Se connecterบทที่ 2.2 เติมเชื้อไฟ
“ข้าไม่ได้อยากเร่งรัด แต่อยากให้เจ้าลองกลับไปคิดทบทวนดู ในสายตาข้ามองเจ้าเป็นสหายเสมอ เมื่อเจ้าให้กำเนิดโอรส เด็กน้อยคนนั้นย่อมเท่ากับเป็นบุตรของข้าด้วย เจ้ามั่นใจได้เลยว่าข้าจะรัก และมอบทุกอย่างให้แก่เขา เฉกเช่นบุตรแท้ๆ ของข้า”
“หม่อมฉันขอเวลาสักหน่อยเถอะเพคะ”
“ไม่มีปัญหา ข้ายินดีรอจนกว่าเจ้าจะพร้อม แต่จงอย่าให้นานนัก อย่าลืมว่าเวลาเคลื่อนผ่านทุกวัน หากปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปโดยไม่ลงมือ เจ้ากับข้าอาจจะต้องเสียใจในภายหลัง หากมีสตรีอีกคนมาแย่งชิงหัวใจขององค์รัชทายาทไปครอง”
หวงไท่จื่อเฟยกล่าวเรียบๆ ก่อนจะขอตัวกลับไปพักผ่อน เนื่องด้วยเห็นว่ามารบกวนพระชายาอันหลี่จิ้งนานแล้ว ทว่าทันทีที่นางก้าวพ้นชายคาเรือนพักของพระชายารอง ซ่งผิงซื่อก็โยนผ้าเช็ดหน้าปักลายหงส์ที่อีกฝ่ายมอบให้นางก่อนกลับลงบนพื้น พร้อมกับใช้เท้าบดขยี้มันราวสิ่งนี้คือใบหน้าของอันหลี่จิ้งที่นางแสนชัง
“คุณหนูเจ้าคะ พอเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวมีคนมาเห็น”
จั๋วชิงเข้าไปดึงแขนนายสาวเอาไว้ นางติดตามคุณหนูมาตั้งแต่ตอนอยู่แคว้นเถียน อีกทั้งยังเติบโตมาพร้อมกันตั้งแต่ยังเยาว์ นางจึงได้รับอนุญาตให้สนทนากับอีกฝ่ายอย่างสนิทสนม โดยแทนตัวอีกฝ่ายว่าคุณหนูดังที่ผ่านมา
“ข้าต้องกล้ำกลืนอย่างมากเจ้าไม่รู้หรือ จั๋วชิง”
“ข้าเข้าใจคุณหนูดีเจ้าค่ะ แต่เราปรึกษากันแล้วว่าเรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้นะเจ้าคะ”
“ข้าก็กำลังอดทนอยู่นี่อย่างไรเล่า” ซ่งผิงซื่อตอบเรียบๆ ก่อนจะเดินนำออกไปจากอาณาเขตที่พำนักของอันหลี่จิ้ง โดยมีจั๋วชิงที่ก้มลงเก็บผ้าเช็ดหน้าผืนที่เพิ่งถูกเหยียบขึ้นมาเดินตามมาติดๆ
เว่ยว่านชางเดินสวนเข้ามาพอดี จึงหยุดรับการทำความเคารพจากพระชายาเอกของตน เขาก้าวเข้ามาประชิดพลางเอื้อมมือไปจับบ่าของนางเอาไว้ ในจังหวะที่หญิงสาวยอบกายลงต่ำเพื่อทำความเคารพเขา
“เถียนเอ๋อร์ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร”
“หม่อมฉันอยู่ที่ตำหนักเบื่อๆ จึงมาหาน้องหลี่จิ้งที่นี่เพคะ และหม่อมฉันก็ได้นำใบชาชั้นดีที่ท่านพ่อส่งมาให้มาฝากไว้ที่ห้องเครื่องของเรือนนี้ด้วย เพราะอยากให้องค์รัชทายาทได้ดื่มชาชั้นดีด้วยเพคะ”
“เจ้าไม่ควรต้องลำบากมาด้วยตนเองเลย พี่รู้สึกผิดจริงๆ”
เว่ยว่านชางกล่าวอย่างนุ่มนวล พลางโอบบ่าของอีกฝ่ายมาซบกับอกของตน
“หากข้าไม่นำมาให้ ใบชาคงหมดอายุไปเสียก่อนกว่าที่องค์
รัชทายาทจะได้ชิมเพคะ” นางตอบด้วยเสียงแข็งๆ แววตาเลื่อนขึ้นสบอีกฝ่ายด้วยความน้อยใจ นับตั้งแต่คืนแต่งงาน เว่ยว่านชางแทบไม่ได้ไปค้างคืนที่ตำหนักของนางเลย ทุกค่ำคืนเขาเพียงมาหานางแค่ชั่วครู่ แล้วก็มานอนค้างที่เรือนพักของพระชายารองทั้งที่ห้องพักของนางสะดวกสบาย และพร้อมสรรพมากกว่า แต่สถานที่ที่เขาเลือกไปค้างกลับเป็นที่อื่นแทน ซ่งผิงซื่อได้แต่กล้ำกลืนผ่านวันคืนในห้องหอที่ร้างสามีไปอย่างขมขื่นนัก จนมาบัดนี้นางกลับรู้สึกว่ามันคือความคุ้นชินอย่างหนึ่งไปเสียแล้ว
“ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ข้าไปค้างกับเจ้าดีหรือไม่”
“อย่าเลยเพคะ น้องหลี่จิ้งสุขภาพไม่แข็งแรง ซ้ำยังต้องดื่มยาห้ามครรภ์เป็นประจำ นางคงเป็นทุกข์มากอยู่แล้ว องค์รัชทายาทอยู่ที่นี่ปลอบโยนนางแทนหม่อมฉันเถิดเพคะ”
“เถียนเอ๋อร์ เจ้าช่างเป็นสตรีใจกว้างยิ่ง ชาตินี้ได้แต่งกับเจ้า ข้านับว่าตนเองเกิดมาอย่างไม่เสียชาติเกิดแล้ว”
เว่ยว่านชางเอ่ยอย่างเอาใจ แต่จะว่าไปชายหนุ่มก็รู้สึกเช่นนั้นจริงๆ องค์หญิงเถียนเอ๋อร์นั้นช่างแสนดี ยินยอมให้เขามาค้างกับอันหลี่จิ้งได้ทุกคืน โดยไม่มีปากเสียง ซ้ำยังดีต่อพระชายารองที่มีฐานะต่ำกว่าตลอดเวลา
ชายหนุ่มรู้สึกผิดที่ไม่อาจรักนางได้เพียงแค่คนเดียว และก็รู้อยู่เต็มอกว่าอีกฝ่ายคงต้องเจ็บช้ำไม่น้อย เขาจึงหวังว่าจะหาโอกาสชดเชยให้นางบ้าง
“หม่อมฉันออกมาจากตำหนักนานแล้ว รู้สึกอ่อนเพลียอยากพักผ่อน องค์รัชทายาทเข้าไปให้น้องหลี่จิ้งปรนนิบัติเถิดเพคะ”
“ก็ได้ ข้าเชื่อฟังเจ้า” ชาหนุ่มเอ่ยอย่างเอาใจ ก่อนจะจุมพิตนางอย่างดูดดื่มไปครั้งหนึ่งก่อนผละจากไป ทางฝ่ายซ่งผิงซื่อหันไปมองตามสามีด้วยแววตาเคืองแค้น ยามเห็นเขาพ้นครรลองสายตาไปแล้วจึงใช้หลังมือ
ถูริมฝีปากของตนที่เพิ่งถูกจุมพิตนั้นอย่างแรงจนบวมเจ่อ“คุณหนูเจ้าคะ”
“กลับเถอะ ข้าไม่อยากอยู่ที่นี่ให้เป็นเสนียดอีกแล้ว” นางกล่าวอย่างเฉยชา แววตาที่มองไปเบื้องหน้านั้นล้วนว่างเปล่า เช่นเดียวกับหัวใจของนางที่จะไม่มีวันยอมให้อภัยใครหน้าไหนทั้งสิ้น
“จั๋วชิง ข้าว่าเราต้องเติมเชื้อไฟแห่งความมุ่งมั่นให้พระชายารองสักหน่อยก็ดี นางจะได้รีบเร่งตัดสินใจ”
ซ่งผิงซื่อคิดอ่านไปไกล นางวางแผนทุกหมากที่จะเดินอย่างรอบคอบแล้ว และนางจะต้องเร่งมือให้แผนการทั้งมวลสัมฤทธิ์ผลให้เร็วขึ้นกว่านี้ เพราะไม่อาจทานทนเห็นสตรีนางนั้นอยู่ร่วมชายคา และนอนกกกอดสามีของนางอยู่ทุกค่ำคืนได้อีกแล้ว
บทส่งท้าย ชาตินี้ขอมีเพียงเจ้าความรักระหว่างเขากับซ่งผิงซื่อ คงไม่ต่างจากความฝันในวัยเด็กที่ยากจะตื่นได้ ดังนั้นต่อให้มีสตรีงดงามทั่วทั้งใต้หล้ามายืนเรียงให้เลือกเฟ้น ใจเขาก็ยังคงเลือกแค่เพียงนาง ในความทรงจำของเขา นับตั้งแต่ได้พานพบนางในตอนที่อีกฝ่ายมีอายุสิบสามหนาว องค์หญิงตัวน้อยจากต่างแคว้นก็ได้มาสร้างที่พำนักอยู่ในใจของเขาแล้ว เมื่อเวลาผ่านพ้น จนสองคนหลอมรวมเป็นหนึ่ง เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าเขารักนางอย่างลึกซึ้ง ดังนั้นชายหนุ่มจึงแทบไม่เสียเวลาคิดเลย เมื่อองค์จักรพรรดิกล่าวว่าจะมอบสมรสพระราชทานให้กับเขา ทว่าการแต่งงานครั้งนี้ ย่อมหมายถึงการต้องสูญเสียความเป็นตัวเองไปหลายสิ่ง รวมถึงในอนาคตยังต้องทำหน้าที่ปกครองแคว้นเว่ยที่เขาไม่เคยนึกฝันว่าจะต้องทำมาก่อนด้วย แต่เพื่อสตรีที่รักแล้ว...ไม่ว่าอะไรเขาก็ยอมแลกทั้งนั้น ขอเพียงให้ได้อยู่กับนางเป็นพอ “ท่านยินดีแต่งกับข้า ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะต้องสูญเสียความเป็นอิสระอย่างนั้นหรือ” ซ่งผิงซื่อเอ่ยถามขณะเดินกุมมือกับอีกฝ่ายไปด้วยกันในอุทยานหลวง ยามนี้นางกับเขาสามารถแสดงความรักที่มีต่อกันได
40 ชีวิตคนไม่จีรังชีวิตคนเราไม่จีรัง เช่นเดียวกับอำนาจที่เพียงพริบตาก็มลายหายไปราวกับหมอกควันสายหนึ่ง... ซ่งผิงซื่อกับเว่ยว่านคุนได้พาอันหลี่จิ้งมาพบกับองค์รัชทายาทถึง ในคุกหลวง แม้เขาจะได้รับการปฏิบัติด้วยอย่างดี แต่ให้อย่างไรที่นี่ก็คือที่คุมขังที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน บรรยากาศอับชื้นนี้ ทำให้ซ่งผิงซื่อนิ่วหน้าด้วยความไม่ชอบใจ ซ้ำยังรู้สึกวิงเวียนตลอดเวลา “พี่ว่านคุน ข้ารู้สึกเวียนหัว และเหมือนจะอาเจียนเลย ข้าขอไปรอข้างนอกนะเจ้าคะ” “เจ้ารีบให้จั๋วชิงพาออกไปก่อน เดี๋ยวอีกครู่ พี่จะตามไปนะ” “เจ้าค่ะ” นางขานรับและรีบหมุนกายกลับออกไป โดยมีจั๋วชิงเข้ามาประคอง ทางด้านอันหลี่จิ้งเห็นว่าองค์หญิงไม่ค่อยสบายก็เอ่ยกับองค์ชายใหญ่เพียงว่า “องค์ชายส่งหม่อมฉันตรงนี้ก็ได้เพคะ” “ได้ ก่อนไปข้ามีสิ่งนี้มอบให้เจ้า ฮองเฮาฝากมาบอกว่าให้ข้านำมันมาให้องค์รัชทายาท แต่ข้ามาคิดๆ ดูแล้ว เขาคงไม่อยากพบหน้าข้านักหรอก เจ้าเอาไปให้เองเถอะ” “ได้เพคะ ขอบคุณองค์ชายใหญ่ยิ่งนักที่เมตตา หม่อมฉันคงได้แต่ตอบแทนท่านในวันหน้าแล้ว” อันหลี่จิ้งยอบกายล
39 รักแท้มีจริงหรือไรออกเรือนกับบุรุษไม่จริงใจ ไฉนเลยจะได้รักแท้ไปครอบครอง... อันหลี่จิ้งเพิ่งประจักษ์ในคำกล่าวที่ว่าก็ในคืนนั้นนั่นเอง เนื่องจากเว่ยว่านชางได้ลอบเข้ามาในเรือนพักของภรรยา ทว่าสิ่งแรกที่เขาถามกับนางก็คือคำถามที่ว่านางกำลังตั้งครรภ์จริงหรือไม่ อันหลี่จิ้งไม่รั้งรอที่จะเข้าไปสวมกอด พร้อมกับเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้สามีได้รับรู้ว่านางกำลังตั้งครรภ์จริงๆ ทว่าไม่เพียงเว่ยว่านชางจะไม่มีสีหน้าที่ยินดี เขากลับมีโทสะจนผลักหญิงสาวลงไปกองกับพื้นพรม “ชั่วช้านัก! เหตุใดเจ้าจึงปล่อยให้มารหัวขนเช่นนี้เกิดขึ้นมาได้ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเรื่องนี้จะต้องทำให้ข้าสูญเสียทุกสิ่ง” “องค์รัชทายาทเพคะ ทำไม...” “เจ้านี่มันช่างโง่เง่านัก แม้ว่าข้าจะรักเจ้าเพียงใด เจ้าก็ไม่มีทางสำคัญไปกว่าตำแหน่งรัชทายาทของข้า ตำแหน่งนี้กว่าข้าจะได้มานั้นไม่ง่ายเลย เจ้าคิดหรือว่าข้าจะยอมสูญเสียมันไป” เว่ยว่านชางระบายความอัดอั้นตันใจออกมาจนหมด ที่ผ่านมาเขาต้องใช้ความพยายามมากมายกว่าจะได้ตำแหน่งนี้มาครอง แต่กลับต้องมาสูญเสียไปเพราะมารหัวขนที่ตัวเขาเองไม่ต้องการ
38 เชื่อมั่นในบุพเพฮองเฮาปรึกษากับองค์จักรพรรดิถึงเรื่องของโอรส ด้วยพวกเขาไม่รู้ว่าเรื่องนี้เว่ยว่านชางจะรับทราบด้วยหรือไม่ “ฝ่าบาท เรื่องนี้เราควรทำเช่นไรดีเพคะ หากสิ่งที่องค์หญิง เถียนเอ๋อร์กล่าวเป็นความจริง ไม่เท่ากับว่าความพยายามของเราที่ผ่านมาสูญเปล่าหรือ” “หากว่านชางทำตัวเหลวไหล เห็นทีว่าตำแหน่งองค์รัชทายาทแห่งแคว้นอาจต้องเปลี่ยนแปลง” “หม่อมฉันเข้าใจเพคะ” ฮองเฮากล่าวอย่างเข้าใจ พลางเอื้อมมือไปสัมผัสมือขององค์จักรพรรดิ ทั้งสองมองหน้ากันโดยไม่ต้องมีคำพูดใด เพราะเข้าใจกันดีว่าเรื่องนี้มิใช่เรื่องที่จะเห็นแก่ครอบครัวเพียงอย่างเดียวได้ เนื่องจากแคว้นเว่ยกับแคว้นเถียน ในยามนี้ก็ใช่ว่าจะไม่มีริ้วคลื่นแห่งความแก่งแย่งเกิดขึ้น เพราะขุนนางบางส่วนในแคว้นต่างสนับสนุนให้แคว้นเว่ยหาทางผนวกรวมแคว้นเถียนเป็นหนึ่งเดียว โดยใช้องค์หญิงเถียนเอ๋อร์เป็นหมากชน ทว่าการศึกย่อมต้องวางแผน และใช้เวลาหลายปี ดังนั้นหากการแต่งงานครั้งนี้ไม่เกิดขึ้น ย่อมไม่อาจยื้อเวลาให้แคว้นเว่ยสั่งสมไพร่พล เพื่อเตรียมการรับศึกได้ เว่ยว่านชางที่ตั้งใจมาปรึกษาเรื่องนี้กับบิด
37 นางช่างดื้อรั้นเสียจริงหลายวันต่อมา... เว่ยว่านคุนกลับมาจัดการเรื่องของซ่งผิงซื่อ ซึ่งหายตัวไประหว่างการเดินทางมาเยือนแคว้นเว่ย ด้วยการสร้างหลักฐานเท็จจากความร่วมมือของซ่งซีอัน ทุกคนในวังหลวงแคว้นเว่ยจึงได้รับทราบว่า หญิงสาวเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงรถม้าหน้าผา จนตอนนี้ก็ยังหาตัวไม่พบ ทว่าในตอนที่เว่ยว่านชางทราบข่าว ตัวเขาดูมีท่าทีที่สงบนิ่งไม่มีความตื่นตระหนกตกใจเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังกล่าวว่าในเมื่อคนตายไปแล้วก็ให้มันจบไปเถิด ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้อันหลี่จิ้งรู้สึกยินดีกับเรื่องที่ได้รับทราบมา ไม่น้อย หญิงสาวจึงหมายมาดว่าหลังจากนี้คงเหลือเพียงนางกับลูกเท่านั้นที่จะได้เป็นหนึ่ง ส่วนทางด้านเว่ยว่านคุน เมื่อเห็นว่าทางวังหลวงไม่เกิดความสงสัย ชายหนุ่มก็ตั้งใจจะหาเวลาสนทนากับองค์จักรพรรดิเพื่อขอออกเดินทาง แต่ยังไม่ทันจะได้จัดการเรื่องนั้นได้ดังใจ ปิ่นเฉียนก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในหอหมื่นอักษร “ปิ่นเฉียน เหตุใดเจ้าจึงมาอยู่ที่นี่” เว่ยว่านคุนถามขึ้นมา ก่อนจะมีสีหน้าตื่นตกใจเพราะคิดไปไกลว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีกับภรรยาของตน “ข้าสั
36 บุพเพรักร่วมห้อง เดินทางอีกไม่กี่ลี้ก็จะเข้าสู่เขตแดนแคว้นเว่ยแล้ว... ซ่งผิงซื่อกรีดนิ้วลงบนม่าน ทอดมองทิวทัศน์ที่ยามนี้มีหิมะโปรยปรายลงมาเป็นระยะ มือของนางเอื้อมออกไปนอกชายคารถม้า ปล่อยให้ละอองหิมะเย็นเยียบตกต้องลงบนฝ่ามือ เพียงไม่นานสายลมก็พัดก้อนน้ำแข็ง จนมันละลายกลายเป็นเพียงละอองไอน้ำ ซ่งผิงซื่อพรูลมหายใจอีกคราให้กับความรู้สึกหนักอกอันยากอธิบายยามนี้นางได้ข่าวจากคนของเฉียนฟ่านหลิงมาแจ้งแล้วว่าซู่เฟยตั้งครรภ์แล้ว ทว่าการตั้งครรภ์ครั้งนี้ถูกปิดเป็นความลับเอาไว้ ซึ่งหญิงสาวแน่ใจว่า อันหลี่จิ้งย่อมมีแผนการบางอย่างวางไว้แล้ว หรือไม่บางทีก็อาจต้องการรอให้นางไปถึงที่นั่นก่อนจึงค่อยเปิดเผยความจริง แต่ก็ดี...หากความจริงเรื่องนั้นเปิดเผยออกมา แคว้นเถียนก็จะมีเหตุผลมากพอให้ตัดสัมพันธ์กับแคว้นเว่ย จากนั้นก็คงมีการกรีฑาทัพมาบุกยึดตามรายละเอียดในหน้าประวัติศาสตร์อย่างที่ควรจะเป็นไป สงครามใดบ้างยากจะหลีกหนีความสูญเสีย นางคงไม่อาจช่วยได้ทุกคน แต่อย่างน้อยเมื่อนางไปถึงที่แคว้นเว่ย และได้รั้งตำแหน่งพระชายาเอกอาจพอจะต้านความสูญเสียไว้
6ฝันอันยาวนานฝันนี้ยาวนานนัก...คิดว่าจะไม่มีโอกาสได้ตื่นเสียแล้วซ่งผิงซื่อเมียงมองออกไปนอกหน้าต่าง ยามนี้ย่างเข้าสู่เหมันตฤดูแล้ว ทั้งลานกว้างหน้าเรือนพักของนางจึงเต็มไปด้วยหิมะที่จับตัวเป็นกลุ่มก้อนมากบ้างน้อยบ้างในแต่ละวันบรรดาสาวใช้นับสิบในจวนกำลังเร่งมือทำความสะอาดด้วยท่านเสนาบดีผู้เป็นเจ้า
5.3ผลตอบแทนของความรักที่ลวงหลอกเมื่อคืนนางหลับไม่ลง ทำให้เมื่อยามเช้าอาทิตย์ทอแสงอ่อนจางงดงาม ซ่งผิงซื่อก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม น้ำชาในกาพร่องไปจนแห้งเหือดแล้ว หญิงสาวได้ยินเสียงของนางกำนัลที่มาเรียก จึงเอื้อนเอ่ยอนุญาตให้เข้ามาได้หญิงสาวได้รับการปรนนิบัติตั้งแต่ตอนอาบน้ำ กระทั่งผลัดเปลี่ยนอาภรณ์
5.2ซ้อนแผนในคืนเดียวกันนั้นเอง จั๋วชิงถูกส่งตัวออกไปจากวังทางประตูเมืองด้านทิศใต้ โดยมีรถม้าคันหนึ่งเคลื่อนผ่านออกไป ทว่าก่อนที่นางจะเดินทางไกลก็ยังพยายามโน้มน้าวคุณหนูของตนให้หนีไปพร้อมกันกับนาง“คุณหนู ท่านไปกับข้าเถิดเจ้าค่ะ กลับแคว้นเถียนของเรากันเถิด”นางพยายามเกลี้ยกล่อมนายสาวมาทั้งวันแล้ว
5.1เรื่องราวน่าสงสัยบรรดาขุนนางในราชสำนักยามนี้ไม่มีใครกล้าขอโอกาสให้พระชายารองอันหลี่จิ้ง เนื่องด้วยความผิดในครานี้หนักหนานัก ด้วยเหตุนี้เององค์รัชทายาทจึงถูกองค์จักรพรรดิสั่งห้ามมิให้ไปติดต่อกับสตรีนางนั้นอีกทว่าเว่ยว่านชางมีความผูกพันกับสตรีนางนั้นอย่างลึกซึ้งยิ่ง เขาจึงไม่อาจทนนิ่งดูดาย ปล่อ







