ค่ำคืนอันเงียบสงัดถูกฉีกกระชากด้วยเสียงครางต่ำและเสียงแส้ที่ฟาดกระทบผิวกายดังเพี๊ยะ! ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากตำหนักอันโอ่อ่าขององค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัว กลิ่นกำยานหอมหวานเคล้าคลึงกับกลิ่นอายแห่งราคะและอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาไม่ขาดสาย
แสงเทียนที่ริบหรี่สาดส่องต้องใบหน้าคมคายของบุรุษใต้ร่างองค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัวที่แดงก่ำด้วยพิษราคะและโทสะ แม้ดวงตาจะพร่ามัวด้วยแรงอารมณ์ แต่แววตาคู่นั้นกลับฉายแววอาฆาตแค้นอย่างรุนแรง จ้องมองสตรีผู้ครอบงำเขาอยู่เบื้องบนอย่างไม่ลดละ
“องค์หญิงใหญ่…เจ้ากล้าบังคับวางยาข้าอีกแล้วรึ!” เสียงแหบพร่าเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเจ็บแค้นแสนสาหัส นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางกระทำย่ำยี เซี่ยหรงเฉินเช่นนี้
ใบหน้างามล้ำที่ประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของฟู่เยียนหลัวโน้มลงกระซิบข้างหูเขา กลิ่นกายหอมเย้ายวนใจของนางกลับเป็นดั่งยาพิษที่กรีดแทงหัวใจเขาให้เจ็บปวด
“องค์ชายตัวประกันไร้ค่าเช่นเจ้า ได้ขึ้นมาเป็นถึงชายบำเรอของข้า ก็ถือเป็นบุญหัวของเจ้าแล้ว เซี่ยหรงเฉิน…จงนอนนิ่งๆ อย่าได้ขัดขืนให้ข้ารำคาญอีก!”
ฟึ่บ! ร่างสูงที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกพยายามรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ผลักร่างเล็กของนางออกไปอย่างรังเกียจ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวที่ยากจะทานทน
“ข้าเกลียดเจ้า…ฟู่เยียนหลัว!”
“โอ๊ะ…นี่เจ้ากล้าผลักข้าอย่างนั้นรึ เซี่ยหรงเฉิน?”
องค์หญิงใหญ่ทรงตัวขึ้นได้ในทันที นางคว้าแส้ที่วางอยู่ข้างกาย ฟาดลงบนลำตัวของเซี่ยหรงเฉินอย่างไม่ปรานี เสียงเพี๊ยะ! ดังสนั่นก้อง ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างเย่อหยิ่งและสะใจที่สามารถบดขยี้ศักดิ์ศรีของเขาได้ถึงเพียงนี้
ก่อนที่นางจะขึ้นคร่อมกายเขาอีกครั้ง ริมฝีปากอวบอิ่มเลื่อนลงคลอเคลียลำคอแกร่ง ดูดดึงขบเม้มกล้าอกแน่นๆ ของเขาอย่างเอาแต่ใจ ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์
“ซี้ด…อ่าาาส์…เยียนหลัว…สักวันข้าจะฆ่าเจ้า!” แววตาคมกล้าของเซี่ย หรงเฉินแดงก่ำด้วยความเจ็บปวดทรมาน
เขาต้องทนรับพิษยาปลุกกำหนัดที่นางกรอกใส่ปากอย่างไม่ใยดี สองแขนยังคงถูกมัดแน่น ไร้หนทางต่อต้านใดๆ ศักดิ์ศรีของเขาถูกนางเหยียบย่ำจนป่นปี้ แม้ร่างกายจะถูกนางเล้าโลมปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อน ความเป็นชายจะแข็งขืนจนปวดหนึบเพียงใด แต่แววตาของเซี่ยหรงเฉินยังคงแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
“อือ…กล้ามอกแน่นๆ ของเจ้า ข้าชอบมันมาก…ไหนดูสิ เจ้ามังกรยักษ์ของเจ้าพร้อมให้ข้าเชยชมทั้งคืนแล้วหรือยัง?”
เซี่ยหรงเฉินแววตาวูบไหวเมื่อสบดวงตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวของนางในระยะประชิด กลิ่นกายหอมรัญจวนใจของนางเริ่มปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนใต้จิตสำนึกของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ แม้จะพยายามกดข่มมันไว้เพียงใดก็ตาม
“อย่าเด็ดขาด! เจ้าจะทำอะไรข้า เยียนหลัว!”
“หึ…ข้าจะทำอะไรเจ้านะหรือ…ก็…” ฟู่เยียนหลัวยกยิ้มอย่างร้ายกาจ
ฟึ่บ!!นางดึงกางเกงชิ้นสุดท้ายออกจากกายกำยำของเซี่ยหรงเฉินในทันที ดวงตาคู่สวยแพรวพราวเจ้าเล่ห์จ้องมองรูปร่างอันสมส่วนกำยำน่าขย้ำของเขาอย่างพึงพอใจ ราวกับเหยื่ออันโอชะที่รอการลิ้มลอง
“อย่านะ…ข้าจะฆ่าเจ้า!” เซี่ยหรงเฉินพยายามดิ้นรนขัดขืน
แต่ร่างกายที่ถูกยาควบคุมทำให้เขาร้อนรุ่มอ่อนแรงยิ่งนัก ฟึ่บ! และนางก็ขึ้นนั่งคร่อมกายเขาอีกครั้ง
ฝ่ามือบางนุ่มนิ่มกอบกุมความใหญ่โตของเขาเอาไว้อย่างสุดแสนทรมาน ก่อนจะจับชักรูดจนเขาเสียวสะท้านแทบคลั่ง ได้แต่อดทนเก็บความอัปยศครั้งนี้เป็นความแค้นที่สลักลึกในใจ โดยที่ไม่อาจทำอะไรนางได้เลย
“หึๆๆ ฮ่ะๆๆ คืนนี้ข้าจะรังแกเจ้าทั้งคืน เซี่ยหรงเฉิน!”
“อ่าาาส์…เจ้ามันชั่วร้าย ฟู่เยียนหลัว! ข้าจะฆ่าเจ้าซะ!” เซี่ยหรงเฉินแววตาแดงก่ำแข็งกร้าวไปด้วยความเจ็บแค้นใจ
เขาเมินหน้าหนีเมื่อถูกองค์หญิงใหญ่ครอบครอง ดูดงับความเป็นชายของเขาเข้าไปในโพลงปากอย่างมูมมามเช่นนั้น ก่อนน้ำตาของบุรุษจะค่อยๆ ไหลรินลงที่หางตาช้าๆ อย่างจำนนต่อชะตาอันขมขื่นของตนเอง
ปี ค.ศ.2026
เสียง ปัง! ดังขึ้นในห้องเงียบงัน โทรศัพท์เครื่องหนึ่งถูกโยนกระแทกลงบนเตียงอย่างไม่ใยดี ฟู่เยียนหลิงยืนกอดอก ดวงตาเต็มไปด้วยความเดือดดาลราวกับเพิ่งผ่านสนามรบมา
“บ้าจริง! นางร้ายอะไรจะโง่ได้ขนาดนี้!”
หญิงสาวกัดฟันแน่น ขณะจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังคงเปิดค้างอยู่กับหน้าสุดท้ายของนิยายจีนโบราณเรื่อง “รักลิขิตสวรรค์”
นิยายที่ทำให้เธออ่านรวดเดียวจนจบ…และทำให้เธอโมโหจนแทบอยากเข้าไปเขย่าตัวนางร้ายในเรื่อง
องค์หญิงใหญ่ ฟู่เยียนหลัว นางร้ายในนิยายผู้เลอโฉมจนสตรีทั่วใต้หล้าต้องยอมหลีกทางให้
นางทั้งงดงาม สูงศักดิ์ และเปี่ยมอำนาจ เพราะเป็นพระธิดาที่ฮ่องเต้แห่งแคว้น เซวียนหลิง ทรงโปรดปรานมากที่สุด เพียงแค่เอ่ยวาจา ขุนนางทั้งราชสำนักยังต้องก้มหัวฟัง
แต่สตรีผู้เพียบพร้อมเช่นนั้น…กลับโง่เขลาเพราะคำว่า รัก บุรุษที่นางหลงใหลคือ องค์ชายใหญ่ เซี่ยหรงเฉิน แห่งแคว้น เทียนเซี่ย ผู้ซึ่งถูกส่งมาเป็นตัวประกันในราชสำนักเซวียนหลิง
ทว่าไม่ว่านางจะหลงรักเขาเพียงใด หัวใจของบุรุษผู้นั้นก็ไม่เคยหันกลับมามองนางเลยแม้แต่น้อย และเพราะไม่อาจครอบครองหัวใจเขาได้
องค์หญิงใหญ่ฟู่เยียนหลัวจึงเลือกใช้สิ่งที่ตนมีมากที่สุด อำนาจ นางใช้อำนาจกดขี่ บีบบังคับให้องค์ชายเชลยผู้นั้นกลายเป็นชายบำเรอของตน
หากเขาขัดขืน นางก็เฆี่ยนตี หากเขาแสดงท่าทีดูหมิ่น นางก็เหยียบย่ำศักดิ์ศรีเขาจนแทบไม่เหลือชิ้นดี ความเกลียดชังที่เขามีต่อนาง จึงสะสมขึ้นวันแล้ววันเล่า ลึก…และรุนแรงยิ่งกว่าพิษใดในใต้หล้า
ท่ามกลางความมืดมนของชีวิตเชลย กลับมีเพียงสตรีคนเดียวที่ยื่นมือช่วยเขา องค์หญิงรอง ฟู่ชิงเหลียน นางเอกของเรื่อง ผู้มีจิตใจอ่อนโยนดุจดอกบัวขาว
นางคือคนที่แอบนำอาหาร เสื้อผ้า และยารักษามามอบให้เขา นางคือคนเดียวที่ปฏิบัติต่อเขาอย่าง มนุษย์ ไม่ใช่เชลย ไม่ใช่ของเล่น และเพราะความอ่อนโยนนั้น
องค์ชายเซี่ยหรงเฉินจึงตกหลุมรักนางอย่างไม่อาจห้ามใจ ส่วนฟู่เยียนหลัว…นางร้ายผู้ทั้งงดงามและสูงศักดิ์ กลับดื้อรั้นแย่งชิงเขามาจากนางเอกด้วยทุกวิถีทาง
สุดท้ายเมื่อองค์ชายเชลยกลับสู่แคว้นเทียนเซี่ย เขากอบกู้เอกราชของบ้านเมืองได้สำเร็จ และขึ้นครองบัลลังก์อย่างสง่างามคนแรกที่เขาจะลากมาชำระแค้นก็คือ องค์หญิงใหญ่ ฟู่เยียนหลัว
บรึ๋ย…! เพียงคิดถึงตอนจบ ขนแขนของ ฟู่เยียนหลิน ก็ลุกซู่ทันทีเพราะในนิยายบรรยายเอาไว้อย่างละเอียด ว่านางร้ายผู้นั้นถูกทรมานอย่างไรบ้างก่อนถูกประหาร
เฆี่ยนตี…เหมือนที่นางเคยทำกับเขา โยนเข้าไปในค่ายทหาร ถูกทหารนับพันรุมโทรม ให้รับโทษอย่างสาสมกับการใช้อำนาจกดขี่เขาในอดีต
ยังมีการลงทัณฑ์ด้วยเข็มนับพันเล่ม ทิ่มแทงร่างของนางทุกคืนวันจนกระทั่งถึงวันตัดหัว เพียงคิดถึงภาพเหล่านั้น ฟู่เยียนหลินก็ได้แต่ส่ายหน้า
“โง่…” เธอพึมพำอย่างหงุดหงิด “ถ้าเป็นฉันนะ ทั้งสวย ทั้งรวย ทั้งมีอำนาจแบบนั้น…”
“ฉันจะยกพระเอกให้นางเอกไปเลย ให้พวกเขาครองคู่กันให้สมกับที่นักเขียนกำหนด”
“และดัน…มามีชื่อแซ่คล้ายฉันซะอีก บรึ๋ย…ยิ่งคิดก็ขนลุกแล้ว”
ใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาวเชิดขึ้นเล็กน้อยอย่างมั่นใจ ราวกับว่าหากเป็นเธอจริง ๆ แล้วละก็
เธอจะไม่มีวันทำตัวโง่ ๆ ไปตอแยพระเอกจอมโหดคนนั้น จนถูกตาม ล้างแค้นแบบในนิยายเด็ดขาด
“พระรองก็หล่อ ตัวร้ายก็เลิศ…”
“จะมัวมาแย่งพระเอกกับนางเอกอยู่ทำไมกัน” มุมปากของเธอยกขึ้นเล็กน้อย
“เป็นฉันนะ…จะรับสนมชายเข้าตำหนักให้เต็มไปเลย”
ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มอย่างใสซื่อ เมื่อคิดถึงพระรองผู้อ่อนโยนเช่นท่านราชครูกู้จิ่นเฉิง ทั้งหล่อเหลาน่ารัก อบอุ่นใจดี
ไหนจะตัวร้ายเช่นองครักษ์หวังมู่หาน ผู้องอาจนั่นอีก หล่อกร้าวใจจะตาย ถ้าเธอรวยมีอำนาจแบบนางร้ายแล้วละก็คงจะดีไม่น้อยเลย
“เฮ้อ…ทำไหมฉันไม่สวยรวยแบบนั้นบ้างนะ ชีวิตนี้ทำแต่งานงกๆๆ แฟนสักคนก็ยังหาไม่ได้เลย”
พูดจบ ฟู่เยียนหลินก็ถอนหายใจ ก่อนก้มลงเก็บโทรศัพท์ที่เพิ่งโยนทิ้งไปเมื่อครู่ แบตเตอรี่เหลือเพียง หนึ่งเปอร์เซ็นต์ เธอรีบเสียบสายชาร์จทันที
แล้วในวินาทีนั้นเอง…เปรี๊ยะ!!! ประกายไฟแลบวาบ กระแสไฟฟ้าพุ่งผ่านร่างของเธออย่างรุนแรง โลกทั้งใบดับมืดลงในพริบตา
ตุบ!ร่างเล็กกระตุกอย่างแรงก่อนล้มลงข้างเตียง โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะร้องเรียกให้ใครช่วย และนั่นคือวินาทีสุดท้ายของชีวิต ของหญิงสาวที่ชื่อ ฟู่เยียนหลิน