เข้าสู่ระบบ‘แกร๊ก!’
เสียงกิ่งไม้ที่หักลงทำให้คนทั้งคู่รับรู้ได้ในทันทีว่ามีบุคคลที่สามล่วงรู้บทสนทนาที่ไม่ควรมีใครได้ยินเสียแล้ว ไม่ต่างจากพลอยชมพูที่รู้สึกตัวแล้วเช่นกันว่าเธอไม่ควรได้ยินบางอย่าง หญิงสาวตัดสินใจเดินออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่เพื่อเผชิญหน้ากับคนทั้งคู่ ในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีหลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนถามจากเพื่อนสนิท
ร่มคันโตที่ถือไว้มั่นเพื่อเรียกกำลังใจร่วงหลุดออกจากมือบอบบางอย่างง่ายดาย เมื่อพลอยชมพูพบว่าไพลินที่เธอรู้จัก ยังมีใครอีกคนที่เหมือนกันราวกับฝาแฝดยืนอยู่ข้างกาย สายฝนที่ตกลงมากระทบใบหน้าหวานเมื่อไม่มีร่มกางกั้นช่วยให้คนที่ยังตะลึงงันดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ลินนี่มันเรื่องอะไรกัน? ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” พลอยชมพูเอ่ยถามอย่างมึนงง พลางชี้ไปยังผู้หญิงอีกคนที่กอดอกมองมายังเธอด้วยสายตาไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
‘สายตาแบบนั้น เธอเคยเห็นเมื่อพบกับไพลินครั้งแรก!’
“คือ...” คนเป็นเพื่อนรีบดึงรั้งแขนของเพื่อนรักไว้แน่น ก่อนจะเริ่มพยายามหาคำอธิบายด้วยความยากลำบาก
พลอยชมพูที่เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เมื่อนึกถึงท่าทีแปลกไปของเพื่อนรักที่มักเปลี่ยนไปมาอยู่บ่อยครั้งนับแต่รู้จักกันมา เอ่ยถามเสียงขุ่น “เธอไม่ใช่ไพลิน! ผู้หญิงคนนั้นคือไพลินตัวจริงใช่ไหม”
“คือ...ลินอธิบายได้นะ คือว่า”
“ใช่! เธอโง่เองนะ ที่แยกเราสองคนไม่ออก”
เสียงที่ดังแทรกคำอธิบายขึ้นมาทำให้พลอยชมพูต้องเงยหน้าขึ้นมองสบดวงตาสีนิลที่ฉายประกายกร้าวกระด้าง ก่อนจะมองดวงตาสีนิลอีกคู่ที่เต็มไปด้วยแววอ่อนโยนและหวาดหวั่น เพียงไม่นานรอยยิ้มเยาะหยันก็ปรากฏบนดวงหน้าหวานของพลอยชมพูในทันที
“ฉันคงโง่จริงๆ ทั้งที่เธอสองคนก็ต่างกันมากขนาดนี้แท้ๆ คนนึงเหมือนแม่พระ แต่อีกคนเหมือนนางปีศาจ” พลอยชมพูรับรู้ได้ถึงความกร้าวกระด้างจากดวงตาคู่นั้น จึงตัดสินใจดึงมือเพื่อนรักที่เธอไม่รู้ว่าความจริงแล้วชื่ออะไรออกไปอย่างรวดเร็วพลางบอกสิ่งที่คิดออกมา “ยายแม่พระ กลับบ้าน! ฉันจะบอกเรื่องนี้กับทุกคน พวกผู้ใหญ่จะต้องรู้เรื่องนี้”
“ไม่ได้นะ!” คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปีศาจตวาดอย่างกราดเกรี้ยว ก่อนจะรั้งแขนอีกข้างของคู่แฝดไว้แน่นแล้วดึงกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ทำไมจะไม่ได้ เธอมีสิทธิอะไรมาห้าม...ถ้าฉันอยากจะพูดไม่ว่าใครก็ห้ามไม่ได้ทั้งนั้น!” พลอยชมพูตวาดกลับอย่างกราดเกรี้ยวไม่แพ้กัน ด้วยเพราะเธอไม่ชอบไพลินตั้งแต่แรกเห็นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ที่เคยมีต่อกันจึงหวนกลับมาอย่างง่ายดาย
“ได้! งั้นแกก็ไม่ต้องพูดอีกเลยก็แล้วกัน” สิ้นคำพูดที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง คู่แฝดที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งคู่ ก็ถูกเหวี่ยงออกไปจนกระแทกกับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างทันที
“ลิน! แกเป็นอะไรไหม” พลอยชมพูที่เสียหลักล้มลงกับพื้นรีบลุกขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล ก่อนจะถลาเข้าไปหาเพื่อนรักที่ทรุดอยู่กับโคนต้นไม้ใหญ่ในทันที เลือดสีแดงฉานที่ไหลทะลักออกมาจากหน้าผากมนโดนน้ำฝนที่ยังตกกระหน่ำไหลอาบจนดูน่ากลัวกว่าที่ควรจะเป็น
“ฉันขอโทษนะ...แกอย่าเกลียดฉันเลยนะ ฉันไม่เคยตั้งใจจะหลอกแกจริงๆ” เสียงสะอื้นพร้อมหยาดน้ำตาของเพื่อนสนิททำให้พลอยชมพูที่กำลังพยายามประคองเพื่อนรักให้ลุกขึ้นยืนอดไม่ได้ที่จะร้องไห้ตามไปด้วย ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างพรากพยักหน้ารับรู้ความรู้สึกของเพื่อนรัก
“ว๊าย...ตู้ม!” พลอยชมพูอุทานเสียงหลง เมื่อมีแรงกระชากจากด้านหลังทำให้เธอเสียหลัก ก่อนร่างบอบบางจะร่วงหล่นลงไปในน้ำอย่างรวดเร็ว
“พลอย!”
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







