LOGIN“คุณจะเอายังไงกับฉัน ต้องการอะไรกันแน่!” พลอยชมพูตวาดอย่างขุ่นมัว ยิ่งมารุตนิ่งเงียบมากเท่าไรความอดทนอันน้อยนิดของคนที่กำลังโกรธกรุ่นก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนหยาดน้ำตาจะเริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาคู่สวยเมื่อไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป
“ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้? คุณรู้ไหมว่าตั้งแต่เมื่อวานฉันต้องเจออะไรมาบ้าง! รู้ไหมว่าฉันเหนื่อยแค่ไหน ต้องทนกับอะไร...ตอนนี้ เวลานี้ฉันควรจะได้พักสิ แล้วทำไมฉันยังจะต้องมาทนกับความติสแตกบ้าบออะไรของคุณด้วย ฉันเหนื่อย คุณเข้าใจไหมว่าฉันเหนื่อย!” สิ้นเสียงหวานที่ตวาดอย่างกราดเกรี้ยว มารุตที่ยืนฟังอยู่นานด้วยสายตาสงบนิ่งราวกับรอเวลานี้มานาน ก็ดึงร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมแขนในทันที
“รู้แล้ว...พี่รู้ว่าพลอยเหนื่อยมาก” มารุตกระชับอ้อมกอดไว้แน่น แม้ร่างบอบบางในอ้อมแขนจะยังดิ้นรนและทุบตีตนเองอยู่อย่างบ้าคลั่งก็ตาม แต่เพียงไม่นานพลอยชมพูก็หยุดการกระทำนั้นแล้วกอดกระชับร่างหนาของคนที่ตัวเองกอดไว้แน่นอย่างโหยหาระคนผลักไส ก่อนทุกอย่างจะถูกแทนที่ด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างคนสิ้นเรี่ยวแรง มารุตจุมพิตหนักๆที่กระหม่อมบางอย่างปลอบขวัญ พลางเอ่ยสิ่งที่คิดไว้นับตั้งแต่เมื่อค่ำวาน “พี่ขอโทษนะ ที่ปล่อยให้พลอยเจอแต่เรื่องร้ายๆ...ต่อไปมันจะไม่เกินเหตุการณ์แบบนั้นอีก พี่สัญญา”
สิ้นคำขอโทษที่ไม่เคยคาดหวังว่าจะได้รับ หยาดน้ำตาเม็ดกลมที่เริ่มเหือดแห้งก็เริ่มรินไหลอีกหน ก่อนมือบอบบางจะกำแน่นพลางทุบลงที่อกแกร่งของคนที่ประคองกอดตัวเองไว้หลายครั้งอย่างลงโทษ สุดท้ายก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็วทั้งที่ยังกอดมารุตไว้แน่น สิ่งเดียวที่พลอยชมพูต้องการมาตลอดในช่วงหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ยามที่ต้องเผชิญหน้ากับเรื่องร้ายแรงมากมายก็มีเพียงเท่านี้...แค่อ้อมกอดอุ่นๆจากใครสักคนที่พร้อมจะรองรับและประคับประคองเธอไว้
“พี่ลม” หลังปล่อยให้ความอ่อนแอเข้าครอบงำอยู่นาน พลอยชมพูที่ยังซบหน้าอยู่กับแผงอกแข็งแรงก็เอ่ยเรียกเจ้าของอ้อมกอดอีกครั้ง ด้วยสรรพนามเดิมที่เธอมักใช้เอื้อนเอ่ยถึงชายหนุ่มเสมอขึ้นเรียบๆ
“หืม...” มารุตระบายยิ้มอ่อนโยนอย่างพอใจ ในท่าทีที่เริ่มโอนอ่อนของตุ๊กตากระเบื้องเคลือบในอ้อมแขน ก่อนจะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นคล้ายต้องการบอกว่ากำลังรอฟังในสิ่งที่เธอจะพูด
“พรุ่งนี้เราไปหย่ากันเถอะนะคะ” คำพูดเรียบเรื่อย แต่ช่างเต็มไปด้วยความหนักแน่นจนคนฟังใจหล่นวูบอย่างง่ายดาย เพราะมารุตสัมผัสได้ว่าเธอหมายความเช่นนั้นจริงๆ
“ดึกมากแล้วเราไปนอนกันดีเถอะ พี่ง่วง” มารุตตัดบทเสียงเรียบ ก่อนจะช้อนร่างบางที่ไม่ทันตั้งตัวขึ้นแนบอกแล้วเดินกลับไปที่เตียงนอนทันที
“พี่ลม...เราหย่า” ยังไม่ทันจบประโยคดี ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกประกบด้วยริมฝีปากหนาได้รูปในทันที ก่อนประโยคมากมายที่คิดไว้ในหัวจะปลิดปลิวไปอย่างง่ายดาย หลงเหลือไว้เพียงรสจุมพิตแสนหวานที่วาบหวามไปทั้งกายและใจเท่านั้น
“ถ้าพูดอีกคำนึงพี่จะจูบอีกทีนึง และถ้ายังคิดจะพูดอะไรมากกว่านั้น...ก็จะทำมากกว่านั้น แล้วจะหาว่าพี่ใจร้ายไม่ได้นะ” มารุตปรามเสียงขุ่น ก่อนจะดึงร่างบอบบางที่เวลานี้แดงก่ำที่ทั้งร่างเข้าสู่อ้อมกอดทันที
คนที่ถูกปรามเม้มปากเข้าหากันแน่น ก่อนจะพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนอบอุ่นที่เป็นอันตรายต่อกายและหัวใจตนเองอย่างยากลำบาก ก่อนจะต้องชะงักค้างเมื่อดวงตากลมหวานประสานเข้ากับดวงตาคู่คมที่มองจ้องมาไม่วางตา แววตาคู่คมที่เป็นประกายทำให้คนที่ดิ้นรนสงบลงในทันที ก่อนจะหันหลังให้คนที่นอนกอดตนเองไว้ด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดราวเด็กถูกขัดใจ
“ฝันดีนะ” มารุตกระซิบถ้อยคำอวยพรบางเบา ก่อนจะจุมพิตข้างแก้มเป็นการอวยพรซ้ำอีกหนแล้วดึงร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็ว
แม้ในตอนแรกจะสัมผัสได้ถึงแรงต่อต้านจากคนในอ้อมแขนไม่น้อย แต่เพียงไม่นานพลอยชมพูก็เริ่มผ่อนคลายและพล้อยหลับไปในที่สุด มารุตมองร่างบอบบางที่หลับสนิทในอ้อมแขนด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต
เขาจะไม่หนีหัวใจตัวเองอีกแล้ว
และจะไม่ยอมให้เธอหนีหัวใจตัวเองด้วยเช่นกัน
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







