LOGINเมื่อก้าวขึ้นมานั่งบนรถม้าประจำจวนเสิ่นกั๋วกง ที่จอดรออยู่หน้าประตูใหญ่ บรรยากาศภายในห้องโดยสารแค
ภายในห้องโถงรับรองของจวนแม่ทัพในยามสาย เสิ่นซูหนานนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทีที่พยายามปรับเปลี่ยนให้ดูอ่อนโยนและนอบน้อมที่สุด แม้ว่าในอกของนางเวลานี้จะร้อนรุ่มไปด้วยไฟแห่งความริษยาและความแค้นเคืองที่ยังคงสุมแน่นจากเหตุการณ์เมื่อวานซืนหลังจากที่นางระบายอารมณ์ใส่สาวใช้จนบอบช้ำ และจมอยู่กับความคิดอันบิดเบี้ยวว่าญาติผู้พี่อย่างเสิ่นซินหลิงกำลังร่วมมือกับสวี่เยว่หรานเพื่อหักหน้าและแย่งชิงทุกสิ่งไปจากนาง คุณหนูเสิ่นก็พลันเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมาในหัว นางตั้งใจจะใช้แผนการขั้นเด็ดขาดเพื่อกำจัดญาติผู้พี่ให้พ้นทาง และทำลายชื่อเสียงของสตรีตรงหน้าให้ย่อยยับไปตลอดกาล ทว่าการจะหลอกล่อให้เสิ่นซินหลิงก้าวเข้าไปสู่หลุมพรางที่นางขุดไว้ จำเป็นต้องมีข้ออ้างที่แนบเนียนและไร้พิรุธเสียก่อนร่างระหงของเสิ่นซินหลิงในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อนนั่งในตำแหน่งเจ้าบ้าน ดวงตาคู่สวยกวาดมองน้องสาวร่วมตระกูลด้วยแววตาเรียบนิ่งระคนระแวดระวัง นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้เยื่อใย“เจ้ามาหาข้าถึงเรือนแต่เช้าตรู่เช่นนี้ มีธุระอันใดอีกเล่า”เสิ่นซูหนานรีบปรับสีหน้าให้ดูสำนึกผิด ดวงตาค
ในขณะเดียวกัน เสิ่นซินหลิงเพิ่งได้รับรายงานเรื่องความวุ่นวายภายในรถม้าเมื่อวานนี้จากบ่าวในจวน นางนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ใบหน้างดงามฉายแววเหนื่อยหน่ายและกังวลใจอย่างปิดไม่มิด“เอาแต่สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน อารมณ์ร้ายขึ้นทุกวันจนกู่ไม่กลับแล้วจริงๆ”ชุนฮวาที่ยืนคอยปรนนิบัติอยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วง “คุณหนู ท่านกำลังกังวลเรื่องของคุณหนูซูหนานหรือเจ้าคะ บ่าวเห็นท่านถอนหายใจหลายรอบแล้ว”เสิ่นซินหลิงส่ายหน้าช้าๆ แววตาทอประกายความซับซ้อน “ข้าไม่ได้กังวลแค่ตัวนางหรอกชุนฮวา แต่ข้าเป็นห่วงสวี่เยว่หรานต่างหากเล่า”ชุนฮวาขยับเข้าไปใกล้ด้วยความงุนงง “เหตุใดท่านจึงไปเป็นห่วงคุณหนูสวี่เล่าเจ้าคะ นางเป็นฮูหยินน้อยจวนโหว เกี่ยวอะไรกับคุณหนูญาติผู้น้อง”“เจ้าลืมแล้วหรือว่านางเป็นคู่หมั้นของโหวซื่อจื่อ หากวันข้างหน้าเสิ่นซูหนานแต่งเข้าจวนโหวไปจริงๆ ด้วยความเจ้าคิดเจ้าแค้นและนิสัยพาลหาเรื่องของนาง เกรงว่าจวนโหวคงไม่มีวันสงบสุขอีกต่อไป และข้าเกรงว่าคุณหนูสวี่จะต้องเหนื่อยยากและลำบากใจในการรับมือกับคนอารมณ์ร้ายเช่นนี้”ในใจของเสิ
เมื่อก้าวขึ้นมานั่งบนรถม้าประจำจวนเสิ่นกั๋วกง ที่จอดรออยู่หน้าประตูใหญ่ บรรยากาศภายในห้องโดยสารแคบๆ ก็อัดแน่นไปด้วยโทสะ เสิ่นซูหนานนั่งหอบหายใจสะท้าน ตัวสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองที่สุมอกความคิดอันบิดเบี้ยวของหญิงสาวในตอนนี้ นางปักใจเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาว่า ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นคือแผนการอันชั่วร้ายของสวี่เยว่หราน ที่จงใจเชิญเสิ่นซินหลิงไปเพื่อเยาะเย้ยถากถางตน จงใจดึงญาติสนิทของตนไปเป็นพวกเพื่อตบหน้า และจงใจจุดไฟให้พี่น้องต้องแตกคอกัน“นังสารเลวสวี่เยว่หราน เจ้ามันรนหาที่ตายนัก” คุณหนูเสิ่นกรีดร้องออกมาลั่นรถม้า นางหันไปมองเสี่ยวซูที่นั่งหดหัวตัวลีบอยู่มุมรถม้าด้วยสายตาดุจดั่งปีศาจร้ายสาวใช้ตกใจจนหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนชิดผนังรถม้า “คุณหนู... มีอะไรหรือเจ้าคะ”“พวกไร้ประโยชน์ คอยเป็นภาระไม่เคยช่วยอะไรได้เลย!” เสิ่นซูหนานสติหลุดกระเจิง นางพุ่งเข้าใส่สาวใช้คนสนิทราวกับคนบ้า สองมือจิกทึ้งเส้นผมของเสี่ยวซูอย่างแรงแล้วกระชากจนศีรษะสั่นคลอน จากนั้นก็เงื้อมือขึ้นตบหน้าสาวใช้ผู้ภักดีฉาดใหญ่ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหวภายในรถม้าแคบๆ“โอ๊ย! คุณหนู! อย่า
ทันทีที่เสิ่นซินหลิงก้าวเท้าเข้ามาถึงหน้าประตูจวนแม่ทัพ สาวใช้ในจวนหน้าตาตื่นก็รีบเข้ามารายงานด้วยความร้อนรน“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูเสิ่นซูหนานมารอพบท่านที่ห้องโถงนานนับเค่อแล้ว ท่าทางดูไม่สู้ดีเลยเจ้าค่ะ”เสิ่นซินหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นางรู้อยู่แล้วว่าการไปเยือนจวนโหวในวันนี้จะต้องสร้างความไม่พอใจให้กับญาติผู้น้องจอมเอาแต่ใจคนนี้เข้าสักวัน แต่นางไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมาดักรอเอาเรื่องรวดเร็วปานนี้เมื่อนางก้าวเข้าสู่ห้องโถง เสิ่นซูหนานที่นั่งหน้าบึ้งตึงอยู่บนเก้าอี้ไม้ก็มองมา ทันทีที่เห็นร่างเพรียวระหงของญาติผู้พี่เดินเข้ามา นางก็ผุดลุกขึ้นยืนแล้วพุ่งเข้ามาหาทันทีโดยไม่รักษากิริยาคุณหนูตระกูลใหญ่แม้แต่น้อย“พี่หญิงท่านไปไหนมาคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ท่านกล้าดียังไงถึงแอบไปจวนโหวลับหลังข้า” เสิ่นซูหนานเปิดฉากโวยวายเสียงแหลมสูง ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว แสดงความริษยาชัดเจน“ท่านก็รู้ว่าข้าไม่ชอบสวี่เยว่หราน เหตุใดท่านจึงต้องทำตัวสนิทสนมกับนาง หรือว่าท่านตั้งใจไปยั่วยวนน้องเขยของตัวเอง อยากจะปีนป่ายขึ้นเป็นซื่อจื่อเฟยแทนข้าหรือ”คำพูดที่ไร้ซึ่
เหตุการณ์ตรงหน้าอยู่ในสายตาของสวี่เยว่หราน จากสายตาคนที่ผ่านโลกมามากและนักอ่านนิยายตัวยง สถานการณ์แบบนี้เหตุใดนางจะเดาไม่ออกว่าบุรุษตรงหน้ารู้สึกเช่นไรต่อสหายใหม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ“เรียนซื่อจื่อ คุณหนูเสิ่นกำลังจะกลับพอดี ข้ากำลังจะเดินไปส่งนาง เช่นนั้นหากไม่รบกวนซื่อจื่อ ข้าต้องขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” หญิงสาวตั้งใจหยั่งเชิงท่าทีของพี่ชายสามี“เอ่อ เช่นนั้น ข้าเดินไปส่งคุณหนูเสิ่นด้วยคน ข้า... ข้ายังมีเรื่องต้องพูดคุยกับนาง”เสิ่นซินหลิงเอียงคอเล็กน้อยอย่างงุนงงที่เขาอยากเดินไปส่งนาง หัวใจเริ่มเต้นแรงอีกครั้งแต่ก็ยังรักษากิริยา เตือนสติตนเองอีกครั้งถึงความเป็นไปไม่ได้ในสถานะของเขาที่มีคู่หมายแล้ว และที่สำคัญ คู่หมายผู้นั้นคือญาติผู้น้องของตน นางจะไม่มีวันเสียเกียรติและลดศักดิ์ศรี แย่งบุรุษของผู้อื่นเด็ดขาด“หากไม่รบกวน เช่นนั้นซื่อจื่อนำทางเลยเจ้าค่ะ” น้องสะใภ้สาวรีบตอบรับอย่างรู้งานโจวอี้หยางพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ “ได้สิ เชิญคุณหนูเสิ่นเถิด”ทั้งสามเดินเคียงคู่กันไปจนถึงบริเวณหน้าประตูใหญ่ของจวนโหว ระหว่างทางก็ถามไถ่กันไม่มากพอเป็นพิธี“เร
ทว่า ไม่ไกลจากจุดที่ซื่อจื่อยืนอยู่อีกฝั่งหนึ่ง โจวฮูหยินซึ่งเพิ่งเดินกลับมาจากเรือนหลักพร้อมด้วยคนสนิทอย่าง จางหมัวมัว ก็บังเอิญเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าเช่นกันหลี่เหลียนฮวายืนหยุดนิ่ง สายตามองไปยังบุตรชายคนโตที่กำลังยืนทอดสายตามองไปทางสวนดอกไม้ด้วยแววตาอ่อนโยนและเปี่ยมด้วยความรู้สึกพิเศษ นางเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของบุตรชายอย่างชัดเจน ก่อนจะเบนสายตาไปยังสตรีผู้เป็นแขกของสะใภ้รองที่นั่งอยู่ในศาลาโจวฮูหยินหันไปกระซิบถามจางหมัวมัวที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“จางหมัวมัว หญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่กับเยว่หรานในสวนนั่น คือผู้ใดกัน เหตุใดข้าจึงไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเลย”แม่นมจางรีบกวาดสายตามองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานมือโน้มตัวลงกระซิบตอบด้วยความเคารพ“เรียนฮูหยิน สตรีท่านนั้นหาใช่ใครอื่นไกลไม่เจ้าค่ะ นางคือ คุณหนูเสิ่นสายรอง บุตรีแท้ๆ ของแม่ทัพเสิ่นเอ้อหลางแห่งจวนแม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรเจ้าค่ะ”เมื่อได้ยินคำตอบ โจวฮูหยินก็ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย นางหันกลับไปมองเสิ่นซินหลิงที่กำลังหัวเราะอย่างรื่นรมย์กับสวี่เยว่หรานอีกครั้ง พลางพินิจพิจารณากิริยามารย







