LOGIN“พี่ลม...” พลอยชมพูอุทานเสียงเบาก่อนจะหลบสายตาลงทันที เมื่อมองสบดวงตาคู่คมที่ฉายร่องรอยขุ่นเคืองจางๆ
“คนเฝ้าก็ตื่นแล้ว คุยกันไปนะจะได้ไม่เหงา” นายแพทย์หนุ่มว่ายิ้มๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นด้วยท่าทีเรียบเรื่อยแล้วเอ่ยต่อ “ผมมีเคสผ่าตัดตอนบ่าย ฝากดูแลพลอยด้วยนะพี่ลม”
นายแพทย์หนุ่มกลับออกมาจากห้องพิเศษของโรงพยาบาลด้วยหัวใจที่ปลอดโปร่งกว่าเก่าก่อน บางทีคำสัญญาที่เคยให้ไว้กับตัวเองและน้องสาวที่ตายจากคงจะสิ้นสุดลงในอีกไม่ช้า เมื่อสุดท้ายแล้วคนที่จะอยู่เคียงคู่และคอยดูแลพลอยชมพูจากนี้ต่อไป คือใครอีกคนที่ไม่ใช่เขา
“ขอโทษนะคะ ที่คุยกันเสียงดังจนทำให้ตื่น...แต่พลอยก็บอกแล้วว่าให้กลับไปนอนที่คอนโด” พลอยชมพูเอ่ยขึ้นในทันที หลังจากนายแพทย์พิรุณออกจากห้องไป ราวกับว่าหากไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาห้องทั้งห้องคงเงียบสงัดในบัดดล
‘ประเด็นไม่ได้อยู่ตรงนั้นไหม!’
มารุตรู้สึกเหมือนตัวเองอย่างจะตะโกนประโยคที่คิดออกมาดังๆ ว่าปัญหาของเขาไม่ได้อยู่ที่ความดังของระดับเสียงที่พูดคุยกัน
แต่มันอยู่ที่ภาพบาดตา ที่คนทั้งคู่กอดปลอบกันอยู่ต่างหากเล่า!
แม้จะรู้สึกน้อยใจระคนขุ่นเคืองขึ้นมาจนล้นอก แต่สุดท้ายมารุตก็ทำได้แค่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงบางเบาที่ติดจะออดอ้อนอยู่ในทีเท่านั้น
“เมื่อกี้ไม่ได้ว่าก็แค่ถามเฉยๆ ว่าจะกอดกันอีกนานหรือเปล่า?”
“แต่น้ำเสียงก่อนหน้านี้ ฟังดูเหมือนจะโกรธเลยนะคะ” พลอยชมพูตั้งข้อสังเกต
“ไม่ได้โกรธ ก็แค่ตกใจเลยพูดเสียงดังไปหน่อย” มารุตนำพาร่างสูงของตัวเองมานั่งตรงหน้าของพลอยชมพูพร้อมทั้งเอ่ยแก้ตัวเสียงขุ่น ทั้งที่ความจริงเมื่อครู่ตัวเขาเองก็โกรธไม่น้อยที่เห็นภาพความใกล้ชิดของคนทั้งคู่ ก่อนจะกุมมือนิ่มข้างที่ยังว่างขึ้นมาแนบแก้มสากของตัวเอง พลางจุมพิตหนักๆลงบนฝ่ามือบอบบางแล้วเอ่ยต่อ...
“แต่วันหลังก็คุยกันให้ดังกว่านี้หน่อย จะได้ไม่ต้องใกล้กันมาก!”
หลังได้ฟังประโยคแก้ตัวที่พ่วงมาด้วยคำขอแกมออดอ้อนของมารุต คนฟังก็ทำได้แค่กรอกตามองเพดานสีขาวสะอาดตาด้วยความอ่อนใจ รู้สึกเหมือนความสัมพันธ์ของเธอกับคนตรงหน้าช่างแปลกประหลาดเข้าไปทุกที ทั้งที่เมื่อก่อนเธอก็กอดกับเพื่อนสนิทอย่างนายแพทย์พิรุณอยู่บ่อยครั้ง ก็ไม่เคยเห็นว่ามารุตจะใส่ใจแต่อย่างใด จนเธอยังเคยนึกค่อนขอดในใจว่าเหตุใดผู้ชายคนนี้จึงไม่คิดจะหวงแหนเธอบางแม้สักนิด กลับเป็นเธอเสียอีกที่หวาดระแวงทุกครั้งที่มีใครมาเข้าใกล้เขา
แต่ในวันนี้ทุกอย่างดูพลิกกลับสลับตำแหน่งอย่างง่ายดาย เมื่อเธอไม่รู้สึกสิ่งใดเลยยามที่มีใครเข้าวนเวียนอยู่ข้างกายมารุต กลับเป็นตัวเขาเองเสียอีกที่แสดงออกชัดเจนจนออกนอกหน้า ถึงความหวาดระแวงยามที่มีใครมาใกล้เธอ แม้กระทั่งกับนายแพทย์พิรุณที่เป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ก็ยังมีความหงุดหงิดมากมายที่ฉายชัดบนใบหน้าคม
พลอยชมพูทอดถอนใจอีกหนก่อนจะดึงมือออกจากการเกาะกุมของมารุตอย่างแสนเสียดายเมื่อเห็นผู้มาเยือนที่เดินเข้ามา เพราะดูเหมือนเวลานี้เธอจะมีเรื่องบางอย่างที่สำคัญและจำเป็นต้องจัดการให้จบ ก่อนที่จะหาคำตอบในบทสรุปของความสัมพันธ์ที่แสนซับซ้อนระหว่างเธอและมารุต
“ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์แวะมา ทั้งที่งานของลุงกรก็ยุ่งมากแท้ๆ” พลอยชมพูเอ่ยเสียงหวานต่อนายแพทย์มังกร พลางพนมมือไหว้ผู้อาวุโสที่ตนเองรักและเคารพประดุจญาติผู้ใหญ่อย่างอ้อนน้อม ก่อนจะหันกลับมากุมมือหนาของมารุตที่ขยับลุกขึ้นมายืนข้างกาย แล้วเอ่ยสิ่งที่คิดไว้ออกมาเรียบๆ
“พี่ลมช่วยกลับไปเอาของใช้ส่วนตัวที่คอนโดมาให้พลอยหน่อยได้ไหมคะ”
“พี่ลมช่วยกลับไปเอาของใช้ส่วนตัวที่คอนโดมาให้พลอยหน่อยได้ไหมคะ”
“แต่...” มารุตฟังคำร้องขอแสนหวานแล้วก็ต้องขมวดคิ้วขุ่น แต่เมื่อมองสบดวงตาคู่หวานที่ยืนยันคำพูดเหล่านั้น คนถูกร้องขอก็จำต้องรับคำขอนั้นอย่างหมดทางเลือก แต่กระนั้นก่อนออกไปก็ยังไม่วายหันกลับมาเอ่ยกับคนป่วยอีกครั้งอย่างห่วงหา “แล้วพี่จะรีบมา”
ความห่วงใยที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยคำพูดเรียบง่าย กลับสร้างเยื่อใยที่ผูกมัดหัวใจคนฟังได้อย่างง่ายดายและลึกซึ้งจนยากจะถอน พลอยชมพูระบายยิ้มอ่อนโยนออกมาเพราะคำพูดนั้น ก่อนรอยยิ้มที่แสนหวานจะจางลง เมื่อหลงเหลือแค่เพียงเธอและนายแพทย์มังกรที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วยแห่งนี้
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







