เข้าสู่ระบบตอนที่ 9 ไม่เหลืออะไรแล้ว
ระหว่างเดินทางมาที่หลบภัย เฟยเทียนพยายามพูดให้เจ้าตัวเล็กเข้าใจถึงอันตรายต่าง ๆ จึงไม่สามารถกลับไปอยู่ที่บ้านได้ ซึ่งกว่าจะยอมก็ต้องหาเหตุผลต่าง ๆ มาหว่านล้อม พูดคุยด้วยเหตุและผล เธอถึงบอกว่าเด็กคนนี้ฉลาดแต่ยังไร้เดียงสา เลยทำให้เธอค่อนข้างเป็นห่วง จนต้องมาดูแลด้วยตัวเอง
เมื่อมาถึงที่หลบภัย เฟยเทียนพาเจ้าตัวเล็กสำรวจดูที่พัก ก่อนจะสั่งงานลูกทีม มอบหมายงานให้บางคนไปสืบข่าว บางคนให้อยู่รอบ ๆ ที่พัก เพื่อดูต้นทางและตรวจสอบความปลอดภัย
พอสั่งงานเรียบร้อยแล้ว เธอก็หยิบประวัติของครอบครัวเฉินมาอ่านคร่าว ๆ ซึ่งมันน่าแปลกที่สองพ่อลูกไม่มีญาติที่ไหน มีกันเพียงสองคนเท่านั้น ซึ่งธุรกิจที่ครอบครัวเฉินทำนั้นขาวสะอาด แต่กลับคบคนที่ไม่ขาวสะอาดอย่างเช่น คุณเกาหาน คนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อที่มีอิทธิพลที่สุดในแถบนี้เลยก็ว่าได้
เธอไม่สามารถหาคำตอบจากเจ้าตัวเล็กได้ เด็กตัวเท่านี้คงไม่รู้อะไรมากนัก แต่เก่งที่หนีเอาตัวรอดมาได้ ถึงจะยังเด็ก แต่ก็มีความระมัดระวังมากพอสมควร ตั้งแต่เข้ามาที่นี่ ซือเล่อยังไม่นั่งพักเลย เดินสำรวจทุกซอกทุกมุมทุกตารางของที่พัก เหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง
"พี่สาว... มันเหมือนเราโดนขังเลย" เธอหาซอกหามุมแล้ว มันไม่น่าอยู่เอาเสียเลย บ้านของเธอยังปลอดภัยมากกว่า มีทางหนีหลายทางอีกด้วย
"พี่รับปากว่าจะดูแลเราเป็นอย่างดี รู้ไหม คนคนนี้คือคนที่มีอิทธิพล ทำเรื่องผิดกฎหมายมากมาย แต่ไม่เคยถูกจับได้ แต่หากครั้งนี้พี่สาวปกป้องเราได้ เราจะสามารถจับกุมเขาได้ด้วย" สิ่งที่ซือเล่อมีคือหลักฐานชี้ชัด คนพวกนั้นจะต้องได้รับผลกรรมที่ทำเอาไว้
"แล้วเจอพ่อหนูไหมคะ" เธอไม่ได้สนใจเรื่องที่พี่สาวบอก ไม่รู้ใครจะร้ายหรือไม่ร้าย เธออยากรู้แค่เรื่องพ่อของเธอเท่านั้น!!
"ตอนนี้ยังไม่เจอ แต่ไม่ต้องกลัว พวกเราจะตามหาจนกว่าจะเจอ" ทีมของเธอกำลังรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ พร้อมทั้งหลักฐานให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"แล้วหากพ่ออยู่กับคนร้ายล่ะคะ จะไปช่วยไหม" เล่อเล่อยังคงถามต่อ
"เราจะช่วยให้ถึงที่สุด หากไม่เชื่อใจคนอื่น ให้เชื่อใจพี่สาวได้เลย" เฟยเทียนบอกให้เจ้าตัวเล็กสบายใจ ไม่ใช่เพียงคำพูดปลอบโยนแต่เธอจะทำจริง ๆ
"มีเหตุผลไหมคะ" จริง ๆ แล้วเธอเชื่อใจในระดับหนึ่งแล้ว แต่อยากฟังเหตุผลด้วย
"ทำไมถึงอยากฟังเหตุผล" เฟยเทียนคิดแล้วว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา บางครั้งพูดเหมือนผู้ใหญ่ ทั้งที่ดวงตายังใสแจ๋ว ซือเล่อมีดวงตาที่สวยมาก ดวงตาสีน้ำตาลทองที่สุกสกาวสว่างไสวเหมือนดวงดาวในยามค่ำคืน
"ผู้ใหญ่ชอบพูดเรื่องเหตุผลค่ะ" เธอเคยได้ยินมา และเคยตอบคำถามเกี่ยวกับเหตุผลด้วยเช่นกัน
"คนคนนี้ทำให้พี่สูญเสียครอบครัว" เฟยเทียนชี้ไปที่รูปของเกาหานแล้วบอกความจริงให้เจ้าตัวเล็กได้ฟัง
"พี่เลยจะช่วยหนูและเพื่อช่วยตัวเองด้วยใช่ไหมคะ" หากเป็นเช่นนั้น... เธอจะเชื่อใจพี่สาวมากกว่าเดิม
"ถูกต้อง... พี่จะช่วยให้ถึงที่สุด" เฟยเทียนดึงเจ้าตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้ พลางให้สัญญากับตัวเองไว้ว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ได้
"ขอบคุณค่ะ พี่สาวยังมีครอบครัวอีกไหมคะ" เล่อเล่อยังถามต่อ อยากรู้ว่าพี่สาวจะเหมือนกันกับเธอไหม
"ไม่แล้ว พี่ตัวคนเดียว โตมาในบ้านเด็กกำพร้า คนร้ายไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคืนนั้นมีคนรอด" หากเธอไม่หนีออกมาเล่นนอกบ้าน เธอก็คงไม่รอดจนถึงตอนนี้ บางครั้งเธอก็คิดว่าจากไปพร้อมครอบครัวน่าจะดีกว่าอยู่อย่างโดดเดี่ยว
เฟยเทียนคิดว่าครอบครัวของซือเล่ออาจโดนแบบเดียวกัน พอครอบครัวไหนที่มีฐานการเงินที่ดี หากไม่เข้าไปอยู่ในการควบคุมของเจ้าพ่อคนนี้ก็จะถูกกำจัดทิ้ง เพราะเขาต้องการทั้งเงินทุนและคนคอยสนับสนุน เพื่อขึ้นเป็นใหญ่จนไม่สนใจเรื่องถูกหรือผิด อาจดูเป็นเรื่องเล็ก ๆ แต่เชื่อเถอะว่าคนพวกนี้กล้าลงมือทำรุนแรงจนกลายเป็นเรื่องปกติ
พวกเขาทำแบบนี้เสมอ ฆ่าล้างตระกูลและยัดข้อหาให้โดยมีนายตำรวจคอยช่วยเหลือเรื่องคดี ตำรวจก็ชอบ เพราะบางคดีปิดไม่ได้ก็จับยัดเลย เธอรู้ว่าตำรวจมีทั้งดีและไม่ดี ยิ่งมีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องยิ่งไว้ใจไม่ได้ ที่เธอยังทำหน้าที่อยู่ตรงนี้ เพราะต้องการรวบรวมหลักฐานเพื่อเอาผิดคนพวกนี้
กริ๊ง~ กริ๊ง~
"ว่าไงนะ!! " เฟยเทียนเสียงดังทันทีที่ได้ข่าวจากปลายสาย
เล่อเล่อมองดูพี่สาวที่มีสีหน้าตกใจหลังจากที่รับโทรศัพท์ เธอไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่เธอมั่นใจว่าเกี่ยวกับเธออย่างแน่นอน เพราะพี่สาวหันมามองเธอบ่อย ๆ แล้วก็คุยโทรศัพท์ไปด้วย
เล่อเล่อยกมือตัวเองขึ้นมาดู ตอนนี้ปานดอกไม้ของเธอเห็นชัดมากกว่าเดิม แต่ก่อนคุณพ่อบางว่าเป็นรอยจาง ๆ แต่พอโตขึ้นสีก็จะเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ คุณพ่อบอกว่าปานนี้เปรียบเสมือนความรักของแม่ที่จะอยู่กับเธอตลอดไป เธออยากเจอพ่อเร็ว ๆ อยากบอกว่าตอนนี้ความรักของแม่เด่นชัดขึ้นมากกว่าแต่ก่อน
"ร้องไห้เหรอ" เฟยเทียนวางโทรศัพท์ไปแล้วหันมาดูเจ้าตัวเล็กที่ยืนมองฝ่ามือตัวเองแล้วก็เช็ดน้ำตาไปด้วย
"ทำไมพี่สาวไม่แก้แค้นค่ะ" ในเมื่อถูกกระทำก็ต้องเอาคืน
"เพราะพี่ไม่มีกำลังมากพอ ต้องรอให้มีกำลังมากพอ และต้องมั่นใจว่าเราสามารถเอาผิดพวกเขาได้แน่ ๆ หากเรามีหลักฐานน้อยเกินไป พวกนั้นก็พ้นผิดอยู่ดี แล้วอีกไม่นานพวกนั้นก็ออกมาข้างนอกเหมือนเดิม" มีใครบ้างไม่อยากเอาคืน แต่เธอไม่มีกำลังมากพอที่จะเอาคืนต่างหาก เธอเลยต้องรอเวลาอยู่อย่างนี้
"ออกมายังไงคะ" ทำผิดแล้วก็ต้องถูกขัง ทำไมต้องออกมาอยู่ข้างนอกได้อีก
"ประเทศนี้เวลาคนเราทำผิดต้องถูกจับเข้าคุก ถูกควบคุม แต่หากหลักฐานไม่มากพอก็ต้องปล่อยตัว ไม่สามารถคุมขังพวกเขาได้" เฟยเทียนอธิบายให้เจ้าตัวเล็กเข้าใจ ตอนที่เธอสูญเสียทุกอย่างไป เธอโตกว่านี้ ยังพอที่เข้าใจในหลาย ๆ อย่าง แต่เจ้าตัวเล็กเด็กเกินไปที่จะเข้าใจว่าสังคมมันโหดร้ายขนาดไหน
"หนูไม่อยากอยู่ที่นี่ค่ะ ขอกลับบ้านได้ไหมคะ" พอได้ฟังแล้ว เหมือนกับว่าพี่สาวก็อาจช่วยเธอไม่ได้ เธอจะกลับไปค้นหาที่อยู่ของคุณลุงตามที่คุณพ่อบอก เพราะคุณลุงคือคนเดียวที่จะช่วยเธอได้
เฟยเทียนมองซือเล่ออย่างไม่วางตา เจ้าตัวเล็กเปลี่ยนเรื่องคุยทั้งที่ตอนแรกก็ดูสนใจถึงถามเรื่องนั้น แต่พอได้ฟังคำอธิบายแล้วกลับไม่ถามต่อ แต่อยากกลับบ้าน ช่างเป็นเด็กที่เข้าใจได้ยากมากกว่าเด็กคนอื่น เฟยเทียนชวนกิน ชวนทำอะไร ซือเล่อจะไม่สนใจ สิ่งที่เธอสนใจคือการตามหาพ่ออย่างเดียว
"คนเพิ่งโทรมาแจ้งว่าบ้านของซือเล่อไฟไหม้แทบทั้งหลัง เจ้าหน้าที่กำลังช่วยกันดับไฟ คนพวกนั้นรู้ตัวแล้ว ตอนนี้กลับไปไม่ได้แล้ว" ตอนแรกว่าจะปิดไว้ก่อน แต่ดูแล้วเธอคงปิดบังซือเล่อไม่ได้อีกต่อไป
"ไม่จริง!!! " เล่อเล่อตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมทั้งปล่อยโฮออกมา บ้านของเธอกับพ่อจะไหม้ได้อย่างไร
"เล่อเล่อมีญาติหรือมีคนที่สนิทบ้างไหม" เฟยเทียนเข้ามาโอบกอดเจ้าตัวเล็กที่สะอื้นไห้ เหตุการณ์มันเหมือนตอนนั้นที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอ!! พวกสารเลว!!
"ไม่มี! ไม่มี! ไม่เหลือเลย... ไม่เหลืออะไรเลย... ฮือ ๆ ๆ ๆ " เล่อเล่อไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไป ยามที่เธอคิดถึงพ่อยังกลับไปเฝ้ารอพ่อที่บ้านได้ แต่ตอนนี้เธอไม่มีบ้านให้กลับไปอีกแล้ว
พ่อก็หายไป...
บ้านก็ไม่เหลือ...
"หากไม่มีที่ไป อยู่กับพี่สาวได้ตลอดเลยนะ" เฟยเทียนยังคงปลอบอยู่ตลอด หากไม่มีที่ไปจริง ๆ เธอสามารถเลี้ยงเจ้าตัวเล็กได้
"พี่สาว หนูอยากไปดูบ้าน... " เธออยากไปเห็นกับตา อาจดับไฟทันแล้วก็ได้
"มันอันตรายเกินไปที่เราจะออกไป แต่พี่สาวมีภาพให้ดู" ตอนแรกเธอชั่งใจว่าควรให้ดูดีหรือไม่ เพราะภาพอาจทำให้เด็กน้อยสะเทือนใจได้ แต่เท่าที่ดูแล้วเจ้าตัวเล็กผ่านอะไรมาหลายอย่าง แค่เพียงภาพไม่น่าจะเป็นอะไร
ซือเล่อมองภาพในโทรศัพท์มือถือแต่ละภาพ ทุกสิ่งทุกอย่างดำเกรียมไปหมด ทั้งต้นไม้ที่เธอใช้ฝึกปีน สนามหญ้าที่เธอคลานเล่น สวนดอกไม้ที่เธอวิ่งไล่จับผีเสื้อ เตียงนอนที่เธอใช้หลับนอน ห้องดนตรีที่เธอเอาไว้ร้องเพลง ห้องทำงานของพ่อที่มีหนังสือมากมายที่แม่ชอบอ่าน ห้องนอนของพ่อที่เธอแอบไปนอนด้วยบ่อย ๆ ไม่มีอะไรเหลือเลย...
"พี่สาว ใครเป็นคนทำ" เล่อเล่อเช็ดน้ำตาพร้อมทั้งถามออกไปด้วย
"เรายังไม่มีหลักฐาน แต่ให้คาดเดาคงเป็นคนนี้ที่สั่งการ" เฟยเทียนยังชี้ไปที่เกาหานอยู่ดี เพราะมันเหมือนกับตอนที่ครอบครัวของเธอโดนกระทำแบบเดียวกัน
"เดี๋ยวนะ!! ซือเล่อบอกเขาเป็นเพื่อนคุณพ่อใช่ไหม แต่พวกเขาอายุห่างกันมากพอสมควร เป็นเพื่อนกันนานหรือยัง" ดูคนละรุ่นเลย หากบอกว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้องก็ยังไม่น่าเชื่ออยู่ดี
"พ่อบอกมาแบบนั้นค่ะ" เธอก็ไม่รู้ บอกมาแบบไหนเธอก็ตอบตามที่พ่อบอกเท่านั้นเอง
"ปกติเพื่อนพ่ออายุเท่านี้ไหม เคยเห็นเขาไปที่บ้านกี่ครั้ง" เฟยเทียนยังคงถามต่อ
"หลายครั้งค่ะ บางครั้งมาตอนที่ไม่มีคนอยู่บ้านด้วย" สิ่งนี้ได้ฟังจากที่พี่เลี้ยงคุยกับป้านม แต่เธอไม่เคยเห็น เพราะบางทีไปโรงเรียน และหากพ่อไปที่อื่นจะพาเธอไปด้วยตลอด
"อาจโดนข่มขู่" เฟยเทียนพึมพำเบา ๆ ไม่น่าจะใช่เพื่อนแน่ ๆ แต่เพราะซือเล่อเด็กเกินไปที่จะรู้ว่าเรื่องราวเป็นแบบไหน
ตุบ!! ตุบ!! ฟู่... ฟู่...
เพราะมัวแต่ปลอบเด็กน้อย จึงทำให้เฟยเทียนไม่ได้สนใจว่ามีบุคคลอื่นเข้ามาในที่พัก ก่อนจะวางระเบิดควันยาสลบทั่วบริเวณบ้านพัก ทำให้ทั้งสองคนล้มลง สติที่เคยมีก็เริ่มเลือนรางจนนอนแน่นิ่ง โดยที่เฟยเทียนยังคงโอบกอดเจ้าตัวเล็กไว้เหมือนต้องการปกป้อง แต่คงไม่ทันการเสียแล้ว...
ตอนที่ 42 ตอนพิเศษ5 ปีผ่านไปครอบครัวของเล่อเล่อกลายเป็นครอบครัวใหญ่ที่มีทั้งความสุขผสมกับความวุ่นวาย เพราะในวันหยุดแต่ละวันนั้นจะมีมหกรรมแย่งหลาน แย่งนายน้อย แย่งคุณหนูเกิดขึ้นไม่ว่าอายุเท่าไหร่ก็โต้เถียงอย่างไม่ยอมกัน จนต้องจับฉลากแล้วเลือกวันว่าเจ้าแฝดจะไปอยู่กับใครในวันไหนบ้าง"แม่ขา ขนมนี่ทำไมมันมีน้อยจังคะหนูไม่เคยอิ่มเลย" ซ่งหลินซิน หรือซินซินตัวน้อยมีกระเป๋าสะพายที่เป็นมรดกตกทอด ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็ต้องสะพายติดตัวเสมอ สิ่งที่สำคัญไม่ใช่กระเป๋า แต่เป็นของที่อยู่ในกระเป๋าที่ซินซินให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ นั่นคือกล่องขนมที่วันหนึ่งจะมีให้กินเพียงชิ้นเดียว ไม่เคยพอกินเลยสักครั้ง แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้กิน!!"เจ๊ไม่เคยแบ่ง" ซ่งเว่ยหลงหรือหลงหลงส่ายศีรษะไปมาทันที เมื่อเห็นพี่สาวพูดถึงขนมที่ม
ตอนที่ 41 บทส่งท้ายตงหยางลืมตาตื่นในมิติของตัวเองอย่างเชื่องช้า เรื่องราวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเขารับรู้ได้ทั้งหมด เขาได้พูดคุยกับเล่อเล่อที่เป็นหมู่ตานดอกน้อย ส่วนเขาคือท่านเทพ และเขาไม่รั้งรอที่จะบอกรักอีกคนตงหยางเพิ่งรู้ว่ามิติแห่งนี้คือมิติของเล่อเล่อ แต่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของพื้นที่ทั้งหมดเท่านั้นเอง เพราะส่วนใหญ่นั้นถิงถิงเป็นคนดูแล มีดสั้นนั้นคือตัวเชื่อมให้เขามาอยู่ในมิติของเล่อเล่อ แต่ไม่ได้เข้าไปในมิติได้ทั้งหมดเขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหนังสือปริศนาถึงพูดถึงการเลือก เพราะมันคือการเลือกครั้งสุดท้าย ตอนนี้เขาอยากลุกขึ้นวิ่งออกไปข้างนอกมิติแต่กลับขยับตัวไม่ได้ จึงต้องนอนนิ่งอยู่แบบนี้ แล้วคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา วาดหวังว่าออกไปแล้วจะเจอภรรยารออยู่ที่บ้าน หวังว่าภรรยาจะเลือกกลับมาหาเขาและลูกเพื่ออยู่ด้วยกันอีกครั้ง
ตอนที่ 40 นายหญิงหวนคืนในวันนี้หนูน้อยฝาแฝดมีอายุครบหนึ่งเดือนเด็กทั้งสองเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย กินแล้วนอนเพียงเท่านั้น ส่วนคนที่เลี้ยงนั้นมีแต่ผู้ชาย มีเพียงแม่นมกับป้าเหยียนเท่านั้นที่เป็นผู้หญิงไม่มีใครกล่าวถึงนายหญิงอีกเลยหลังจากที่นายท่านกลับมาพร้อมกับนายน้อยและคุณหนู คนในเรือนชั้นในและคนสนิทพอจะรู้เรื่องบ้าง แต่คนภายนอกก็มีคนสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามหาอยู่ดีตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ตงหยางจมอยู่กับความเศร้า แต่เพราะลูกกับคนรอบข้างที่บอกว่าอาจเพราะภรรยานั้นหายไปรักษาตัวเหมือนที่พ่อตาเคยเป็น ถึงจะไม่ค่อยน่าเชื่อสักเท่าไหร่ แต่หากคิดแบบนั้นแล้วมันทำให้เขาสุขใจสบายใจ เขาก็จะคิดเช่นเดียวกันการหายไปของภรรยาในครั้งนี้ไม่เหมือนแต่ก่อน เพราะกระเป๋าที่พกติดตัวเป็นประจำไม่ตามไปด้วย ยังคงอยู่ที่นี่และอยู่ใกล้ลูกสาวของเขาตลอด ไม่ว
ตอนที่ 39 โชคดีหรือโชคร้าย...เมื่อถึงกำหนดคลอด ก่อนมานอนที่โรงพยาบาล เล่อเล่อได้เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมทั้งหมดแล้ว"ตื่นเต้นไหมคนสวย" เสี่ยหานเดินเข้ามาหาลูกสาว เขาตามมานอนเฝ้าด้วยความเป็นห่วง ทั้งที่รู้ว่าที่นี่มีหมอมีพยาบาลพร้อม ถึงจะอุ่นใจมากแค่ไหนก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี"ตื่นเต้นค่ะ... ตอนที่แม่คลอดหนู พ่อตื่นเต้นไหมคะ" อยากรู้ความรู้สึกว่าคนอื่นจะเป็นแบบเดียวกันกับเธอไหม"ตื่นเต้นทั้งสองคนเลย แต่พ่อพยายามไม่แสดงออก เพราะกลัวแม่ของลูกจะกังวลมากกว่าเดิม พ่อคิดว่าพ่อเก็บอาการได้ดีกว่าลูกเขย" เสี่ยหานตอบลูกสาว และประโยคท้ายก็ก้มลงมากระซิบบอกลูกสาวเสียงเบา"เป็นแบบนั้นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ" เล่อเล่อหัวเราะคิกคักทันทีที่หันไปเจอสามีที่มีสีหน้าซีดแล้วซีดอีกมีใครจะรู้บ้างว
ตอนที่ 38 ปริศนาส่วนที่เหลือชิวหานนั่งเหม่อมองพื้นที่ปลูกสมุนไพรของน้องสาวด้วยสายตาว่างเปล่าเรื่องราวนั้นได้ผ่านมาแล้วเกือบสามเดือน แต่มันก็ยังทำให้เขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็นสถานที่ที่น้องสาวเคยอยู่เขาไม่รู้ว่าน้องสาวเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้ถามถึง ไม่ได้อยากรู้ ที่เขามองและเจ็บปวด เป็นเพราะเขารับรู้เรื่องราวของน้องสาวที่กล้าวางยาฆ่าแม่กับยาย นับประสาอะไรกับเขาที่เป็นพี่ชายจะไม่โดน เขาจึงไม่อยากรับรู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง รู้แค่ว่าถูกส่งตัวให้บ้านเศรษฐีที่ตายด้วยน้ำมือของเหมยฮวาเขาละอายใจในหลาย ๆ เรื่อง เขาคือคนที่ชักศึกเข้าบ้านผู้มีพระคุณ แต่เพราะอยากตอบแทนบุญคุณและชดใช้ในสิ่งที่น้องสาวทำ เขาเลยยังอยู่ตรงนี้ ทนอยู่กับความอัปยศที่น้องสาวทิ้งไว้"ยังไม่เลิกคิดอีก นายท่านกับนายหญิงไม่เคยว่าเลย แต่ก็ชอบมานั่งตรงนี้" ซือ
ตอนที่ 37 ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเหมยฮวามองหน้านายท่านด้วยความหลงใหลสองมือค่อย ๆ ประคองเพื่อป้อนยาที่ตัวเองเพิ่งจะได้มาจากย่านที่เป็นตลาดมืดเมื่อครั้งเก่าก่อน ยานี้มีฤทธิ์ให้ผู้ชายอยากปลดปล่อย หากเป็นสมัยโบราณก็เป็นยาปลุกกำหนัด แต่สมัยนี้เธอไม่รู้ว่าเขาเรียกว่ายาอะไรมันไม่สำคัญว่าจะเรียกอะไร ขอแค่มันได้ผลเป็นพอ"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เราจะได้เป็นสามีภรรยากันจริง ๆ สักที ต่อไปนายท่านก็หนีไม่พ้นอย่างแน่นอน" เธอพยายามกรอกยาใส่ปากอีกคนที่ไม่ได้สติแต่ไม่ใช่ปัญหา ขอเพียงส่วนล่างแข็งขึ้นมาก็พอ นอกนั้นเธอจัดการเองได้อยู่แล้วตงหยางหงุดหงิดในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันอยู่ในแผนหรือว่าผิดแผนไปแล้ว เขาเป็นห่วงลูกกับภรรยา อยากช่วยเหลือ ในตอนแรกเขาคิดว่าเพียงนอนนิ่ง ๆ แกล้งหมดสติเท่านั้น ที่ไหนได้ ยาที่คนตัวเล็กให้กินกลายเป็นยาที่ทำให้เข







