Se connecterตอนที่ 6 จับจ่ายซื้อของ2
ห้องสำนักงานที่ดินไม่ได้กว้างเท่าไหร่และมีเพียงเจ้าหน้าที่ด้านในสองสามคนเท่านั้น พวกเขาก้มหน้าทำงานกันเงียบเชียบ นางจึงเคาะโต๊ะเพื่อส่งสัญญาณ
ก๊อก ก๊อก
เจ้าหน้าที่สามคนเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร มองชาวบ้านสองแม่ลูกคู่หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องที่ไร้บานประตู
“ฮูหยิน...ท่านมาขายที่ดินเหรอ” เจ้าหน้าที่หนึ่งในสามถามขึ้น เพราะช่วงนี้มักมีชาวบ้านมาขายที่ดินอยู่เสมอ อาจจะเพราะภาวะขาดแคลนอาหารจนใกล้เข้าขั้นอดอยากกันแล้ว จึงมีคนไม่น้อยมาขายที่ดินแลกเงินเพื่อเตรียมเสบียงสำหรับหน้าหนาวที่กำลังมาถึง
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้ามาซื้อที่ดินในหมู่บ้านเอ้อฉาง” เจียงหว่านหนิงไม่ได้ตำหนิที่เจ้าหน้าที่พูดเช่นนั้น นางเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ดี และคงมีคนไม่น้อยมาขายที่ดินในช่วงนี้
“ฮูหยินเชิญนั่งก่อน หมู่บ้านเอ้อฉางอย่างนั้นเหรอ เดี๋ยวข้าจะดูให้ว่ามีที่ดินตรงไหนว่างอยู่อีกบ้าง” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจ้าหน้าที่ทั้งสามที่ทำงานเงียบๆอยู่ ก็กุลีกุจอลุกขึ้นช่วยกันจนดูชุลมุนวุ่นวายขึ้นมา
เอกสารที่ดินของหมู่บ้านเอ้อฉางถูกรื้อออกมา แผนผังที่ดินถูกกางออก เผยให้เห็นที่ดินที่มีเจ้าของหลายจุดแต่ก็ยังพอมีที่ดินว่างเปล่าอยู่บ้าง เจ้าหน้าที่ทั้งสามชี้จุดที่พอจะสามารถซื้อได้ให้นางอยู่สองสามจุด นางมองตำแหน่งที่ดินเหล่านั้นและนึกถึงสภาพจริงที่นางเคยเห็นก็พบผืนที่น่าสนใจอยู่ผืนหนึ่ง
“ผืนนี้อยู่ท้ายหมู่บ้านมีลำธารเล็กไหลผ่านด้านหลังติดเขาพอสมควร ที่จริงผืนนี้ค่อนข้างสวยมากเพราะเป็นเนินสูงมากกว่าที่อื่นๆ สภาพดินก็สามารถเพาะปลูกพืชได้ แต่หากมองถึงความปลอดภัยคงจะเสี่ยงอันตรายจากสัตว์ป่าไปสักหน่อย” เจ้าหน้าที่อธิบายที่ดินผืนที่นางสนใจ ซึ่งก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่นางกลับรู้สึกว่าที่ดินแปลงนี้เหมาะมาก ซ้ำยังอยู่ห่างจากบ้านปัจจุบันของนางเพียงเล็กน้อยจนเกือบจะเป็นที่ดินที่ติดกันด้วยซ้ำ
“ข้าซื้อที่ดินแปลงนี้เจ้าค่ะ” เจียงหว่านหนิงนิ่งคิดเพียงไม่นานก็ตอบตกลงซื้อที่ดินที่ว่า
“ที่ดินแปลงนี้มีเนื้อที่ถึง 12 หมู่ ( 5 ไร่ ) หมู่ละ 2 ตำลึงเงิน ฮูหยินสู้ราคาไหวหรือไม่” เจ้าหน้าที่วัยกลางคนถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ไม่ใช่ว่าดูถูกแต่จะได้เข้าใจตรงกัน
“ทั้งหมด 2 ตำลึงทอง 4 ตำลึงเงิน” เจียงหว่านหนิงหยิบเงินออกจากถุงเงินและวางลงบนโต๊ะ แสดงความสามารถในการจ่ายเงิน ทำให้สามเจ้าหน้าที่พยักหน้าพอใจและรีบดำเนินการเรื่องเอกสารกรรมสิทธิ์ที่ดิน
เอกสารกรรมสิทธิ์ใช้เวลาเกือบสามเค่อเพราะต้องมีตราประทับของนายอำเภอหัวด้วย แต่ก็นับว่าคุ้มค่าต่อการรอคอย นางมองเอกสารในมือด้วยสายตาพราวระยับ
‘ในที่สุดก็มีที่ดินเป็นของตัวเองสักที หากโดนบ้านใหญ่สกุลหนานไล่จะได้ไม่ต้องระหกระเหินนอนกลางดินกินกลางทราย นางลำบากไม่มีปัญหาแต่เสี่ยวเป่ายังเล็กนัก เขาควรจะมีบ้านที่อบอุ่นนอนรอผ่านพ้นหน้าหนาวอย่างปลอดภัย’
ในนิยายเจ้าของร่างเดิมทิ้งบุตรชายไปในช่วงที่เริ่มเข้าหน้าหนาว เสี่ยวเป่าจึงต้องอาศัยห้องเก็บฟืนบ้านใหญ่สกุลหนานเป็นที่ซุกหัวนอน ทุกวันทุกคืนต้องทนกับความหนาวเย็นจนถึงกระดูก อาหารไม่เคยได้กินจนอิ่ม แม้จะรอดชีวิตจากหน้าหนาวไปได้แต่สุขภาพของเขาก็เสียหายอย่างหนัก ตอนที่หนานหนิงเฉิงกลับมาและรับรู้การมีอยู่ของบุตรชาย เสี่ยวเป่าก็ใกล้สิ้นลมเต็มทีและถึงจะยื้อชีวิตเขากลับมาได้ก็ไม่แข็งแรงดังเดิม
“ท่านแม่...ท่านเหม่ออีกแล้ว” เสียงเล็กของเด็กชายปลุกเจียงหว่านหนิงให้หลุดจากภวังค์ ร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยมองไปรอบกายที่เป็นตลาดกลางอำเภอหัว
“เสี่ยวเป่าหิวมั้ย เราไปนั่งกินบะหมี่ที่ร้านนั้นกันดีกว่า” นางก้มหน้าถามบุตรชายและชี้ไปยังเพิงขายบะหมี่ซึ่งมีคนนั่งกินอยู่เกือบเต็มร้าน เรื่องรสชาติคงอร่อยในระดับหนึ่ง
“...” เสี่ยวเป่าพยักหน้าหงึกหงักพลางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เมื่อได้กลิ่นบะหมี่เนื้อหอมๆโชยตามลมมา
“วันนี้เราจะกินกันให้พุงกางไปเลย” พอดีเลยนางก็ขี้เกียจกลับไปทำอาหาร ดังนั้นมื้อเย็นของวันนี้ก็ฝากท้องที่อำเภอหัวก็แล้วกัน
ร้านบะหมี่เนื้อตุ๋นริมทางราคาชามละไม่กี่เหรียญทองแดงแต่กลับรสชาติละมุนลิ้น ซ้ำยังให้เส้นมากจนเกือบจะกินไม่หมด แม้เนื้อจะมีไม่กี่ชิ้นแต่ก็ยังคงมีเนื้อให้ได้ลิ้มลอง
สองแม่ลูกนั่งกินบะหมี่จนหมดชามก็ยกมือบลูบท้องตึงๆของตัวเอง ก่อนจะมองหน้ากันแล้วยิ้มกว้าง
“เถ้าแก่เก็บเงิน!” นางตะโกนเรียกชายวัยกลางคนเจ้าของร้านที่กำลังเก็บชามอยู่โต๊ะข้างๆ เถ้าแก่ร้านดูเป็นคนใจดี เขาสวมผ้ากันเปื้อนที่ขาวตุ่น จัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งขาย ทั้งเก็บ ทั้งล้าง นับว่าเป็นคนขยันขันแข็ง
“ได้เลย ทั้งหมด 30 เหรียญทองแดง” เถ้าแก่เห็นชามสองชามก็บอกราคาทันที
เจียงหว่านหนิงนับเงินและวางบนโต๊ะให้เถ้าแก่เจ้าของร้าน ก่อนจะเอ่ยขอบคุณเจ้าของร้านสำหรับอาหารมื้อนี้ ก่อนจะจูงมือเสี่ยวเป่าจากไป
นางเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนสี บ่งบอกว่าเวลานี้ไม่บ่ายแล้วแต่กำลังจะเข้าสู่ยามเย็น ร้านรวงต่างๆก็ทยอยกันปิดบ้างแล้ว นางจึงเลี้ยวเข้าร้านหนึ่งซึ่งเป็นร้านข้าวสารอาหารแห้ง ดวงตาดอกท้อมองราคาข้าวสารที่ยังไม่สูงมาก แต่ก็สูงกว่าแต่ก่อนหลายเหรียญทองแดง แม้นางจะมีระบบแต่ก็ต้องซื้อของเพื่อตบตาคนอื่นบ้าง
“ฮูหยินต้องการสิ่งใดบอกข้าน้อยได้เลยขอรับ” เสี่ยวเอ้อคนหนึ่งเดินเข้ามา เขายืนนิ่งรอรับคำสั่งซื้อจากลูกค้า ซึ่งน่าจะเป็นรายสุดท้ายของวันนี้แล้ว
“ข้าต้องการข้าวขาว 30 ชั่ง แป้ง 40 ชั่ง น้ำตาล 2 ไห เกลือ 2 ชั่ง แล้วก็...อันนี้ อันนี้ อันนี้ อย่างละ 2 ชั่ง” เจียงหว่านหนิงสั่งของมากมายจนเสี่ยวเอ้อจดแทบไม่ทัน เขามองสิ่งที่นางชี้แต่ละอย่างซึ่งล้วนมีราคาแพงก็รู้สึกว่าวันนี้ช่างโชคดีนักที่ได้ลูกค้าคนสุดท้ายมือเติบเช่นนี้
“ฮูหยินรอสักครู่ ข้าน้อยจะรีบเตรียมของให้ แล้วท่านต้องการให้ทางร้านจัดส่งให้ที่ไหนขอรับ” เสี่ยวเอ้อถามอย่างสุภาพ ด้วยของนั้นมีจำนวนมากดังนั้นทางร้านจึงมีบริการจัดส่งให้
ตอนพิเศษ5“คิดอะไรแบบนั้น...ต่อให้ไม่มีฝันนั้น ผมก็สามารถรักคุณได้และเราก็จะมีครอบครัวที่อบอุ่นเช่นกัน” เซี่ยหนิงเฉิงมีหรือจะสามารถเห็นภรรยาหม่นหมองได้ เขาโยกกายเพื่อปลอบประโลมคนในอ้อมแขน“คุณพ่อครับ ครอบครัวคุณอามากันแล้ว” เซี่ยเฉิงเฟิงเอ่ยขัดจังหวะหวานของพ่อแม่ ซึ่งตั้งแต่จำความได้ก็เป็นเช่นนี้ทุกวัน“คุณไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปช่วยคุณแม่ห่อเกี๊ยวจะได้เริ่มทานกันก่อนค่ำ” เจียงหว่านหนิงผละสามีออก และยิ้มกับท่าทางอิดออดนั้น เธอจึงตีแขนเขาเบาๆไปครั้งหนึ่ง “ไปได้แล้วค่ะท่านประธานเซี่ย”“ก็ได้...แต่คืนนี้ต้องชดเชยให้ผมนะ” เซี่ยหนิงเฉิงพูดจบก็หอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ ก่อนจะยิ้มกริ่มจากไปไม่รอว่าภรรยาจะตอบรับหรือปฏิเสธ“แก่แล้วยังหื่นอยู่อีก” เจียงหว่านหนิงใบหน้าแดงระเรื่อ มองแผ่นหลังที่ปรี่ออกไปเร็วรี่ ก่อนจะส่ายศีรษะกับความรวบรัดหน้ามึนของสามี แต่กระนั้นเธอก็ยังตามใจเขาไม่เคยขัด“คุณแม่น่าจะชินได้แล้วนะครับ” เซี่ยเฉิงเฟิงตามองหน้าจอสี่เหลี่ยมในมือแ
ตอนพิเศษ4 และแล้ว.... สิ่งที่เธอคิด...ก็เป็นความจริง! ประธานกลุ่มเซี่ยกรุ๊ปกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของสตรีทั่วเมือง เธอในฐานะเจ้าสาวกำลังยิ้มอย่างงงวยอยู่บนแท่นพิธีการ ซึ่งมีพ่อแม่ฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นประธานในพิธี และทั้งสองก็ยังเหมือนบุคคลในความฝันของเธอ ‘เซี่ยเทียนหมิงและสวียวี๋จวน’ ไท่ซ่างหวงตี้กับไทเฮาแห่งแคว้นต้าฉิน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีบิดามารดาของเธอในความฝันที่ยืนอยู่ในฐานะอากับอาสะใภ้ของเจ้าบ่าว ‘ฉู่อวี่ซวนและเว่ยฮุ่ยเหมย’ ฮ่องเต้กับฮองเฮาของแคว้นฉู่ ยังไม่หมดเมื่อเจ้าบ่าวมีลูกพี่ลูกน้องสุดหล่อที่ใบห
ตอนพิเศษ3 เปลือกตาทั้งสองข้างของเจียงหว่านหนิงหนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วงเอาไว้ แม้เธอพยายามลืมตาเพียงใดก็ลืมได้เพียงเห็นภาพเล็กน้อยเท่านั้น ใบหน้าคมหล่อเหลาราวกับนายแบบหนุ่มคล้ายจะอยู่ตรงหน้าเธอห่างออกไปเท่าฝ่ามือกั้น แต่เหมือนร่างกายเธอจะไม่ต่อต้านเลย ‘เจียงหว่านหนิงตรงหน้าเธอคือคนที่เพิ่งรู้จักกันนะ ตื่นเดี๋ยวนี้!’ ร่างกายไม่ฟังคำสั่งการของสมองเสียแล้ว “หว่านหนิง...ในที่สุดผมก็หาคุณจนเจอ” ประตูอีกด้านของห้องรับรองถูกเปิดออก ชายหนุ่มผู้หนึ่งก้าวเข้ามาอย่างนอบน้อม เขาโค้งกายให้กับชายหนุ่มด้านในที่ตอนนี้กำลังช้อนแขนอุ้มร่างบอบบางในชุดเดรสสูทตัวยาวรัดรูป ใบหน้านั้นไม่ได้ทำให้เลขาหนุ่มแปลกใจ เพราะรูปเหมือนของเธอมีมากมายในห้องทำงานของประธานเซี่ย&n
ตอนพิเศษ2 เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นดังขึ้นเรียกสายตาคนให้หันไปมองยังต้นเสียง และสิ่งที่เห็นก็ทำให้หลายคนต้องมองอย่างตกตะลึง ไม่คาดคิดว่าหญิงสาวที่ขึ้นหน้านิตยสารและเว็บไซต์ทางการแพทย์ไม่นานมานี้กลับกลายเป็นผู้หญิงที่สวยงามไม่ต่างจากดาราเลย เพียงย่างเท้าเข้ามาในงาน...เจ้าของงานวันนี้ก็ออกมาต้อนรับทันที ราวกับกำลังรอเธออยู่ก่อนหน้านี้แล้ว หญิงสาวยิ้มให้กับชายวัยกลางคนที่เป็นบุคคลสำคัญของวงการแพทย์คนหนึ่ง “ต้องขอโทษด้วยนะคะ...ดิฉันติดเคสผ่าตัดด่วนจึงมาสายไปเล็กน้อย” “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร” ชายวัยกลางคนไม่เพียงไม่ตำหนิยังออกปากชมที่เธอทำหน้าที่แพทย์ได้เป็นอย่างดี “เข้าไปในงานกันเถอะ มีคนสำคัญหลายคนอยากพูดคุยกับคุณหมอเจียง” เจียงหว่านหนิงพยักหน้ารับ และเดินเข้าไปนั่งยังโต๊ะที
ตอนพิเศษ1 ห้วงฝันหนึ่งตื่นยากจะลืมเลือนคงเป็นความรู้สึกของคนที่เพิ่งฟื้นคืนสติขึ้นมา...เพดานสีขาวกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเป็นเอกลักษณ์ของโรงพยาบาลทั่วไป ดวงตาดอกท้อกลมโตลืมขึ้นกวาดสายตามองไปโดยรอบ ก่อนจะรู้สึกเจ็บตามร่างกาย มือบางถูกยกขึ้นก็พบว่าข้างหนึ่งมีสายห้อยระโยงระยาง เสียงติ๊ดๆของเครื่องมือการแพทย์ดังตลอดเวลา ใบหน้าเรียวเล็กหันซ้ายหันขวาอย่างช้าๆ อาการมึนงงเหมือนจะยังไม่กลับเข้าที่เข้าทาง แต่แล้วไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามา เธอจึงหันไปมองยังต้นเสียง แอด.... นางฟ้าวงการแพทย์เดินถือบางอย่างเข้ามา เมื่อเห็นคนบนเตียงกำลังจ้องมองมาก็มีแววตายินดี “คุณหมอเจียงฟื้นแล้ว!” เสียงของพยาบาลดังขึ้น พร้อมด้วยร่างบางที่เปิดประตูออกไ
ตอนที่ 84 บทส่งท้าย3 “เสด็จแม่มีเรื่องอันใดจะกล่าวกับกระหม่อมหรือพะยะค่ะ” เซี่ยเฉิงเฟิงนอนพิงหลังอยู่บนเตียงเห็นมารดามองอยู่นานแต่กลับมีเพียงรอยยิ้มไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ในใจของเขารู้สึกวูบโหวงอย่างประหลาด “ไม่มีอะไรจ้ะ เรียกท่านแม่เหมือนที่เคยเรียกได้มั้ย...เสี่ยวเป่า” มือบางยกขึ้นแตะแก้มขาวที่ไม่ได้อวบอ้วนอย่างเก่าอีกแล้ว “ท่านแม่” เซี่ยเฉิงเฟิงแม้จะไม่เข้าใจ แต่ก็ยินดีจะเรียกขานเช่นเก่า ที่จริงเขาก็ชอบจะเรียกเช่นนี้แทนคำราชาศัพท์ที่ดูห่างเหิน ฉู่หว่านหนิงลอบปาดน้ำตาก่อนจะยิ้มหวานละมุนให้กับบุตรชายคนโต “แม่คงใจหายกับการออกเรือนของเสด็จอาเจ้า เอาหล่ะ...เข้านอนเถอะ” นางลุกขึ้นจากเตียงบุตรชาย ยกผ้าห่มขึ้นคลุมให้กับเขา ก่อนจะทำเช่นเดียวกับบุตรฝาแฝด เซี่ยเฉิงเฟิงยกมือขึ้นแตะรอยจุมพิตบนหน้าผาก ใบหน้ามีความเขินอายเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเขาโตถึงเพียงนี้แล้วยังจะออดอ้อนเอาจุมพิตจากมารดาเหมือนน้องได้อย่างไร แต่กระนั้นเขากลับมีความสุขมากเหลือเกิน “ฝันดีนะลูกรัก” แม่หวังว่าเราจะได้พบกันอีกครั้ง ฉู่หว่านหนิงลุกขึ้นส่งยิ้มใ
ตอนที่ 43 แขกเต็มเรือน3 ไค่กั๋วกง หยางโหว ชุยโหว ต่างมองหญิงสาวที่ถูกหมอหลวงไป๋เรียกว่าศิษย์รัก ‘เช่นนั้นนางคือ...อวิ๋นเซียงเซียงจวิน ท่านหญิงขั้นเจ็ดที่ต้องมารักษ
ตอนที่ 8 ละครฉากใหญ่2 “ฮัดชิ่ว!” มือเล็กถูจมูกเมื่อรู้สึกคันๆขึ้นมา นางมองออกไปด้านนอกบ้านที่ใกล้ค่ำเต็มที ก่อนจะยกชามอาหารไปวางบนโต๊ะและมีเสี่ยวเป่าน้อยคอยช่วยเหลือ “ท่านแม่ไม่สบายเหรอขอรับ” เด็กชายถามขึ้นสีหน้ามีความห่วงใย พลางรีบเข้ามาแตะตัวนางเพื่อดูว่าร้อนกว่าปกติหรือไม่
ตอนที่ 8 ละครฉากใหญ่1 บ้านเล็กหลังหมู่บ้านเอ้อฉางยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เด็กชายตัวเล็กนั่งคัดอักษรตามที่มารดาสอนอยู่ในตัวบ้าน ส่วนเจียงหว่านหนิงฮัมเพลงอารมณ์ดีตากสมุนไพรอยู่ข้างบ้าน นางเข้าไปในหมู่บ้านตั้งแต่เช้าก็ได้ยินเรื่องเล่าของป้าหวังที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ส่วนเรื่องของจางซูอวี้นั
ตอนที่ 7 แผนการฮุบที่ดินกับการเอาคืนสุดแสบ3“ในเมื่อเจ้าหมายปองสามีผู้อื่นนัก ข้าก็ช่วยให้เจ้าสมใจอยาก!”เจียงหว่านหนิงหมั่นไส้สตรีแซ่จางมานาน เจ้าของร่างเดิมก็ยิ่งเกลียดชัง ดังนั้นคราวนี้ถือเป็นบทเรียนชีวิตอันยิ่งใหญ่ที่นางมอบให้ก็แล้วกัน แม้ฤทธิ์ยาจะอยู่เพียงไม่กี่ถึงสองสัปดาห์แต่ก็มากพอให้นางออก







