Masukโรงเตี้ยมแสงเทียนสลัว ๆ กระพริบไหวในห้องพัก ๆ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหารร้อนและไม้หอมไป๋หลินนั่งลงที่โต๊ะเล็ก ๆ ด้านมุมห้อง สั่งอาหารจากคนใช้ในโรงเตี้ยมด้วยเสียงเรียบเฉย ไม่มองหน้าใคร
“บะหมี่ซุปสามรสร้อน ๆ หนึ่งชาม” เสียงของเธอเย็นชา แต่มือกลับสั่นเล็กน้อยเมื่อรับจดหมายและของที่ขาฝากไว้เมื่อเช้า
อาหารร้อนถูกวางลงตรงหน้าไป๋หลินจ้องมองไปยังประตูไม้ที่ถูกปิดสนิท เธอพยายามกล้ำกลืนความรู้สึกที่ปะทุขึ้นในใจ
“ไม่สนใจเขา ไม่คิดถึงเขา”
เธอวางช้อนอย่างมั่นคง แล้วยกมือไปจับผ้าคลุมที่แขวนอยู่ข้างเตียง ไอร้อนในอ่างไม้ลอยฟุ้งหนาแน่น ราวกับม่านหมอก ที่บดบังเส้นแบ่งระหว่างความฝันกับความจริง น้ำเก๊กฮวยอุ่นถูกเทลงผสมน้ำจนกลิ่นหอมจาง ๆ กระจายไปทั่วห้องอาบน้ำ
แสงตะเกียงสั่นไหว ละอองไอน้ำเกาะกระจกเป็นหยด ไป๋หลินถอดเสื้อผ้าอย่างไม่รีรอ ฝ่ามือของนางลูบผ่านต้นคอเปลือยช้า ๆ ดวงตาเหม่อลอย สะท้อนแสงไฟเหมือนกระจกหยกปล่อยให้ความร้อนของน้ำชะล้างความเหนื่อยล้าและความคิดยุ่งเหยิงแม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า
แต่จิตใจของเธอก็ยังคงเข้มแข็งไม่ไหวหวั่น แต่สำหรับไป๋หลินแล้วคืนนี้เธอเลือกที่จะไม่สนใจ และพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมรับมือกับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันต่อไป
แต่นางไม่รู้เลยว่าบุรุษผู้นั้นกำลังยืนมองอยู่หลังฉากไม้ตรงมุมห้อง หายใจเบาราบเรียบแต่นัยน์ตา… ไม่เหลือความเย็นชาอีกต่อไป
ตอนเขาเห็นนางเปลือยหลังในห้องน้ำไม้เก่าแห่งนี้…
ทุกอย่างในหัวเขากลับ “ขาวโพลน” ไปหมด
เส้นผมเปียกแนบลงบนแผ่นหลัง หยดน้ำไหลช้า ๆ ลงจากต้นคอ สู่แนวกระดูกสันหลัง กลีบอกยกขึ้นเล็กน้อยเวลานางเงยหน้ารับน้ำสะโพกแน่นเปลือยโผล่พ้นน้ำเพียงครึ่งร่อง
เขาขบกรามแน่นมือกำผ้าคลุมในมือเสียจนข้อนิ้วขาว
“เจ้าไม่ควร…” แล้วเขาก็… ทนไม่ไหวเสียงไม้เปิดเบา ๆ ดังขึ้นก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกเปิดอย่างรวดเร็ว
“—!!” เธอผงะ รีบคว้าผ้าแต่ไม่ทันเพราะเขาก้าวเข้ามาแล้ว รวบข้อมือเธอทั้งสองไว้ด้วยมือเดียว
“เซวียน!? ท่าน!?” ร่างสูงในชุดดำก้าวเข้ามาช้า ๆ ไม่เอ่ยวาจาเพียงสบตา….แล้วถอดเสื้อคลุมทิ้งลงกับพื้นไม้ โดยไร้คำอธิบาย
หัวใจนางกระตุกริมฝีปากเธอเผยอจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาก็เข้ามาในอ่างทันทีน้ำกระเพื่อมแรงขึ้น ร่างเปลือยเปล่าของเขาแนบชิดกับแผ่นหลังเปียกชื้นของเธอทันที
มือเขาเลื่อนจากไหล่นาง สอดลงแตะเต้านูนใต้ผิวน้ำ บีบเต็มฝ่ามืออีกมือหนึ่งเลื่อนลงกลางหว่างขา แตะกลีบกลางที่กำลังอุ่นจัดและนุ่มลื่นจากไอน้ำ นิ้วเขาลากช้า ๆ วน คลึง สอดแทรกปลายนิ้วเข้าด้านใน จนเสียงน้ำเฉอะแฉะปะทะกับเสียงสะอื้นพร่าของนาง
“อื๊อ… มะ-ไม่ไหว…”
เขาไม่พูดเพียงฝังใบหน้าไว้ที่ซอกคอ เป่าลมหายใจร้อน ใส่ใบหูแล้วใช้นิ้วดันเข้าไปอีกสอง สามข้อต่อจนสะโพกเธอกระตุกขึ้นมาตอบรับอย่างไม่รู้ตัว
มือหนึ่งของเขายังคงลูบจากหน้าอกลงไปที่หน้าท้อง
ขยี้ติ่งกลีบในน้ำ อีกมือหนึ่งขยุ้มเส้นผมเธอ กดใบหน้าเธอแนบกับไหล่เขาให้เสียงครางเธออัดแน่นอยู่ตรงหน้าอกเขาโดยไม่มีทางหนีจากนั้นเขาขยับตัวลำร้อนจัดแข็งขึงบดผ่านร่องก้นนวลจนสะโพกเธอสั่นวาบ แล้วในจังหวะเดียว เขากระแทกเข้ามาเต็มแรงฉึก!
“อ๊าาาาาาาาาา!!”
เสียงกระทบน้ำดังเฉาะเฉะไป๋หลินแทบชักขาขึ้นตามแรงเสียดเขากระแทกซ้ำทันที ไม่รอให้นางได้หายใจทุกแรงโถมหนักแน่น รุนแรงในอ่างที่คับแคบ
น้ำกระเซ็นล้นขอบเสียงสะโพกกระแทกบั้นท้ายนางดังก้องในห้องไม้
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
กลีบเนื้อเปียกชื้นบดกับลำร้อนจนเสียงเฉอะแฉะยิ่งเร้าอารมณ์เขากัดหลังคอเธอเบา ๆ แล้วกระแทกเข้าไปลึกจนเธอร้องกรีด หน้าอกเธอกระเพื่อมในน้ำ มือจิกขอบอ่างแน่นจนข้อนิ้วซีด
“ฮึก… ข้า… ข้าจะ…”
เขาเร่งจังหวะทุกแรงสั่นไหวถึงปลายประสาทเธอกระตุกครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนจะปล่อยเสียงสุดท้ายออกมาในครางสั้นปนสะอื้นร่างสั่นสะท้าน
เขายังไม่หยุดเพียงกระแทกอีกทีแล้วหยุดนิ่ง… ฝังลึกเข้าไปจนสุดโคนร่างเขากระตุกเบา ๆ ก่อนปล่อยน้ำร้อนทะลัก ในตัวเธอมาก ลึก จนเธอรู้สึกถึงไออุ่นแทรกซึมในท้องน้อย
เธอฟุบซบกับอกเขา หอบหายใจ มือเขายังคงกอดรัดเธอแน่นจากด้านหลัง เสียงน้ำหยดจากเส้นผม เสียงหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
เขายังไม่พูดอะไรเลยแต่จากสัมผัสนั้นไป๋หลินรู้ดีว่า… เขาไม่ใช่แค่ครอบครองเธอแต่ รักด้วยเนื้อ ด้วยตัวและด้วยใจ ดิบเถื่อนที่เอาเธอไปทั้งตัวในค่ำคืนนี้
เสียงน้ำที่ล้นอ่างหยดลงพื้นไม้ทีละหยาด เบาบาง แต่ชัดเจนในห้วงที่ลมหายใจเธอขาดห้วง ร่างของไป๋หลินอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนเขา ใบหน้าซุกแนบอกกว้าง กลีบปากเผยอครางแผ่ว ร่างเปลือยเปียกชุ่มพาดอยู่บนตักเขา ขณะความร้อนรุ่มจากภายในยังไม่ทันจางหาย
เขายังไม่ขยับ ยังฝังแน่นในกายเธอ ไออุ่นของน้ำแรกยังคั่งคลออยู่ภายในจนเธอสั่น ระริกไม่หยุด
แล้วเขาก็ก้มกระซิบข้างหู เสียงต่ำพร่ากระทบติ่งหูนางอย่างจงใจ
“เจ้า… ตอบคำถามของข้าแล้ว”
เธอสะท้านวาบใบหน้าร้อนวูบขึ้นมา ทั้งที่ไอน้ำรอบตัวก็ยังร้อน
เขาถอนกายออกช้า ๆ เสียงเนื้อหลุดจากกัน เฉาะ ดังจนเธอหลับตาแน่นของเหลวขุ่นไหลย้อนล้นจากร่อง กลีบเนื้อยังเต้นตุบ ๆ อย่างไม่ยอมหยุด
ไม่ปล่อยให้นางได้พัก มือหนาสอดช้อนร่างนางขึ้นจากอ่างในคราวเดียวร่างเปลือยชุ่มน้ำของไป๋หลินแนบอกเขา ขาขาวยาวแกว่งอย่างหมดแรงเขาก้าวไปยังเตียงไม้ในห้องข้างใน… แสงไฟวูบไหวตามแรงก้าวราวกับกลัวจะดับไปเพราะเพลิง ที่เขาหอบเข้ามา
เขาวางร่างนางลงช้า ๆ บนผ้าปูที่นุ่มกว่าอะไรทั้งปวง ในค่ำคืนนี้แล้วค่อย ๆ คลานขึ้นตามดวงตาเขา… ไม่ใช่เพียงคนที่ต้องการเสพอีกครั้งแต่มันเหมือนดวงตาของใครบางคน… ที่จะกลืนเธอไว้จนหมดโลก
“เจ้ารู้หรือไม่…” เขากระซิบ ขณะปลายนิ้วลากผ่านแนวท้องลงไปกลางต้นขา
“…กลีบดอกไม้ของเจ้าร้องหาข้าแม้แต่ตอนเจ้าฝืนปฏิเสธ…”
เขาจูบหน้าท้องเธอ แล้วลากปลายลิ้นต่ำลง เธอสั่นสะท้าน มือกำผ้าปูแน่น “มันหวาน… กว่าทุกโอสถที่ข้าเคยชิม”
ปลายลิ้นของเขาแตะเข้ากลางกลีบนุ่มแล้วลากยาว ช้า จนนางสะบัดขาขึ้นเองโดยไม่รู้ตัวเสียง ชึ่บ จากการดูดเนื้อกลางหว่างขาดังชัดลิ้นของเขาแลบเข้าไปในร่องที่ยังเต็มไปด้วยน้ำรักขุ่นของเขาเอง
“ฮ้าาา… อื้อออ…!” เสียงนางครางสั่น ขาเบียดหัวเขาไว้แน่นแต่เขากลับจับมันแยกกว้างออกกว่าเดิม
“ข้าอยากให้เจ้าจดจำ… ว่าคืนนี้ ไม่มีอ่าง ไม่มีเตียง ไม่มีแม้แต่ลมหายใจเจ้าที่รอดจากข้าไปได้”
ลิ้นเขารัวเร็ว แล้วลากขึ้นขยี้ตรงกลางเสียงดูด จ๊วบ จ๊วบ ดังชัดในห้องเขาซุกหน้าลงไปอีก กินกลีบเธอราวกับกำลังสูดดมหัวใจนางเข้าไปทั้งดวง
“น้ำเจ้า… ไหลอีกแล้ว” เสียงเขาขาดเป็นช่วงเพราะยังคงเลียไม่หยุดปลายนิ้วสอดเข้า—งอขึ้นแตะจุดลึก
“ตรงนี้… สั่นขนาดนี้ ยังจะกล้าบอกข้าว่าเจ้าไม่ต้องการข้าอีกหรือไป๋หลิน…”ร่างของเธอกระตุก สะโพกยกขึ้นรับ เสียงในลำคอขาดห้วง ขณะเขาทั้งดูด ทั้งล้วง ทั้งซอกไซ้จนกระทั่ง—กลีบเนื้อบีบรัดนิ้วเขาแน่นน้ำหลั่งพรั่งพรูแตกเต็มปากเขาอีกครั้ง
ไป๋หลินครางชื่อใครไม่ได้นอกจากคำเดียว…
“อ๊าาา…! ได้โปรด… อย่า…”
เขาเชิดหน้าขึ้น ริมฝีปากเปื้อนน้ำเธอลิ้นเลียคราบไปช้า ๆ
“…เจ้าตอบคำถามข้าอีกครั้งแล้ว ไป๋หลิน”
ฝนหลังเที่ยงคืนยังคงพรำ เสียงหยดน้ำตกกระทบหลังคาไม้ไผ่ดังสม่ำเสมอ กลบเสียงบางอย่างไว้ได้เพียงบางส่วน... บางส่วนที่ควรจะเป็นความลับระหว่างผนังห้อง แต่กลับถูกปล่อยให้เร่าร้อนสะท้อนออกมากับเสียงเตียงไม้ที่ครางลั่นทุกครั้งที่สะโพกของเขากระแทกลงอย่างไม่ปรานี
ไป๋หลินแนบอกกับเตียง ร่างเปลือยเปล่าสั่นระริกจนเตียงแทบลั่นเป็นชิ้น เธอครางเสียงพร่า ฝ่ามือซีดจากการจิกปลอกหมอนแน่นจนเส้นเอ็นขึ้น มือของหยางเซวียนจับที่สะโพกขาวนวลแล้วกระแทกสวนเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
“อึก… อ๊าาา…! ข้า… ข้าไม่ไหว…!”
เสียงเธอสั่นไหวในลำคอ กลีบกลางของเธอกระตุกรัวตอดแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะหลุดออกมา ลำร้อนของเขาทะลวงลึกจนแตะมดลูกไม่หยาบ ไม่รีบ แต่จงใจ ตอกลึกลงในความจำ จนร่างเธอจะจำความรู้สึกนี้ไปตลอดชีวิต
เขาโน้มใบหน้าลงมากระซิบเสียงต่ำข้างใบหู ริมฝีปากแทบแนบผิว “หากเจ้ากล้าหนีข้าอีกครั้ง…” เสียงเขานิ่ง ราบเรียบ แต่ลึกถึงกระดูก “เจ้าจะรู้ผลของมัน... ใช่หรือไม่”
ไป๋หลินสะอื้นฮึกเบา ๆ ขณะเขาจับเธอพลิกหงายขึ้น มือหนาสอดใต้ขาพาดบนไหล่ ร่างเธอแอ่นขึ้นอ้าโล่งรับการกระแทกจากเบื้องหน้าอีกครั้ง
ฉึก!
เสียงลำเนื้อกระแทกทะลวงเนื้อในเธอดังชัด กลีบเนื้อดูดกลืนเขาเข้าไปจนสุด แรงเสียดสีร้อนฉ่าแต่หวานลึก เขาขยับเอวด้วยจังหวะที่หนัก ลึก ดิบ ทุกแรงกระแทกคือคำลงโทษ ทุกเสียงเฉาะเฉะคือการประทับตรา
เธอแทบจะขาดใจขณะลมหายใจขาดห้วง และก่อนที่สติจะดับวูบลงไป… เขากระชากเธอขึ้นจากเตียงในอ้อมแขนแน่นหนาไป๋หลินครางแผ่ว ใบหน้าแดงจัด ร่างเปลือยชุ่มเหงื่อแนบซบอกเขา เธอยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่ง…
“ไม่ ไม่เอา! หยางเซวียน! ท่านจะ… จะพาข้าไปไหน!”
เขาไม่ตอบ แค่เปิดประตูออกตรงระเบียงด้านข้าง
ลมกลางดึกปะทะผิวร้อนของเธอจนทั้งร่างสะท้าน ฝนซาแล้ว เหลือเพียงอากาศเย็นชื้นและแสงตะเกียงจากลานเบื้องล่างที่ยังสว่างอยู่… และโต๊ะที่มีคนเร่ร่อนนั่งดื่มเหล้าอยู่ห่างออกไป
ไป๋หลินดิ้น “ตรงนี้ไม่ได้… จะมีคนเห็น!”
หยางเซวียนวางเธอลงตรงขอบหน้าต่าง ร่างบางพิงไม้เย็นเยียบเขาแยกขาเธอพาดบนขอบวงกบ จับโพรงกลางของเธอแหกอ้า แล้วฝังตัวเข้ามาอีกครั้ง ลึกที่สุด เสียงกระแทกแรกดังก้องเต็มระเบียง
ฉึก!! “อ๊าาาาาาา!!”
เธอครางลั่น พยายามจะดันเขาออก แต่กลับยิ่งตอดแรงกว่าเดิมโพรงกลางบีบตัวรัดแน่นยิ่งกว่าเคย เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ ขณะสะโพกกระแทกถี่ขึ้น
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!
“ยิ่งกลัว... เจ้าก็ยิ่งตอดแรงแบบนี้รึ?”
เสียงครางของเธอสั่นเครือ ผสมเสียงลมหายใจหอบถี่ จังหวะเดียวกันนั้นเอง…เสียงฝีเท้าดังจากลานเบื้องล่าง… คนหนึ่งกำลังเดินมาใกล้เงยหน้าขึ้นจะมอง
“ข้า…ข้าแตกแล้ว หยางเซวียน!” เธอกรีดร้องขณะร่างกระตุก “อ๊าาาาา!!” เขากระแทกเข้าอีกครั้ง ลึกสุด โถมแรงทะลวงร่างเธอในจังหวะที่คนนั้นเงยหน้าขึ้นพอดี
แต่ทันก่อนที่สายตาจะเห็นเขา รวบเธอเข้ากอดแน่น! คลุมร่างเธอด้วยผ้าคลุมสีดำ ผวาถอยกลับเข้าห้องในจังหวะเดียวราวกับหมาป่าที่โฉบเหยื่อเข้าถ้ำ หวงแหนจนยอมให้ใครเห็นไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ประตูระเบียงปิดลงเหลือเพียงเงาไฟวูบไหว และเสียงหอบของหญิงสาวที่สั่นเทาในอ้อมแขนชายผู้หนึ่งที่กลืนกินเธอ จนหมดทั้งกายใจ เขาวางเธอลงบนเตียงอีกครั้ง แล้วสอดตัวเข้าผ้าห่มตาม ห่มทับร่างบางที่ยังเปียกเหงื่อและน้ำรักทั้งของเธอและเขา
ไป๋หลินซบอกเขาอย่างหมดแรงร่างยังเต้นตุบ ๆ ภายใน เธอรู้สึกถึงหยดสุดท้ายที่ไหลย้อนอยู่ในโพรงกลาง
เขากอดเธอแน่น ลูบผมของเธอเบา ๆ แล้วกระซิบใกล้หูเธออย่างอ่อนโยน… ทว่าทุกถ้อยคำ คือคำเตือน
“ถ้ากล้าหนีข้าอีก…”
“คราวหน้า ข้าจะให้เจ้าเสร็จกลางตลาด”
ริมฝีปากของเธอสั่นระริก กัดปากไม่ให้ครางออกมาอีกแล้วเธอก็เงียบ ซบแน่นกับอกเขา ไม่พูด ไม่ขยับ และไม่กล้าแม้แต่จะคิดหนีอีก…เพราะหัวใจเธอรู้ดี ต่อให้โลกทั้งใบหลบพ้นมือเขาได้ แต่เธอ… ไม่มีทาง.
เมื่อชีวิตจริงเริ่มต้น… และหัวใจยังคงจำเขาได้แม้ไม่มีเวทมนตร์หรือคำสาปใดหลงเหลืออยู่เสียงเครื่องวัดชีพจรดังติ๊ก… ติ๊ก… สม่ำเสมอ กลิ่นยาแผ่วจางในอากาศม่านสีฟ้าอ่อนข้างเตียงไหวเบาสายลมจากหน้าต่างบานเล็กพัดเข้ามา พร้อมเสียงใบไม้ไหวไกลๆหลี่เหยาลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เปลือกตาหนักอึ้ง แขนเธอ มีสายน้ำเกลือ ข้างเตียงวางมือถือของเธอที่ยังเปิดหน้าจอนิยายที่ขึ้นว่า THE ENDเธอกะพริบตาหลายครั้ง หอบลมหายใจ เหมือนตื่นจากฝันที่ยาวนานจนนับเวลาไม่ได้“เธอน็อคเพราะทำงานหนักเกินไปค่ะ หมอวินิจฉัยว่าอ่อนเพลียขั้นรุนแรง และร่างกายพักผ่อนผิดสมดุล” โชคดีที่เพื่อนของเธอส่งเธอมาโรงพยาบาลทันเสียงพยาบาลพูดกับใครบางคนหน้าห้อง เธอฟังอย่างเลื่อนลอยก่อนจะมีเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา และทันทีที่เขาเปิดม่านเตียงออก… เธอก็แทบลืมหายใจชายหนุ่มในชุดเสื้อกาวน์สีขา
ดวงตาเธอกระตุก มือที่เคยแน่น กำแน่นขึ้นอีกครั้ง เสียงพิณหยุด กลีบโบตั๋นที่ปลิวในฝันค้างกลางอากาศ และเสียงสุดท้าย แผ่วลงเหนือข้างหูเธอ ราวกับกล่าวจากใจถึงใจ“เจ้าชนะคำสาปแล้ว ลี่เหยา ได้เวลาตื่นจากนิยายเสียที”เปลือกตาเธอเปิดช้าช้า หินใต้แผ่นหลังเย็นเยียบ อากาศรอบตัวหนักแน่นจนเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้เองเบื้องหน้าคือชายชุดนักพรต ผ้าคลุมสีหมอก เปื้อนโลหิตจาง มือเขายื่นมารองท้ายทอยเธอเบา ๆ“…โม่อวี้…” เสียงเธอแผ่ว “เจ้าจำชื่อลี่เหยาได้อย่างไร…”เขามองเธอ นิ่ง และตอบด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความจริง“ข้าจำเจ้า… ไม่ใช่เพราะเจ้าชื่ออะไร แต่เพราะ… ไม่ว่าเจ้าจะใช้ชื่อไหนเจ้าคือ ‘หญิงเดียว’ ที่ข้าเฝ้ามองจากโลกทุกใบ”แสงแห่งคำสาปจางลงเหมือนม่านหมอกเช้าตรู่ กลิ่นเลือด กลิ่นกลีบบุปผา และเสียงสายพิณที่เงียบลงไปแล้ว คงอยู่เพียงในห้วงใจไป๋หลินทรุดลงบนเข่าข้างหนึ่ง
ทุกอย่างคือความเงียบขาว ขาวจนเจ็บตาขาวจนเหมือนกลืนเธอเข้าไปทั้งร่าง ขาวจนไม่มีแม้คำว่า “ฉัน” หรือ “เธอ” หลงเหลือไป๋หลิน ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนไม่รู้ว่าตัวเองหลับหรือตื่นร่างเธอล่องลอยอยู่กลางความนิ่ง เหมือนถูกปลดปล่อย…แต่หัวใจกลับยังแน่น แน่นจนเจ็บเธอพยายามขยับ แต่แขนไม่มี ขาไม่มีมีเพียง “ความรู้สึก” ว่าเธอขาดบางสิ่งที่สำคัญมากและในความว่างนั้น เธอเริ่มร้องไห้ ไม่มีเสียง ไม่มีน้ำตา แค่ความเจ็บที่ปริแตกจากกลางอกกระจายช้า ๆ เหมือนลมหนาว“ข้า… อยู่คนเดียวหรือ?”เสียงเธอไม่ดังแม้ในใจตนเอง และเมื่อคำถามนั้นดังขึ้น ลมหายใจรอบกายเปลี่ยนไปเหมือนอากาศสูดกลับเหมือนโลกจำเธอได้อีกครั้งแสงแดดยามบ่ายส่องลอดม่านไม้ไผ่ในเรือนชา กลิ่นขนมงาปิ้งอุ่นลอยมาจากเตา ต้นโบตั๋นริมหน้าต่างเพิ่งผลิบาน...แต่เสียงพิณที่ดังอยู่ใต้ต้นไม้นั้น กลับขับกล่อมอะไรบางอย่าง ที่บาดลึกกว่ากลีบดอกไม้ เสียงสายดีดช้า เนิบนุ่ม แล้วจบลงอย่างเงียบงันหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่ใต้ศาลาริมน้ำ ยกชาขึ้นจิบช้า
เขาถอนกายออกอย่างรวดเร็ว ปลายลำยังแข็งโด่ เต้นตุบ ๆ เหมือนปีศาจที่หิวไม่หยุด เขารวบสะโพกเธอไว้ กระชากร่างเธอขึ้นจากพื้นแล้วพลิกให้นอนคว่ำ หน้ากดลงกับพรมเธอครางแผ่ว “มะ…ไม่ไหวแล้ว…ได้โปรด…ข้า…”“ไม่ต้องขอ ข้าจะ เอาเจ้าให้ขาด” เสียงเขาแหบพร่าเต็มไปด้วยปราณแตกซ่าน มือเขาจับสะโพกกลมกลึงไว้แน่น แล้ว อัดแก่นกายเข้าด้านหลัง อย่างแรงไม่มีหยั่ง!ตั่กกก!!“อ๊าาาาาาาาาาาาา!!”ร่างเธอกระตุกเหมือนถูกไฟฟ้าช็อต หัวจิกพื้น ผ้าห่มขาดติดเล็บ แขนสั่นเทา น้ำตาไหลพราก แต่ปากยังครางซ้ำไม่หยุดปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!เสียงเอวเขากระแทกกับสะโพกเธอดังจนเทียนล้มไปอีกเล่ม เนื้อในเธอ ตอดรัดหนักจนแก่นเขาสั่น ฮั่นซูกัดฟันกรอด ปลายมือสั่นแทบหลุดสติ เขาตบก้นเธอเต็มแรงซ้ายขวา“ข้า…จะ…แตกแล้ว…”เขาโน้มตัวลง คร่อมบนแผ่นหลังเธอ ลมหายใจร้อนกรุ่นบนต้นคอ มือข้างหนึ่งยกขาเธอขึ้นสูงกว่าเดิมจนเปิดทางให้เขาเสียบลึกขึ้
หลังพิธี…ที่ควรจบลง แต่เขาไม่ยอมให้จบ สามีคนที่ 6 ของนางเอก…และราตรีที่ลมหายใจยังไม่ทันจางร่างของเธอยังคร่อมอยู่บนตักเขาเรียวขาเกร็งเบา ๆ ต้นขาแนบชิดสะโพกเขาอย่างลืมตัว ลมหายใจยังถี่ เหงื่อยังซึมหลัง แผ่นอกยังแนบอกเขาแน่นจนได้ยินเสียงหัวใจซ้อนกันเมื่อครู่…หัวใจเธอล่องอยู่ในอดีต เสียงกระซิบครางพร่าในฝัน เสียงที่บอกชื่อเขา"ฮั่นซู" ยังลอยในหู มือที่เคยแตะเธอในความมืด สะโพกที่เคยกระแทกเธอทุกค่ำคืน กลิ่นกายของเขา ลมหายใจของเขา…ทุกอย่างกลับมาทั้งหมด…และเมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็ยังอยู่ตรงนี้ฮั่นซูยังนั่งอยู่ใต้เธอ มือใหญ่ประคองเอวเธอไว้ ลำกายเขายังอยู่ในตัวเธอ แข็ง ร้อน จนรู้สึกชัดทุกการเต้น และสายตาเขา…ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย"เจ้า…" เขากระซิบพร่า "ยังแน่นเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา…หลัน"มือเล็กกำไหล่เขาแน่นกว่าเดิม กายยังสั่น…แต่ไม่ใช่เพราะความกลัวเธอรู้แล้ว นี่ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป และราตรีนี้…ยังไม่จบเลยด้วยซ้ำเธอยังคร่อมตักเขาอย
ในฝัน เขารวบขานางขึ้นพาดเอวแล้วกระแทกเข้ามาแรงขึ้น ตับ! ตับ! เสียงเขาดังชิดข้างหู“ข้าจะให้เจ้าจำร่างกายข้าได้…แม้แต่ในฝัน”เขาขยับเอวแรง ความร้อนพุ่งขึ้นสันหลัง มือเธอจิกบ่าเขาไว้เขากระซิบ เสียงแหบต่ำ ริมฝีปากกดลงข้างหูเรียกชื่อข้า “…ฮั่นซู…” เธอหอบ มือสั่นเขากดสะโพกเข้ามา ช้า ลึก แน่น เธอร้องออกมา เสียงดังกว่าทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะเจ็บ แต่เพราะครั้งนี้—เธอ รู้ว่าใครกำลังครอบครองเธอสะโพกเขาขยับ แต่ไม่รีบร้อน เขาจูบนางทุกแห่ง หน้าอก ข้อมือ เอว แผ่นท้อง กลางอกมือเขาทาบหน้าเธอขณะกระแทกเข้า ดวงตาเธอจ้องเขาแน่น ไม่มีฝัน ไม่มีคาถามีแค่ นางกับเขา กับความจริงที่ทุกสัมผัสย้ำซ้ำให้ตลอดหกคืนร่างเปลือยเปล่าของเธอสั่นระริก ร่องรอย การครอบครองยังอ่อนแดงบนต้นขาแต่ภายใน...ยังคงมี บางสิ่งที่กัดกินอยู่ฮั่นซูนั่งลงข้างนาง ลมหายใจเขาเริ่มเร่ง แต่ไม่ใช่เพราะราคะอีกต่อไป คือแรงปราณที่กำลังลุกวาบจากจุดชีพจรทั้งเจ็ดมือข้างหนึ่งของเขายกขึ้น นิ้วแตะกลางอกเธออีกมือแนบหน้าท้องแ







