เข้าสู่ระบบ“งั้นเราก็จะตายไปด้วยกัน เพราะถึงตายฉันก็จะไม่ปล่อยมือเด็ดขาด!” พลอยชมพูที่เริ่มหายใจติดขัดจากอัตราของหัวใจที่ทำงานหนักกว่าปกติร้องบอก
พลอยชมพูเริ่มออกแรงดึงอีกหน แต่ในเสี้ยววินาทีที่คิดจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดเผื่อฉุดรั้งร่างของไพลินให้ถอยห่างจากกระแสน้ำวนได้สำเร็จ หัวใจที่เต้นเร็วแรงขึ้นก็วูบโหวงและเต้นช้าลงอย่างรวดเร็วจนพลอยชมพูเซถลา สติที่เต็มเปี่ยมกลับเลือนรางลงอย่างรวดเร็วจนยากจะควบคุม แต่ก่อนที่ความมืดจะครอบงำสติได้จนหมดสิ้นเสียงทุ้มที่คุ้นหูและใบหน้าคมของมารุตในห้วงความทรงจำก็ผุดขึ้นมา
‘ถ้าเกิดอะไรขึ้นต้องมีสติ ไม่ใช่ตกอกตกใจแล้วก็ร้องห่มร้องไห้...ต้องเข้มแข็งแล้วหาทางรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น’
‘พี่รักพลอยนะ’
หัวใจที่เต้นช้าลงจนเกือบจะหยุดค่อยๆเต้นเร็วขึ้นจนกลับมาเป็นปกติอย่างช้าๆแต่ทว่ามั่นคง พลอยชมพูลืมตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะออกแรงกระชากร่างบางของไพลินเข้าหาตัวจนสุดกำลังด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่โชคชะตากลับไม่เห็นค่าความพยายาม เมื่อโขดหินที่เอียงเอนกลับหักล้มลงในแม่น้ำจนร่างทั้งสองจมลงไปสู่ปลายกระแสน้ำวนอย่างรวดเร็ว
“พลอย!” เสียงที่ดังขึ้นด้วยความตระหนกจากริมฝั่งแม่น้ำ ทำให้คนที่ดีดตัวขึ้นมาบนผิวน้ำรู้สึกเหมือนชีวิตที่ใกล้จะดับลงมีความหวังขึ้นอีกหน
พลอยชมพูเกาะขอบโขดหินอีกก้อนไว้เพราะถูกพัดออกมานอกกระแสน้ำวน แต่เมื่อเหลียวมองไปรอบกายกลับพบเพียงความว่างเปล่าเมื่อไพลินที่จมหายลงไปในน้ำด้วยกันไม่ผุดขึ้นมาเหนือผิวน้ำ ดวงตากลมหวานแดงก่ำขึ้นอย่างง่ายดายด้วยความตกตะลึง แต่เรี่ยวแรงของเธอก็ไม่มีเหลือมากพอที่จะดำลงไปในน้ำอีกครั้ง
“พลอย! เกิดอะไรขึ้น” นายแพทย์พิรุณที่กระโดดลงมาในแม่น้ำสายเชี่ยวกราดอย่างไร้ความลังเล และว่ายตรงมาที่เธอเอ่ยถามด้วยความตกใจระคนแตกตื่น
“รีบช่วยผู้หญิงคนนั้นเร็ว เขาถูกกระแสน้ำวนดูดหายไปแล้ว!” พลอยชมพูร้องบอกเสียงสั่นเครือ
นายแพทย์พิรุณเหลียวมองกระแสน้ำวนที่อยู่ไม่ห่างพลางสบถออกมา เพียงไม่กี่วินาทีนายแพทย์หนุ่มอดีตนักกีฬาว่ายน้ำ ก็ดำลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว แต่กระแสน้ำที่เชี่ยวกราดและขุ่นมัวทำให้การช่วยเหลือคนที่จมไปในสายน้ำหลากไม่ง่ายอย่างใจคิด เกือบสิบนาทีที่นายแพทย์หนุ่มผุดขึ้นมาบนผิวน้ำอีกหนด้วยความหวังที่เริ่มริมหรี่ ก่อนจะตัดสินใจดำลงไปอีกครั้งด้วยความหวังสุดท้าย เพราะแพทย์หนุ่มย่อมรู้ดีกว่าใคร ว่าหากคนจมน้ำไปเกินกว่าสิบนาที ต่อให้ช่วยขึ้นมาได้สำเร็จก็คงเหลือเพียงร่างไร้วิญญาณเท่านั้น
“พลอย!” เสียงทุ้มอีกเสียงที่ดังขึ้นจากริมฝั่งแม่น้ำ พร้อมร่างสูงที่กระโดดลงน้ำและว่ายมาหาเธออย่างรวดเร็ว ทำให้พลอยชมพูที่กอดโขดหินอยู่กลางแม่น้ำสายเชี่ยวกราดด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างระคนหวาดกลัวต้องคลี่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา
“พี่ลม” พลอยชมพูละทิ้งโขดหินขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นที่พึ่งพิง แล้วโผเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแรงที่ว่ายน้ำเข้ามาถึงตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกอดรัดร่างหนาของมารุตไว้แน่นทั้งน้ำตา
มารุตที่ยังมึนงงกับท่าทีของพลอยชมพูยึดร่างบอบบางไว้แน่น ก่อนจะใช้มืออีกข้างจับโขดหินที่อยู่ไม่ห่างเพื่อต้านกระแสน้ำหลากที่รุนแรงกว่าที่คาดไว้ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงของน้องชายแท้ๆที่ผุดขึ้นมาบนผิวน้ำพร้อมร่างไร้สติของนิลกาฬในอ้อมแขน
“ยังไม่ตาย! แต่ต้องรีบส่งโรงบาลเดี๋ยวนี้เลย” เสียงตะโกนบอกที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของนายแพทย์หนุ่ม ทำให้พลอยชมพูที่อยู่ในอ้อมแขนของมารุตปล่อยโฮออกมาทันทีอย่างโล่งอก
เมื่อขึ้นจากแม่น้ำสายกว้างที่เชี่ยวกราด พลอยชมพูก็ได้แต่เหลียวกลับไปมองกระแสน้ำวนที่ค่อยๆคลายเกลียวออกจนสลายหายไปเป็นสายน้ำไหลเอื่อยตามปกติด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะคลี่ยิ้มละมุนออกมาเมื่อเห็นดอกแก้วขนาดเล็กสีขาวจำนวนมากและกลีบดอกไฮเดรนเยียสีม่วงอ่อนที่ไหลไปตามกระแสน้ำไป
‘ขอบคุณมากนะ...เพื่อนรัก’
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







