INICIAR SESIÓN“ท่านพี่เซียวหยุดก่อนเจ้าค่ะ...”
ซูจินหลิงเอ่ยรั้งชายหนุ่มเอาไว้ นางเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ว่าเป็นเพราะเหตุใดเซียวเหวินอวี่ถึงได้ทำตัวเย็นชากับนางถึงขนาดนี้ ในชาติก่อน นางยังจดจำได้ว่าตอนที่พวกนางยังเป็นคู่หมั้นกัน เขามักจะส่งจดหมายจากชายแดนมาให้นางอยู่เสมอ นั่นจึงเป็นเครื่องยืนยันว่าเขารักและใส่ใจนางมากขนาดไหน ทว่านางในยามนั้นไม่ได้รักเขา อีกทั้งยังพึงใจในตัวบุรุษอื่นจนหน้ามืดตามัว นางจึงให้มี่เอ๋อร์นำจดหมายเหล่านั้นไปเผาทิ้ง และถึงแม้ว่านางจะส่งหนังสือถอนหมั้นไปให้เขา หรือกระทั่งนางได้หมั้นหมายกับกงจวินแล้ว เขาก็ยังคงส่งจดหมายมาหานางเป็นครั้งคราว หากมิใช่ว่าเขารักนาง แล้วเขาจะทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร และในเมื่อนางได้ย้อนอดีตกลับมา ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ก็น่าจะยังไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นนางจึงกล้าที่จะวิ่งตามออกมาและรั้งเขาเอาไว้ เพราะนางต้องการเจรจาเรื่องการหมั้นหมายกับเขาใหม่อีกรอบ ที่สำคัญสถานการณ์ของพวกเขาเมื่อคืนนี้ก็ช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน หากนางนำเรื่องนั้นมาเอ่ยอ้าง อย่างไรเขาต้องยอมหมั้นหมายกับนางใหม่อีกครั้งอย่างแน่นอน เพราะนางมั่นใจว่าเขายังมีใจให้นางอยู่… “เจ้าจะรั้งข้าไว้ทำไม” ยามที่ได้ยินเสียงเรียกดังขึ้นที่ด้านหลัง เซียวเหวินอวี่จึงหยุดเดิน ก่อนจะหันไปมองสตรีที่วิ่งตามเขามา ซูจินหลิงในความทรงจำของเขา ช่างแตกต่างจากตอนนี้เหลือเกิน เพียงแค่บุรุษคนเดียว นางกลับกลายเป็นสตรีร้ายกาจไปได้อย่างไร “ข้าต้องการสนทนาบางอย่างกับท่านเจ้าค่ะ” “พวกเราไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน อีกทั้งยังไม่ได้เป็นคู่หมั้นกันแล้ว เจ้ามีเรื่องอันใดที่ต้องคุยกับข้ากัน” “มีเจ้าค่ะ” ซูจินหลิงมองดวงหน้าหล่อเหลาของเซียวเหวินอวี่อีกครั้ง วูบหนึ่งประกายตาเย็นชาของเขาก็คล้ายจะเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ทว่านางไม่ทันสังเกตุเห็นก็เท่านั้น “เจ้ามีเรื่องอะไรก็รีบพูดมา ข้าจะต้องเดินทางกลับชายแดนแล้ว ไม่มีเวลาสนทนากับเจ้ามากนัก” เมื่อเซียวเหวินอวี่เปิดโอกาสให้นางพูด ซูจินหลิงจึงรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที “ท่านพี่เซียวไม่คิดจะรับผิดชอบข้าหรือเจ้าคะ” “รับผิดชอบ? รับผิดชอบอันใด” แม้จะเก้อกระดากที่ต้องเอ่ยเรื่องเช่นนี้ต่อหน้าเซียวเหวินอวี่ ทว่าในชาติก่อน นางก็เคยใช้แผนการนี้กับกงจวินจนสำเร็จมาแล้ว มีอันใดที่นางจะต้องอับอายอีกเล่า หากนางไม่พูดออกไปตรงๆ เกรงว่าบุรุษผู้นี้ก็ยังจะไม่เข้าใจความหมายของนาง “ก็รับผิดชอบข้าอย่างไรล่ะเจ้าคะ ตอนนี้ชื่อเสียงของข้าคงจะเสียหายหมดแล้ว หากท่านพี่เซียวไม่รับผิดชอบข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว” ชื่อเสียงของสตรีชนชั้นสูงนั้นสำคัญมาก ซูจินหลิงเป็นถึงบุตรสาวของเจ้ากรมอาญา หากเซียวเหวินอวี่ไม่รับผิดชอบนาง เกรงว่านางอาจเป็นที่ครหาของผู้อื่นได้ เพราะอย่างไรพวกเขาทั้งสองก็ถูกเนื้อต้องตัวกันมาก่อน อีกทั้งยังมีผู้พบเห็นเหตุการณ์จำนวนหนึ่ง “เจ้าจะให้ข้ารับผิดชอบอย่างไร” “ท่านต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงานกับข้า เพื่อรักษาชื่อเสียงของข้าเอาไว้” เดิมทีซูจินหลิงคิดว่าเซียวเหวินอวี่จะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน เพราะเขาคงจะไม่ใจจืดใจดำปล่อยให้ชื่อเสียงของนางต้องเสื่อมเสีย ทว่าเขากลับแค่นเสียงหัวเราะออกมาคำหนึ่ง จนทำให้นางต้องขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “เจ้ายังจะห่วงชื่อเสียงอะไรอีก ในเมื่อการที่เจ้าตกลงไปในสระน้ำล้วนแล้วแต่เป็นแผนการของเจ้าทั้งสิ้น” ซูจินหลิงได้ยินเซียวเหวินอวี่พูดเช่นนั้นออกมาก็ตกใจมาก เพราะนางไม่คาดคิดว่าเขาจะล่วงรู้แผนการของนางมาก่อน “ทะ…ท่านพี่เซียว ท่านพูดอะไรออกมา…” “หึ! อย่ามาทำเป็นไขสือไปหน่อยเลย เจ้าอยากจะหมั้นหมายกับบุตรชายของท่านกั๋วกง เจ้าถึงได้คิดวิธีการที่โง่เขลาเช่นนี้ขึ้นมา อีกอย่างที่ข้าช่วยเจ้าขึ้นมาจากน้ำได้ก็เป็นบุญของเจ้าเท่าใดแล้ว ยังคิดจะให้ข้ารับผิดชอบเจ้าด้วยการแต่งงานอีกกระนั้นหรือ” ซูจินหลิงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเอ่ยอะไรไม่ออก เพราะคำพูดที่เซียวเหวินอวี่พูดออกมาล้วนเป็นความจริงทุกประการ ทว่าก็มีบางอย่างที่นางยังไม่เข้าใจ เหตุใดเขาถึงได้รู้ว่านางจะใช้วิธีนี้เพื่อหมั้นหมายกับกงจวินล่ะ?ราวกับว่าคำขอนั้นของเซียวเหวินอวี่จะได้รับความยินยอมจากสวรรค์ เพราะหลังจากที่เขาสิ้นใจตายกลางสนามรบ เขาก็ย้อนเวลากลับมาก่อนซูจินหลิงหนึ่งเดือน“ท่านแม่ทัพ เป็นอย่างไรบ้างขอรับ” เมื่อได้ยินเสียงของท่านหมอเว่ยดังขึ้นด้านข้าง เซียวเหวินอวี่จึงค่อยๆ ลืมตาตื่น ก่อนจะมองสำรวจรอบๆ ว่าเขาไม่ได้ตาฝาดไป มิใช่ว่าเขาสิ้นใจตายเพราะพลาดท่าให้พวกชนเผ่าหูแล้วหรอกหรือ เหตุใดเขาถึงยังตื่นขึ้นมาในค่ายทหารแห่งนี้ได้?“เกิดอะไรขึ้นกับข้าอย่างนั้นหรือท่านหมอเว่ย?”“ท่านแม่ทัพหมดสติไปเพราะไข้ป่าขอรับ”เซียวเหวินอวี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกมึนงงยิ่งนัก เขาจะเป็นไข้ป่าไปได้อย่างไร ในเมื่อความทรงจำสุดท้ายของเขาคือกำลังยกทัพไปต่อสู้กับพวกชนเผ่าหูแล้วพลาดท่าถูกพวกนั้นทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บปางตาย“เหตุใดท่านหมอเว่ยถึงบอกว่าข้าเป็นไข้ป่า มิใช่ว่าข้าได้รับบาดเจ็บเพราะกำลังทำศึกสงครามกับพวกเผ่าหูอยู่หรอกหรือ”“สงครามอันใดกันท่านแม่ทัพ” คราวนี้เป็นโจวหมิงหยางที่เอ่ยขึ้น หลังจากได้รับแจ้งว่าท่านแม่ทัพเซียวฟื้นจากพิษไข้แล้ว เขาจึงตรงมาดูอาการของอีกฝ่ายทันที“ตอนนี้พวกเรากำลังทำสงครามกับพวกชนเผ่าหูอยู่ ข้าจำได้ว่
ในชีวิตก่อน ย้อนกลับไปตอนที่ซูจินหลิงยังไม่เคยได้พบกับกงจวิน วันนั้นนางจดจำได้ว่านางกำลังเดินทางไปเยี่ยมท่านยายที่ต่างเมือง เพราะท่านยายบ่นว่าคิดถึงนาง ท่านแม่จึงให้นางนำของฝากไปเยี่ยมท่านยาย เพื่อให้ท่านยายได้คลายความคิดถึงลงบ้างแม้จะไม่เต็มใจไปสักเท่าใด เพราะนางขี้เกียจเดินทาง อีกทั้งบ้านของท่านยายยังอยู่นอกเมืองหลวง ไม่ค่อยมีความเจริญรุ่งเรืองให้ได้เห็นเท่าใดนัก ทว่าซูจินหลิงก็ไม่กล้าหักหาญน้ำใจของท่านแม่ นางจึงได้เดินทางไปหาท่านยายตามคำสั่งของท่านแม่ด้วยความไม่เต็มใจยังไม่ทันจะได้เดินทางไปถึงจุดหมาย รถม้าของนางก็เกิดอาการแปลกๆ คนขับรถม้าไม่สามารถบังคับทิศทางรถม้าให้วิ่งไปตามเส้นทางปกติได้ สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ซูจินหลิงที่นั่งอยู่ภายในรถม้าเป็นอย่างยิ่ง“มี่เอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกับรถม้าของพวกเรา!” ซูจินหลิงหันไปถามสาวใช้ข้างกายด้วยความตื่นตระหนก ภายในใจคิดว่านางจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาดมี่เอ๋อร์ชะโงกหน้าออกไปถามคนขับรถม้า ก่อนจะได้ความมาบอกคุณหนูของตน“คุณหนู คนขับรถม้าบอกว่า จู่ๆ ม้าก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เขากำลังพยายามบังคับม้าอยู่เจ้าค่
เซียวเหวินอวี่โน้มตัวลงไปประกบริมฝีปากแดงระเรื่อของซูจินหลิงอีกครั้ง ความหอมหวานภายในโพลงปากของนางทำให้เขาต้องสอดปลายลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมด้วยความหื่นกระหายจนนางหอบหายใจแทบไม่ทัน“พะ…พอก่อนเจ้าค่ะ ข้าหายใจไม่ออก” ซูจินหลิงใช้มือยั้งอกแกร่งของสามีเอาไว้ ก่อนที่นางจะสิ้นใจตายเพราะจุมพิตที่เขามอบให้ช่างเร่าร้อนและหนักหน่วงเสียเหลือเกินเซียวเหวินอวี่ที่กำลังเคลิบเคลิ้มกับรสจูบของซูจินหลิงจำต้องผละริมฝีปากออกมาตามคำร้องขอของนางอย่างอ้อยอิ่ง แต่กระนั้นก็ยังโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงไปซุกไซ้ต้นคอขาวเนียนของภรรยา ยิ่งเขาได้สัมผัสเรือนร่างของนางมากเท่าใด อารมณ์กำหนัดก็ยิ่งหนักหน่วงมากขึ้นเท่านั้น หากจะให้เขาหยุดตอนนี้เกรงว่าจะไม่ทันเสียแล้ว“จินหลิง อะ…อื้ม”ไม่เพียงซุกไซ้แค่ลำคอขาวเนียนเท่านั้น ทว่ายามนี้เขากลับไล่เลียปลายลิ้นต่ำลงมาเรื่อยๆ กระทั่งมาหยุดอยู่ที่ปลายยอดประทุมถันที่กำลังตั้งชูชันด้วยความเสียวซ่านของภรรยา และอดไม่ได้ที่จะใช้ริมฝีปากขบเม้มเม็ดบัวสีชมพูที่กำลังล่อตาล่อใจ จนนางเผลอร้องครางออกมาด้วยความเสียวกระสัน“อ๊ะ…ท่านพี่เซียว”ซูจินหลิงแอ่นหน้าอกขึ้นเพราะรู้สึกเสียวซ่านเหลือเก
ในที่สุดวันแต่งงานของซูจินหลิงกับเซียวเหวินอวี่ก็มาถึง หน้าจวนสกุลซูถูกประดับประดาไปด้วยผ้าแดงมงคล เจ้ากรมซู ซูฮูหยินและฮูหยินผู้เฒ่าซูต่างมีสีหน้าชื่นบานเพราะวันนี้บุตรสาวและหลานสาวคนโตของพวกเขาจะออกเรือนแล้วซูจินหลิงสวมใส่ชุดเจ้าสาวสีแดงสด ด้านข้างยังมีซูจินเหยากับมี่เอ๋อร์คอยประคองอยู่ไม่ห่าง หลังจากที่เหตุการณ์ในวันงานเลี้ยงฉลองชัยชนะได้ผ่านพ้นไป กงจวินได้ขอร้องบิดาของเขามาหมั้นหมายซูจินเหยาให้กับตน ตอนนี้พวกเขาทั้งสองจึงไม่ต้องหลบซ่อนเพื่อไปพบกันอีกแล้ว อีกทั้งซูจินหลิงยังยินดีกับน้องสาวที่อีกไม่นานจะได้แต่งงานกับกงจวิน ความเกลียดชังในชาติก่อนที่ซูจินหลิงเคยมีต่อซูจินเหยา และความรักที่เคยมีให้กับกงจวิน บัดเดี๋ยวนี้นางไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นหลงเหลืออีกแล้ว นอกจากความห่วงใยที่นางมีให้กับพวกเขาทั้งสองคนยามนี้เซียวเหวินอวี่ขี่ม้ามารอรับซูจินหลิงที่หน้าประตูจวนแล้ว ข้างกายของเขายังมีรองแม่ทัพโจวกับท่านหมอเว่ยที่ติดตามมารอรับเจ้าสาวด้วยเจ้ากรมซูตื้นตันใจจนน้ำตาแทบไหลริน จากนั้นจึงหันไปฝากฝังเซียวเหวินอวี่ให้ดูแลบุตรสาวของตน“เหวินอวี่ จากนี้ไปลุงฝากหลิงเอ๋อร์กับเจ้าด้วยนะ”“
ซูจินหลิงนั่งอยู่ในศาลากลางสระบัวของจวนสกุลซู หลังจากที่รู้ข่าวการตายของเซวียเยว่อิง นางก็อดรู้สึกเวทนาอีกฝ่ายมิได้ เพราะจุดจบของเซวียเยว่อิงคือตายเพราะความรักเหมือนกับนางในชาติที่แล้วหากไม่ได้ย้อนอดีตกลับมา นางเองก็คงจะหลงมัวเมากับบุรุุษที่ไม่เคยรักนาง และคงจะเจ็บปวดจากความรักไม่มีสิ้นสุด แต่ในเมื่อสวรรค์เมตตา นางจะรักษาความรักที่เซียวเหวินอวี่มอบให้เป็นอย่างดี ตลอดชีวิตนี้จะไม่ทำให้เขาต้องเสียใจเพราะนางเด็ดขาด“คิดอะไรอยู่หรือ” เซียวเหวินอวี่โอบกอดร่างของซูจินหลิงจากทางด้านหลัง อีกไม่กี่วัน งานแต่งงานของพวกเขาก็จะถูกจัดขึ้นแล้ว ดังนั้นเซียวเหวินอวี่จึงมาที่จวนสกุลซูเพื่อปรึกษาเรื่องการแต่งงานเกือบทุกวันทว่าความเป็นจริง เขาคิดถึงซูจินหลิงจนทนไม่ไหวจึงได้หาข้ออ้างมาพบนางต่างหากซูจินหลิงหันกลับไปมองเซียวเหวินอวี่ ก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานให้เขาแล้วเอ่ยว่า “ข้ากำลังคิดว่าวันนี้จะทำอะไรให้ท่านพี่เซียวทานดี มาหาข้าแต่เช้าตรู่ขนาดนี้คงจะยังไม่ได้ทานอะไรมาแน่ๆ” “เอ่อ…ข้าทานอาหารมาจากจวนแล้ว เจ้าคิดเรื่องอื่นดีกว่า อย่างเช่นวันแต่งงานของพวกเรา เจ้าอยากให้ข้าทำอะไรให้เป็นพิเศษหรือไม่”ซู
เพียงชั่วข้ามคืน ข่าวอื้อฉาวของเซวียเยว่อิงกับองค์ชายรองก็โด่งดังไปทั่วทั้งเมืองหลวง ไม่เพียงเซวียเยว่อิงที่เสียใจจนแทบคลั่ง ทว่าหนานจื่อซวินเองก็มีอาการไม่ต่างกัน เหตุใดสตรีที่เขาสุขสมด้วยทั้งคืนและคิดว่าเป็นซูจินหลิงถึงกลับกลายเป็นญาติผู้น้องของเขาไปได้มีอะไรผิดพลาดอย่างนั้นหรือ?“งามหน้า งามหน้านัก!” เซวียกุ้ยเฟยที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากอาการสลบเริ่มขว้างปาข้าวของในตำหนักใส่บุตรชายเพียงคนเดียวด้วยความไม่พอใจ หนานจื่อซวินเห็นมารดาเป็นเช่นนั้นก็ไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา เมื่อคืนเพราะเมามายจนขาดสติ เขาถึงได้สายตาพร่าเลือนมองเห็นเซวียเยว่อิงเป็นซูจินหลิง ยามนี้เขาจึงไม่มีคำพูดใดอธิบายให้มารดาฟัง นอกจากต้องอดทนให้นางระบายโทสะใส่จนกว่าจะพอใจ“เจ้าไม่รู้เลยหรือว่านั่นคือน้องสาวของเจ้า!”หากรู้เขาจะยอมมีอะไรกับนางหรือ…“เงียบทำไม ตอบข้ามา เหตุใดเจ้าถึงไปอยู่ที่นั่นได้”เมื่อเห็นว่าบุตรชายนั่งเงียบไม่ยอมตอบอะไร โทสะของเซวียกุ้ยเฟยก็ยิ่งพุ่งกระฉูด“ก็ข้า…” หนานจื่อซวินไม่กล้าบอกมารดาว่าเขาอยากได้ซูจินหลิงมาเป็นชายา เขาถึงได้ไปที่นั่นและกระทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้ทว่ายังไม่ทันที่เซวียกุ้ยเฟย
หลังจากที่ขอร้องบิดามารดาได้สำเร็จ ซูจินหลิงจึงตรงไปหาซูจินเหยาที่เรือนนอนของอีกฝ่ายทันที เพราะนางต้องการเจรจาบางอย่าง หรือจะพูดให้ถูกก็คือ นางต้องการติดสินบนซูจินเหยา“พะ…พี่ใหญ่ ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือเจ้าคะ?”ยามที่เห็นว่าพี่สาวมาปรากฏตัวที่เรือนของตนเอง ซูจินเหยาก็รู้สึกแปลกใจยิ่งนัก เพราะนา
จวนสกุลซูหลังจากที่ซูจินหลิงจดจำช่วงเวลาที่นางเพิ่งย้อนเวลากลับมาได้ นางก็ยิ่งมั่นใจว่าเซียวเหวินอวี่ยังคงมีใจให้นางเหมือนในชาติก่อนไม่ผิดแน่ บางทีที่เขาแสดงท่าทางเย็นชาและพูดจาไม่ดีใส่นาง อาจเป็นเพราะนิสัยของเขาเป็นเช่นนั้นก็ได้และเพื่อต้องการถามความจริงจากปากของเขา ว่าเขายังรักนางอยู่หรือไม่
อีกด้านหนึ่ง เซียวเหวินอวี่กำลังเดินทางกลับชายแดน ขณะกำลังควบขี่อาชาไปตามเส้นทางอันคุ้นเคย รองแม่ทัพโจวก็เข้ามาพูดคุยบางอย่างกับเขา “ท่านแม่ทัพ ท่านเสียสติไปแล้วหรืออย่างไร เหตุใดถึงได้ปฏิเสธการแต่งงานกับคุณหนูใหญ่ซู”รองแม่ทัพโจวหรือ โจวหมิงหยาง รู้สึกขัดใจยิ่งนักที่ท่านแม่ทัพเซียวปฏิเสธการแต่งงา
หลังจากกลับมาถึงเรือนนอน ซูจินหลิงจึงนึกถึงชีวิตในชาติก่อนของตนเอง ในยามนั้นทำไมกงจวินถึงได้ยอมกระโดดน้ำลงไปช่วยนาง แล้วทำไมยามนี้ทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนแปลงไปเสียหมดพอนึกไปนึกมา ซูจินหลิงก็เหมือนจะจดจำอะไรบางอย่างได้เลือนราง หลังจากที่กงจวินช่วยนางขึ้นมาจากน้ำ ข้างกายของเขายังมีน้องสาวต่างมารดาของ







