Masuk...ใครเขาจับแมวอาบน้ำยะ! ไม่รู้หรือไงว่าแมวไม่ชอบน้ำตาบ้า!! ไม่เคยเลี้ยงแล้วอยากจะเลี้ยงทำไมเนี่ย!!...ลำบากแมวอย่างข้าจริงๆ!!...
นิลมณีพยายามเดินหนีพลางร้องเหมียวๆไปตลอดทางที่เดิน นั่นคือเสียงบ่นของเธอที่พอจะทำได้เท่านั้น เธอเดินเตาะแตะไปยังหน้าประตูพร้อมกับร้องเสียงแมวขึ้น แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่ได้สนใจเสียงร้องของเธอจนเธอต้องหันหลังกลับไปทางเขา
เหมี๊ยววววว!!!
ร้องเสียงหลงเมื่อชายหนุ่มรูปงามกำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองแทบจะทุกชิ้น และตอนนี้กำลังจะถอดบ็อกเซอร์แบรนด์หรูออก แต่เพราะเสียงของเธอที่ร้องดังขึ้นทำให้เขาชะงักแล้วมองไปยังเจ้าเหมียวนั้นด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง
“เป็นอะไรของเธอ อาบน้ำแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ได้ออกไปแล้วมาอาบน้ำก่อน” พูดแล้วก็ถอดกางเกงบ็อกเซอร์ออกจนไม่หลงเหลือเสื้อผ้าอาภรณ์อยู่บนเรือนร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นเลย นิลมณีหันกลับไปยังหน้าประตูแทบไม่ทันและไม่ยอมหันไปทางเขาซ้ำยังไม่ร้องออกมาสักแอะ นั่งแช่แน่นิ่งอยู่หน้าประตูตัวแข็งไม่กล้าขยับ ในหัวนี่คิดคำกร่นด่าชายหนุ่มไม่ทันแล้วไม่รู้ว่าจะด่ายังไงดี
“มานี่” ไม่พูดเปล่า เขาเดินโทงเทงไปอุ้มเจ้าเหมียวตัวน้อยนั้นขึ้นแม้ว่ามันจะร้องเสียงดังแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจ ก่อนจะพามันไปยังฝักบัวเปิดน้ำแล้วเอามือที่เปียกชุ่มน้ำมาลูบมันอย่างเบามือ นิลมณีทั้งร้องทั้งดิ้นอยู่ในมือหนาของเขาราวกับกำลังโดนลวนลามอย่างไรอย่างนั้น เมื่อมือของเขาลูบประปรายไปทั่วร่างแมวของเธอก็ยิ่งทำให้เธอดิ้น
“อย่าดิ้น เดี๋ยวน้ำเข้าตา” ยังคงเอ่ยขึ้นเสียงเรียบใบหน้านิ่งเฉยและจัดการอาบน้ำให้แมวเหมียวตัวน้อยนั้น นิลมณีจะดิ้นมากก็ไม่ได้กลัวว่าสายตาจะไปปะทะสิ่งที่ไม่ควรมอง เท้าเล็กๆจึงทำได้เพียงกวัดแกว่งไปมากลางอากาศเพราะตัวถูกเขาอุ้มอาบน้ำอยู่ เธอทำได้แค่ตัวสั่นงันงกอยู่ในมือของเขานิ่งๆ
...พอแล้ว ฮึ่ย...บอกให้พอไงเจ้ามนุษย์!... ร้องเหมียวๆอยู่ในมือทั้งที่ตัวสั่นเทิ่ม อุณหภูมิของน้ำทำให้ร่างกายเล็กนี้หนาวสั่นจนคุมร่างกายไม่ได้ นิลมณีได้แต่หลับตานิ่งก่อนจะรู้สึกถึงความอุ่นจากผ้าขนหนูที่เขาคว้ามาพันรอบกายของเธอเอาไว้
“รอตรงนี้ก่อนนะ ขออาบน้ำก่อน” ดีนพูดพร้อมกับวางเธอไว้ตรงเคาน์เตอร์หน้ากระจกในห้องน้ำ แล้วหันไปอาบน้ำอาบท่าอย่างอารมณ์ดี นิลมณีในร่างแมวเหมียวนั่งขดหันหลังให้เขาอย่างหัวเสีย แต่ก็อดไม่ได้ที่แอบเหลียวหลังไปมองชายหนุ่มที่กำลังอาบน้ำอยู่ สายตาไล่มองเรือนร่างที่น่าหลงใหลของเขาก่อนจะรีบหยุดสายตาตัวเองไว้เมื่อมันเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆแล้วหันกลับไปนอนขดตัวดังเดิม
เจ้าแมวสีดำสนิทที่มีความคิดความอ่านนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแมวธรรมดาอย่างที่ชายหนุ่มคิด แมวน้อยเพศเมียจอมหยิ่งตัวนี้มาพร้อมกับความมืด ตามตำนานเคยบ่งบอกความเชื่อเรื่องแมวดำไว้หลายตำนานและเป็นตำนานที่ไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่ ผู้คนมักจะกลัวแมวดำกันเสียส่วนใหญ่ แต่เนื่องจากว่ายุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้ความเชื่อนี้จางหายไป
ตั้งแต่นิลมณีมายังโลกมนุษย์เพียงแค่วันแรก ชายหนุ่มที่ชื่อว่าดีนก็ทำให้เธอรู้สึกอับอายขายขี้หน้าจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี จะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าราชินีปีศาจอย่างเธอต้องมาเจออะไรแบบนี้ในโลกมนุษย์ ไม่อย่างนั้นคงไม่เป็นที่น่านับถืออีกต่อไป ความน่าเกรงขามในตัวเธอก็จะกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับภูตผีระดับล่างแน่ๆ
.
ในโลกนี้มีความเชื่ออยู่หลายความเชื่อ ไสยศาสตร์ ต่างๆมากมายและแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ไม่มีใครรู้ว่าโลกอีกโลกหนึ่งที่ผู้คนเรียกว่าขุมนรก สรวงสรรค์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือแม้แต่ภูตผีปีศาจมีอยู่จริงหรือไม่ ยิ่งยุคสมัยเปลี่ยนไปมากเท่าไหร่ความเชื่อเรื่องเล่านี้ก็ยิ่งลดน้อยลง
บนโลกนี้มีอีกมิติหนึ่งที่ทับซ้อนและอาศัยอยู่กับมนุษย์ วิญญาณ ปีศาจ บางกลุ่มที่ยังไม่ถูกพิพากษาจากผู้คุมวิญญาณหรือกำลังหลบหนีอยู่ต่างใช้ชีวิตล่องลอยแทรกแซงอยู่กับมนุษย์ทั่วทุกมุมโลก ปีศาจที่ผู้คนมักมองไม่เห็นและหลบซ่อนในป่าลึกกลางหุบเขาต่างๆ แบ่งกันเป็นเหล่าเป็นกอของแต่ละพื้นที่ และแน่นอนว่าเมื่อมีเหล่าปีศาจมากมายเป็นสังคมก็ต้องมีผู้ที่อยู่เหนือปีศาจเหล่านั้น...
เจ้าสีนิลที่ชายหนุ่มรับมาเลี้ยงเพียงเพราะคิดว่าเป็นเจ้าแมวน้อยที่ได้รับบาดเจ็บ เพราะร่างกายมีบาดแผลเปรอะเปื้อนมอมแมมจนเขาเรียกว่าเจ้าแมวขี้เรื้อนนั้นกลับไม่แมวธรรมดาเช่นกัน เธอมีความคิด ความรู้สึก และ...ร่างมนุษย์หญิงสาว เพียงแต่ในตอนนี้เธอไม่สามารถแปลงกายได้...
...ข้าต้องหาจอมปีศาจให้เจอ...
นิลมณีนั่งคิดและเลียขนตัวเองไปมาตามนิสัยแมวอย่างเลี่ยงไม่ได้ ก่อนที่ชายหนุ่มจะออกมาจากห้องน้ำและนำเธอในร่างแมวนั้นมาเป่าจนแห้งสนิท คอยดูอาการที่เซื่องซึมเอาแต่นอนของเจ้าแมวน้อยก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริง
“ไปโดนอะไรมากันล่ะเนี่ย...” เขาพูดพลางมองสำรวจร่างกายของเจ้าแมวเหมียวตัวน้อย นิลมณีที่นอนซบขาหน้าของตัวเองอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองเขา
...ก็บาดเจ็บน่ะสิถามได้...เพราะนังปีศาจนั่นแท้ๆ...
แม้เธอจะตอบออกไปก็ยังคงเป็นเพียงเสียงร้องเหมียวๆเหมือนแมวทั่วไป และแน่นอนว่าเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอกำลังจะสื่อสาร เธอจึงกลับลงไปนอนซบที่ขาหน้าของตัวเองตามเดิม
ดีนมองท่าทางที่เชิดหยิ่งของเจ้าแมวที่เขาเก็บมาเลี้ยงก็ถอนหายใจ เขาคิดว่าอาจจะเป็นเพราะแมวยังไม่ไว้ใจถึงได้ไม่ยอมมาอ้อนคลอเคลียเขา แต่ไม่ว่ามองดูยังไงเจ้าแมวตัวนี้ก็ไม่เหมือนกับแมวทั่วไป แม้ว่ามันจะดูเป็นแมวดำธรรมดาๆตัวหนึ่ง เขากลับรู้สึกแปลกๆทุกครั้งที่มองมัน
“เจ้าสีนิล...เธอเชื่อไหมว่าโบราณเขาถือ...หากใครเลี้ยงแมวดำจะนำพาความโชคร้ายมาให้ โบราณเขาบอกว่าเป็นแมวปีศาจ...”
...ก็ปีศาจจริงๆนี่ เจ้ามันโง่เองเจ้ามนุษย์ที่มองไม่ออกว่าข้าคือปีศาจน่ะ...ข้าคือจอมปีศาจเลยนะ...
“เธอโชคดีนะที่เจอฉัน และฉันไม่เชื่อเรื่องแบบนี้...” ดีนเอ่ยพลางนั่งลูบหัวเจ้าแมวน้อยเบาๆ สีหน้าเรียบนิ่งของเขาในตอนนี้กลับยิ้มออกมาบางๆ สายตาคมมองเจ้าแมวน้อยอย่างเอ็นดู
นิลมณีเหลือบสายตาแมวของเธอมองใบหน้าของเขานิ่ง...นานแค่ไหนแล้วนะที่เธอไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้...ตลอดเวลาที่อยู่ในโลกปีศาจนนั้นเธอเคยเจอแต่สายตาดูแคลนและไร้การยอมรับจากปีศาจที่น่าเกรงขามเช่น เสือ สิงฆ์ ยักษา หมาป่า...เพียงเพราะเธอเป็นแมว...
พลางนึกย้อนไปถึงวันที่เธอลำบากอย่างที่สุด...เธอเกิดมามีเพียงแม่แมวก่อนที่แม่แมวนั้นจะดับสิ้นสลายไปตามอายุขัยของคำสาป ทิ้งเพียงเจ้าแมวตัวน้อยให้โดดเดี่ยวอยู่ในโลกที่น่ากลัว...
“มองฉันตาแป๋วเชียวนะ...ซึ้งใจล่ะสิ”
...ชิ! เจ้ามนุษย์นี่น่าหงุดหงิดชะมัด...
คิดในใจพลางเชิดหน้าหนีไปทางอื่น ดีนเห็นอย่างนั้นถึงกับขมวดคิ้วจ้องมองท่าทีของเจ้าแมวน้อยที่เขาพึ่งเก็บมาเลี้ยงอย่างนึกสงสัย ที่มันทำตัวเหมือนกับว่าฟังเขารู้เรื่องอย่างไรอย่างนั้น แต่ท่าทางของมันดูอิดโรย...เขามองดูแผลบนตัวของมันก็นึกสงสาร...อาจจะโดนทำร้ายมาหรือว่าอาจจะโดนสัตว์ใหญ่กัดมาก็ได้...
“เธอนี่น่าสงสารนะ...ฉันไม่รู้หรอกว่าเธอไปโดนอะไรมา แต่ไม่ต้องห่วงฉันจะดูแลเธอเป็นอย่างดี”
ดีนเอ่ยก่อนจะอุ้มเจ้าแมวน้อยนั้นไปนอนบนโซฟาพร้อมกับนำเสื้อผ้าที่เขาไม่ค่อยได้ใส่มารองให้นุ่มขึ้น วางเจ้าสีนิลลงบนกองผ้านั้นอย่างเบามือและมันก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนเหมือนที่พาไปอาบน้ำเลยสักนิด
เขาคิดว่าเขาคงต้องเฝ้าดูมันอย่างใกล้ชิด จากสภาพแล้วก็ค่อนข้างน่าเป็นห่วงอยู่ไม่น้อย แต่ดูเหมือนเจ้าสีนิลนั้นจะใจสู้พอสมควรถึงได้ยังมีชีวิตอยู่ทั้งที่บาดเจ็บ
ดีนยังคงไม่ไปไหนและยังคงนั่งลูบหัวเจ้าสีนิลที่หลับพริ้มอยู่บนกองผ้าอย่างเงียบๆ จนเขาเองก็เผลอหลับไปบนโซฟาข้างเจ้าแมวน้อยตัวนั้นโดยไม่รู้ตัว
บรรยากาศในโต๊ะอาหารค่ำวันนี้ดูเงียบสงบกว่าปกติ แสงไฟสีวอร์มไวท์ในห้องอาหารขับเน้นใบหน้าสวยซึ้งของนิลมณีให้ดูหม่นเศร้าจนคนมองใจหาย ดีนนั่งนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาแสร้งทำเป็นตัดสเต็กในจานไปเรื่อยๆ แต่สายตาคมกริบกลับลอบสังเกตทุกอากัปกิริยาของหญิงสาวภาพเมื่อช่วงบ่ายที่เขาเห็นผ่านหน้าต่างห้องทำงานยังติดตา... นิลมณีไม่ได้ยืนรดน้ำต้นไม้ธรรมดาอย่างที่เธอบอก แต่เธอยืนอยู่ท่ามกลางเงาดำประหลาด และเขาเห็นชัดเจนว่าเธอเหมือนกำลังโต้เถียงกับ 'อะไรบางอย่าง' ที่ไร้ตัวตน"สเต็กไม่อร่อยเหรอ?" ดีนถามทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่แฝงไว้ด้วยการจับผิดนิลมณีสะดุ้งเล็กน้อย รวบช้อนส้อมลง "อร่อยค่ะ... นิลแค่... อิ่มเร็วนิดหน่อย"ดีนวางมีดลง กระดกไวน์แดงขึ้นจิบก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอำพันของคู่สนทนา "นิล... ตั้งแต่เราสู้กับฮู่ลี่เสร็จ คุณมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกผมหรือเปล่า? อย่างเช่น... เรื่องของมิติปีศาจ หรือกฎเกณฑ์อะไรที่คุณต้องแลกมาเพื่อที่จะ
“ถ้าอยากรู้เรื่องมากกว่านี้ก็แวะมาที่เรือนกู” สิ้นเสียงของชายในชุดนักรบเหมือนท่านขุน ใบหน้าเหมือนเพื่อนของเขา ร่างนั้นก็หายไปเหลือไว้เพียงแต่แสงสีส้มระยิบระยับเหมือนหิ่งห้อย“นี่มันอะไรกันวะ” ดีนเริ่มหน้าเสีย เมื่อภาพตรงหน้ามันบ่งบอกชัดเจนว่าเพื่อนคนสนิทไม่ใช่มนุษย์ ก่อนที่เขาจะหันไปทางนิลมณีซึ่งเธอจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว“อย่าบอกนะว่าคุณรู้อยู่แล้ว” เขาเอ่ยถาม“ค่ะ...ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอคุณอัคคีแล้ว” เธอตอบ“แล้วทำไมไม่บอกผมตั้งแต่แรกว่าเพื่อนผมเป็นผี”“ขนาดตอนนี้ที่พลังปีศาจไหลเวียนอยู่ในตัว คุณยังกลัวเลย...แล้วถ้าเป็นตอนนั้นจะไม่เสียสติเลยหรือคะ” นิลมณีพูดอย่างยิ้มๆ ทำเอาดีนถึงกลับกลืนน้ำลายลงคอ เพราะมันก็เป็นอย่างที่เธอพูดจริงๆ ถ้ารู้ตอนนนั้นเขาคงแย่แน่ๆ“เอาเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยไปถามไอ้อัคคี...ไม่สิ ต้องเรียกว่ายังไงล่ะ” ดีนเริ่มไม่แน่ใจสรรพนามที่ต้องใช้เรียกเพื่อนของตัวเอง “เอาเป็นว่าตอนนี้เราพักผ่อนกันก่อนดีกว่า”จบการสนทนาด้วยการที่ดีนพูดแบบนั้นก่อนที่ทั้งสองจะแยกย้ายกันไปอาบน้ำอาบท่าเพื่อเตรียมตัวพักผ่อน ในเมื่อเธอต้องลงมาอยู่ในโลกมนุษย์แล้วก็ยังคงต้องทำหน้าทีทุกวันคือเป็น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักสุดหรูของดีน มันควรจะเป็นเช้าที่สดใสที่สุดหลังจากศึกหนักกับปีศาจจิ้งจอกจบลง แต่นิลมณีที่ตื่นขึ้นมาก่อนกลับรู้สึกว่าแสงแดดนั้นช่างบาดลึกเข้าไปในความทรงจำเธอขยับตัวเข้าไปซุกในอ้อมกอดของดีนที่ยังหลับใหล ลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอของเขาคือทำนองเพลงที่เธออยากฟังไปชั่วชีวิต มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสโครงหน้าคมสัน ไล่ตั้งแต่คิ้วหนา จมูกโด่ง จนถึงริมฝีปากที่เคยก่นด่าเธอสารพัดแต่ก็เป็นปากเดียวกันนี้ที่พร่ำบอกรักเธอ"ถ้าข้าพาเจ้าลงไปอยู่ใต้มิติพิภพด้วยกันได้...ข้าคงทำไปแล้ว" นิลมณีพึมพำเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "แต่หัวใจมนุษย์ของเจ้า คงมิอาจทนทานความเย็นเยียบในเมืองปีศาจได้แม้แต่ราตรีเดียว"ดีนเริ่มขยับตัว ลืมตาขึ้นมาเห็นดวงตาสีอำพันที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว เขาเผลอยิ้มออกมา เป็นยิ้มที่หาดูได้ยากจากผู้ชายขี้เก๊กคนนี้"อรุณสวัสดิ์... วันนี้ตื่นก่อนผมเหรอ ยัยแมวผี" เขาใช้เสียงงัวเงียขยี้หัวเธอเล่น "มองหน้าผมแบบนี้ คิดแผนจะแกล้งอะไรอีก หรือว่าหิว?""นิลไม่ได้หิว... นิลแค่อยากมองหน้าคุณ" เธอไม่สวนกลับด้วยคำพูดร้ายๆ เหมือนทุกที แต่น้ำเสียงกลับหวานจน
ทุกอย่างเหมือนกับว่ากำลังจะจบลงด้วยดีและยังมีเรื่องราวใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเช่นกัน จุดจบของบางสิ่งเพื่อเริ่มต้นบางอย่าง... บรรยากาศภายในรถครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะของลุงเพิ่มและดีนที่พูดคุยล้อเล่นกันไปมาตามประสาผู้ชาย อาจจะเป็นเพราะหมดเรื่องที่ทำให้หนักใจไปแล้ว นิลมณีได้แต่นั่งมองดีนพร้อมรอยยิ้มบางๆ เธอไม่คิดเหมือนกันว่าสุดท้ายราชินีปีศาจอย่างเธอจะต้องมาใช้ชีวิตอยู่กับเขาที่โลกมนุษย์ แต่ก็ใช่ว่าเธอจะทิ้งโลกปีศาจที่ตัวเองปกครองอยู่เพียงแค่อาจจะต้องไปๆมาๆ“พูดตามตรงว่าผมนี่มันดวงซวยเหมือนกันนะ” ดีนพูดอย่างยิ้มพร้อมหันไปมองนิลมณี “รอดจากนางปีศาจจิ้งจอกมาได้ก็จริง แต่ต้องมาเห็นผีเนี่ยสิน่าคิดหนัก” เขาพุดต่อ“นั่นสิ...” นิลมณีพูดพร้อมยกยิ้มก่อยนจะหันหน้าออกนอกกระจกรถ “แต่ก็ดีกว่าเหลือตัวคนเดียวนะคะ อย่างน้อยฉันก็อยู่ข้างๆคุณ”
ความมืดค่อย ๆ จางลง...แทนที่ด้วยแสงนวลสีเงินที่ส่องลอดผ่านม่านหมอกจาง ๆ อากาศอบอุ่นอย่างประหลาด คล้ายฤดูใบไม้ร่วงในโลกมนุษย์แต่กลับมีกลิ่นลมปีศาจเจืออยู่จาง ๆ นั่นคือสิ่งที่นิลมณีสร้างขึ้นเธอต้องการจบเรื่องนี้ให้มันเร็วที่สุด ทั้งเรื่องของเธอและเขาเสียงระลอกคลื่นกระทบฝั่งเบา ๆ ดังอยู่ไกล ๆดีนลืมตาขึ้นช้า ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิวไร้น้ำหนักเขานอนอยู่บนผืนน้ำที่นิ่งสนิทราวกับกระจก แต่เมื่อขยับตัวจึงรู้ว่าพื้นที่รองรับเขาไม่ใช่น้ำ หากเป็น แสง แสงสีเทาเงินที่ไหลวนช้า ๆ เหมือนสิ่งมีชีวิต“ที่นี่...ที่ไหน...” เขาพึมพำ“ระหว่างโลกของคุณ...กับของฉัน” เสียงหวานแผ่วลอยมาตามลม ดีนหันไปเห็นหญิงสาวในชุดสีดำยาวพลิ้ว ดวงตาสีเหลืองสะท้อนแสงราวกับดวงดาวกลางรัตติกาล นิลมณี กำลังยืนอยู่บนผืนน้ำแสงเช่นเดียวกับเขา“ผม...ยังไม่ตายสินะ” เขายิ้มแผ่ว ๆ“คุณไม่ตาย เพราะฉันดึงคุณมาที่นี่ก่อนที่พลังของฮู่ลี่จะกลืนไปหมด” เธอตอบด้วยเสียงสงบ แต
“นิลมณี...” เสียงของเขาแผ่วเบา ราวกับลมหายใจที่หลุดจากอกอย่างยากเย็นร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิทย่างก้าวออกมาจากหมู่ปีศาจที่แหวกทางให้ เส้นผมดำยาวสะบัดตามแรงลม ดวงตาสีมรกตคมลึกจับจ้องชายตรงหน้า ไม่ใช่ด้วยความโกรธ แต่เป็นสายตาของความรัก สายที่บ่งบอกว่าจำต้องเผชิญหน้าในสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้“ดีน...” เธอเรียกชื่อเขาเบาๆ เสียงนั้นทำให้หัวใจของชายหนุ่มแทบหยุดเต้น“เธอ...เป็นปีศาจจริงๆงั้นเหรอ” คำถามที่เปล่งออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ มีทั้งความผิดหวังและไม่อยากเชื่อผสมอยู่นิลมณีไม่ได้ตอบในทันที เธอเพียงก้าวเข้าไปทีละก้าว ฝ่าฝูงปีศาจที่ยังคงยืนจ้องมองอย่างระแวดระวัง เพราะทุกตนต่างรู้ดีว่านางแมวผู้ถูกขนานนามว่า ราชินีปีศาจ นั้น ไม่ใช่ปีศาจธรรมดา“ฉันไม่เคยคิดจะปิดบัง...” เธอพูดในที่สุด “แต่ฉันรู้ว่าคุณจะรับมันไม่ได้ โลกของคุณกับฉัน มันต่างกันเกินไป”“แล้วที่เธอทำทั้งหมด...ก็เพื่อดวงจิตในตัวฉันใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาเย็นลง ดวงตาแดงฉานเริ่มปรากฏอีกครั้ง “เพื่อพลังปีศา







