LOGINตอนที่ 6 จับจ่ายซื้อของ1
โถงโอสถเทียนอันเหมินยังคงมีผู้คนเข้าออกตลอดเวลา ชาวบ้านสองแม่ลูกคู่หนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าร้าน มือของมารดาเกาะกุมมือเล็กของบุตรชายเอาไว้ นางกำถุงเงินในมือจนแน่นเพื่อความแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป จากครอบครัวที่มีเงินเพียงสิบเหรียญทองแดง บัดนี้ในถุงเงินกลับเต็มไปด้วยตำลึงทองและตั๋วเงินอีกหลายแผ่น เจียงหว่านหนิงเหม่อลอยชั่วขณะ แต่สักพักก็ยิ้มกว้างพลางก้มมองบุตรชายที่มองมาที่นางด้วยสายตามึนงง
“เสี่ยวเป่าตอนนี้บ้านเรามีเงินแล้ว เจ้าอยากได้อะไร อยากกินอะไร แม่ตามใจทุกอย่างเลย”เจียงหว่านหนิงบอกบุตรชายเสียงใส
“อะไรก็ได้เหรอขอรับ” เสียงเล็กแผ่วเบาพูดอย่างไม่มั่นใจ ริมฝีปากเล็กๆเม้มเข้าหากัน ท่าทางมีความวิตกกังวล
“แน่นอนจ้ะ” นางรับคำพลางรอคำตอบของบุตรชาย
“ขะ...ข้าอยากฝึกคัดอักษรขอรับ หากข้าอ่านออกเขียนได้ต่อไปก็สามารถหางานดีๆเลี้ยงดูท่านแม่ได้” เสี่ยวเป่าซึมซับคำพูดจากบ้านใหญ่หนานที่มักเชิดชูคนมีความรู้ว่าเก่งกาจ เขาจึงอยากเป็นเช่นนั้นเพื่อเลี้ยงดูมารดาให้สุขสบาย
เจียงหว่านหนิงยิ้มกว้างเมื่อรู้ความคิดของเสี่ยวเป่า นางรู้สึกโชคดีที่มีบุตรชายน่ารัก ใฝ่รู้ใฝ่เรียนและกตัญญูเช่นนี้ นางย่อกายลงนั่งตรงหน้าเขายกมือลูบแก้มเล็กนั่นเบาๆ
“ได้ซิ เช่นนั้นวันนี้เราซื้อเครื่องเขียนกับกระดาษกลับบ้านกัน อ่อ...แล้วก็ตำราเริ่มเรียนอีกสักหน่อย แม่พอจะอ่านเขียนได้ ช่วงแรกจะสอนเสี่ยวเป่าเอง” นางไม่กล้าพูดว่าอ่านเขียนได้คล่อง เกรงว่าหากเสี่ยวเป่าเผลอพูดออกไปจะทำให้คนอื่นสงสัยเอาได้ เดิมทีเจ้าของร่างนี้ก็เคยเรียนอ่านเขียนจากท่านยายเจียงมาบ้าง จริงๆนางก็รู้สึกว่าเจ้าของร่างนี้ก็ไม่ได้โง่เขลาเลย และเป็นคนที่เรียนรู้ได้รวดเร็วด้วย
“ท่านแม่ดีที่สุดเลย” เสี่ยวเป่าพูดคำนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งก็ทำให้เจียงหว่านหนิงใจฟูฟ่อง รวมกับรอยยิ้มของเจ้าตัวเด็กที่ทำให้นางอิ่มเอมทุกครั้งไป
“เช่นนั้นเราไปร้านตำรากันเลย”
สองแม่ลูกจับจูงกันออกไปจากหน้าโถงโอสถเทียนอันเหมินโดยมีสายตาสองคู่มองจนสองร่างหายลับไปกับฝูงชน ชายชราบนชั้นสองยกมือลูบเคราขาวโพลนและพยักหน้าระบายยิ้มราวกับพบสิ่งที่ตามหามาเนิ่นนาน เมื่อราวเดือนก่อนเขาเคยพบต้นกล้าที่ดีแต่กลับยังไม่ตรงใจของเขานัก
“สตรีแซ่เจียงผู้นี้ดีกว่าคนเมื่อเดือนก่อนมาก นางเป็นสตรีที่มีจิตใจดีงามและไม่ละโมบโลภมาก สมุนไพรที่นางนำมาขายก็ล้วนเก็บได้ถูกต้อง ทุกต้นมีขนาดเจริญเติบโตเต็มที่ ทั้งที่สมุนไพรในป่านั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีต้นเล็กเลย” ชายวัยกลางคนเบื้องหลังชายชราเอ่ยขึ้น เขาเองก็ชื่นชอบสตรีแซ่เจียงมาก
“เจียงหว่านหนิง...น่าสนใจมากเลยทีเดียว” ผู้อาวุโสไป๋ที่มองหาต้นกล้าดีๆมาหลายปี ยามนี้กลับพบเจอในอำเภอหัว อำเภอเล็กๆที่แทบจะไม่มีความเจริญมากนัก ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกับต้นกล้าที่มีคุณภาพเช่นนี้
ในระหว่างที่เดินอยู่ในอำเภอหัวผ่านร้านรวงมากมาย เจียงหว่านหนิงฉุกคิดเรื่องราวสำคัญในนิยายมาได้เรื่องหนึ่ง ซึ่งจะเกิดก่อนฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมทอดทิ้งบุตรชายไปหาความมั่งคั่งให้ตัวเอง
ในนิยายบ้านใหญ่สกุลหนานต้องการเงินตำลึงทองเพื่อส่งหนานหยุนซีไปสอบจวี่เหรินในเมืองฉางชุน แม้ว่าแท้จริงแล้วพี่ใหญ่หนานไม่ได้ไปสอบก็ตาม และนำเงินจำนวนนั้นไปถลุงในบ่อนการพนันกับเลี้ยงสตรีผู้หนึ่ง แต่กระนั้นเพราะความต้องการเงินของบ้านใหญ่หนาน พวกเขาเลยต้องการขายที่ดินที่มอบให้หนานหนิงเฉิงหรือก็คือที่ดินที่นางอยู่ในตอนนี้
‘ไม่รู้ว่าที่ดินในหมู่บ้านเอ้อฉางจะยังมีว่างเปล่าอยู่บ้างมั้ย หากข้าจะซื้อสักผืนหนึ่งสร้างบ้านแข็งแรงสักหลังก่อนหน้าหนาวที่ยาวนานจะมาเยือน’
เดินไปเดินมานางก็พาเสี่ยวเป่ามาหยุดอยู่ที่ศาลาว่าการอำเภอหัว หญิงสาวสูดลมหายใจลึกและเดินเข้าไปภายใน ท่ามกลางความสงสัยของเสี่ยวเป่าตัวน้อยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามมารดาขึ้นมา เขาทำเพียงเดินเคียงข้างมารดาไปอย่างเงียบเชียบเท่านั้น
“ท่านเจ้าหน้าที่...หากข้าต้องการซื้อที่ดินต้องทำยังไงบ้างเจ้าคะ” เจียงหว่านหนิงมาถึงที่ว่าการก็เดินตรงไปหาเจ้าหน้าที่ซึ่งนั่งอยู่บริเวณหน้าประตูด้านใน
เจ้าหน้าที่วัยกลางคนเงยหน้าขึ้น มองสองแม่ลูกชาวบ้านที่เข้ามาสอบถาม เขามองสภาพทั้งสองที่พอจะมีเงินอยู่บ้างก็พยักหน้ารับเรื่อง
“ฮูหยินเดินตรงไปด้านใน ห้องแรกทางซ้ายมือเป็นห้องสำหรับซื้อขายที่ดิน” ชายผู้นั้นชี้ไปยังด้านในบ่งบอกตำแหน่งของห้องที่เจียงหว่านหนิงต้องการหา
“ขอบใจท่านมาก” เจียงหว่านหนิงน้อมศีรษะให้กับเจ้าหน้าที่ ก่อนจะพาเสี่ยวเป่าที่ตอนนี้กำลังสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน
‘ท่านแม่จะซื้อที่ดินไปทำไมกัน บ้านท่านพ่อก็พอจะมีอยู่’
“เสี่ยวเป่าอาจจะยังสงสัย กลับถึงบ้านแม่จะเล่าให้ฟังนะ” เจียงหว่านหนิงที่ยามนี้มีเพียงบุตรชายเท่านั้น จึงอยากพูดคุยเรื่องบ้านใหญ่สกุลหนานกับเขาให้ชัดเจน เพราะหลังจากหน้าหนาวบ้านใหญ่สกุลหนานจะล้มครืนไม่เป็นท่าเพราะบุตรชายที่พวกเขาภาคภูมิใจ
“ขอรับท่านแม่” เด็กชายตอบรับว่าง่าย เขาเชื่อว่ามารดาต้องมีเหตุผลที่ทำเช่นนี้
ตอนพิเศษ5“คิดอะไรแบบนั้น...ต่อให้ไม่มีฝันนั้น ผมก็สามารถรักคุณได้และเราก็จะมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นกัน” เซี่ยหนิงเฉิงมีหรือจะสามารถเห็นภรรยาหม่นหมองได้ เขาโยกกายเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“คุณพ่อครับ ครอบครัวคุณอามากันแล้ว” เซี่ยเฉิงเฟิงเอ่ยขัดจังหวะหวานของพ่อแม่ ซึ่งตั้งแต่จำความได้ก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน“คุณไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคุณแม่ห่อเกี๊ยวจะได้เริ่มทานกันก่อนค่ำ” เจียงหว่านหนิงผละสามีออก และยิ้มกับท่าทางอิดออดนั้น เธอจึงตีแขนเขาเบาๆไปครั้งหนึ่ง “ไปได้แล้วค่ะท่านประธานเซี่ย”“ก็ได้...แต่คืนนี้ต้องชดเชยให้ผมนะ” เซี่ยหนิงเฉิงพูดจบก็หอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มกริ่มจากไปไม่รอว่าภรรยาจะตอบรับหรือปฏิเสธ“แก่แล้วยังหื่นอยู่อีก” เจียงหว่านหนิงใบหน้าแดงระเรื่อ มองแผ่นหลังที่ปรี่ออกไปเร็วรี่ ก่อนจะส่ายศีรษะกับความรวบรัดหน้ามึนของสามี แต่กระนั้นเธอก็ยังตามใจเขาไม่เคยขัด“คุณแม่น่าจะชินได้แล้วนะครับ” เซี่ยเฉิงเฟิงตามองหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแ
ตอนพิเศษ4 และแล้ว.... สิ่งที่เธอคิด...ก็เป็นความจริง! ประธานกลุ่มเซี่ยกรุ๊ปกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของสตรีทั่วเมือง เธอในฐานะเจ้าสาวกำลังยิ้มอย่างงงวยอยู่บนแท่นพิธีการ ซึ่งมีพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นประธานในพิธี และทั้งสองก็ยังเหมือนบุคคลในความฝันของเธอ ‘เซี่ยเทียนหมิงและสวียวี๋จวน’ ไท่ซ่างหวงตี้กับไทเฮาแห่งแคว้นต้าฉิน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีบิดามารดาของเธอในความฝันที่ยืนอยู่ในฐานะอากับอาสะใภ้ของเจ้าบ่าว ‘ฉู่อวี่ซวนและเว่ยฮุ่ยเหมย’ ฮ่องเต้กับฮองเฮาของแคว้นฉู่ ยังไม่หมดเมื่อเจ้าบ่าวมีลูกพี่ลูกน้องสุดหล่อที่ใบห
ตอนพิเศษ3 เปลือกตาทั้งสองข้างของเจียงหว่านหนิงหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงเอาไว้ แม้เธอพยายามลืมตาเพียงใดก็ลืมได้เพียงเห็นภาพเล็กน้อยเท่านั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาราวกับนายแบบหนุ่มคล้ายจะอยู่ตรงหน้าเธอห่างออกไปเท่าฝ่ามือกั้น แต่เหมือนร่างกายเธอจะไม่ต่อต้านเลย ‘เจียงหว่านหนิงตรงหน้าเธอคือคนที่เพิ่งรู้จักกันนะ ตื่นเดี๋ยวนี้!’ ร่างกายไม่ฟังคำสั่งการของสมองเสียแล้ว “หว่านหนิง...ในที่สุดผมก็หาคุณจนเจอ” ประตูอีกด้านของห้องรับรองถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม เขาโค้งกายให้กับชายหนุ่มด้านในที่ตอนนี้กำลังช้อนแขนอุ้มร่างบอบบางในชุดเดรสสูทตัวยาวรัดรูป ใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้เลขาหนุ่มแปลกใจ เพราะรูปเหมือนของเธอมีมากมายในห้องทำงานของประธานเซี่ย&n
ตอนพิเศษ2 เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นเรียกสายตาคนให้หันไปมองยังต้นเสียง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หลายคนต้องมองอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ขึ้นหน้านิตยสารและเว็บไซต์ทางการแพทย์ไม่นานมานี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่สวยงามไม่ต่างจากดาราเลย เพียงย่างเท้าเข้ามาในงาน...เจ้าของงานวันนี้ก็ออกมาต้อนรับทันที ราวกับกำลังรอเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว หญิงสาวยิ้มให้กับชายวัยกลางคนที่เป็นบุคคลสำคัญของวงการแพทย์คนหนึ่ง “ต้องขอโทษด้วยนะคะ...ดิฉันติดเคสผ่าตัดด่วนจึงมาสายไปเล็กน้อย” “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ชายวัยกลางคนไม่เพียงไม่ตำหนิยังออกปากชมที่เธอทำหน้าที่แพทย์ได้เป็นอย่างดี “เข้าไปในงานกันเถอะ มีคนสำคัญหลายคนอยากพูดคุยกับคุณหมอเจียง” เจียงหว่านหนิงพยักหน้ารับ และเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที
ตอนพิเศษ1 ห้วงฝันหนึ่งตื่นยากจะลืมเลือนคงเป็นความรู้สึกของคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมา...เพดานสีขาวกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทั่วไป ดวงตาดอกท้อกลมโตลืมขึ้นกวาดสายตามองไปโดยรอบ ก่อนจะรู้สึกเจ็บตามร่างกาย มือบางถูกยกขึ้นก็พบว่าข้างหนึ่งมีสายห้อยระโยงระยาง เสียงติ๊ดๆของเครื่องมือการแพทย์ดังตลอดเวลา ใบหน้าเรียวเล็กหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ อาการมึนงงเหมือนจะยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา เธอจึงหันไปมองยังต้นเสียง แอด.... นางฟ้าวงการแพทย์เดินถือบางอย่างเข้ามา เมื่อเห็นคนบนเตียงกำลังจ้องมองมาก็มีแววตายินดี “คุณหมอเจียงฟื้นแล้ว!” เสียงของพยาบาลดังขึ้น พร้อมด้วยร่างบางที่เปิดประตูออกไ
ตอนที่ 84 บทส่งท้าย3 “เสด็จแม่มีเรื่องอันใดจะกล่าวกับกระหม่อมหรือพะยะค่ะ” เซี่ยเฉิงเฟิงนอนพิงหลังอยู่บนเตียงเห็นมารดามองอยู่นานแต่กลับมีเพียงรอยยิ้มไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ในใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด “ไม่มีอะไรจ้ะ เรียกท่านแม่เหมือนที่เคยเรียกได้มั้ย...เสี่ยวเป่า” มือบางยกขึ้นแตะแก้มขาวที่ไม่ได้อวบอ้วนอย่างเก่าอีกแล้ว “ท่านแม่” เซี่ยเฉิงเฟิงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยินดีจะเรียกขานเช่นเก่า ที่จริงเขาก็ชอบจะเรียกเช่นนี้แทนคำราชาศัพท์ที่ดูห่างเหิน ฉู่หว่านหนิงลอบปาดน้ำตาก่อนจะยิ้มหวานละมุนให้กับบุตรชายคนโต “แม่คงใจหายกับการออกเรือนของเสด็จอาเจ้า เอาหล่ะ...เข้านอนเถอะ” นางลุกขึ้นจากเตียงบุตรชาย ยกผ้าห่มขึ้นคลุมให้กับเขา ก่อนจะทำเช่นเดียวกับบุตรฝาแฝด เซี่ยเฉิงเฟิงยกมือขึ้นแตะรอยจุมพิตบนหน้าผาก ใบหน้ามีความเขินอายเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาโตถึงเพียงนี้แล้วยังจะออดอ้อนเอาจุมพิตจากมารดาเหมือนน้องได้อย่างไร แต่กระนั้นเขากลับมีความสุขมากเหลือเกิน “ฝันดีนะลูกรัก” แม่หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง ฉู่หว่านหนิงลุกขึ้นส่งยิ้มใ
ตอนที่ 5 โถงโอสถเทียนอันเหมิน1 การเดินทางไปในตัวอำเภอจากหมู่บ้านเอ้อฉางนั้นไม่ยาก แต่ที่ยากลำบากในตอนนี้คือการจัดการกับปากของคน ตลอดการเดินทางบนเกวียนวัวประจำหมู่บ้าน เจียงหว่านหนิงต้องทนกับสายตาและคำพูดของชาวบ้านที่จ้องแต่จะถากถางดูแคลนนาง แต่ก็จะทำสิ่งใดได้...เมื่อเจ้าของร่างเดิมก็ทำเรื
ตอนที่ 4 ตามล่าหาเหรียญ3 นางจับมือบุตรชายสะพายตะกร้าสานขึ้นหลัง มืออีกข้างถือหน้าไม้เอาไว้ วันนี้นางตั้งใจจะขึ้นเขาหลังหมู่บ้านเพื่อหาของที่ระบบต้องการ แต่หากไม่มีสิ่งใดที่ระบบต้องการ อย่างน้อยบนเขาก็น่าจะมีสมุนไพรที่สามารถเก็บไปขายในตัวอำเภอได้ การออกเดินทางแต่เช้าตรู่ นอกจากจะไ
ตอนที่ 4 ตามล่าหาเหรียญ2 ‘คงต้องคิดหาวิธีทำเงินแล้ว’ “เสี่ยวเป่าของแม่ใส่ชุดใหม่แล้วดูดีขึ้นจริงๆ แล้วอีกอย่างเนื้อตัวก็หอมเสียจริง ฟอด!” เจียงหว่านหนิงหมุนตัวบุตรชายไปมา ก่อนจะก้มลงหอมแก้มนุ่มไปฟอดใหญ่ “ทะ...ท่านแม่!” เด็กชายเอามือกุมแก้มหน้าแดงก่ำก้มหน้างุดบิดกายไปม
ตอนที่ 4 ตามล่าหาเหรียญ1 อากาศยามพลบค่ำกลางฤดูใบไม้ร่วงเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าวอย่างเมื่อสองสามเดือนก่อน สายลมเอื่อยพัดผ่านผิวกายเบาๆชวนให้สดชื่น ริมลำธารเล็กหลังบ้านของเจียงหว่านหนิงมีน้ำไหลตลอดทั้งปี บริเวณใกล้ลำน้ำจึงมีโอ่งใส่น้ำใบขนาดกลางตั้งอยู่ เจียงหว่านหนิงคนก่อนเป็นคนขี้เกียจ แม้นาง







