Masukเหม่ยฉีหยิบตำราสมุนไพรบำรุงกำลังมานั่งอ่านบนเก้าอี้ไม้หน้าตาเรียงราย นางเงยหน้ามองท้องฟ้าเปิดโล่งที่ไร้ควันจากหม้อยา นึกขึ้นได้ว่าในนิยายมีการกล่าวถึงเหล่าตัวประกอบผู้หลงใหลชอบพอคุณหนูรอง
“อื้ม... ถ้าคุณหนูเยว่คนงามไม่มัวขลุกอยู่ในโรงปรุงยา คงได้มีสามีไปแล้วสักสิบคน ยี่สิบ... ได้กลายเป็นนิยายฮาเร็มแน่ล่ะ”
บิดาเปิดประตูไม้เข้ามาพร้อมทหารองครักษ์ทั้งห้า พวกเขามายืนเฝ้าโรงปรุงยาตามเวลา ดันมาได้ยินเข้าพอดี บิดาอุทาน
“เจ้าจะมีสามียี่สิบคนเลยรึ! ไม่ได้การแล้วลูกสาว ข้าว่าเจ้าต้องรับยาขนานใหญ่ พบหมอโดยเร็ว” พลันหันไปบอกเหล่าทหาร ขอให้ลืมเรื่องที่บุตรสาวพูดเสีย อย่าได้แพร่งพรายออกไปเป็นอันขาด จะทำให้นางเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ บิดารีบปิดประตูโรงปรุงยา คว้าเก้าอี้นั่งจับข้อมือเล็กขึ้นตรวจชีพจร
“ชีพจร... แปลกไป”
เหม่ยฉีนึกตลกขบขันหน้าตาประหลาดใจของแพทย์หลวงผู้นี้ เขาทำให้นางนึกถึงบิดาผู้ล่วงลับ นางรู้สึกเหมือนว่านางเป็นบุตรสาวของเขาจริง ๆ
บิดาปล่อยข้อมือเล็ก เบิกตากว้าง “หรือจะเป็นวิญญาณร้าย?”
“รบกวนท่านพ่อไปเชิญแม่หมอมาขับไล่วิญญาณร้ายสิเจ้าคะ ข้าจะดิ้น...” พูดพลางดิ้นไปมา กระพือปีกไก่ “เต้นแร้งเต้นกาแข่งกับแม่หมอขับไล่วิญญาณร้ายให้ท่านชม เรื่องเต้นรำข้าไม่เป็นรองใคร”
คุณหนูรองได้ถูกเขกหน้าผากเข้าที บิดาว่ากล่าวตักเตือน สั่งสอนนางว่าเช่นไรเรียกสตรี เช่นไรเรียกม้าดีดกะโหลก
“ข้าสบายดีเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านอย่าได้เป็นกังวล ท่านจะไม่รูปงามหล่อเหลานะเจ้าคะ ไม่เชื่อท่านลองดูหมอหลวงแต่ละคนซี เป็นตาแก่หัวล้าน หนวดเคราขาว ขี้บ่น”
“ลูกสาว เจ้านี่นะ” บิดาไม่กล้าเอ็ดว่านางต่อ เขามองนางด้วยแววตาเอ็นดูทว่าเศร้าหมองในขณะเดียว
เหม่ยฉีพยายามถามบิดาว่ามีเรื่องอะไรในใจ เขาไม่ยอมตอบนาง หันมาทักท้วงเรื่องว่าที่บุตรเขยกำลังเศร้าโศกเสียใจ ไปเมาสุราในเมือง
“เจ้าแน่ใจนะว่าไม่อยากออกเรือน ขืนปล่อยให้ยืดเยื้อ คุณชายหลิวเป็นลูกชายคนใหญ่คนโต อยู่ในวัยมีภรรยาได้ คงรอแต่งกับเจ้าหรอก เจ้าเปลี่ยนใจไม่ได้แล้วนะลูกสาว”
“บ้านเมืองสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด แม่ทัพยอมพลีชีพในสนามรบเยี่ยงไร ลูกหลานตระกูลหยางเป็นเช่นเดียวกัน”
บิดาหัวเราะเสียงดัง ลุกขึ้นเดินออกไปเปิดประตูโรงปรุงยา
“ข้าไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม? ลูกสาวข้าว่า... จะไปสอบเข้ารับราชการทหาร... เป็นแม่ทัพ”
ไท่ซือจิ่วฟ้องทหารองครักษ์ที่พบหน้ากันทุกวัน แม้สลับเปลี่ยนคนมาทำหน้าที่คุ้มกันก็มีเพียงคนสนิท พวกเขาลอบยิ้มมองสตรีตระกูลหยางผู้มีความคิดใหญ่โต ขณะบิดาเดินกลับเข้าโรงปรุงยา ตั้งหม้อดินบนเตาไฟ โดยมีบุตรสาวคอยช่วยเหลือ นางหยิบสมุนไพรตามสูตรบำรุงกำลังวังชาอย่างถูกต้อง ทั้งสมุนไพรบำรุงร่างกายชั้นดี ยังมีรากไม้มีประโยชน์สำหรับปรับสมดุลร่างกาย ก่อนออกไปพูดจากับเหล่าทหาร
“ทิ้งเรื่องหัวใจ ไปเกณฑ์ทหาร ปกป้องบ้านเมือง!”
สายตาหลายคู่เพ่งมองสตรีในอาภรณ์ขาวสะอาด ร่างบอบบางของนางแทบจะปลิวไปกับลมได้ จะมีแรงยกดาบหรือไร? องครักษ์หนุ่มในเครื่องแบบเต็มยศเอ่ย “ความคิดของคุณหนูรองช่างยิ่งใหญ่กล้าหาญ ไม่ต่างจากบุรุษนักรบ คุณหนูคงเป็นกำลังสำคัญของแคว้นต้าเหลียง”
“ข้ายินดีพลีชีพเพื่อฮ่องเต้และแผ่นดินต้าเหลียง ข้าพร้อมรับใช้บ้านเมือง จับดาบออกรบเช่นทหารแนวหน้าโดยไม่ลังเลใจ! น่าเสียดายที่ข้าเก่งวิชาปรุงยามากกว่าวิชาทหาร... ข้าทำยาดีกว่า...” คุณหนูรองทำหน้าเป็นเด็กน้อยงอนบิดา โยนรากไม้ลงหม้อดิน ก่อนที่นางจะโอ้อวดกับทหารว่าตนเก่งฉกาจทั้งการฟันดาบ ยิงธนู เหล่าบุรุษรู้ดีว่านางเคยเรียนวิชาป้องกันตัวมาไม่น้อยตั้งแต่วัยเยาว์ นางร่ำเรียนกับแม่ทัพใหญ่ผู้หนึ่ง...
“พวกท่านอย่าได้ดูแคลนข้าเพราะเป็นสตรี มีกำลังพลสู้รบมากเท่าไร ย่อมได้เปรียบศัตรู ลองนึกดูซีว่าสตรีหันมาจับดาบ กำลังพลจากหนึ่งหมื่นอาจมากขึ้นเป็นหนึ่งแสน”
“พวกข้าไม่คิดดูแคลนคุณหนูเลย เพียงสงสัยว่า... ไยวันนี้คุณหนูคารมคมคาย พูดจามากความนัก”
“หยุดพูดจาไร้สาระให้ข้าสบายหูสักวันเถิดลูกสาว เจ้าอย่าลืม... เอาตะกร้ายาไปส่งแม่ทัพเจี้ยนหยู่[1]ด้วย”
“ท่านแม่ทัพ!” คุณหนูรองทำเสียงดังไปถึงด้านนอก นางดีใจออกนอกหน้า เมื่อความทรงจำแล่นไหลเข้ามาในหัวราวสายน้ำ นางเร่งเร้าสมุนไพรจากบิดา “เร็วเข้าท่านพ่อ ข้าจะรีบนำสมุนไพรไปส่งแม่ทัพเจี้ยนหยู่!”
----------------
ตัวประกอบผู้นี้เป็นเหตุให้เหม่ยฉีบริภาษนางเอกของเรื่องว่าแสนโง่เง่า มีตาหามีแววไม่ นางหลั่งน้ำตาด้วยความเคียดแค้นชิงชังนักเขียนไร้สติ นางเศร้าเสียใจแทนแม่ทัพเจี้ยนหยู่ผู้ยอมพลีชีพเพื่อคุ้มกันภัยเยว่ฉี แม้กระทั่งตอนจบของนิยายเล่มนี้ เขาก็ยังต้องตายเพื่ออุดมการณ์ของนาง
แรกเริ่มการเดินเรื่องราวของนักเขียนก็ดี ไป ๆ มา ๆ ดิ่งลงเหว แม้แต่นางรองให้คู่กันกับท่านแม่ทัพสักคน ก็เห็นจะไม่ปรากฏ เขาใช้ชีวิตประหนึ่งปีศาจผู้ถือดาบสังหารภายใต้พระบรมราชโองการ กินนอนบนดินทราย ถูกตราหน้าว่าเป็นนักฆ่าผู้น่าสะพรึงกลัว สูบวิญญาณคนตายแทนอาหาร เขามีเพียงความรักจากเยว่ฉีปลอบประโลมใจ เป็นบุรุษผู้น่าสงสารในสายตานาง
ไม่ใช่ในสายตาของคุณหนูรอง...
ไม่ใช่ในมุมมองของนักเขียนเลือดเย็นนั่นด้วย!
“ข้านำยามาให้แม่ทัพเจี้ยน หลีกทาง...”
“ขอรับคุณหนู”
ทหารด้านหน้ากระโจมก้มคำนับ ขยับตัวรวดเร็วโดยไม่ตรวจสอบนาง
การพูดจาในเชิงออกคำสั่งผ่านแววตาเยือกเย็นมีเพียงคุณหนูเยว่ฉี นางเชิดหน้าถือตะกร้ายามาส่งท่านแม่ทัพ นับตั้งแต่ผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเป็นต้นมา
[1] 剑雨 Jiànyǔ
คุณหนูเล็กแก้แค้นอย่างสาแก่ใจนางแล้ว เข้าห้องไปดูแลสามีที่นอนหลับ ๆ ตื่น ๆ บนฟูกแม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่ออกไปกระโจมร่วมอาทิตย์ เขานอนพักฟื้นโดยมีหมอหลวงเข้ามาดูอาการ เมื่อไรที่เขาตื่นจากการหมดสติไปเพราะฤทธิ์ยา บ่าวรับใช้จะรีบไปตามฮูหยินเพราะเขาเอาแต่เรียกนาง จะให้ป้อนยาลูกเดียวเหมือนคนพิการไร้มือเท้า กระทั่งฮ่องเต้เสด็จมาเยี่ยมเจี้ยนหยู่ตัดสินใจเล่าเรื่องการหลับไปของเหม่ยฉีว่านางตั้งครรภ์ปีศาจจึงสูญเสียพลัง นางกลับไปยังโลกของนาง หลังจากที่ปรึกษากับนางแล้วเผื่อวันใดสามีไปออกรบ ที่พึ่งจวนแม่ทัพย่อมเป็นองค์ฮ่องเต้คอยคุ้มกะลาหัว นางเองก็ไม่อยากปิดบังสหายคนสำคัญ ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกัน หากไม่มีนาง องค์ชายสิบสามไม่มีวันได้เป็นฮ่องเต้ บัดนี้พระองค์มีอำนาจล้นฟ้า ทรงปกป้องตระกูลแม่ทัพไป๋ ไม่มีใครกล้ารังแก“ข้าก็ว่าแล้ว สงสัยนางอยู่ตั้งนาน ไยนางกลับไปกลับมาราวกับว่าเป็นคนละคน”ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไรที่ฝ่าบาททรงข้องพระทัย พระองค์ไม่ถือสา ทรงเรียกขันทีที่ติดตามมามอบยารักษาโรคราคาแพง โสมป่า สมุนไพรล้ำค่าที่มีเพียงสองชิ้นในต้าเหลียง ก่อนตรัสลาสองสามีภรรยาบนฟูกนอน “ข้ากลับวังดีกว่า ไม่รบกวนพวกเจ้า ดู
วันต่อมากลุ่มผู้บุกรุกที่มีทั้งอาวุโสตระกูลหยางตระกูลจาง เสนาบดีตระกูลเจา ทยอยกันมาขอขมาท่านแม่ทัพ เสนาบดีกรมอาญานำสัญญาเก่ามามอบให้ฮูหยินแต่โดยดี โดยไม่รอให้ถึงพระกรรณฝ่าบาท“แม่ทัพเจี้ยนหยู่ไม่มีความคิดที่จะทำร้ายชาวเมืองต้าเหลียง เขาไม่เคยระรานใคร แม้แต่ผู้ใหญ่ในราชสำนัก ก็ใช่ว่าพวกท่านจะมาล้ำเส้นได้”ฮูหยินแต่งกายด้วยชุดสีขาวชาด เครื่องผมสง่างามสมฐานะ เจรจากับผู้มาเยือนแทนสามีในห้องรับรองกว้างขวาง เรียกสาวใช้ยกชาเข้ามาต้อนรับผู้ใหญ่แทบทั้งวันแม้แต่ไทเฮาก็เสด็จมาเยี่ยมเยียนท่านแม่ทัพและบุตรีสกุลแพทย์หลวงคนสำคัญของราชสำนัก จะมีผู้สูงศักดิ์สักกี่คนในต้าเหลียงที่มีอิทธิพลถึงขั้นทำให้ไทเฮาเสด็จมาด้วยพระองค์เองได้ ข่าวแพร่กระจายไปทั่วเมืองแล้ว ชื่อเสียงของจวนแม่ทัพได้รับการกอบกู้กลับมา“...ข้าพักผ่อนเงียบ ๆ ในจวนอยู่หลายวันเพราะตั้งครรภ์ หาได้เป็นเช่นข่าวลือไม่ ระยะนี้ข้าไม่สะดวกต้อนรับแขก หวังว่าข้าจะไม่ได้ยินเรื่องไม่ดีจากพวกท่านหรือใครอีก”“ผู้ใหญ่ก็แค่เป็นห่วงเจ้า เกิดเจ้าถูกปีศาจทำร้ายขึ้นมา บ้านเราพอจะรู้จักนักพรตอยู่บ้าง เยว่ฉี เจ้าไม่เชื่อฟังผู้ใหญ่ แต่งงานกับปีศาจไม่พอ ยังมีสั
เพราะนางไม่มีตรีเนตรเหมือนสามี จำต้องตามกลิ่นไอปีศาจเบาบางจากเรือนทิศประจิมไป กว่าจะพบซากงูเผือกใกล้ตาย กำลังถูกรุมกัดกินจากแมลงปีศาจตัวเล็ก ๆ ร่างแน่นิ่งนั้นบริเวณปลายหางล่องลอยเป็นเถ้าควัน“เจ้างูน้อย!” นางพุ่งเข้าไปโดยสัญชาตญาณ ใช้ฝ่ามือขวากำจัดกลุ่มพลังหยินบนผืนหญ้า พวกมันกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมานแล้วหายไป “ไม่ต้องกลัว... เจ้างูน้อย ข้าอยู่นี่... ข้ามาแล้ว ข้ามาหาเจ้าแล้ว” ในน้ำเสียงสั่นเครือ อุ้งมือสั่นเทาคว้าร่างโชกเลือดขึ้นโอบประคองในอ้อมแขน นางก้มมองหางอสรพิษมีร่องรอยของการกัดกิน เกล็ดหลุดร่วงเห็นเป็นชิ้นเนื้อสดด้านใน สภาพเหมือนปลาที่โดนแล่เนื้อนางจำเขาได้!ในหลายค่ำคืนนางเฝ้าฝันถึงเจ้างูน้อยกลายเป็นบุรุษรูปงาม มีร่างกายเป็นครึ่งอสรพิษ นางเรียกเขาสามี ร่วมสัมพันธ์กับเขาอย่างเร่าร้อน ก่อนที่ความทรงจำเสี้ยวส่วนหนึ่งจะหวนคืนตอนนางลืมตาตื่นในโลกนี้เหม่ยฉีกัดริมฝีปากแรงจนเป็นห้อเลือด หัวใจของนางเจ็บปวดราวเข็มสักพันเล่มทิ่มแทง หยาดน้ำตาพรั่งพรูบนแก้มทั้งสองไม่ขาดสาย นางผายฝ่ามือเรียกไอปีศาจจำนวนมาก เพื่อรักษาชีวิตอสรพิษบนผืนหญ้า ด้วยพลังของนางย่อมไม่มากเกินกำลัง ชั่วอึดใจเดียว นัยน
หากท่านหมอเทวดาไท่ซือจิ่วเอ่ยปากคำเดียว ใครก็เกรงใจ วันนี้ถือว่าโชคไม่เข้าข้าง พอท่านหมอมาเยี่ยมบุตรสาวแล้วออกไปทำธุระ พวกขุนนางและอาวุโสก็มารวมตัว แถมพาชาวบ้านมาด้วยจำนวนหนึ่ง ต่างคนกร่นด่าประณามแม่ทัพปีศาจว่าทำร้ายฮูหยินตนทั้งเสนาบดีตระกูลจ้าวผู้ถืออำนาจใหญ่ในราชสำนัก เดิมไม่ชอบหน้าแม่ทัพเจี้ยนหยู่ผู้เป็นที่โปรดปรานของฮ่องเต้ หวังยึดตราแม่ทัพกองทหารต้าเจียงจวิน เสนาบดีตระกูลเจาซึ่งมีบุตรชายอย่างคุณชายกู่หย่ง ตามขอยาสมุนไพรจากตระกูลหยางเพราะแอบชอบคุณหนูรองมานาน ไม่ถือสาว่าฮูหยินท่านแม่ทัพจะเป็นแม่ม่าย เขาจะมาสู่ขอนางทันทีที่สามีตายหรือหย่าขาดกันแน่ ยังมีเสนาบดีกรมคลัง ฮูหยินใหญ่ซึ่งเคยถูกจับโยนเข้าคุกเชลยหลังจวนแม่ทัพครั้งหนึ่ง ไม่รอช้าที่จะมาแก้แค้น!อสรพิษซ่อนเร้นกายอยู่ในพุ่มไม้ข้างประตูห้องนอนใหญ่ในท่าทีเฝ้าระวัง ด้วยเกรงว่าผู้คนจะพังประตูจวนเข้าไปรบกวนฮูหยินที่นอนหลับสนิท ถึงแม้ว่าด้านหน้าจวนจะมีทหารเฝ้ายามอยู่นับสิบ“คุณหนูรองถูกปีศาจกลืนวิญญาณไปแน่ ครอบครัวทหารของพวกท่านก็เคยได้รับยารักษาจากท่านหมอตระกูลหยาง ไม่สำนึกบุญคุณนางเลยหรือไร ท่านควรหลีกทางให้พวกเราเข้าไปตรวจสอบ”“ไร
ไท่ซือจิ่วให้เวลาบุตรเขยสามวัน เพื่อให้ตนเหลือเวลาอีกสี่วันในการพาบุตรสาวกลับมา หากแม่ทัพปีศาจผู้นี้เกิดไร้ประโยชน์ขึ้นมาจริง ๆท่านหมอขี่อาชาขาวสง่าตัวโปรดของบุตรสาวเดินเหยาะ ๆ ข้างรถม้าที่มีคุณชายน้อยตระกูลหยางและท่านยายของเขา สาวใช้อีกหนึ่งคนช่วยดูแลของสำคัญที่ซื้อมาเต็มคันรถ ในรถม้ามีกันสามคน ด้านนอกมีองครักษ์ประจำเรือนหมอหลวงอีกสาม‘ไยท่านหมอเข้มงวดกับลูกเขยเสียเหลือเกิน มีอะไรที่ข้าพอจะช่วยได้หรือไม่?’‘เรื่องนี้ไม่เกินกำลังท่านแม่ทัพ ที่ท่านหมอดุว่าก็เพื่อให้เขามีความตั้งใจ คุณหนูอย่าได้เป็นกังวล ข้าอยู่กับพวกเขามานาน รู้นิสัยผู้คนในตระกูลดี’‘ข้ามิใช่คุณหนูตระกูลลู่แล้ว เจ้าเรียกข้านางเจียงหรือพี่สาวเถิด อย่าถือข้าเป็นผู้สูงศักดิ์อีกเลย’‘เช่นนั้นเรามาเป็นมิตรที่ดีต่อกัน เจ้าแซ่เจียง ข้าแซ่เฉียน พี่สาวสกุลเจียง ถึงข้าเป็นบ่าว แต่คุณหนูเล็กของข้าแสนดีเหลือเกิน คุณหนูดูแลพวกข้าประหนึ่งญาติสนิท กินข้าวร่วมโต๊ะเป็นประจำ หากพี่สาวมีเรื่องไม่สบายใจขอให้บอกข้า ไม่ต้องกลัวว่าใครจะรังแกคุณชายน้อย’‘คุณหนูเล็ก? เจ้าหมายถึงคุณหนูรองหรือน้องสาว’‘ท่านยายของข้านี่นะ ข้าบอกไปตั้งหลายครั้งแล
สีหน้าระทมทุกข์ของแม่ทัพใหญ่ทำเอาพ่อตากำหมัดแน่น ไม่รู้อะไรนักหนา! ลูกเขยแก้ตัวว่าคิดจะสังหารนางด้วยน้ำยาชนิดหนึ่งในห้องน้ำ หากใส่ลงไปในชามบะหมี่ของนาง คงเสียชีวิตในทันที แต่พอนางทำบะหมี่ในถ้วยกระดาษให้เขาชิม มันอร่อยมากเสียจนศีรษะงูจมลงไปถึงก้นถ้วย นางหัวเราะเสียงดังว่าเขาเป็นงูประหลาด กินอาหารคนได้ นางกอดเขา จูบแก้มงูของเขา นางยิ้ม นางมองเขาด้วยแววตาเอ็นดู หัวใจสามีก็เหลวละลาย ท่านหมอเคยมีภรรยาที่รักยิ่ง ควรจะเข้าใจ“น้ำยาล้างห้องน้ำไม่ใช่ยาพิษ ทำไมท่านไม่ลองดู”“หากมิใช่ยาพิษ... เหตุใดกลืนลงท้องเพียงนิดเดียวจึงแสบร้อน ข้าทดลองดูก่อนจะนำไปใช้กับนาง ดันปวดท้องเกือบตายเพราะพิษไส้ขาด แต่หมอเทวดาที่นั่นเก่งฉกาจสมคำเล่าลือของอามู่ พวกเขาเอามีดผ่าท้องข้า ล้างไส้ข้าแล้วเย็บกลับที่เดิมได้...”เป็นงูทั่วไปคงตายไปแล้ว! วันนั้นเจ้าของงูจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปจนหมด ในที่สุดนางก็ตัดสินใจลงประกาศขายสัตว์เลี้ยงตัวโปรดเจี้ยนหยู่รู้สึกเจ็บในอก นอกเสียจากรู้สึกผิดที่เป็นภาระนาง ทำให้นางต้องทำงานหนักขึ้น เขายังคิดสังหารนาง แถมใช่วิธีเดียวเสียเมื่อไรครั้นจะผลักนางตกบันได ศีรษะกระแทกกับพื้นปูน ร่างกายหัก







