Share

ตอนที่ 2 หลงกล

last update Tanggal publikasi: 2026-03-02 03:44:09

ช่วงสายของวันต่อมา

สายลมเย็นพัดเอื่อย ระลอกคลื่นน้ำทะเลเคลื่อนกระทบชายฝั่งสาดกระเซ็น ท้องฟ้าไร้เมฆฝนนับว่าอากาศดีเหมาะกับการหาปลาเป็นอย่างยิ่ง 

“นั่นอะไรน่ะ” 

เสียงของชายชราที่มาตกปลาแถวนั้นเอ่ยถามคนที่มาด้วยกันพลางหยีตามองสิ่งที่สายน้ำพัดเกยฝั่ง ก่อนเดินไปดูใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้จึงพบว่าเป็นร่างของเด็กชายผู้หนึ่งนอนหงาย ใบหน้าซีดเซียวราวกับไร้ชีวิต

“ตายแล้วรึ” ชายชราอีกคนขมวดคิ้ว ค่อย ๆ เข้าใกล้ร่างที่นอนนิ่งแล้วอังจมูกตรวจลมหายใจ “ยังไม่ตาย! เขายังไม่ตาย”

“มา ๆ ช่วยกันพาขึ้นฝั่งก่อน” เขาบอกคนตรงหน้าแล้วหามหัวท้ายพลันตะโกนบอกกลุ่มชายหนุ่มที่กำลังเดินมาทางนี้ให้ช่วยแบกไปหาหมอยาในหมู่บ้าน

แม้ร่างกายของเด็กชายไม่มีรอยบาดแผลมากมายแต่เขากลับหลับลึกเกือบห้าวันราวกับไม่อยากตื่นขึ้นมาจนใครต่อใครคิดว่าอีกไม่นานคงจากไปอย่างสงบ

กระนั้น พวกคนที่ช่วยเหลือก็ยังหวังว่าเขาจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตให้มากกว่านี้ เจ้าตัวตกอยู่ในภวังค์ไม่รู้ตัวเลยว่าหมู่บ้านแห่งนี้กำลังเกิดหายนะครั้งใหญ่ ผู้คนตะโกนเอะอะโวยวาย ร้องไห้ระงมและคมอาวุธกระทบกันดังลั่นไปถึงท้ายหมู่บ้านที่เด็กชายพักรักษาตัวอยู่

เสียงเหล่านั้นทำให้เขานึกถึงคืนวันที่ผ่านมา น้ำตาจึงไหลทั้ง ๆ ที่หลับฝันเนิ่นนาน พยายามลืมตาตื่นเพราะได้ยินเสียงใครบางคนร้องให้ช่วย

“อย่าทำอะไรเขานะ!” 

มารดาผู้หนึ่งร้องไห้ขอร้องชายฉกรรจ์หน้าตาน่ากลัวปล่อยบุตรชายของตนเอง แต่ใครเล่าจะรับฟังคำร้องขอของนางเพราะพวกเขาไม่ใช่คนดีอะไร 

แม้ทางการแจ้งเตือนว่าช่วงนี้โจรป่าบุกรุกเข้ามาปล้นฆ่าผู้คนในหมู่บ้านต่าง ๆ ตอนกลางวันแสก ๆ โดยไม่เกรงกลัวผู้ใดแต่คนที่นี่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับตัวเองจึงไม่ทันได้เตรียมตัวรับมือ

คนที่ยังพอมีแรงกระเสือกกระสนวิ่งไปคนละทาง ส่วนคนที่พลาดท่าล้มคะมำก็หนีไม่พ้นอาวุธสังหาร เลือดแดงฉานสาดทั่วบริเวณ 

โจรป่าพวกนั้นไม่ได้สนใจสิ่งใดไปมากกว่าอาหาร ผู้หญิงและเงินทอง มันกวาดเรียบทุกสิ่งอย่างที่ต้องการ แม้นใครขัดขืนก็จิกหัวทึ้งลากขาไปตามทาง

ความโกลาหลเกิดขึ้นและจบสิ้นลงในหนึ่งชั่วยาม รวดเร็วดั่งพายุลูกใหญ่ที่พัดมาสร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวงแล้วจากไปอย่างที่ไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน

เรือนเล็กท้ายหมู่บ้านยังคงมีอีกหนึ่งชีวิตถูกทิ้งเอาไว้เพราะคนพวกนั้นคิดว่าตายไปแล้ว เปลือกตาลืมขึ้นช้า ๆ สติกลับมาเพียงบางส่วน ทั้งยังมีอาการปวดหัวตุบ ๆ จนเลือดกำเดาไหล

ทันใดนั้น สายลมพัดพากลิ่นคาวฉุนน่าคลื่นเหียนเข้ามาทางหน้าต่าง ยิ่งทำให้เขาอยากอาเจียนมากกว่าเดิมจึงวิ่งพรวดออกมานอกเรือน

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบิกโตทันควันเพราะภาพเบื้องหน้าสยดสยองเกินรับไหว ร่างกายที่ถูกฟันจนไม่อยู่ในสภาพเดิมเกลื่อนพื้นกระจายไปทั่วหมู่บ้าน

พลันเด็กชายไม่อาจทน อาเจียนอยู่พักใหญ่จนแทบเป็นลม แววตาสั่นระริก ร่างกายสั่นสะท้านราวกับสิ่งที่เห็นตรงหน้ากระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในความทรงจำ

“ทำไม” เขาถามตัวเองเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น “ทำไมข้าจำอะไรไม่ได้เลย” เสียงพึมพำยังคงพูดซ้ำไปซ้ำมา ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหนและเกิดอะไรขึ้นกับคนพวกนั้น

จู่ ๆ เสียงทุ้มแข็งกร้าวตะโกนออกมาจนเด็กชายสะดุ้งโหยงรีบหันกลับไปมองพลันถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่ถูกใครอีกคนที่โผล่ขึ้นมาไม่ให้สุ้มเสียงถีบกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น

เด็กน้อยรีบลุกขึ้นยืน ต่อให้ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นแต่สัญชาตญาณบอกว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนดีอย่างแน่นอนจึงคิดหาทางหนี

ทว่า เขากลับถูกดาบเล่มใหญ่ขวางเอาไว้ตวัดฉับเฉียดหน้าเพียงคืบ “ไหน ๆ ก็รอดแล้ว เอาไปขายดีหรือไม่”

“ผอมแห้งเช่นนี้ ขายไปจะได้กำไรสักเท่าไหร่” ชายฉกรรจ์ที่มีดวงตาข้างเดียวยักไหล่ หรี่ตามองคนตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนแล้วพูดว่า “เดี๋ยวขุนให้มันอ้วนกว่านี้สักหน่อยน่าจะขายได้”

“อืม… อย่างน้อยสักสิบอีแปะแต่ถ้าไม่ได้ก็เอาไปใช้งานในหมู่บ้านน่าจะดี” เขาไม่พูดเปล่า ถลึงตาข่มขู่เด็กชายให้กลัวจะได้ไม่คิดหนีแต่กลับไม่เป็นผลจึงใช้วิธีทุบตีให้อ่อนแรงลงไปจะได้รู้ว่าใครคือผู้ที่เหนือกว่า

หลังจากนั้น พวกเขาสองคนจึงพาเด็กน้อยผู้นี้กลับไปยังหมู่บ้านโจรที่อยู่ในป่าทึบแล้วใช้งานทำโน่นนี่ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งฟื้นจากตกหน้าผาจมทะเลไม่กี่วันก่อน

ตั้งแต่เช้าไก่ขันจนกระทั่งตะวันตกดิน เด็กชายตัวน้อยถูกสั่งให้ทำงานทุกอย่างเพื่อแลกกับข้าวหนึ่งมื้อ โดยรวมแล้ววันหนึ่งทำงานเหนื่อยแทบขาดใจ ทั้งยังปวดหัว เลือดกำเดาไหลอยู่เนือง ๆ กลับได้กินเศษข้าวน้อยนิดเท่านั้น 

มิหนำซ้ำกลางคืนยังต้องนอนในกรงเหล็กที่คุมขังร่วมกับคนอื่น ๆ ที่ถูกจับมาราวกับเป็นทาส หนาวเย็นไม่มีแม้แต่ผ้าห่มหรือกองไฟอุ่น ๆ หันไปทางไหนก็ไม่มีใครช่วยได้

“เจ้าหนู…” เสียงแหบแห้งของหญิงสาวเอ่ยเรียก สีหน้าของนางซีดเซียว ตัวสั่นเทาเพราะพิษไข้โหมกระหน่ำ ร่างกายบาดเจ็บไม่พอ จิตใจยังแตกสลายเกินเยียวยาเพราะสิ่งที่โจรป่าพวกนั้นทำกับครอบครัว

“ขอรับ…” ดวงตาสีน้ำเงินเข้มแสดงออกถึงความสงสารหญิงสาวตรงหน้าแต่เขาเองก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

“หนาวเหลือเกิน…”

เขาเม้มปากแน่น คิ้วขมวดแล้วขยับเข้าไปใกล้ กอดนางเพื่อแบ่งปันไออุ่น พลันคนอื่น ๆ ขยับเข้ามาด้วยจึงรู้สึกได้ว่าความหนาวเย็นลดลงไปบ้าง

“ไอ้บ้าเอ๊ย ก่อไฟให้สักนิดไม่ได้รึ” เด็กชายที่อายุมากกว่าสามปีตะโกนไปทางที่โจรพวกนั้นพักอาศัย เริ่มโวยวายเพราะยิ่งดึก ลมยามค่ำคืนก็ยิ่งโหมกระหน่ำ

“เฮ้ย! คิดจะปล่อยให้พวกข้าหนาวตายรึ” เด็กชายอีกคนอารมณ์ร้อนขึ้นมาทันใด ลืมไปแล้วว่าเวลานี้ตัวเองเป็นทาสที่พวกเขาไม่แยแส

ขณะกำลังอ้าปากพร่ำบ่นจึงไม่ทันได้รู้ว่าเผลอทำให้โจรป่าพวกนั้นอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา เสียงฝีเท้ากระทืบพื้นได้เรียกสติเขากลับมาทันควัน

ประตูกรงเปิดออกพลันแขนแข็งแกร่งเอื้อมคว้าผมของเด็กคนนั้นแล้วลากมาข้างนอก ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงตุบตับและเสียงร้องโอดโอยดังมาเป็นระยะ คนที่เหลืออยู่ในกรงจึงพากันนั่งสงบเสงี่ยมไปโดยปริยาย

เช้าวันต่อมา เด็กชายพยายามปลุกหญิงสาวคนนั้นแต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าใด นางไม่ลืมตาขึ้นมาเลย คราแรกคิดว่าร่างกายอันเย็นยะเยือกนั้นเป็นเพราะต้องลมจนหนาวเข้ากระดูกแต่ความรู้สึกกลับบอกอีกอย่างหนึ่ง

“พี่สาว… ตื่นสิขอรับ” 

“…”

ใครหลายคนที่อยู่ในกรงมองด้วยสายตาเวทนา บางคนรู้ บางคนไม่รู้ เด็กชายจึงค่อย ๆ ตรวจลมหายใจของหญิงสาวคนนั้นก่อนจะเข้าใจแล้วว่าทำไมนางจึงไม่ตื่นขึ้นมาในเช้าวันนี้

“ตายแล้วรึ” เสียงโจรป่าผู้หนึ่งที่เดินมาพอดีเอ่ยถาม พลางถอนหายใจแล้วพูดพึมพำด้วยความเสียดาย “ข้ายังทำได้ไม่หนำใจเลยแท้ ๆ ทำไมจึงรีบด่วนตายนักเล่า” สายตามองไปยังทาสที่เหลือในกรงแล้วคว้าตัวหญิงสาวอีกคนหนึ่งมาด้วยรอยยิ้มสยดสยอง “ตายแล้วก็ตายไป ส่วนเจ้าตามข้ามา”

“ไม่ไป!!!” นางขัดขืนไม่ยอมถูกลากไปตามทางแต่ไฉนจะต่อกรกับคนร่างใหญ่กว่าเท่าตัวได้ “ช่วยข้าด้วย! ข้าไม่อยากไป… ช่วยข้าด้วย”

เด็กชายความจำเสื่อมเห็นอย่างนั้นแล้วคว้าแขนล่ำของโจรป่าเอาไว้ ฉุดยื้อแล้วกัดน่องแขนให้ปล่อย ดึงดันอยู่พักหนึ่งจึงถูกเตะเข้าชายโครงจนตัวงอ 

ท้ายที่สุดเด็กน้อยก็โดนจับมาเชือดไก่ให้ลิงดู ถูกทุบตีจนหน้าและร่างกายช้ำเขียวเพื่อเป็นตัวอย่างให้คนอื่น ๆ ได้จำไว้ว่าถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อก็อย่าคิดทำให้พวกเขาไม่สบอารมณ์

“โดนกระทืบไปแค่นี้ก็สลบแล้วรึ” ชายคนหนึ่งยกขาขึ้นแล้วมองดูเด็กน้อยที่นิ่งสนิทอยู้ใต้ฝ่าเท้าตัวเอง “นึกว่าจะทนมือทนตีนสักหน่อย”

“เฮอะ…” ผู้เป็นหัวหน้ากองโจรเห็นตั้งนานแล้วว่าลูกน้องกำลังลงโทษทาสอย่างสนุกสนานจึงส่ายหน้าเล็กน้อยแล้วตะโกนบอกว่า “เบา ๆ หน่อยก็ดี หากมันตายขึ้นมาจะไม่มีคนทำงาน”

“ขอรับหัวหน้า”

นับตั้งแต่นั้นมา เด็กน้อยผู้นี้ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานที่ได้รับตั้งแต่ตักน้ำจากแม่น้ำมาใส่ไห ทำสวน ผ่าฟืน ซักผ้า ทำอาหาร ล่าสัตว์ ทุกอย่างตามคำสั่งเพียงเพราะไม่อยากถูกทำร้ายร่างกายอีกต่อไปแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง โจรป่าพวกนั้นพาเขาออกล่าด้วยเพราะได้ข้อมูลจากสายมาว่าจวนสกุลหวังแอบซุกซ่อนของมีค่าไว้มากมายและทรัพย์สมบัติพวกนั้นสามารถทำให้กองโจรอิ่มสบายไปหลายสิบปี

พวกเขาจึงทำทีให้เด็กชายไร้นามทำตัวเป็นขอทานไปดูลาดเลา สอนให้ย่องเบาแอบเข้าไปในจวนได้อย่างแยบยลแต่เพราะรู้แผนของโจรป่าว่าจะต้องทำเรื่องชั่วร้ายเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในหมู่บ้านจึงตัดสินใจส่งสัญญาณให้คนในสกุลหวังได้รู้

“เจ้าเป็นผู้ใดกัน” เสียงทุ้มของชายวัยยี่สิบสามถามด้วยสีหน้าเยือกเย็น ดูแล้วน่ากลัวยิ่งกว่าพวกโจรป่าเสียอีก

“ข้าถูกโจรพวกนั้นจับไปเป็นทาส” เขาตอบไปตามตรง ดวงตาสีน้ำเงินจ้องกลับราวกับการสารภาพเช่นนี้คือทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว 

หากสกุลหวังเชื่อคำพูดของเขา ค่ำคืนนี้คนในจวนจะรอดชีวิตและเขาจะขอสิ่งตอบแทนเป็นการช่วยทาสที่ถูกจับไปให้เป็นอิสระ

รอยยิ้มมีเลศนัยและสีหน้าของอีกฝ่ายทำให้เขาเดาความคิดไม่ถูก จึงเริ่มหวั่นใจอยู่บ้าง

“เจ้าจำไม่ได้หรือว่าตัวเองเป็นใคร บิดามารดาชื่อแซ่อะไร” 

คนตรงหน้ายังคงถามต่อไม่รีบร้อน ผิดกับโจรป่าที่รอสัญญาณอยู่ด้านนอกเริ่มคิดแล้วว่าเกิดเรื่องไม่ชอบมาพากล

“จำไม่ได้… ข้าตื่นขึ้นมาก็เห็นผู้คนล้มตายเกลื่อนหมู่บ้าน” ยิ่งพยายามนึกเท่าไหร่ก็จำได้เพียงเรื่องนี้จนปวดหัวเลือดกำเดาไหลออกมา “ข้าจำเรื่องอื่นไม่ได้ขอรับ แต่ว่า… ท่านช่วยเชื่อข้าได้หรือไม่ ข้างนอกมีพวกโจรป่าจ้องมาขโมยทรัพย์สมบัติของท่าน แล้วก็… พวกมันคงไม่ปล่อยให้ใครรอดชีวิต”

“เจ้ากล้าเสี่ยงขายเรื่องพวกมันถึงเพียงนี้ ต้องการอันใดตอบแทนเล่า” เขาถามอีกครั้งพลางพิจารณาดูสติปัญญาของคนตรงหน้า “เจ้าอยากได้ทรัพย์สินของข้าหรือ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ” เจ้าตัวส่ายหน้าทันควันแล้วอธิบาย “ขอเพียงแค่เป็นอิสระจากโจรพวกนั้น ช่วยแจ้งทางการว่ามีคนถูกจับตัวไป… เท่านั้นก็พอขอรับ”

พลันเงามืดของคนที่แอบอยู่ด้านหลังปรากฏตัวขึ้น รอยบากบนใบหน้า ดวงตาเรียวดุ ท่าทางแข็งแกร่งกำยำทำเอารู้สึกวิตกจนแทบลืมหายใจ

“หวังอี้หลุนหรอกหรือ” 

กระนั้น น้ำเสียงของเขากลับโอนอ่อนราวสนิทสนมเสียอย่างนั้น

“…” เด็กน้อยเงยหน้ามองคนที่เพิ่งมาใหม่ สงสัยว่าเขากำลังพูดเรื่องใดกันแน่

“เจ้า… หวังอี้หลุนใช่หรือไม่” เขายังคงถามย้ำคำเดิมแต่เด็กน้อยตอบไม่ได้จึงส่ายหน้า “ข้าจำไม่ได้ขอรับ”

“เจ้าจริง ๆ ด้วย” ชายหน้าบากผู้นั้นเข้ามาสวมกอดแล้วเอ่ยว่า “โธ่เอ๊ย… ข้านึกว่าเจ้าจะตายไปแล้วเสียอีก หลานชายของข้า”

“…”

“เอาเถอะ… เจ้าบอกว่าโจรป่าจะเข้ามาที่นี่ใช่หรือไม่ เช่นนั้นส่งสัญญาณอย่างที่พวกมันต้องการเถิดแล้วข้าจะจัดการมันให้สาสมกับสิ่งที่มันทำครอบครัวของเรา”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 117 สัญญาร้อยปีไม่มีเปลี่ยนแปลง (ตอนจบ)

    หลายวันต่อมาซือหยางจัดการสะสางงานที่คั่งค้างไว้จนเสร็จสิ้นจึงฝากฝังเรื่องที่เหลือกับสวีซือหมิงและเถียนลู่คง ขอให้พวกเขาช่วยกันดูแลวังหลวงแห่งนี้เป็นการชั่วคราว อ้างว่าช่วงนี้ทำแต่งานหลวงจนไม่มีเวลาอยู่กับภรรยาแม้อยากเดินทางไปหมู่บ้านชิวหรงกับลู่ฟางเซียนเพียงลำพังมากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่อาจหลบพ้นจากสายตาของหงเฟิ่ง หลิวกวางและองครักษ์ไท่หยางที่คอยอารักขาพวกเขาได้เลยแต่กระนั้น ทุกคนรู้ดีว่าคนทั้งคู่ต้องการสิ่งใดจึงคอยวางกำลังอารักขาอยู่ห่าง ๆ เท่าที่จะทำได้“เจ้าเคยนั่งพิงใต้ต้นไม้ตรงโน้นเพราะหมดแรงด้วย” ลู่ฟางเซียนชี้ไปยังต้นไม้ใหญ่ทางฝั่งซ้ายมือ “พอข้าเดินหนีเจ้าก็ตะโกนเรียกเสียงดัง”“เหตุใดจึงจำแต่เรื่องน่าอายของข้าเล่า” ซือหยางทำหน้ามุ่ย รู้แล้วว่าในอดีตที่เคยความจำเสื่อมทำตัวไม่ดีสักเท่าใด พลางยื่นมือให้นางจับแล้วพูดว่า “ตรงนี้มีตะไคร่น้ำขึ้นตั้งแต่เมื่อใดกัน เจ้าค่อย ๆ เดินจะได้ไม่ลื่นล้ม”ไม่ว่าจะเดินไปทางใด ความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด นึกถึงคราใดก็อดหัวเราะขบขันไม่ได้เพราะใครเล่าจะรู้ว่าวันห

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 116 พระสนม...

    สามเดือนต่อมาบรรยากาศในท้องพระโรงวังหลวงแคว้นคุนหลันเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล่าขุนนางต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาผู้ปกครองบัลลังก์โดยมิได้นัดหมาย หากแต่ราชทูตแคว้นม่านเหลียนยังคงทำหน้าที่เชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสองดินแดนเป็นอย่างดีสวีซือหมิงรับตำแหน่งขุนนางฝ่ายบุ๋นคอยให้คำปรึกษาอยู่เคียงข้างผู้เป็นน้องชาย ดวงตาสีน้ำเงินเข้มชำเลืองมองแวบหนึ่งแล้วอดกลั้นขำไม่ได้ขณะที่เหลียงซิ่วหรานกลายเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ประจำตัวฮ่องเต้ถอนหายใจเล็กน้อย รู้ว่าเหตุใดซือหยางจึงแสดงท่าทีกราดเกรี้ยวใส่แขกผู้มาเยือน“ทูลฝ่าบาท… กระหม่อมเดินทางมาที่หนิงหวงครานี้เพื่อสานไมตรีกับราชวงศ์สกุลสวี” บุรุษผู้มีดวงตาสีแดงโกเมนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายแต่แฝงความกดดันให้อีกฝ่ายรับข้อเสนอ“…” ดวงตาสองสีเย็นชา สีหน้าบอกบุญไม่รับเพราะติดอยู่ในท้องพระโรงแห่งนี้เกินกว่าหนึ่งชั่วยามแล้ว ในใจนึกถึงใบหน้าฮองเฮาผู้เป็นที่รัก พยายามประคองสติตนเองเอาไว้ให้มั่นเพราะกลัวว่าโวยวายเอาแต่ใจจะถูกนางเรียกไปตักเตือน“องค์หญิงซือคงเซียนเอ๋อร์เป็นถึงพระธิดาอง

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 115 ยามซวีที่รอคอย

    ยามซวีมาถึงท้องฟ้าค่ำคืนนี้มีดาวสองดวงเคียงข้างกันเหมือนอย่างที่ผู้อาวุโสบอกไม่มีผิดเพี้ยน สายลมเย็นพัดแผ่วเบาผ่านหน้าต่างตำหนักโอ่อ่าแห่งนี้ กลิ่นเทียนหอมจาง ๆ ลอยทั่วบริเวณราวกับเป็นม่านหมอกภวังค์ฝันดีดวงตาสองสีมองหญิงสาวในชุดบางเบา ยิ้มมุมปากพึงพอใจที่ช่วงเวลาของการรอคอยสิ้นสุดลงเสียที ห้าปีหลังจากแต่งงานช่างเป็นเวลาเนิ่นนานเหลือเกิน เกือบพลัดพรากกันหลายครั้งหลายครา แต่สุดท้ายโชคชะตาหวนพัดให้พวกเขาได้กลับมาพบกันนับเป็นสิ่งที่วิเศษยิ่งนักหญิงสาวอันเป็นที่รักเยื้องกรายเดินเข้ามาหาด้วยความเขินอาย ใบหน้างามแดงระเรื่อยามถูกจ้องไม่วางตาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หากแต่มีความสงสัยอยู่หนึ่งอย่างที่ค้างคาใจจึงหยุดยืนนิ่งงันชั่วขณะ คิ้วเรียวขมวดมุ่นสบประสานสายตาคนตรงหน้าซือหยางหรี่ตาเล็กน้อยอยากรู้ว่านางกำลังคิดสิ่งใดอยู่หรือต้องการถ่วงเวลาแกล้งให้เขาอดใจไม่ไหว“ไม่ดีเลย… ข้ารอมาห้าปีแล้วยังใจร้ายกับข้าอีกหรือ” เขาไม่รอให้นางเดินมาหาถึงเตียงนอน แต่เป็นฝ่ายอุ้มร่างบางมาแทน ค่อย ๆ วางลงอย่างอ่อนโยนแล้วหอมแก้มเหมือนอย่างเคย

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 114 สามปีต่อมา

    สามปีต่อมาภัยอันตรายไม่กล้าย่างกรายเข้าใกล้ฮองเฮาแห่งคุนหลันแม้เพียงคืบ นับเป็นผลจากการที่ซือหยางร่วมมือกับหลิวกวางวางกองกำลังทั่วแผ่นดิน คอยจับตามองทุกพื้นที่ไม่ปล่อยให้คลาดสายตาเถียนลู่คงได้รับหน้าที่ดูแลวังหลวงเป็นการชั่วคราวร่วมกับสวีซือหมิงที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคอยช่วยงาน แต่ละวันภาวนาให้พี่เขยกลับมาเร็วไวเพื่อที่จะได้พักผ่อนนอนหลับเที่ยวเล่นไปวัน ๆ ให้สมกับลำบากตรากตรำมาหลายปีร่างกายที่เคยต้องพิษหายดีเป็นปลิดทิ้งเพราะได้รับความช่วยเหลือจากเจียงจื่อซวนที่บัดนี้มีตำแหน่งเป็นถึงหมอหลวงประจำราชสำนัก ชื่อเสียงบารมีกว้างไกลจนถึงขั้นมีทุนเปิดร้านสมุนไพรที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงและสร้างโรงหมอเพื่อคนอนาถาทั่วแคว้นคุนหลันเขตชายแดนทางตอนเหนือมีกองทัพเมืองฮุ่ยผิงของแม่ทัพหานหลี่ต้านทานผู้บุกรุกจากแคว้นม่านเหลียน ต่อให้เมืองเหอผิงและอวี่โจวถูกฝ่ายฉินหมิงยึดไปแล้วก็ไม่เกิดปัญหาขัดแย้งใด ๆในเมื่อฮองเฮาผู้สูงศักดิ์ไม่อยากเห็นสองแคว้นรบราฆ่าฟันจนชาวเมืองเดือดร้อน สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินจึงตกลงร่วมกันปกครองสองเมือง

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 113 เงื่อนไขสุดท้าย

    หนึ่งเดือนต่อมาขบวนเสด็จของรัชทายาทได้มาถึงวังหลวงแคว้นคุนหลัน บรรยากาศยามนี้แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง มองไปทางซ้ายมีตัวแทนแม่ทัพเมืองเทียนอวิ๋นมารออยู่ ทางด้านขวาเป็นแม่ทัพหลี่หมิงฮ่าวและหน่วยซิงอวี่แคว้นฉินหมิง ใกล้ ๆ กันนั้นคือผู้อาวุโสกับองครักษ์แคว้นไท่หยางอันเป็นดินแดนลึกลับทางตอนใต้ขุนนางคุนหลันที่รอดชีวิตต่างพากันดีใจที่องค์รัชทายาทยังไม่สิ้นพระชนม์ แต่กระนั้นกลับกังวลเพราะรู้ว่าร่างกายของเขาไม่แข็งแรงทว่า ดวงตาทุกคู่ได้เห็นองค์หญิงเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ก็โล่งใจไปเปราะหนึ่งว่านับจากนี้จะมีเชื้อพระวงศ์ของปฐมกษัตริย์ครองบัลลังก์แผ่นดินนี้อย่างแน่นอนหากแต่มองไปยังข้างกายของนางกลับพบชายหนุ่มรูปงามที่แฝงไอสังหารเหี้ยมโหด สีหน้าไม่สบอารมณ์ยามต้องพบเจอผู้คนมากมาย ดวงตาสองสีแข็งกร้าวราวกับประกาศศักดา ย้ำให้รู้ว่าข่าวลือเกี่ยวกับสวีอันอวี่นั้นเป็นความจริงหงเฟิ่งก้าวออกมาสู่แสงสว่าง ไม่ยอมเป็นเงารับใช้ราชวงศ์สกุลเถียนอีกต่อไป ขุนนางน้อยใหญ่และข้าราชบริพารกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ทั้งหวาดกลัวและมองไม่เห

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 112 สัมผัสอบอุ่น

    ครั้นกอดแนบแน่นอยู่พักหนึ่งแล้วก็ถึงเวลาต้องสะสางความสงสัยอีกอย่างที่คิดไม่ตกมาตั้งแต่เมื่อครู่ซือหยางชี้ไปที่ไม้กระบองด้านหลังแล้วถามว่า “เหตุใดจึงถือมันไว้… เจ้าคิดทำสิ่งใดตอนข้าหลับอยู่หรือ”ลู่ฟางเซียนยิ้มกว้างเพราะประสบการณ์ที่ผ่านมาสอนไว้ว่าอย่าประมาทจึงตอบไปตามตรง “เจ้าฟื้นมาคราใดชอบจำข้าไม่ได้… กันไว้ดีกว่าแก้”“…”ชายหนุ่มอมยิ้มเพราะพอจะคาดเดาคำตอบได้ เขายอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นเช่นนั้นจริง แต่นับจากนี้ไปคงไม่มีวันเกิดเรื่องวุ่นวายอย่างนั้นอีกแล้วครานี้จำได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับนาง ไม่ว่าอดีตหรือยามนี้… ทุกเรื่องราวฝังลึกในใจไม่มีวันลืมเลือนอีกแล้ว หากแต่ไม่อาจบอกได้ว่าความทรงจำในอดีตตอนเป็นซือหยางวัยยี่สิบห้ากลับมาครบถ้วน นั่นเพราะตอนนั้นเขาปิดบังว่าดวงตาข้างสีน้ำเงินเข้มยังคงบอดสนิทเหมือนอีกข้างทั้งที่มองเห็นหญิงสาวนามว่าลู่ฟางเซียนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า กระจุดเล็ก ๆ บนใบหน้าแสนอ่อนโยน กระทั่งทุกสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนเร้นใต้อาภรณ์ พลันหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันใด“ซือหยาง… ยังปวดหัวตัวร้

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 9 อดทน

    ซ่งไป๋อวี้ บุตรสาวคนเดียวของใต้เท้าซ่งได้รับการเลี้ยงดูต่างจากคุณหนูสกุลอื่น ๆ ในเซียวเหอ บิดามารดาและบ่าวรับใช้ต่างคอยเอาใจ ต้องการสิ่งใดหาให้ไม่เคยขาดและไม่ว่าจะทำอันใดผิดพลาดไปก็คอยให้ท้ายจนนางมักทำอะไรตามใจตัวเองเสมอ ดังนั้นการกระทำที่นางแสดงออกล้วนมีเหตุที่มา

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 8 ซ่อนตัว

    จวนสกุลซ่ง ตำบลเซียวเหอซ่งจินเหลียง ชายวัยกลางคนผู้มั่งคั่งพลิกชีวิตตัวเองจากยาจกกลายเป็นเศรษฐีเพราะมีเส้นสายค้าขายเทียนหอมคลายกังวลกับราชสำนักผ่านเถียนซีเย่ในช่วงที่เขาร่ำเรียนจริยธรรมอยู่ที่อารามอันจิ้งสองสามวันก่อน เขาได้รับจดหมายแจ้งว่าเถียนซีเย่จะเข้

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 7 ล่อลวง

    หลินอันเล่อแบกสาลี่ม่านโหรวเต็มตะกร้ามาจนถึงอารามได้อย่างปลอดภัย หอบหายใจเหนื่อยอยู่พักหนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงของศิษย์ไป๋เหลียน“เจ้า… หลินอันเล่อ...”“เจ้าคะ”“เจ้าคือองค์หญิงเถียนเหม่ยหลินจริงหรือ” เผิงลู่ซ

  • นายหญิงแสนรักของตัวร้าย   ตอนที่ 6 พบพาน

    ลู่ฟางเซียน หลินอันเล่อหรือตอนนี้คือเถียนเหม่ยหลินวัยสิบเอ็ดกำลังนอนคิดไม่ตกว่าควรทำอย่างไรกับชีวิตใหม่ครั้งนี้ “คิดถึงท่านแม่ยิ่งนัก หากกลับมาอยู่ในร่างนี้เร็วขึ้นเพียงนิด ข้าคงมีโอกาสได้เจอท่านแม่อีกครั้ง” นางหวนนึกถึงชีวิตเก่าของตัวเองในตอนที่เป็นบุตรสาวเจ้าเมืองเหอผิง คนผู้เดียวที่รักนางก็คือม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status