายล่าถอยไปอย่างไม่เป็นท่า แถมยังได้ใจชาวบ้านอีกมากมาย“เธอเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ สินะ” เขาพูดออกมาเบา ๆส่วนซ่งอวี้เหมยไม่ได้สนใจเลยว่าใครจะคิดอย่างไร ขอแค่เธอปกป้องตัวเองและครอบครัวได้ก็พอตอนนี้มีกลุ่มชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทาอีกแล้ว หลายคนต่างก็มองว่าบ้านซ่งเหมือนจะมีเงินจากการค้าเยอะขึ้น แต่แปลกใจว่าทำไมถึงยังมีเนื้อหมูมาทำไส้ซาลาเปาขายอีก “ฉันสงสัยว่าบ้านซ่งซื้อเนื้อหมูมาจากที่ไหน เพราะถ้าเอาแค่ที่หัวหน้าหลิวมอบให้ในวันนั้นมาทำซาลาเปาขาย มันก็น่าจะหมดนานแล้ว อย่าลืมว่าสหกรณ์ก็แทบจะไม่มีเนื้อขาย เพราะคนมีเงินล้วนสั่งไว้ทั้งนั้น หรือว่าคนบ้านซ่งไปขโมยมาจากคลังอีก” หญิงชรากลุ่มหนึ่งนั่งจับกลุ่มคุยกันถึงเรื่องนี้ไม่หยุด“ฉันว่าคงไปหาซื้อที่ตลาดมืดละมั้ง หรือไม่คงไปสั่งไว้ที่สหกรณ์หรือเปล่า อย่าลืมว่าตลาดที่นี่มีทุกห้าวัน คนบ้านนั้นน่าจะเตรียมไว้ก่อนแน่” อีกคนก็พู

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

    ทำอะไรต้องมีหลักฐาน“นั่นสิ ในเมื่ออวี้เหมยเลือกที่จะเปลี่ยนตัวเอง ด้วยการลุกขึ้นมาทำมาหากิน เธอจะมายุ่งอะไรด้วย แล้วเรื่องเมื่อวานลูกสาวของฉันก็ไม่ผิด อยู่ดี ๆ ก็มีคนไปรังแกถึงบ้าน สมควรแล้วที่จะต้องชดเชยให้เธอ ทำไมเราจะเอาของที่ได้มา มาทำซาลาเปาขายเพื่อต่อยอดไม่ได้ล่ะ อีกอย่างเนื้อที่ได้มา หากเก็บไว้นานมันก็จะเน่าเสียได้”หวังซิ่วจินแม้จะไม่ค่อยอยากมีปากเสียงกับชาวบ้าน แต่หากเพื่อลูกและครอบครัวแล้วล่ะก็ เธอพร้อมจะสู้ตายเหมือนกัน จึงตอบโต้กลับไปอย่างไม่ไว้หน้าพอถูกสวนกลับด้วยเหตุผล หญิงคนนี้ก็เริ่มมีสีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างฉุนเฉียว ส่วนคนอื่นบางคนก็เห็นด้วยกับสองแม่ลูกบ้านซ่ง แต่บางคนก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าซ่งอวี้เหมยทำเกินไป ที่เรียกร้องเงินและอาหารมากขนาดนั้น“แม่คะ เหลือแค่ไม่กี่ลูกเอง เรากลับบ้านกันดีกว่า เดี๋ยวฉันจะเอาซาลาเปาไปฝากเสิ่นหมิงด้วย แล้วอีกห้าวันเราค่อยมาขายที่นี่กันใหม่” ซ่งอวี้เหมยไม่อยากเสียอารมณ์ไปมากกว่านี้ เลยชวนแม่เก็บของกลับบ้าน และเธอตั้งใจจะเอาซาลาเปาไปฝากเด็กที่ร่างเดิมเคยรังแกด้วย อย่างน้อยก็เป็นการไถ่โทษทางหนึ่ง“เอาอย่างนั้นก็ได้”

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้ว

    ขายวันแรกก็มีคนมาหาเรื่องเสียแล้วเช้าวันต่อมา...คนบ้านซ่งตื่นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี เนื่องจากมาเตรียมของที่จะเอาขาย ซาลาเปาที่ทำไว้ตั้งแต่เมื่อวานถูกเอาออกมาจากมิติ แล้วจะนำไปนึ่งอีกครั้งแม้ว่าบ้านซ่งจะยากจน แต่ดีที่ยังมีรถเข็นคันหนึ่งแถมยังมีซึ้งนึ่งอันใหญ่อยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาในการขายซาลาเปาครั้งนี้ซ่งอวี้เหมยเตรียมทุกอย่างกับแม่ของเธอ จากนั้นจึงทำกับข้าวไว้ให้พ่อกับน้องชาย เนื่องจากว่าตลาดเริ่มมีตั้งแต่เช้านั่นเองเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอและแม่จึงช่วยกันเข็นรถมาที่ตลาด ก่อนจะเปิดร้านเหมือนคนอื่นแต่กลายเป็นว่าร้านของเธอแทบไม่มีใครเข้ามาซื้อเลย ทั้งที่ซาลาเปาไส้หมูส่งกลิ่นหอมไปทั่วตลาด“กล้ามาขายเนอะ ใครจะซื้อของพวกเธอกัน”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดอย่างไม่พอใจ แม้จะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อได้กลิ่นซาลาเปาไส้หมูจากร้านของซ่งอวี้เหมย“ถ้าไม่ซื้อก็อย่ามาก่อกวน ฉันขายได้หรือขายไม่ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องของเธอ อวี้เหมยค้าขายอย่างสุจริตแล้ว คนปรับปรุงตัวแทนที่จะสนับสนุน แต่นี่อะไร กลับมาหาเรื่องหน้าตาเฉย”หวังซิ่วจินพูดสวนกลับไปทันที เธอจะไม่ยอมให้ใครมารังแกลูกสาวขอ

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น

    นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นย้อนกลับมาทางด้านบ้านหลิว เมื่อหลิวฉางเหอกลับมาถึงบ้านก็แสดงสีหน้ามาพอใจออกมา ที่เขาต้องเสียเงินสิบหยวนและเนื้อหมูรวมถึงข้าวสารให้กับซ่งอวี้เหมย“ฉันพลาดท่านังผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นได้ยังไงนะ ไม่คิดเลยว่ามันจะไม่ได้โง่อย่างที่ใครหลายคนเห็น” หลิวฉางเหอพูดออกมาอย่างไม่พอใจ“ถึงแม้ว่านังนั่นจะร้ายกาจและทำเรื่องน่าอับอายไปทั่ว ถึงอย่างไรฉันมองว่ามันโง่เง่าไม่มีสมอง แต่ไม่คิดว่าวันนี้มันจะทำให้พี่ต้องเสียเงินสิบหยวน ถึงแม้ว่าอาหารและข้าวสารพวกนั้นจะเบิกจากคลังได้ก็เถอะ แต่เงินตั้งสิบหยวนเชียวนะ ทำไมพี่ไม่ไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงานล่ะ”เจียงฮุ่ยอวิ๋นเองก็มีท่าทีไม่ต่างจากสามี ถึงแม้ว่าในหมู่บ้านแห่งนี้ บ้านหลิวจะร่ำรวยที่สุด แต่เงินสิบหยวนก็ไม่ควรจะเสียโดยเปล่าประโยชน์แบบนี้ จึงบอกให้สามีไปเรียกเงินจากชาวบ้านที่มารายงาน“เรื่องนั้นฉันต้องทำอยู่แล้ว แต่ไม่ใช่ตอนนี้ เธอรู้ดีนี่ว่าฉันอยู่ในสายตาชาวบ้านแบบนี้ ต้องทำตัวให้คนเชื่อถือ เงินแค่สิบหยวนก็อย่าพูดมากเลย รอดูว่านังเด็กบ้านซ่งมันจะพลาดท่าอีกครั้งเมื่อไร ฉันจะเอาคืนแน่ ฉันไม่เชื่อหรอกคนเราจะเปลี่ยนไปได้ในเวลาแค่

  • นางร้ายตัวประกอบคนนี้ไม่ขอแย่งชิงพระเอกอีกแล้ว 80s   การค้าครั้งแรกของบ้านซ่ง

    การค้าครั้งแรกของบ้านซ่งเมื่อจัดร้านเสร็จทั้งสี่คนก็ช่วยกันเรียกลูกค้า เนื่องจากว่าพวกเขาไม่เห็นมีร้านขายเนื้อแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไม่มีคนซื้อ แต่กลับตรงกันข้าม ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเลยมาต่อแถวเพื่อซื้อเนื้อ และไม่ว่าจะเอาออกมาเท่าไร ก็ขายหมดเกลี้ยง“พ่อคะ นอกจากเนื้อหมูแล้ว เรายังเอาอะไรออกมาขายได้อีก พวกขนมปังขายได้ไหม” ซ่งอวี้เหมยถามอย่างไม่แน่ใจ“ได้สิ ดีเหมือนกัน เนื้อหมูพอแค่นี้ก่อน เอาอย่างอื่นออกมาขายดีกว่า ไม่อย่างนั้นเกิดใครสงสัยว่าเอาเนื้อหมูอย่างดีมาจากไหน เราจะเดือดร้อนเอา” ซ่งไห่ถังเห็นด้วยกับความคิดลูกสาว เขาไม่อยากให้เป็นที่จับตามองของกลุ่มคนในตลาดมืดสักเท่าไร จึงคิดว่าควรจะเอาอย่างอื่นมาขายด้วยดังนั้นซ่งอวี้เหมยจึงเอาขนมปังไส้ต่าง ๆ ออกมาขาย ตอนแรกแทบไม่มีใครซื้อ เพราะถือว่าเป็นของกินแปลกใหม่ ที่ไม่ค่อยมีใครขายแต่พอหญิงสาวเอาออกมาตัดเป็นชิ้น ๆ วางในถาด แล้วให้ทุกคนลองชิมทุกรสชาติ คราวนี้ล่ะแทบจะขายไม่ทัน เพราะทั้งอร่อยและราคาไม่แพง เวลาผ่านไปไม่นานทุกอย่างที่เอาออกมาหมดเกลี้ยง“ขนมปังหมดแล้วเหรอ” ลูกค้าที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยถาม เธอได้ยินคนอื่นพูดกันว่าร้านนี้ขายขนมปังอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status