เข้าสู่ระบบสามวันต่อมา...
ดวงตากลมหวานที่หนักอึ้งกระพริบขึ้นลงช้าๆเพื่อปรับสายตาให้เข้ากับแสงไฟสีส้มสลัวยามค่ำคืน เพียงครู่เดียวที่ลืมตาตื่นขึ้นก็เริ่มมีหยาดน้ำตาเคลือบดวงตาคู่หวานอย่างง่ายดาย ความรู้สึกสูญเสียเมื่อครั้งอดีตที่ย้อนคืนกลับมาทำให้คนที่เพิ่งระลึกถึงสิ่งที่เสียไปอดไม่ได้ที่จะมีน้ำตาอีกหน
“ตื่นมาก็ร้องไห้ ไม่คิดบ้างเหรอว่าคนเฝ้าจะใจเสียแค่ไหน” เสียงทุ้มที่ติดจะตำหนิกลายๆเอ่ยขึ้น ก่อนจะนำพาร่างสูงของตัวเองมานั่งบนเตียงผู้ป่วย
“พี่ลม” พลอยชมพูเอ่ยเสียงเครือ ก่อนจะสวมกอดคนตรงหน้าในทันทีที่ชายหนุ่มนั่งลง
มารุตชะงักไปชั่วครู่กับท่าทีของคนป่วยที่เพิ่งฟื้นคืนสติ ก่อนจะรวบร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดในวินาทีถัดมาด้วยความหวงแหนแกมห่วงหา การหลับไปของคนตรงหน้าหากนับเป็นการลงทัณฑ์ ก็ถือว่าเป็นโทษทัณฑ์ที่หนักหนาสาหัสและทุกข์ทรมานมากสำหรับเขา
“บอกกี่ทีแล้วว่าไม่ชอบคนเจ้าน้ำตา...เลิกร้องไห้ได้แล้ว” มารุตกระชับอ้อมกอดพลางเอ็ดเสียงเบา ก่อนจะจุมพิตที่กระหม่อมบางซ้ำๆอย่างรักใคร่
“ไม่ชอบก็ไปหย่ากัน ไม่ง้อหรอก” แม้จะยังเจ็บช้ำจากภาพในวันวานจนปวดไปทั้งใจ แต่เมื่อได้ยินคำค่อนขอดของมารุตก็อดไม่ได้ที่จะตอบโต้ตามประสา
“พี่ไม่ชอบคนเจ้าน้ำตา แต่พี่รักคนตรงหน้าก็เคยบอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง” มารุตว่ายิ้มๆ ก่อนจะจุมพิตแก้มใสที่ยังเปียกปอนไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างถือสิทธิ
พลอยชมพูมองค้อนคนที่เอ่ยคำแก้ตัวอย่างนึกหมั่นไส้ ก่อนจะถอนใจพลางซุกตัวเข้าหาวงแขนกว้างที่แสนอบอุ่นแล้วไม่เอ่ยสิ่งใดอีก เวลานี้เธอเหนื่อยเกินกว่าที่จะฝืนแข็งขืนขับไล่มารุตให้ออกห่างกายได้อย่างที่สมองสั่ง ห้วงคำนึงแห่งการสูญเสียที่ย้อนคืนกลับมายังชัดเจนและตกค้างในความทรงจำ จนเธอเกิดกลัวที่จะต้องสูญเสียอะไรไปอีก
“ไหวไหม?” ท่าทีที่สงบลงของคนในอ้อมแขนทำให้มารุตเลือกที่จะขยับตัวขึ้นไปบนเตียงผู้ป่วย แล้วนั่งพิงหัวเตียงเพื่อให้พลอยชมพูได้ซุกตัวเข้าหาได้สะดวกยิ่งขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อเห็นดวงตากลมหวานที่ฉายแววอ่อนล้ามองจ้องมายังสร้อยข้อมือเส้นเล็กสีชมพูที่ตนเองสวมไว้ไม่วางตา
“ไม่ไหว” พลอยชมพูตอบตามจริง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดเพื่อดึงตัวเองเข้าหาความอบอุ่นจากคนที่เอ่ยถามให้แน่นขึ้นอย่างต้องการที่พึ่งพิง
“ถ้าใครสักคนที่สำคัญมากๆต้องตายไปเพราะช่วยเรา...เราจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไงคะ”
เสียงหวานที่เจือรอยสะอื้นไม่จางหาย ทำให้มารุตต้องประคองดวงหน้าหวานขึ้นมาเพื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยร่องรอยแตกร้าวและความสูญเสียของคนในอ้อมแขน ก่อนจะจุมพิตเบาๆที่ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มซ้ำๆ พลางคลี่ยิ้มละมุนให้คนที่ขมวดคิ้วขุ่นอย่างคนสับสนกับการกระทำของเขา
“เขาไม่ได้ช่วยชีวิตเราไว้ เพื่อให้เรามานั่งเสียใจแล้วโทษตัวเองอยู่แบบนี้หรอกนะ ที่เขาช่วยเราไว้เพราะเขารักเรามากต่างหาก” มารุตเอ่ยอธิบายเรียบๆ แม้ในเสี้ยวหนึ่งของหัวใจจะอดสั่นไหวไม่ได้เมื่อคำถามของคนตรงหน้าทำให้หวนนึกถึงภาพความทรงจำในอดีตของตนเอง
เมื่อหลายปีก่อนในตอนที่มารดาแท้ๆของเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุ และตัวเขาเองเป็นคนเดียวที่รอดมาได้ทั้งที่อยู่ในรถคันนั้นเช่นกัน ก็เป็นเพราะมารดาของเขาเลือกที่จะใช้ชีวิตของตัวเองปกป้องเขาไว้ ในตอนแรกเขาไม่เคยเข้าใจว่าเพราะอะไรท่านจึงต้องทำเช่นนั้น แต่เมื่อเวลาผ่านไปมารุตจึงได้เรียนรู้ว่า
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความรัก
“รักเหรอคะ?” พลอยชมพูทวนคำเสียงเครือ ก่อนจะหวนนึกถึงถ้อยคำสุดท้ายและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสดใสของเพื่อนรักที่ตายจากไป
‘ฉันรักแกมากนะ...อย่าโกรธกันเลยนะ ฉันขอโทษที่โกหกว่าจะไม่ทิ้งกัน’
“การสูญเสีย ไม่ว่าเมื่อไรที่นึกถึงก็ล้วนแล้วแต่ทำให้คนที่ยังอยู่ รู้สึกเจ็บปวดหัวใจได้เสมอ” มารุตบอกพลางเกลี่ยน้ำตาเม็ดกลมออกจากสองข้างแก้มของพลอยชมพูอย่างเบามือ ก่อนจะเงียบไปชั่วครู่แล้วเอ่ยต่อ
“แต่เมื่อเราคือคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องเข้มแข็งขึ้น...และใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขที่สุด เพราะนั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่เราจะสามารถตอบแทนความรู้สึกของคนที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อเราได้”
“พลอยจะพยายาม” คนฟังพยักหน้ารับทั้งน้ำตา ก่อนจะสวมกอดมารุตไว้แน่นด้วยหัวใจที่ยังเจ็บปวดและเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวจากภาพอดีตที่หวนมา
หลังจากแนบชิดแอบอิงในอ้อมกอดแข็งแรงที่แสนอบอุ่นอยู่นาน พลอยชมพูที่ยังไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ทั้งที่เวลาผ่านไปเกือบค่อนคืนก็เริ่มพิจารณาเจ้าของอ้อมกอดแข็งแรงที่เวลานี้กำลังหลับสนิทไปแล้ว ก่อนเจ้าของดวงหน้าหวานจะระบายยิ้มออกมา เมื่อได้ยินเสียงพึมพำจากริมฝีปากหนาที่ละเมอออกมาเป็นชื่อของเธอ
“ขอบคุณมากนะคะ ที่อยู่ข้างๆกันแบบนี้” พลอยชมพูกระซิบ พลางจุมพิตข้างแก้มสากเพียงบางเบาคล้ายต้องการตอบแทนความรู้สึกมากมายที่กำลังเพิ่มพูนอยู่ภายในหัวใจของตนเองอีกครั้ง ก่อนจะกระชับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นไว้แน่นอย่างหวงแหนแล้วพล็อยหลับไปในที่สุด
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







