LOGINเมื่อเช็ดเบา ๆ คราบสีอ่อนติดบนผ้าขาว หม่นออกเขียว เยว่หลิงถาม
“วันนี้มีใครใช้แป้งหรือเครื่
ชุ่ยเอ๋อเริ่มสั่น “อาจ…อาจติดตอนอยู่ในห้องเดียวกัน”คุณหนูคนหนึ่งหลุดพูด “เส้นด้ายจะลอยเข้าไปติดในร่องปิ่นเองได้อย่างไร”อีกคนพยักหน้า จางเยว่หรงรีบกล่าว“อาจเป็นความบังเอิญ”เยว่หลิงหันมอง “ถ้าอย่างนั้นมาดูความบังเอิญอีกอย่าง”นางชี้ถุงเครื่องหอม “ตรงปากถุงมีคราบสีแดงเข้มเล็กน้อย”เมื่อใช้ผ้าขาวเช็ด คราบแดงติดออกมาจริง เยว่หลิงหยิบปิ่นขึ้นมา“ทับทิมบนปิ่นมีขอบทองตรงมุมหนึ่งถลอกใหม่”ทุกคนก้มมอง มีรอยเล็กมากอยู่ตรงขอบ“ถ้าปิ่นถูกรีบซ่อนในถุงเครื่องหอมก่อนนำมาใส่แขนเสื้อข้า ขอบทองอาจครูดกับวัสดุด้านในหรือของอื่นจนทิ้งรอย และผงจากการประดับอาจติดถุง”จางเยว่หรงถาม “เจ้าพิสูจน์ได้หรือว่านั่นมาจากปิ่น”“ยังไม่ได้แน่นอน” เยว่หลิงตอบตรง “แต่ขอเปิดถุงดูด้านใน”ชุ่ยเอ๋อเริ่มถอย “ไม่!”คราวนี้ชัดเกินไป สตรีอาวุโสจึงรับถุงไปเปิดกว้าง ด้านในไม่ได้มีเพียงสมุนไพรหอม ตรงก้นถุงมีเศษเล็ก ๆ สีแดงเม็ดหนึ่ง เยว่หลิงใช้เข็มค่อย ๆ เขี่ยออกมา มันเป็นเศษวัสดุสีแดงใส เล็กมาก...นางนำไปเทียบตรงมุมทับทิม ที่มีรอยบิ
เมื่อเช็ดเบา ๆ คราบสีอ่อนติดบนผ้าขาว หม่นออกเขียว เยว่หลิงถาม“วันนี้มีใครใช้แป้งหรือเครื่องหอมสีเขียวหรือไม่”หลายคนส่ายหน้า สาวใช้คนหนึ่งของจวนจางกลับหลบตา เยว่หลิงเห็น แต่ยังไม่พูด นางหยิบปิ่นขึ้นมาใกล้จมูกแล้วดมเบา ๆ ผ่านผ้า“มีกลิ่นดอกเหมยป่า”จางเยว่หรงพูด “เครื่องหอมในจวนข้าก็มีหลายชนิด”“จริง” เยว่หลิงตอบ “แต่ตอนที่พวกเราเข้าไปชมเครื่องประดับ ข้าได้กลิ่นอะไรจากกล่องนี้?”สตรีที่ยืนใกล้ตอนนั้นเริ่มนึก คนหนึ่งตอบ“เหมือนกลิ่นไม้จันทน์”อีกคนพยักหน้า “ใช่ กล่องเครื่องประดับของคุณหนูจางมีกลิ่นไม้จันทน์”เยว่หลิงถามจางเยว่หรง “กล่องอบด้วยไม้จันทน์?”นางตอบอย่างไม่เต็มใจ “ใช่”“ถ้าปิ่นอยู่ในกล่องนั้นมาตลอด ควรมีกลิ่นไม้จันทน์อย่างน้อยบ้าง แต่ตอนนี้กลับมีกลิ่นดอกเหมยป่าชัดกว่า”จางเยว่หรงหน้าเริ่มตึง “เจ้าอาจเอาไปแตะเครื่องหอมเอง”“ถ้าข้าขโมยเองก็เป็นไปได้” เยว่หลิงตอบอย่างใจเย็น “เพราะฉะนั้นยังไม่จบ”ทุกคนเริ่มตั้งใจฟังมากขึ้น ตอนแรกหลายคนคิดว่านางเพียงพยายามแก้ตัว แต่ยิ่งดู เยว
กับดักย้อนคืนหลังประตูจวนตระกูลจางถูกปิด บรรยากาศในงานเลี้ยงก็เปลี่ยนจากความครึกครื้นเป็นความตึงเครียดทันที ไม่มีแขกคนใดคิดว่างานชมดอกไม้จะกลายเป็นการค้นหาของหายต่อหน้าคุณหนูจากตระกูลใหญ่ครึ่งเมืองหลวง บางคนเริ่มไม่พอใจ บางคนกระซิบว่าจางเยว่หรงทำเรื่องใหญ่เกินไป แต่ไม่มีใครกล้าออกจากจวน เพราะหากฝืนจากไปในเวลานี้ก็อาจถูกมองว่ามีพิรุธเยว่หลิงกลับสงบนิ่งที่สุด นางยืนอยู่กลางศาลา มองสาวใช้ของจางเยว่หรงจัดโต๊ะยาวสำหรับวางของจากแขกทุกคน ก่อนจะมีสตรีอาวุโสสองคนจากตระกูลขุนนางที่ได้รับความนับถือถูกเชิญมาเป็นพยาน จางเยว่หรงนั่งอยู่ด้านหน้า สีหน้าไม่ดีนัก แผนเดิมของนางควรจบง่ายกว่านี้ เพียงค้นตัวเสิ่นเยว่หลิงแล้วพบปิ่น ทุกคนก็จะเชื่อทันทีว่าบุตรสาวตระกูลเสิ่นซึ่งกำลังตกต่ำจนแทบไม่เหลือทรัพย์สินขโมยของล้ำค่าเพราะความโลภต่อให้ภายหลังเยว่หลิงร้องว่าไม่ได้ทำ ภาพเครื่องประดับที่ถูกค้นพบจากตัวนางก็จะติดอยู่ในความทรงจำของทุกคน แต่ตอนนี้ทุกอย่างกลับถูกดึงออกมาต่อหน้าคนมากเกินไป จางเยว่หรงจึงจำเป็นต้องรักษาสีหน้า“ในเมื่อคุณหนูเสิ่นต้องการให้ค้นทุกคน ก็เ
“เห็นชัดแค่ไหน”“ชัดเจ้าค่ะ”“ห่างกี่ก้าว”“ประมาณสิบกว่าก้าว”“ตอนนั้นมีแขกเดินผ่านไหม”“มีบ้าง”“แล้วเหตุใดเจ้าจำได้ว่าเป็นข้า แต่จำไม่ได้ว่าข้าสวมอะไร”สาวใช้เริ่มตอบไม่ทัน จางเยว่หรงตัดบท “เรื่องเล็กน้อยแบบนี้ไม่พิสูจน์อะไร”เยว่หลิงหันมอง “ถูกต้อง เพราะฉะนั้นคำให้การของนางก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าข้าเข้าไปจริง”“แต่ของยังหาย”“ใช่ ดังนั้นควรหาของ”จางเยว่หรงถาม “เช่นนั้นก็ให้ค้นตัวเจ้า”เยว่หลิงยิ้ม “ได้”หลันชิวตกใจ “คุณหนู”นางยกมือห้าม “ข้ายอมให้ค้น”รอยพอใจวาบผ่านดวงตาจางเยว่หรงเร็วมาก แต่เยว่หลิงพูดต่อ“ภายใต้เงื่อนไขเดียว”“เงื่อนไขอะไร”“ค้นทุกคน”รอยยิ้มบนใบหน้าจางเยว่หรงหายไป แขกทั้งหมดเงียบสนิท เยว่หลิงกล่าวชัดเจน“ในเมื่อทุกคนเคยเข้าเรือนรับรอง ทุกคนย่อมมีโอกาสเท่ากัน”สตรีคนหนึ่งรีบพูด “แต่พวกเราไม่ได้ถูกเห็นว่าเข้าไปอีก”เยว่หลิงหันไป “ข้าก็ยังไม่ได้ถูกพิสูจน์ว่าเข้าไป”อีกคนกล่าว “จะค้นคุณหนูจากตระกูลใหญ่ทั้งห
“ปิ่นไหน”“ปิ่นมุกประดับทับทิมที่นายท่านมอบให้คุณหนูวันเกิดเจ้าค่ะ”เสียงกระซิบเริ่มดัง ทุกคนรู้ว่าปิ่นชิ้นนั้นมีราคาและสำคัญต่อเจ้าของ จางเยว่หรงถาม“จำได้หรือไม่ว่าเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อไร”“ตอนคุณหนูพาแขกเข้าไปชมเครื่องประดับเจ้าค่ะ ข้าน้อยเก็บไว้ในกล่องหลังจากนั้น”“แล้วใครเข้าออกห้อง”สาวใช้มองแขกหลายคนอย่างลังเล “ช่วงนั้นมีคนเข้าออกหลายคนเจ้าค่ะ”จางเยว่หรงหน้าเสีย “ค้นให้ทั่ว”สาวใช้จำนวนหนึ่งรีบแยกย้าย ผ่านไปครู่หนึ่ง ไม่มีของ จากนั้นสาวใช้คนเดิมก็เข้ามากระซิบข้างหูเจ้าภาพ สีหน้าจางเยว่หรงเปลี่ยน“แน่ใจ?”“เจ้าค่ะ”นางมองเยว่หลิง ทันทีที่เห็นสายตานั้น เยว่หลิงก็รู้ว่าละครกำลังเริ่ม จางเยว่หรงกล่าว“มีสาวใช้เห็นคนหนึ่งกลับเข้าไปในเรือนรับรองหลังทุกคนออกมา”สตรีหลายคนหันมองกัน “ใคร”จางเยว่หรงทำเหมือนไม่อยากตอบ สาวใช้กลับพูดแทน “คุณหนูเสิ่นเจ้าค่ะ”เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที หลันชิวก้าวออกมา“พูดเหลวไหล คุณหนูของข้าอยู่กับข้าตลอด”สาวใช้ตอบ “ข้าน้อยเห็นจริง ๆ เจ้าค
“ได้เจ้าค่ะ”“เชิญคุณหนูจากตระกูลใหญ่ให้มากหน่อย โดยเฉพาะคนที่ช่วงนี้ชอบพูดถึงเสิ่นเยว่หลิง”“แล้วคุณหนูเสิ่น…”“เชิญด้วย”สาวใช้เงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง “นางจะมาหรือเจ้าคะ”จางเยว่หรงยิ้มบาง “ถ้าไม่มา คนก็จะบอกว่านางกลัว หากมา ก็ยิ่งดี”สามวันต่อมา จวนตระกูลจางคึกคักตั้งแต่สาย แม้จะเรียกว่างานชมดอกไม้ แต่แขกที่ได้รับเชิญส่วนใหญ่รู้ดีว่านี่เป็นโอกาสพบปะของสตรีจากตระกูลขุนนาง มีทั้งคุณหนูจากกรมต่าง ๆ ภรรยาขุนนางชั้นสูง และสตรีที่กำลังถูกจับตามองเรื่องการแต่งงาน สวนหลังจวนถูกจัดอย่างงดงาม โต๊ะน้ำชาวางเรียงใต้ศาลา ดอกเบญจมาศและกล้วยไม้ถูกนำมาประดับทั่วบริเวณ เมื่อเยว่หลิงได้รับเทียบเชิญ นางไม่ได้อยากมาแต่แรก หลันชิวเองก็เตือน“คุณหนูจางไม่ชอบท่านอยู่แล้ว งานนี้อาจไม่มีเจตนาดี”เยว่หลิงพลิกเทียบเชิญในมือ“ข้าก็คิดเช่นนั้น”“ถ้าอย่างนั้นปฏิเสธเถอะเพคะ”“ไม่ได้”หลันชิวแปลกใจ“เหตุใด”“เพราะช่วงนี้ข้าอยู่แต่ในวัง หากปฏิเสธทุกงาน คนจะเริ่มพูดว่าข้าอาศัยอำนาจซูกุ้ยเฟยกับองค์รัชทายาทแล้วไม่เห็







