เข้าสู่ระบบ“พลอย...” ไม่รอให้หัวใจสั่งอีกครั้ง มารุตนำพาตัวเองเดินไปยังกลางเวทีที่พลอยชมพูหยุดยืนให้นักข่าวบันทึกภาพทันที แม้จะได้ยินเสียงห้ามปรามด้วยความวิตกของฝ่ายจัดงาน แต่ในเวลานี้เสียงหัวใจของเขามันดังเกินกว่าจะฟังเสียงของใครทั้งนั้น นอกจากเสียงใจของตัวเอง
“พี่ลม!” พลอยชมพูที่ยืนอยู่กลางเวทีชะงักไป ก่อนจะปรายตามองคนที่เดินมาหยุดอยู่ข้างกายเล็กน้อย วูบหนึ่งมารุตมองเห็นรอยตำหนิในดวงตากลมหวานคู่นั้น ก่อนร่างบอบบางจะขยับตัวออกจากจุดที่ยืนเพื่อนำพาตัวเองมาเกี่ยวแขนแกร่งของเขาอย่างถือสิทธิในเสี้ยววินาที
“หายไปไหนมา...รู้ไหมว่าเป็นห่วงมาก” มารุตกระซิบเสียงเบา เมื่อร่างบอบบางที่เฝ้าตามหามาหยุดยืนอยู่ข้างกายในเวลานี้ หัวใจที่ห่อเหี่ยวและเต็มไปด้วยความกังวลฟูพองคับอกอย่างง่ายดาย
“ไม่รู้ค่ะ แล้วก็กรุณาอย่าเข้าใจผิด...ฉันแค่มาทำหน้าที่ของตัวเองเท่านั้น” เธอตอบเรียบเรื่อย ก่อนจะหันไปฉีกยิ้มให้กล้องอย่างรวดเร็ว ไม่คิดจะใส่ใจสายตาคู่คมของคนข้างกายที่เอาแต่มองจ้องมายังตนเองแม้แต่น้อย
มารุตมองร่างบอบบางที่อยู่ข้างกายคล้ายพิจารณาอีกหน ก่อนจะยกยิ้มอย่างภาคภูมิใจในเครื่องประดับที่ตนเองมีส่วนร่วมในการออกแบบ สร้อยคอเส้นงามและต่างหูคู่สวยที่เข้าชุดกันของเครื่องประดับที่พลอยชมพูสวมใส่นั้น มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น และสิ่งเหล่านั้นก็เจิดจรัสกว่าครั้งไหนที่เคยเหลียวมองเมื่อถูกนำมาสวมใส่โดยพลอยชมพู ราวกับว่าเครื่องประดับชุดนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเธอแค่เพียงผู้เดียว
“นี่ของคุณ” มารุตมองนางแบบอีกคนที่ถือช่อกุหลาบขาวเดินเข้ามาจากด้านหลังเพื่อมอบให้ตามลำดับงานที่แจ้งไว้ ก่อนจะรับช่อดอกไม้นั้นมาไว้กับมือแล้วยื่นมันให้คนที่อยู่ข้างกายทันที ในใจหมายจะได้เห็นรอยยิ้มแสนหวานเช่นที่เคยได้เห็นเมื่อครั้งก่อน ตอนนำกุหลาบขาวไปเยี่ยมไข้เธอที่โรงพยาบาล
ไม่มีรอยยิ้มเช่นที่คาดหวังมีเพียงแววตาว่างเปล่าเท่านั้นที่ทอดมองดอกไม้ในมือของมารุต ก่อนความว่างเปล่านั้นจะสาดสะท้อนเข้ามาในหัวใจของเขา เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างไม่คิดจะหลบหลีก เพียงครู่หนึ่งที่เห็นรอยไหววูบในดวงตาคู่หวาน
“ฉันแพ้เกสรดอกกุหลาบคงจะรับมันไว้ไม่ได้จริงๆ ต้องขอโทษนะคะ”
ทันทีที่จบประโยคร่างบอบบางของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบก็หมุนตัวกลับและก้าวเดินลงจากเวทีไปในทันที ทิ้งให้คนที่ยังรวบรวมความคิดไม่ทันกับประโยคเมื่อครู่ไว้อย่างนั้น มารุตมองตามร่างบอบบางที่เดินจากไปอย่างมั่นคงด้วยความรู้สึกจุกไปทั้งอก คำพูดเมื่อครู่ของเธอไม่ต่างจากการเอาค้อนมาทุบลงกลางกระหม่อมของคนฟังแม้แต่น้อย
“แพ้เกสรดอกไม้?”
มารุตไม่รู้ว่าตัวเองเดินกลับมาที่หลังเวทีได้ยังไง แต่ดูเหมือนกุหลาบขาวช่อใหญ่ที่ยังถืออยู่ในมือมันกำลังหนักขึ้นเรื่อยๆเหมือนกับหัวใจของเขาเวลานี้ จนสุดท้ายมือหนาก็จำต้องปล่อยช่อกุหลาบลงบนพื้นในที่สุด ดวงตาคู่คมกวาดหาร่างบอบบางที่เดินหนีตนเองมาเมื่อครู่ ก่อนสายตาจะสะดุดหยุดลงกับรอยยิ้มแสนหวานของคนที่ตามหา แล้วก็ต้องขมวดคิ้วขุ่นเมื่อเห็นสองมือบอบบางอุ้มช่อลิลลี่สีขาวสะอาดตาช่อใหญ่ไว้ถึงสองช่อในมือ
“ว๊าย!” คนที่กำลังมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะอยู่กับคู่สนทนาทั้งสองอุทานด้วยความตกใจ เมื่อมารุตกระชากช่อดอกไม้ในมือไปแล้วโยนทิ้งอย่างไม่ใยดี
“ไหนบอกว่าแพ้เกสรดอกไม้...แล้วนี่มันอะไร? ต้นกระบองเพชรหรือไง” มารุตถามเสียงขุ่น รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดจนเดือดพล่านอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่าทีที่แสนเฉยชาของพลอยชมพูที่แสดงออกมา ทำให้มารุตเจ็บหนึบไปทั้งใจ แต่ทุกอย่างก็ถูกแทนที่ด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อเห็นเธอมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเมื่ออยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่ตนเอง กว่าจะทันรู้ตัวเขาก็นำพาตัวเองเข้ามาอยู่กลางวงสนทนาเสียแล้ว
พลอยชมพูหันไปส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามเมื่อเห็นกันดิศและแดนดินที่เป็นเพื่อนใหม่อีกคน เริ่มออกอาการไม่พอใจต่อสิ่งที่มารุตแสดงออกเมื่อครู่ ก่อนจะก้มเก็บช่อดอกไม้ทั้งสองขึ้นมากอดไว้เช่นที่ทำเมื่อครู่ แล้วเอ่ยอธิบายเรียบๆ
“ฉันแพ้เกสรกุหลาบค่ะ...ไม่ใช่ดอกลิลลี่”
“จะดอกไม้อะไร มันก็เหมือนกันนั่นละ!” มารุตบอกเสียงสะบัด ก่อนจะมองหน้าเจ้าของบริษัทความปลอดภัยหนุ่มรูปหล่อที่เคยพบกันเมื่อหลายวันก่อนอย่างนึกขุ่นเคือง
“ไม่เหมือนหรอกค่ะ แค่คิดก็ผิดแล้ว” พลอยชมพูบอกด้วยน้ำเสียงติดจะเยาะหยัน ก่อนจะเอ่ยต่อ “ถ้าไม่มีอะไรแล้วพลอยขอตัวนะคะ ผจญภัยมาเยอะตั้งแต่เมื่อวานแล้ว เหนื่อย อยากพัก”
“งั้นก็กลับบ้าน” มารุตบอกเสียงขุ่น ก่อนจะรั้งข้อมือบอบบางของคนตรงหน้าไว้ในทันที
“ไม่ค่ะ” คำตอบที่ได้รับ พร้อมกับแรงต่อต้านที่เกิดขึ้นจากพลอยชมพูทำให้มารุตชะงัก ก่อนจะเหลียวมองเสี้ยวหน้าด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไม?”
“มันสิ้นสุดสัญญาที่เรามีต่อกันแล้ว...ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องกลับไปกับคุณอีก” เธอตอบเรียบเรื่อยด้วยน้ำเสียงที่สงบเยือกเย็น ก่อนจะค่อยๆแกะมือหนาที่แข็งเหมือนคีบเหล็กออกอย่างง่ายดาย
“ฉัน? คุณ?… งั้นเหรอ” คำสรรพนามที่เปลี่ยนแปลงไปของพลอยชมพูทำให้มารุตชาวาบไปทั้งร่าง รู้สึกเจ็บหนึบที่ท่าทีของพลอยชมพูแปรเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน แม้ในหัวใจจะรู้ดีว่าคนที่ผลักดันให้เธอต้องเปลี่ยนก็คือตัวเขาเอง
“ใช่ค่ะ” พลอยชมพูรับคำ พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่นไหวเหมือนกับหัวใจที่ยังสั่นเครือ ก่อนจะกล้ำกลืนความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้หัวใจเจ็บช้ำลงไปในอก แล้วตัดสินใจเอ่ยสิ่งที่คิดไว้ออกมาในที่สุด “เราเลิกกันเถอะนะคะ...ไม่สิ ใช้คำว่าเลิกคงไม่ถูกเท่าไร ต้องใช้คำว่า ‘หย่ากันเถอะ’ ตามที่เคยให้สัญญากันไว้”
“...”
“เราหย่ากันเถอะนะคะ”
‘เมื่อเดินมาจนสุดทาง...ก็คงถึงเวลาที่เธอควรหยุดเสียที’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







