Share

ชลทิตย์แปลว่าทะเล

last update Date de publication: 2025-02-07 16:54:55

แสงแดดอ่อนส่องลอดผ่านใบไม้ที่กำลังขยับไหวเบาๆสร้างลวดลายสวยงามตกกระทบผ่านกระจกใสบานใหญ่บนชั้นสองของคาเฟ่ลงบนใบหน้ารูปไข่ คิ้วเข้มที่พาดเฉียงกำลังขมวดมุ่นแล้วคลายออกเป็นจังหวะเดียวกันกับแพขนตายาวขยับขึ้นลงเมื่อมองหน้าจอแท็บเล็ตสลับกับสมุดโน๊ตในมือ

เผยดวงตาหางหงส์สีน้ำตาลอ่อนชวนมองกำลังครุ่นคิดกับผมทูบล็อกสีเดียวกันฟูยุ่งเล็กน้อยเพราะตบตีกับตัวเองเนื่องจากกำลังคิดงานโลโก้ให้ลูกค้า เชิ๊ตสีดำที่สวมใส่อย่างสบายแม้จะมีรอยยับอันเกิดจากการขยับพิงพนักเก้าอี้กลับดูเข้ากันขับเน้นผิวขาวเนียนตามฉบับเชื้อสายจีนให้สว่างขึ้นไปอีก

ชลทิตย์หรือทะเล ขาดอีกหนึ่งวันก็จะครบ 25 ปีบริบูรณ์หรือที่คนไทยเรียกกันว่าวัยเบญจเพส นักออกแบบโลโก้บริษัทฟรีแลนซ์ผู้ชื่นชอบการเดินป่าตั้งแต่สมัยเรียนมหา’ลัยจุดเริ่มต้นเลยก็คือตอนเข้าค่ายอาสาบนดอยหลังจากนั้นเป็นต้นมาจึงเริ่มตามเก็บตราประทับอุทยานแห่งชาติแต่ละที่หลังเคลียร์งานเสร็จหากเพื่อนสนิทไม่ว่างไปด้วยเขาก็ไปกางเต้นท์เองคนเดียว

 ชายหนุ่มชื่นชอบการเดินป่าแม้ไม่ได้สะดวกสบายทั้งความลาดชันและความรกของพื้นที่ ไหนจะมีพวกยุงพวกทากแมลงต่างๆบางครั้งอุปกรณ์ป้องกันยังเอาไม่อยู่มีเล็ดลอดเข้ามาดูดเลือดถึงในร่มผ้าจนต้องช่วยกันดึงออก

ยิ่งช่วงหน้าฝนการล้มลุกคลุกคลานถือเป็นเรื่องปกติต่างคนต่างหัวเราะไม่หยุดจนท้องแข็งเพราะรองเท้าถูกโคลนดูดดึงไม่ออกต้องใช้แรงจนหงายหลังก้นจ้ำเบ้าร้อนไปถึงเพื่อนร่วมทริปต้องเข้ามาช่วย ทั้งล้มกลิ้งจากพื้นดินที่เละหรือลื่นไถลตัวตรงทางชันจนเลอะเทอะแต่วิวระหว่างทางรวมถึงมิตรภาพของเพื่อนร่วมชะตากรรมนั้นกลับสนุกสนาน ยิ่งขึ้นไปถึงจุดกางเต้นท์ได้รู้สึกว่าคุ้มค่ากับการมาเยือนเมื่อเห็นความสวยงามด้วยตาตัวเองจริงๆเป็นสิ่งที่หาไม่ได้ในฤดูอื่น

แม้จะเป็นฟรีแลนซ์ที่รับออกแบบโลโก้บริษัทแต่งานจะค่อนข้างเยอะเพราะลูกค้าเดิมบอกปากต่อปากและเขาเองก็ทำคลิปสั้นลงผลงานในโซเชียลด้วยแต่ก็สามารถจัดสรรเวลาวางแผนสำหรับการท่องเที่ยวอย่างน้อยเดือนละหนึ่งอุทยานแห่งชาติ

“อืม เคลียร์อีกสองงานก็ว่างแล้วนี่นารอบนี้ไปที่ไหนดีนะ”

ตอนนี้ชลทิตย์ออกมานั่งทำงานที่คาเฟ่สัตว์เอ็กซ์โซติกนอกจากบ้านก็มีที่นี่แหละมักมาสิงสถิตย์ประจำตั้งแต่ ‘Exocute cafe’ เปิดแรกๆเนื่องจากว่าใกล้บ้าน

ชายหนุ่มเป็นคนรักสัตว์เพราะตั้งแต่จำความได้ก็เห็นว่าที่บ้านรับหมาแมวจรมาเลี้ยงเติบโตมาพร้อมกันหลายรุ่นและร้องไห้เสียใจทุกครั้งที่เด็กๆเหล่านั้นจากไปตามอายุขัยหรืออาการเจ็บป่วยที่รักษาไม่หาย หลายปีมานี้ไม่ได้เลี้ยงแล้วเพราะพ่อกับแม่ก็ล้วนติดงานไม่ค่อยมีเวลาส่วนเขาติดเที่ยวป่าหลังส่งงานลูกค้าเสร็จ

แต่สัตว์ที่เห็นแล้วรู้สึกหลงรักกลับเป็นเอ็กซ์โซติกประเภทเลื้อยคลานอย่างพวกตุ๊กแกหางอ้วน กิ้งก่าชายน้ำ เต่าชูคาต้า และที่ชอบมากจนอยากเลี้ยงสุดก็คืองู เลยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการหอบงานมาทำที่คาเฟ่นี้บ่อยๆ ถึงจะอยากมีเป็นของตัวเองแต่ก็ยังรู้สึกว่ายังไม่พร้อม

“ทะเลมีแพลนไปเดินป่าที่ไหนอีกไหมเนี่ย”

วณัชพรหญิงสาวเจ้าของร้านเอาเค้กที่สั่งไว้ขึ้นมาให้พร้อมกับชวนลูกค้าประจำคุยไปด้วย

“กำลังดูๆอยู่เลยครับพี่วายังไม่แน่ใจว่าจะไปที่ไหนดี”

“พนาดรไงไปแล้วหรือยัง เพื่อนพี่เพิ่งไปเม้าให้ฟังใหญ่เลยว่าสวยมากแต่อีกสองอาทิตย์เห็นว่าเขาจะปิดฟื้นฟูป่าแล้วนะเข้าได้อีกทีก็ปีหน้าเลยเพราะเปิดแค่ปีละครั้งเอง”

“เอ๋? ที่มีป่าหวงห้ามสี่ทิศใช่ไหมครับ”

“ใช่ๆตรงนั้นแหละแต่ไม่น่ากลัวหรอกเพราะเราขึ้นอุทยานไม่ได้เข้าป่าตรงนั้นเสียหน่อย”

“ก็จริงครับ ผมลืมที่นี่ไปเลยเคยลิสต์ไว้แล้วด้วยแต่เพราะส่วนใหญ่ไอ้พวกเพื่อนๆมันดูที่อื่นไว้เลยลืมไปเสียสนิท”

“เดินทางจากที่นี่ไม่ถึงสามชั่วโมงไม่ไกลด้วย อุ้ย พี่ไปรับลูกค้าก่อนนะเดี๋ยวแวะมาคุยด้วยใหม่”

เสียงกรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งที่แขวนไว้ตรงประตูดังขึ้นบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามาแต่วันนี้ลูกน้องลาป่วยกับลากิจกระทันหันพร้อมกันสองคน ส่วนชายคนรักก็พาแม่ไปหาหมอเลยทำให้เจ้าของร้านค่อนข้างวุ่นเพราะทำคนเดียวโชคดีหน่อยที่ว่าช่วงสายคนยังไม่เยอะมากและไม่ใช่วันหยุดเลยพอรับมือได้

“ได้ครับ แต่เดี๋ยวทะเลลงไปช่วยพี่นะอีกนิดงานจะเสร็จแล้ว”

“ขอบใจมาก เราเนี่ยทำไมน่ารักขนาดนี้น้าเจเจ้ล่ะมันเขี้ยวจริงๆเลยแต่ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เองสบายมากอีกเดี๋ยวพี่ธีร์ก็กลับมาแล้วจะให้ใช้งานลูกค้าได้ยังไงเล่า”

ไม่ว่าเปล่ามือของหญิงสาวกลับยื่นมาหยิกแก้มเนียนเบาๆจนชลทิตย์กรอกตามองบนซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นตั้งแต่ครั้งแรกๆที่เจอกันในฐานะพี่รหัส ใช่แล้ว ชายหนุ่มไม่ได้เพิ่งมารู้จักวณัชพรแถมอีกฝ่ายยังเอ็นดูเขาเหมือนเด็กน้อยทั้งที่ความสูงจริงๆ 181 เซนติเมตร มากกว่าคนที่สถาปนาตัวว่ามัมหมีตั้งยี่สิบเซน

“แต่ก็เคยไม่ใช่เหรอครับ”

พูดแล้วก็ส่ายหน้าขำ

“ไม่คุยด้วยแล้ว ค่า ลูกค้าเลือกเมนูก่อนได้เลยนะคะ”

คนตัวเล็กหัวเราะพร้อมผลักหัวเด็กตัวสูงไปหนึ่งทีก่อนจะเดินลงไปซึ่งเอาเสียงนำก่อนเพราะลูกค้าจะได้รู้ว่ามีคนกำลังลงไปรับออเดอรฺ์

ติ๊ง

Ta’Le : ไอ้ธี ไอ้กร พุธหน้ามีคิวว่างป่าววะ

TT : ขอเช็คแป๊บ

Korn : รอบนี้ไปไหนล่ะ

Ta’Le : พนาดร

TT : เฮ้ยอยากไป

Korn : เสียดายว่ะ ม๊ากูเพิ่งกลับไทยมาพอดีต้องพาไปเที่ยว

TT : คิวกูก็ไม่ได้ว่ะทะเล    

Ta’Le : เออๆ งั้นไม่เป็นไรเดี๋ยวกูไปคนเดียวก็ได้

TT : แต่อุทยานกำลังจะปิดไม่ใช่เหรอวะ

Ta’Le : ก็ถึงได้รีบมาชวนนี่ไง

Korn : มารีวิวให้ฟังด้วย

Ta’Le : เค

ร่างสูงโปร่งสมส่วนหอบหิ้วของกลับเข้าบ้านก็เย็นมากแล้วได้กลิ่นอาหารหอมๆฝีมือแม่ลอยเข้ามาเตะจมูกซึ่งทำเสร็จพอดีโดยมีพ่อเป็นลูกมือ ตั้งแต่จำความได้ชลทิตย์ก็มักเห็นพ่อกับแม่ตัวติดกันเสมอทั้งคู่เป็นศิลปินงานพุทธศิลป์ที่ไม่ค่อยรับงานนอกตั้งแต่มีเขาจนถึงช่วงก่อนเรียนจบปริญญาตรีหนึ่งปีเมื่อเห็นว่าลูกชายคนเดียวดูแลตัวเองได้แล้ว

เลยเริ่มออกต่างจังหวัดมากขึ้นส่วนใหญ่ก็เดินทางไปตามวัดต่างๆหากงานเสร็จหรือเป็นช่วงพักก็จะกลับมาบ้านแต่มีข้อยกเว้นในทุกปีแม้จะยุ่งมากขนาดไหนก็ต้องกลับก็คือวันเกิดลูกชาย

“หอมจังเลยครับคนสวย”

“ปากหวานอีกแล้วลูกม๊าแต่แปลกใจทำไมถึงยังไม่มีแฟนนะ”

“ทะเลรอคนที่ทำกับข้าวอร่อยเท่าม๊าอยู่ครับ”

“จริงเหรอลูกชายไม่ใช่ว่าที่สาวๆหายไปเพราะความติสของลูกหรอกเหรอ”

ชรัสเห็นลูกชายเพียงคนเดียวทำหน้าเหม็นเบื่อเสียงหัวเราะแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นก็ดังขึ้นทันทีเมื่อแหย่ได้สำเร็จจนผู้เป็นแม่อย่างกิรณาส่ายหน้าในความขี้เเกล้งของผู้เป็นสามี

“ทะเลครับพรุ่งนี้ไปวัดหาหลวงตาทำบุญวันเกิดกับม๊านะเมื่อคืนม๊าฝันไม่ค่อยดีเลยแล้วลูกก็เบญจเพสด้วย”

“ได้ครับ ลูกก็คิดถึงหลวงตาว่าจะชวนป๊ากับม๊าไปวัดพรุ่งนี้พอดีว่าแต่เมื่อคืนฝันว่าอะไรครับ”

ชลทิตย์เป็นเด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยเชื่ออะไรที่พิสูจน์ไม่ได้พวกนี้แต่ยังคงรักษาศีลห้าไม่เคยขาดมาตั้งแต่เด็กตามผู้เป็นพ่อกับแม่ เพื่อความสบายใจของทุกคนอีกอย่างเขาก็อยากไปพบผู้เป็นตาที่บวชเป็นพระที่วัดป่าด้วยเหมือนกัน

“ม๊าเห็นแค่เห็นดวงตาสีแดงฉานใหญ่มากๆเหมือนตางูเลยจ้องมาที่ลูกแล้วความมืดก็ค่อยๆล้อมรอบตัวพาทะเลของม๊าหายไป”

“โบราณว่าไว้ฝันร้ายจะกลายเป็นดีนะครับหรือจริงๆแล้วทะเลจะเจอเนื้อคู่หรือเปล่าน้า แน่ะ ใจหายน่ะสิถ้าลูกไปมีครอบครัวเนอะป๊า”

ตอนที่กิรณาเล่าออกมาทั้งแววตาพร้อมน้ำเสียงสั่นกลัวจึงไม่อยากให้คิดมากเพราะความฝันก็เป็นเพียงภาพฝันเท่านั้นจะเป็นจริงได้ยังไงจึงเปลี่ยนเรื่องให้แม่สบายใจ

“ใช่น่ะสิเพราะลูกป๊าเนื้อคู่เป็นผู้ชายแน่ๆ”

“ทะเลควรไปจีบผู้ชายดีไหมไหนๆม๊าก็เป็นสาววายอยู่แล้ว คิกๆ”

“พอทั้งพ่อทั้งลูกเลยล้อม๊าอีกไปๆทานข้าวแต่ว่าถ้าลูกจะมีแฟนเป็นผู้ชายม๊าสนับสนุนขอเป็นลูกเขยนะ”

“โธ่ ทีงี้นะเห็นดีเห็นงามเลยนะ”

ผู้เป็นลูกชายยิ้มส่ายหน้าเมื่อเห็นแม่ตาเป็นประกายยามที่เอ่ยว่าอยากมีลูกเขยโดยปักโพให้เขาเสร็จสรรพไม่คิดว่าเขาจะเป็นฝ่ายรุกบ้างเหรอ แต่เอาเถอะถ้าทำให้อีกฝ่ายเลิกเครียดเรื่องความฝันได้ก็เต็มใจแม้มันจะไม่มีโอกาสที่แม่จะได้ลูกเขยก็ตามคิดแล้วก็ตลกดี

เมื่อทั้งครอบครัวทานอาหารเสร็จชลทิตย์ก็จะรับหน้าที่ล้างจานหลังจากนั้นก็จะมานั่งดูทีวีพูดคุยสัพเพเหระเพราะทั้งบ้านจะมีนิสัยที่คล้ายกันอย่างหนึ่งคือไม่ติดโซเชียลแต่จะเน้นการใช้ชีวิตร่วมกันมากกว่าก่อนแยกย้ายขึ้นไปนอน

ค่ำคืนนี้ชายหนุ่มเข้านอนตามปกติซึ่งเขาเป็นคนที่หลับง่ายมากเพียงแค่หัวถึงหมอนลืมตาตื่นมาอีกทีก็เช้าแล้วจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าฝันหรือเปล่า ตอนเดินป่ากางเต้นท์นอนท่ามกลางธรรมชาติก็เช่นกันไม่เคยพบเจอเรื่องลี้ลับเลยในขณะที่บางครั้งคนอื่นแทบไม่ได้นอน จนอดแปลกใจไม่ได้แต่ก็คิดว่าดีแล้วหรือไม่เขาอาจจะจิตแข็งไม่กลัวเรื่องพวกนี้

ถึงไม่กลัวแต่ก็ไม่เคยลบหลู่เพียงแค่คิดว่าเรามาอาศัยบ้านคนอื่นก็ควรทำตัวเป็นแขกที่ดีแต่วันนี้กลับแปลกไปกว่าทุกวัน ร่างโปร่งบนเตียงกำลังนอนกระสับกระส่ายอึดอัดสีหน้าราวกำลังเจ็บปวดทรมานจนเผลอเอามือขยุ้มผ้าห่มแน่นจนมือซีดไร้สีเลือด

“อึก เจ็บ”

เฮือก

กรอบหน้าเปียกชื้นด้วยเหงื่อหลังสะดุ้งตัวตื่นแม้อากาศภายในห้องจะเย็นจากเครื่องปรับอากาศตัวใหญ่ก็ตามมือนุ่มตบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ

“ฝันบ้าอะไรเนี่ย”

แม้ว่าจะจดจำไม่ได้แต่ความรู้สึกเจ็บแทบขาดใจตรงอกซ้ายเหมือนหัวใจถูกแทงทะลุกลับตรึงลึก เหลือบมองนาฬิกาก็เห็นว่าเพิ่งจะตีสามเลยลุกขึ้นไปล้างหน้าแล้วกลับมานอนต่อแม้ความง่วงงุนจะหายเป็นปลิดทิ้งแล้วก็ตาม

พอทิ้งตัวไปสักพักเปลือกตากลับหนักอึ้งเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งรอบนี้ไม่ได้ฝันร้ายอีกแต่กลับรู้สึกถึงความอบอุ่นแผ่ซ่านกำลังโอบรัดเป็นปราการปกป้องปัดเป่าสิ่งที่รบกวนให้พ้นทางแบบที่ไม่ต้องการให้ร่างนี้รู้สึกว่ากำลังไม่ปลอดภัย ตื่นมาอีกครั้งพร้อมเสียงนาฬิกาปลุกแขนเรียวเอื้อมไปปิดแพขนตาหนาขยับเปิดขึ้นอีกครั้งหลังสายตาปรับโฟกัสได้สักพักก็ลุกไปอาบน้ำเตรียมตัวลงไปข้างล่าง

“วันนี้ทำอะไรทานครับห๊อมหอมอีกแล้ว”

ชลทิตย์เข้าไปกอดเอวผู้เป็นแม่จากทางด้านหลังพร้อมเอาคางเกยไหล่แม้ส่วนสูงจะต่างกันเยอะแต่สำหรับลูกชายที่ขี้อ้อนล้วนไม่เป็นปัญหา

“เกี๊ยวกุ้งของโปรดลูกไงครับ”

“ม๊ารู้ใจทะเลที่สู๊ด”

ชลทิตย์หอมแก้มกิรณาฟอดใหญ่ผละออกมาเตรียมถ้วยชามช่วยและไปจัดโต๊ะรอหลังจากที่ทั้งสามทานอาหารเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางไปยังจังหวัดชลบุรีกันทันที จุดหมายคือวัดป่าห่างไกลแห่งหนึ่งใช้เวลาไม่นานก็มาถึงเพราะรถไม่ค่อยติด ภายในวัดร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่หลังจากที่ลงรถก็ตรงไปยังอุโบสถที่เป็นสิ่งก่อสร้างเพียงหนึ่งเดียวทันทีเจอกับพระภิกษุชราท่าทางใจดีกำลังกวาดลานอยู่

“นมัสการครับหลวงตา”

“มากันแล้วเหรอโยม”

ทั้งสามคนมาที่นี่ค่อนข้างบ่อยหากว่างตรงกันซึ่งภิกษุสงฆ์ตรงหน้าพวกเขาคือพ่อของกกิรณาท่านมาบวชจำพรรษาหลายปีแล้วตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตและสั่งห้ามไม่ให้นำอาหารหรือปัจจัยมาถวายเพราะปกติฉันแค่มื้อเดียวเท่านั้นหลังจากบิณฑบาตรช่วงเช้า แล้วก็ทำกิจของสงฆ์ต่อส่วนปัจจัยอื่นๆล้วนไม่จำเป็นเมื่อละทางโลกแล้วก็ไม่ได้ใช้ทั้งหมดเข้าไปในด้านในอุโบสถเพื่อสนทนา

“โยมทะเลมขยับมาใกล้ๆอาตมาแล้วยื่นมือมา”

ชายหนุ่มเชิ๊ตขาวที่นั่งเยื้องไปทางซ้ายมือขยับคลานเข่าเข้าไปหาหลวงตาพร้อมยื่นมือออกไปฝ้ายสีแดงถูกวางลงและผูกมัดปมที่ข้อมือ แม้จะแปลกใจเพราะไม่เคยได้รับอะไรแบบนี้มาก่อนแต่ก็คิดว่าท่านคงให้เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องจากเบญจเพสแล้ว

“ขอบพระคุณครับ”

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจงมีสตินะโยมหนทางข้างหน้าต้องเผชิญกับสิ่งต่างๆอีกมาก”

“ครับ”

ภิกษุชรายิ้มอย่างอ่อนโยนเอ่ยกับหลานชายเพียงคนเดียวชายหนุ่มก้มลงกราบจดจำคำเอาไว้เสร็จแล้วก็ถอยกลับไปนั่งที่เดิมจากนั้นก็เอ่ยกับชายหญิงวัยกลางคนตรงหน้า

“พวกโยมก็เช่นกันมีสติให้มากทุกสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นไปตามบุญกรรมที่ทำมา”

“หากบางเรื่องมันก็ทำใจยากนะเจ้าคะ”

กิรณาเกิดความสงสัยยิ่งเป็นเรื่องของลูกชายด้วยแล้วหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอคงเจ็บปวดมากแน่ๆ

“กลับมาที่สติหากว่าเรามีสติก็จะเริ่มพิจารณาจับอารมณ์ตัวเองได้และค่อยๆรับมือกับมัน เมื่อใดที่ยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดๆก็แล้วแต่สิ่งนั้นย่อมเป็นทุกข์

เพราะทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนมีความเสื่อมเป็นธรรมดา การแก่ การเจ็บ การตายเป็นสิ่งธรรมดา มีการร้องไห้ ความผิดหวังเป็นธรรมดา ไม่มีใครทำให้เราเสียใจแต่เราเสียใจด้วยตัวเองเพียงยอมรับตามความเป็นจริง”

“เจ้าค่ะ”

หลังจากที่พูดคุยสนทนาธรรมกันอยู่พักใหญ่ชลทิตย์ก็ขอตัวออกมาข้างนอกและช่วยกวาดใบไม้เหมือนเช่นทุกครั้งที่เคยทำ หลวงตาบอกว่าตอนนี้ในวัดมีภิกษุจำพรรษาสามรูปส่วนเด็กวัดที่เดินตามตอนบิณฑบาตรเป็นชาวบ้านที่อาศัยปลูกบ้านท้ายวัดมีมาขอข้าวก้นบาตรบ้างเป็นบางวัน เผลอแป๊บเดียวเวลาก็ล่วงเเลยมาถึงช่วงบ่ายทั้งสามคนจึงขอตัวกลับบ้านหลังจากกราบลาเรียบร้อยแแล้ว

“หลายภพชาติสายสัมพันธ์ของกรรมในอดีตกำลังหมุนกลับมาอีกครั้งหวังว่าจะผ่านมันไปได้นะโยมทะเล”

สายตาของภิกษุชรามองนิ่งที่องค์พระประธานด้วยความสงบก่อนรำพึงรำพันบางอย่างออกมาแผ่วเบาก่อนหลับตาเข้าสู่ห้วงสมาธิ

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   รอยยิ้มบนคราบน้ำตา (End)

    โลหิตฉานไหลหลั่งชโลมพื้นคำรามครืนคลื่นสายประกายไหววชิระทัณฑ์พาดฟาดก้องไกลสองสายใยโยงเพริศกำเนิดพรายกุดั่นแก้วแวววับระยับแสงทิวาแรงแซงแทรกแหวกธารสายหมอกสีชาดร้อยรัดกระหวัดกลายโอบกำจายเวียนวนล้นคณาราตรีอันมืดมิดและหม่นหมองค่อยๆถูกแทนที่ด้วยแสงแห่งอรุณรุ่งเสียงแว่วหวานขับขานของสกุณาดังขึ้น ความเงียบเดิมถูกเหล่าสรรพชีวิตในผืนป่าเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันเป็นเรื่องปกติ บ้างออกล่าหาอาหาร บ้างลงเล่นน้ำในลำธารใส บ้างหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานแต่ไม่ใช่ที่ผืนพนาต้องห้ามทิศใต้อย่างนิลคีรีผลของทัณฑ์อสนีบาตจากฝีมืออรุคผู้ปกปักษ์นั้นทำให้เกือบทั้งป่าราบเป็นหน้ากลองสนั่นฟ้าสะเทือนดินลามไปจนสร้างความประหลาดใจไปถึงป่าต้องห้ามอีกสามทิศที่เหลือเกิดอะไรขึ้นที่นิลคีรี?สร้างความโกลาหลอย่างถ้วนทั่วทิ้งไว้เพียงเศษซากของต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าจนหักโค่นลงจนล้มระเนระนาดบ้างก็ดำเป็นตอตะโกตายคาต้น รวมไปถึงสัตว์ป่าน้อยใหญ่ที่เคยหนีตายกันจ้าละหวั่นมีส่วนน้อยไม่อาจรอดจากสายฟ้าได้กลิ่นเนื้อไหม้คละคลุ้งไปทั่วบริเวณเพราะเพชรถวนาเคนทร์เปล่งประกายแสงคุ้มภัยทันเวลาไม่อย่างนั้นคงไม่เหลืออะไรให้ดูต่างหน้ากลายเป็นป่าที่ดับสูญก

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ฤทัยร้อยชลาสินธุ์

    โครมอุกร่างสูงใหญ่ที่คล่อมทับร่างบางที่เหลือแค่โจงนุ่งเป็นปราการสุดท้ายที่กำลังจะถูกถอดก็มีเสียงดังขึ้นจากทางหน้าต่างพร้อมพรรวินท์ลอยหวือไปกระแทกพื้นปรากฏเชือกพันธนาการรอบตัวหมัดหนักถูกกระแทกเข้าที่ใบหน้าพร้อมกลางอกถูกถีบจนล้มกลิ้งไปกับพื้นอีกครั้ง “พี่อยู่นี่”ร่างสูงของอุรคหนุ่มตรงเข้าไปหยิบแพรผืนใหญ่คลุมกายโอบกอดชายคนรักที่กำลังร้องไห้เนื้อตัวสั่นเทาแน่น“ทะ..ท่านจะรังเกียจข้าหรือไม่ ฮึก”มือหนาเช็ดน้ำตาบนแก้มนวลกุมใบหน้าหวานให้เงยขึ้นมอง“ฟังพี่หนาคนที่น่ารังเกียจคือไอ้ยูงทองชั่วนั่นต่างหาก น้ำตาของเจ้านั้นกำลังทำให้พี่นั้นเจ็บปวดใจยิ่ง”พูดจบปากหยักสีอ่อนจรดทาบทับกลีบปากอิ่มนุ่มนวลก่อนผละออกไปกระทืบตัวต้นเรื่องด้วยสถานะของอีกฝ่ายจึงได้เพียงแค่สั่งสอน ทั้งที่ฆ่ามันได้เพียงแค่พลิกฝ่ามือแต่นิลคีรีเลือกที่จะสะกดกลั้นความเดือดดาลของตน เพราะมันจะกลายเป็นชนวนสงครามระหว่างฝั่งเหนือกับฝั่งใต้ทันทีนำพาความเดือดร้อนมาสู่ผู้บริสุทธิ์จึงทำได้แค่สั่งสอนให้หนักและเนรมิตให้รอยช้ำหายไปหลังจากเสร็จสิ้นก็ถีบส่งพรรวินท์เข้าห้องตัวเองไปเดินทางออกนอกนครฝั่งเหนือเมื่อใดวันนั้นคือวันตายของพวกเจ้าทั้

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ยูงทองน้อยผู้งดงาม

    เมื่ออุรคหนุ่มก้าวเท้าออกมาจากภายในถ้ำอสนีสีหนาทก็พบว่าด้านนอกนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากโข ในความทรงจำเมื่อหนึ่งพันสองร้อยปีก่อนไม่รกครึ้มและเต็มไปด้วยเถาวัลย์น้อยใหญ่ถึงเพียงนี้ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีผู้ใดย่างกรายเข้ามาช้านานแล้วนิลคีรีหลับตาเพ่งสมาธิดูก็พบอีกอย่างว่าอุรคที่เคยอาศัยยังป่าหิมพานต์ได้ย้ายออกไปด้านนอกจนหมดไม่หลงเหลือผู้ใดแล้วก็คงมีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่เป็นงูเพียงหนึ่งเดียวอีกทั้งด้านนอกดูแปลกตาไปหมดหอมนักเป็นกลิ่นของดอกไม้ชนิดใดกันทันทีที่หายตัวออกมาถึงด้านหน้าพ้นป่าที่รกชัฏกลับได้กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยลมมา“สมน้ำหน้า เจ้าพวกกินนรนิสัยไม่ดีชอบรังแกผู้อื่นดีนัก”ปึก “อ๊ะ”ในขณะที่นิลคีรีกำลังหาต้นตอของกลิ่นอยู่นั้นก็ถูกร่างอรชรของยูงทองหนุ่มที่วิ่งหนีพวกกินนรเกเรสามตน หลังจากไปแอบขว้างก้อนหินใส่ตอนที่กำลังรุมแกล้งกินนรผู้หนึ่งอยู่จนพวกมันหัวแตกเลือดอาบแต่ไม่ได้มองทางข้างหน้าเลยชนเข้าเต็มอกของอุรคหนุ่ม วงแขนแกร่งคว้าเอวบางทันท่วงทีก่อนจะร่วงลงไปกองกับพื้น“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”คนที่รู้สึกราวกับว่าชนกำแพงเหล็กเงยหน้าขึ้นถามคนตัวโตเพราะเขาเป็นคนผิดที่ไม่มองทางเองตึกหั

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   อุรคน้อยผู้ต่ำต้อย

    บ่ายวันหนึ่งในแดนหิมพานต์ฝั่งทิศตะวันออกเปลือกไข่สีครีมใบสุดท้ายถูกกระเทาะออกจนเกิดเป็นรอยร้าวและแตกในที่สุด สิ่งมีชีวิตตัวเล็กจิ๋วค่อยๆเผยดวงตาสีแดงใสแจ๋วโผล่พ้นออกมางูน้อยตัวสีดำสนิทได้ลืมตาขึ้นเป็นวันแรกในป่าหิมพานต์ แต่สีกลับผิดแผกจากบรรดาพี่น้องตนอื่นที่มีดวงตาสีมรกตรับกับสีเกล็ดที่ขาวสว่างนวล จากวันแรกเด็กน้อยแสนสดใสเพราะได้เห็นโลกกว้างมองดูสิ่งมีชีวิตอื่นในป่าหิมพานต์ต่างพากันเล่นสนุกสนานเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ผิดจากเขาที่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีผู้ใดอยากเล่นด้วยเพียงเพราะว่ามีเกล็ดสีดำจึงถูกมองว่าตัวกาลกิณีนำพาความโชคร้ายมาสู่ตน ไม่เว้นแม้กระทั่งในครอบครัวที่ถูกเลือกปฏิบัติราวกับคนแปลกหน้า บรรดาพี่น้องทั้งห้าตนที่สีเดียวกันต่างเลือกเล่นกันเองโดยไม่สนใจและกีดกันงูน้อยตัวจิ๋วสีดำที่มองด้วยสายตาเศร้าสร้อยออกจากวงโคจร“ท่านแม่กลับมาแล้ว” “ต่อไปห้ามเรียกข้าว่าแม่ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังผู้อื่น” แม้กระทั่งที่ไม่มีสิทธิ์เรียกผู้ให้กำเนิดว่าแม่เลยด้วยซ้ำเพราะในใจอุรคสูงใหญ่ตรงหน้าคิดว่าคงมีงูตนใดแอบเอามาใส่ไว้เป็นแน่เขาผิดหรือที่กำเนิดมาไม่เหมือนใคร ฮึก เหตุใดพวกท่านจึงไม่รักข้าบ้

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   ดวงใจองค์นาเคนทราช

    มหาสมุทรฝั่งตะวันออกอยู่ในการปกครองขององค์จักเรศวรนาคราชกษัตริย์นักรบตระกูลกัณหาโคตมะผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความปรีชาและเก่งกาจชำนาญการรบมามากมาย มเหสีคู่พระทัยเพียงหนึ่งเดียวก็คือพระนางจันทราภาวดีนาคราชสีทองตระกูลวิรูปักษ์ ทั้งสองมีพระโอรสหนึ่งพระองค์ที่เกิดแบบโอปปาติกะที่เปรียบดั่งลูกไม้ใต้ต้นถอดแบบผู้เป็นบิดามาแทบทั้งหมดทั้งความปรีชาและยึดมั่นในรักเดียว“เจ้าพี่ท่านทำสิ่งใดอยู่หรือ”“คันศรอันใหม่จากหินศิลากาฬที่เจ้าอยากได้อย่างไรเล่า”“ทำไมถึงตามใจข้าอยู่เรื่อยเลยจนข้าเสียนิสัยแล้วรู้หรือไม่”หนึ่งใบหน้าคมคายสันกรามชัดคิ้วเข้มพาดเฉียงรับกับตาคมดุจเหยี่ยวสีรัตติกาลที่กำลังมองคนตรงหน้าด้วยความเอื้อเอ็นดูปากหยักยกยิ้มยามเห็นอีกฝ่ายบ่นว่าเขาตามใจจนเสียนิสัยแต่กลับตาเป็นประกายทุกครั้งที่ได้ของถูกใจ “งั้นคราวนี้เจ้าต้องให้รางวัลพี่แทนแล้วหนา”“ท่านประสงค์สิ่งใดหากข้าหาได้ย่อมไม่อิดออดเป็นแน่ สัญญา”หนึ่งใบหน้ารูปไข่ทั้งงดงามและสลักเสลาในคนๆเดียวคิ้วเข้มรับกับแพขนตาหนาดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนจมูกโด่งรั้นปากอิ่มสีชมพูอ่อนเอื้อนเอ่ยรับปากคนพี่“เป็นสิ่งที่เจ้านั้นหาได้ง่ายมาก” “จริงหรือ งั้นเจ

  • นิลคีรี อุรคแห่งผืนป่าต้องห้ามทิศใต้   หวนคืนสู่ทิวากาล

    หลังจากอสูรกายปีซอดับสูญบุคคลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคงหนีไม่พ้นเจ้าของตำหนักราพณาลัยจากตอนแรกที่มองดูผลงานหลังจากฟาดแส้ใส่นิลคีรีด้วยความสะใจ ในระหว่างที่รออสูรกายใต้อาณัติไปพาตัวชายหนุ่มเจ้าของดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนมาเล่นสนุกแต่แล้วอยู่ๆก็รู้สึกปวดร้าวขึ้นที่เบ้าตาขวาอย่างรุนแรง “อึก ไอ้งูเวรมึงทำอะไรกู อ๊าก”ร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่ที่ถือแส้อาลัมพายน์ทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นหน้าตาบิดเบี้ยวเส้นเลือดข้างขมับปูดโปนเด่นชัด เสียง‘โพล๊ะ’ดังขึ้นพร้อมกับมือใหญ่ยกกุมที่ตาข้างขวาเลือดสีแดงฉานทะลักอาบย้อมเปรอะเปื้อนเล็ดลอดออกมาตามง่ามนิ้วไหลยาวลงไปตามหลังมือไม่มีทีน่าว่าจะหยุดง่ายๆ เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นยิ่งเมื่ออยู่ภายในถ้ำปิดไร้ช่องลมด้วยแล้วกลับยิ่งสะท้อนหนักดังก้องกว่าปกติ สายใยที่ถูกสะบั้นจึงรับทันทีรู้ว่าอสูรกายที่ตนส่งไปยังเป้าหมายถูกทำลายแล้วสิ้นจนเป็นฝุ่นผงไม่เหลือเศษเสี้ยววิญญาณแม้แต่น้อย หากเป็นในยามปกติแล้วนั้นเมื่อใดที่กายสามานย์ถูกทำลายจนดับสูญจิตวิญญาณย่อมแตกสลายแต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดถึงถูกชำระจนสะอาดใสได้เช่นนี้ส่วนกระแสจิตที่เชื่อมใส่เมื่อใดที่ตัดสะบ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status