“อึก… อึก…” เยียนหลัวกระดกสุราในขวดราวกับน้ำเปล่า พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ฮ่าๆๆ ชีวิตคนรวยนี่มันดีจริงๆ! ชุนเถา ชุนฮวา เอามาอีก!”
“พอแล้วเพคะองค์หญิง!” ชุนฮวา นางกำนัลคนสนิทรีบปราม “พรุ่งนี้พระองค์ต้องเข้าเรียนเขียนอักษรกับท่านราชครูกู้จิ่นเฉินนะเพคะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ!” เยียนหลัวตาโต คว้าแขนนางกำนัลไว้แน่น “กู้จิ่นเฉินเหรอ… เย้! ในที่สุดข้าก็จะได้เจอพระรองแล้ว!”
นางชูมือร้องอย่างดีใจจนสองนางกำนัลต้องรีบประคองให้นั่งลง
“องค์หญิงเพคะ! ดึกมากแล้ว กลับตำหนักเถอะเพคะ”
“ได้ๆ!” นางโบกมืออย่างใจกว้าง “พวกเจ้านำไปก่อนเลย ไปเตรียมน้ำอาบโรยดอกไม้หอมๆ ไว้รอข้าด้วย ตำหนักข้าอยู่แค่นี้เอง… อึก… ข้ากลับเองได้”
เมื่อสองนางกำนัลเดินนำไปแล้ว องค์หญิงใหญ่ก็ค่อยๆ เดินโซเซมาจนถึงทางแยกสองทาง นางเอียงคอมองซ้าย… มองขวา… ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ
“ทางนี้แหละ!”
ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆ ไปทางขวาอย่างองอาจ… ทั้งที่ตำหนักของนางอยู่ทางซ้ายชัดๆ
แอ๊ด…เสียงประตูตำหนักแง้มเปิดอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กในอาภรณ์งดงามเดินโซซัดโซเซเข้ามาในความมืดสลัว ความตั้งใจแรกที่จะไปชำระกายให้สดชื่นก่อนนอนนั้นเลือนหายไปสิ้นเมื่อเห็นเตียงกว้างตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า… มันช่างดูนุ่มนิ่มน่าทิ้งตัวเสียนี่กระไร!
ตุ้บ! “โอ๊ย!” ร่างเล็กทิ้งตัวลงไปเต็มแรง แต่แทนที่จะได้สัมผัสความนุ่มของฟูก กลับมีเสียงร้องประหลาดดังขึ้นจากใต้ร่างของนางเสียอย่างนั้น
“นี่มัน…ก้อนอะไรเนี่ย” เยียนหลัวพึมพำอย่างงุนงง ก่อนจะพลิกตัวขึ้นนั่งคร่อมอย่างทุลักทุเล
และแล้ว… ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นทันที ที่นอนของนางไม่ใช่ก้อนอะไรทั้งนั้น แต่เป็นบุรุษผู้หนึ่ง! ที่สำคัญ… เขาหล่อเหลาราวกับเทพเซียนสลักเสลา หล่อจนอยากเก็บกลับบ้าน! รอยยิ้มหวานจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้างามโดยทันที
ฝ่ายเซี่ยหรงเฉินที่ยังคงมึนงงจากการถูกดาวตกพุ่งชน ก็ได้สติในบัดดล! สตรีใดกันบังอาจบุกรุกตำหนักเขาถึงเตียงนอน! มือแกร่งรีบล้วงใต้หมอนหวังคว้ามีดสั้นคู่ใจมาจัดการผู้บุกรุก
หมับ! แต่ยังไม่ทันจะได้จับด้ามมีด สองแขนของเขากลับถูกมือนุ่มนิ่มรวบขึ้นไปตรึงไว้เหนือศีรษะอย่างง่ายดาย
“นี่… พ่อสุดหล่อ” เสียงหวานเจื้อยแจ้วดังขึ้น พร้อมใบหน้างามที่โน้มลงมาใกล้ “คืนนี้… ขอยืมตัวหน่อยนะจ๊ะ ว้าว… ทำไมชาตินี้ฉันไม่เจอแฟนหล่อแบบนี้บ้างนะ”
“ฟู่เยียนหลัว! เจ้าคิดจะทำบ้าอะไร!” เซี่ยหรงเฉินตวาดกร้าว พยายามดิ้นรนให้หลุดจากการพันธนาการ แต่ในจังหวะที่เขากำลังจะรวบรวมกำลังผลักนางออกไป…
จุ๊บ! ริมฝีปากนุ่มหยุ่นก็ประทับลงมาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว!
“อื้อ!” เขาทำได้เพียงร้องประท้วงในลำคอด้วยความตกตะลึง
สัมผัสแรกคือกลิ่นสุราอ่อนๆ ที่ปนเปมากับความหอมหวานเฉพาะตัวของนาง แต่สัมผัสต่อมากลับนุ่มนวลและหวานล้ำอย่างน่าประหลาด จนเผลอไผลคล้อยตามไปชั่วขณะ
“หยุดนะ!” เมื่อตั้งสติได้ เขาก็รีบผลักนางออกทันที “ฟู่เยียนหลัว! เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่!”
เขาจ้องนางเขม็ง แต่แววตากลับสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางกำลังทำให้สติสัมปชัญญะของเขาปั่นป่วนไปหมด
ทว่า… คนเมากลับไม่รู้ร้อนรู้หนาว เยียนหลัวเพียงแค่ยิ้มหวาน นางยังคงนั่งคร่อมอยู่บนกายเขาอย่างไม่สะทกสะท้าน ฝ่ามือนุ่มนิ่มเริ่มลูบไล้แผงอกแกร่งของเขาอย่างซุกซน ก่อนจะออกแรงกระชากสาบเสื้อของเขาอย่างไม่ลังเล! แควก!
“นี่เจ้า!” เซี่ยหรงเฉินแทบสิ้นสติ “เยียนหลัว! ได้ฟังที่ข้าพูดบ้างหรือไม่!”
เขาถลึงตาใส่นางอย่างมีโทสะ แต่ภาพที่เห็นกลับทำให้ใจเขากระตุก… รอยยิ้มของนางในยามนี้ช่างดูสดใสและไร้เดียงสา มันช่างแตกต่างจากแววตาบ้าอำนาจและรอยยิ้มร้ายกาจที่เขาเคยเห็นราวกับเป็นคนละคน… นี่มันเรื่องอะไรกันแน่
“อื้อหือ… กล้ามแน่นปั้ก ขาวจั๊วะเลย… แบบนี้ต้องขอหอมเป็นรางวัลสักฟอดเถอะ พ่อคุณ!”
ฟอด! เซี่ยหรงเฉินสะดุ้งสุดตัวเมื่อแก้มนุ่มถูกจู่โจมด้วยริมฝีปากอิ่ม ตามด้วยร่างนุ่มนิ่มที่เบียดชิดเข้ามาจนกายแกร่งสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่
“คืนนี้… ยังไงฉันก็ต้องได้ ‘กิน’ นายให้ได้ พ่อพระเอกของฉัน!”
พรึ่บ! ดวงตาคมเบิกกว้างยิ่งกว่าเดิม เมื่อเยียนหลัวจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกไปจนหมดสิ้นในพริบตา! เรือนร่างอรชรขาวผ่องใต้แสงเทียนทำเอาใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ… นี่มันสถานการณ์อะไรกัน!
“ลงไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้… ก่อนที่ข้าจะหมดความอดทน!” เขากัดฟันข่มอารมณ์ที่กำลังปะทุอย่างสุดกำลัง
“พูดมากจัง… ไหนมาดูซิ ว่าพระเอกของฉันจะ ‘ของใหญ่’ สมคำร่ำลือไหมนะ”
“เฮ้ย! นี่เจ้าจะทำอะไรน่ะ ฟู่เยียนหลัว!” เซี่ยหรงเฉินร้องลั่น รีบใช้สองมือปิดป้องความเป็นบุรุษของตนไว้โดยสัญชาตญาณ แต่สตรีร้ายกาจตรงหน้ากลับไร้ยางอายสิ้นดี…
หมับ! นางจับมือเขาดึงออกไปอย่างง่ายดาย!
“ว้าว…” เสียงหวานอุทานอย่างไม่ปิดบัง “ถ้าเข้าไปนี่จะจุกไหมเนี่ย… ไม่เบาเลยนะเรา… หึๆๆ เอาล่ะ! คืนนี้แหละ ฉันจะขอสละพรหมจรรย์ให้กับพระเอกสุดหล่อในฝันของฉัน!”
“พูดจาสามหาว! อย่านะ!”
อึก! เซี่ยหรงเฉินกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เมื่อฝ่ามือนุ่มนิ่มแต่ซุกซนของนางกอบกุมแก่นกายอันแข็งขืนของเขาเอาไว้เต็มมือ สายตาคมเบิกกว้างและสั่นระริกเมื่อเห็นนางค่อยๆ ก้มใบหน้างามลงมา…
“อึก… อ่าาส์!” เสียงครางหลุดจากลำคออย่างไม่อาจสะกดกลั้น “เยียนหลัว… เจ้า…”
ม๊วบ…สมองของเขาขาวโพลนไปชั่วขณะ… เขาควรจะผลักไสนางสิ! เขาควรรังเกียจสัมผัสจากสตรีที่เขาไม่เคยพิศวาสไม่ใช่หรือ! แล้วเหตุใด… เหตุใดร่างกายของเขาถึงได้ทรยศ ตอบสนองต่อสัมผัสอันวาบหวามจากนางอย่างน่าละอายเช่นนี้!
ด้วยไม่เคยผ่านประสบการณ์รักกับสตรีใดมาก่อน เพียงไม่นานร่างกายเขาก็พ่ายแพ้ต่อความเสียวซ่าน ปลดปล่อยธารน้ำขาวขุ่นเข้าสู่โพรงปากอุ่นของนางจนหมดสิ้น
แค่กๆ! เสียงสำลักของเยียนหลัวดึงสติเขากลับมา แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจเขาเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมา คือภาพที่นางค่อยๆ คลานกลับขึ้นมาบนร่างเขาช้าๆ ใช้ปลายนิ้วปาดคราบน้ำรักที่มุมปากออกอย่างยั่วยวน ก่อนจะเลียปลายนิ้วนั้นเบาๆ …
ใจของเขาสั่นสะท้านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“อืม… รสชาติใช้ได้” นางพึมพำ ก่อนจะยิ้มหวานให้เขา “หากนี่คือความฝัน… ก็ขอให้เป็นฝันที่ฉันได้มีความสุขกับพระเอกสุดหล่อของฉันสักทีเถอะนะ”
ตึก… ตึก… ตึก…
หัวใจของเซี่ยหรงเฉินเต้นแรงเสียจนเจ็บหน้าอก สายตาคมที่สั่นไหวจ้องมองนางจับแก่นกายของเขาที่เริ่มฟื้นคืนอีกครั้งขึ้นมาจ่อที่ปลายทางรัก… เตรียมพร้อมที่จะเผด็จศึกเขาอย่างแท้จริงในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้านี้
พรึ่บ! เพียงเสี้ยวลมหายใจ สถานการณ์ก็พลิกผัน! ร่างสูงกำยำของเซี่ยหรงเฉินเป็นฝ่ายพลิกกลับขึ้นมาทาบทับเรือนร่างอรชรไว้ใต้กายเขาอย่างรวดเร็ว
แววตาคมกล้าที่เคยสั่นไหว บัดนี้ลุกวาววับราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง แม้จะพยายามทำหน้าตาแข็งกร้าว แต่สายตาของเขากลับมิอาจละไปจากเรือนร่างงดงามที่ยั่วยวนเขาอยู่ได้เลย
“ในเมื่อเจ้าอยากจะ ‘ปล้ำ’ ข้านัก… เช่นนั้นข้าจะเป็นคนลงมือเอง!” เขากระซิบเสียงพร่าชิดใบหู “และเมื่อถึงตอนนั้น… อย่าได้ร้องขอความเมตตาจากข้าก็แล้วกัน… ฟู่เยียนหลัว!”
แทนที่จะหวาดกลัว เยียนหลัวกลับยิ้มยั่วอย่างท้าทาย ดวงตาฉ่ำหวานจ้องตอบอย่างไม่ลดละ
“กลัวที่ไหนกันล่ะ… ไหนลองแสดงฝีมือให้ดูหน่อยสิ… พ่อสุดหล่อของฉัน”
เซี่ยหรงเฉินกัดกรามแน่นจนเป็นสันนูน เมื่อฝ่ามือนุ่มนิ่มยังซุกซนไม่เลิก ลูบไล้ลงมาต่ำกว่าสะดืออย่างจงใจ “ได้!” เขาคำรามในลำคอ ก่อนจะส่งฝ่ามือหนาของตนลงไปสำรวจร่องรักอันปิดสนิทของนางเป็นการตอบโต้
“อ๊ะ… หรงเฉิน…” เสียงหวานครางชื่อเขาออกมาอย่างแผ่วเบาเมื่อถูกสัมผัสในจุดซ่อนเร้น
“อ่าาส์… ตอดรัดนิ้วข้าแน่นเชียวนะ” เขายิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “ข้าจะให้โอกาสเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย… หากอยากหยุดตอนนี้ก็จงลุกออกไปเสีย แต่ถ้าไม่… เจ้าจะได้เจอกับสิ่งที่ใหญ่โตกว่านิ้วของข้าแน่”
สายตาคมกริบของเขาท้าทายอย่างเปิดเผย แต่ในขณะเดียวกันก็จดจ้องริมฝีปากอิ่มของนางอย่างหิวกระหาย
“ไม่!” นางตอบทันควัน “ข้าต้องการ ‘สิ่งนั้น’ ของท่าน… หรงเฉิน!”
ว่าแล้วสะโพกอวบอิ่มก็แอ่นขึ้นเสียดสีกับแก่นกายร้อนผ่าวของเขาอย่างจงใจเชื้อเชิญ ความเมามายได้ปลดปล่อยตัวตนที่ซ่อนลึกอยู่ในใจของนางออกมาจนหมดสิ้น
“อึก… เช่นนั้นก็เตรียมใจไว้ให้ดี!”
นั่นคือฟางเส้นสุดท้าย! เซี่ยหรงเฉินถอนนิ้วออกจากความคับแคบชุ่มฉ่ำนั้นทันที ก่อนจะจับแก่นกายอันแข็งขืนของตนจ่อที่ปากทางรัก แล้วค่อยๆ กดส่วนปลายหยักลึกลงไปในความอ่อนนุ่มอย่างช้าๆ
สวบ…ร่างเล็กใต้กายเขาสะท้านเฮือก! ความเจ็บแปลบแล่นปราดจนต้องจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อระบายความรู้สึก เมื่อความบริสุทธิ์ที่หวงแหนถูกฉีกกระชากออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว
“อึก… โอ๊ย… เจ็บ! ขยับ… เบาๆ สิ…”
“หึ… สำนึกได้แล้วหรือไร ที่บังอาจมายั่วยวนข้า” เขาเย้ยหยัน แต่เสียงกลับแหบพร่าอย่างเห็นได้ชัด
เยียนหลัวเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาฉ่ำน้ำแต่กลับทอประกายอวดดีไม่ยอมแพ้ นางไม่ตอบเป็นคำพูด แต่กลับใช้สองแขนโอบรอบลำคอแกร่งของเขา ดึงลงมาบดจูบอย่างดื้อรั้นและเร่าร้อน!
และเป็นจังหวะเดียวกันนั้นเอง… ที่เซี่ยหรงเฉินไม่อาจทนต่อไปได้อีก เขาเริ่มขยับสะโพกสอบเข้าใส่ความคับแคบที่ตอดรัดเขาอย่างเมามัน!
“อื้อ… อ่าาาส์!… สตรีบ้านี่… รนหาที่เองนะ!”
แม้ปากจะบริภาษนางไม่หยุด แต่สีหน้าและแววตาที่เปี่ยมสุขของเซี่ยหรงเฉินกลับฟ้องทุกอย่าง ความคับแน่นที่โอบรัดแก่นกายของเขาในทุกจังหวะ เป็นเครื่องยืนยันว่านางได้กลายเป็นของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว
“ทั้งที่ข้า… ควรรังเกียจเจ้า… อ่าาส์…” เขาคำรามเสียงพร่า ขณะเร่งจังหวะให้หนักหน่วงขึ้น
“ทั้งที่ข้า… ควรจะผลักไสเจ้า… ซี๊ด… อ๊ะ… อ่าาาส์…”
“อ๊ะๆๆ … หรงเฉิน… อื้อ… แรง… แรงไปแล้วนะ… อ๊ะ… ลึก… อูยย… ลึกเกินไป!”
“ไหนบอกว่ารับข้าไหวอย่างไรเล่า” เขาแกล้งเย้า มองใบหน้างามที่เหยเกด้วยความเสียวซ่านอย่างหลงใหล “นึกเสียใจแล้วหรือ” เขาเผลอก้มลงไปสูดดมความหอมจากซอกคอขาวผ่องของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างอดใจไม่อยู่
แต่แล้ว… สตรีใต้ร่างกลับสร้างความประหลาดใจให้เขาอีกครั้ง! พรึ่บ! เยียนหลัวพลิกกายขึ้นมาคร่อมเขาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มขยับกายควบขี่อย่างเร่าร้อนราวกับนางพญา
เรือนร่างอรชรที่เคลื่อนไหวอยู่เบื้องบนช่างงดงามและน่าหลงใหลเสียจนเขาไม่อาจละสายตา เขาเอื้อมมือไปกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มที่สั่นไหวตามจังหวะรักอย่างลืมตัว
“อ่าาาส์… นุ่มเหลือเกิน… โอ้ว… ซี๊ด… เจ้ามันร้ายกาจนัก เยียนหลัว!”
“อ๊ะๆๆ … อูยย… ใหญ่ถึงใจจังเว้ย! อ๊า… เสียว… โอ๊ย… ลึกมาก!”
เยียนหลัวปลดปล่อยตัวเองไปกับแรงกระตุ้นตรงหน้าอย่างเต็มที่ เพราะจิตใต้สำนึกยังคงคิดว่านี่เป็นเพียงภาพฝันอันเลือนราง
นางยิ้มอย่างมีความสุข ก่อนจะจับ ‘พระเอกสุดโหด’ ของนางพลิกแพลงบทรักไปตามทุกท่วงท่าที่เคยแอบดูใน ‘หนังผู้ใหญ่’ จากโลกก่อน… ไม่ว่าจะเป็นที่ปลายเตียง… บนโต๊ะหนังสือ… หรือแม้แต่พิงผนังตำหนัก…
บทเพลงรักอันดุเดือดดำเนินไปจนกระทั่งทั้งสองหมดแรงและปลดปล่อยให้กันและกันจนรุ่งสาง…
รุ่งเช้า…แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามากระทบเปลือกตาบาง เยียนหลัวขยับกายอย่างเมื่อยขบก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้น แต่ภาพแรกที่เห็นกลับทำเอานางแทบหยุดหายใจ…
นางนอนอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษผู้หนึ่ง!
และเมื่อนางค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง… หัวใจก็แทบจะวาย! คนที่นอนกอดนางอยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น พระเอกสุดโหด คนนั้น! ความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่าง โดยเฉพาะช่วงล่าง เป็นเครื่องยืนยันว่าเรื่องเมื่อคืน… ไม่ใช่ความฝัน!
ภาพที่นางจับเขา ‘ปล้ำ’ อย่างเร่าร้อนฉายชัดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ!
‘ฉิบหายแล้ว! ถ้าเขาตื่นขึ้นมาต้องบีบคอฉันตายคามือแน่ๆ!’
เยียนหลัวกลั้นหายใจ ค่อยๆ บรรจงแกะแขนที่แข็งแรงราวกับคีมเหล็กซึ่งกอดรัดเอวนางอยู่ออกอย่างแผ่วเบาที่สุดในชีวิต… ทีละนิ้ว… ทีละนิ้ว…
ฟู่วววส์…เมื่อเป็นอิสระ นางก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบคว้าเสื้อผ้าของตนที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาสวมอย่างลวกๆ แล้วเผ่นแน่บออกจากห้องไปทันที!
‘หนีก่อนโว้ย! ก่อนที่เขาจะรู้ตัวว่าโดนฉันจับทำสามีไปแล้ว มีหวังโดนฆ่าหมกตำหนักแน่!’
แต่สิ่งที่เยียนหลัวผู้ใสซื่อ (ในความคิดตัวเอง) ยังไม่รู้ก็คือ… ตลอดเวลาที่นางกำลังปฏิบัติภารกิจหลบหนีอย่างเงียบเชียบนั้น… สายตาคู่คมกริบคู่หนึ่งได้ลืมขึ้นมองดูนางอยู่ตลอดเวลาแล้ว
เซี่ยหรงเฉินนอนนิ่ง กัดฟันกรอดจนสันกรามสั่นเทา…เมื่อคืนนางเป็นคนเริ่ม… นางเป็นคนยั่วยวน… นางจับเขาปล้ำทั้งคืน… แต่พอตื่นเช้าขึ้นมา… สตรีใจร้ายนางนี้กลับเลือกที่จะทอดทิ้งเขาไปโดยไม่คิดจะเอ่ยคำใดสักคำ! …ช่างเลือดเย็นสิ้นดี