LOGINคล้อยหลังความหงุดหงิดที่สามีจอมเกเรเลือกจะเดินหนีปัญหา สวี่เยว่หรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติ
ภายในห้องครัวของเรือนรอง เต็มไปด้วยกลิ่นหอมชวนลิ้มลองของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษสวี่เยว่หรานยืนกำกับดูแลความเรียบร้อยอยู่ใกล้ๆ โดยมีพ่อครัวฝีมือดีสองคนคือ เฉินไห่และหลิวหยวน กำลังตั้งอกตั้งใจปรุงอาหารตามสูตรที่นางถ่ายทอดให้ ทั้งสองคนตักเครื่องปรุงรสจากไหดินเผามาผสมคลุกเคล้ากับวัตถุดิบต่างๆ ด้วยความชำนาญที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่ออาหารชุดแรกเสร็จสิ้นลงและถูกตักใส่จาน สวี่เยว่หรานได้ลองชิมรสชาติเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย พวกเขาสามารถควบคุมระดับไฟและสัดส่วนเครื่องปรุงได้อย่างแม่นยำ รสชาติอาหารมีความกลมกล่อมและคงที่ไม่มีผิดเพี้ยนจากต้นตำรับเลยแม้แต่น้อย“ฝีมือของพวกเจ้าพัฒนาขึ้นรวดเร็วยิ่งนัก รสชาติอาหารคงที่และอร่อยกลมกล่อมดีมาก แบบนี้ค่อยวางใจได้หน่อย” ฮูหยินน้อยสกุลโจวเอ่ยชมด้วยรอยยิ้มพึงพอใจเมื่อมั่นใจว่าอาหารคาวไร้ที่ติแล้ว งานสำคัญลำดับต่อไปก็คือการจัดการเรื่องของหวาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดขายสำคัญที่จะดึงดูดลูกค้าเข้าร้านภัตตาคารรสเลิศล้ำเนื่องจากขั้นตอนการทำขนมหวานมีความประณีต ละเอียดอ่อน และใช้เวลาค่อนข้างมาก สวี่เยว่หรานจึงวางแผน
หลังจากที่บิดากล่าวถึงการแต่งงาน ความรู้สึกร้อนรุ่มและกระวนกระวายใจก็เกาะกุมจิตใจของโจวอี้หยางอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงได้ในอดีต แม้เขาจะไม่ได้ใส่ใจหรือมีความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งอะไรกับเสิ่นซูหนาน คู่หมั้นหมายตามธรรมเนียมของตน ทว่านับตั้งแต่เขาได้ล่วงรู้ธาตุแท้อันน่ารังเกียจของหญิงสาวรวมถึงการได้พบพานสตรีสกุลเสิ่นอีกนาง หัวใจของซื่อจื่อหนุ่มก็เริ่มเอนเอียงและเกิดความรู้สึกพึงพอใจในคุณหนูเสิ่นสายรองอย่างเงียบๆเขากลายเป็นบุรุษผู้ตกอยู่ในห้วงความอึดอัด เพราะหากปล่อยให้เรื่องดำเนินไปตามความต้องการของบิดาที่หวังดีอยากเร่งรัดวันแต่งงาน เขาจะต้องตบแต่งกับสตรีร้ายกาจผู้นั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วยังสูญเสียสตรีที่ตนเองกำลังพึงใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไปแล้วด้วยความร้อนรุ่มใจที่เกรงว่าบิดาจะส่งแม่สื่อไปทาบทามและกำหนดฤกษ์มงคลโดยเร็ว แม้น้องสะใภ้รับปากจะช่วยเหลือก็เกรงว่าอาจไม่ทันการณ์ โจวอี้หยางจึงอยากปรึกษากับมารดาเพื่อหาทางออกในขณะที่บิดากำลังต้อนรับสหายขุนนางและเดินหมากกันในสวน โจวซื่อจื่อก็ใช้โอกาสนั้นไปหามารดาที่นั่งจิบชาผ่อนคลายอยู่ภายในห้องโถ
สวี่เยว่หรานใช้เวลาตลอดช่วงเช้าอยู่ภายในห้องครัวของเรือนรอง เพื่อลงมือถ่ายทอดวิธีทำอาหารและเคล็ดลับความอร่อยให้กับพ่อครัวฝีมือดีสองคนที่นางคัดเลือกไว้สำหรับเตรียมเปิดภัตตาคารใหม่กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรสสูตรพิเศษลอยตลบอบอวลไปทั่วบริเวณครัว หญิงสาวเดินไปเปิดไหดินเผาใบใหญ่ที่ปิดผนึกไว้อย่างดี ภายในบรรจุเครื่องปรุงรสสูตรลับเฉพาะที่นางผสมขึ้นเองด้วยวัตถุดิบชั้นดีและกรรมวิธีอันพิถีพิถัน นางตักเครื่องปรุงนั้นใส่ลงในกระทะตามสัดส่วนที่พอเหมาะ ก่อนจะผัดคลุกเคล้ากับวัตถุดิบต่างๆ จนเกิดเป็นกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอพ่อครัวทั้งสองยืนดูขั้นตอนการทำอย่างตั้งใจและจดจำทุกรายละเอียด เมื่ออาหารเสร็จสิ้นและถูกตักใส่จาน ทั้งสองคนก็ได้รับอนุญาตให้ทดลองชิมฝีมือของตนเองที่ทำตามคำแนะนำของฮูหยินน้อยทันทีที่อาหารรสเลิศสัมผัสปลายลิ้น พ่อครัวทั้งสองถึงกับเบิกตากว้างด้วยความทึ่งและชื่นชม รสชาติที่กลมกล่อม มีมิติ แปลกใหม่ และอร่อยล้ำไม่ซ้ำใครเช่นนี้ เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยลิ้มลองมาก่อนในเมืองหลวงเลยแม้แต่ร้านเดียว“อร่อยมาก อร่อยเหลือเกินขอรับฮูหยิน รสชาติกลมกล่อมและหอมเค
อาคารไม้ขนาดใหญ่สองชั้นตั้งอยู่บนทำเลทองย่านการค้าฝั่งตะวันออกของเมืองหลวง ในยามนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงและซ่อมแซมครั้งใหญ่เพื่อเตรียมเปิดตัวเป็นภัตตาคารแห่งใหม่ที่ผู้คนต่างจับตามองโจวอวิ๋นเฟิง ลู่เฉียน และจางซาน อดีตคุณชายเสเพลทั้งสามที่เคยขึ้นชื่อเรื่องความไม่เอาไหน พวกเขากำลังร่วมหุ้นลงทุนในกิจการภัตตาคารแห่งนี้ ทั้งสามต่างพากันเดินสำรวจตรวจสอบความเรียบร้อยภายในร้านอย่างละเอียด ตั้งแต่ห้องโถงรับรองแขกชั้นล่าง ห้องครัวเตรียมอาหารที่กว้างขวาง ไปจนถึงห้องรับรองส่วนตัวบนชั้นสองที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันคึกคักของท้องถนนด้านนอกได้อย่างชัดเจนคุณชายทั้งสามเดินตรวจดูโครงสร้างหลักของอาคาร พลางสลับกันออกความเห็นและปรึกษาหารือกันอย่างจริงจัง“โครงสร้างเดิมของอาคารหลังนี้ถือว่าแข็งแรงและคำนวณคานรับน้ำหนักเอาไว้ได้ดีมากจริงๆ พวกเราแทบไม่ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักอะไรเลย แค่เก็บงานรายละเอียด ขัดผิวไม้ใหม่ ตกแต่งภายในเพิ่มอีกสักนิดหน่อย เสริมโคมไฟและฉากกั้นไม้แกะสลักเข้าไปอีกนิด ภัตตาคารของเราก็จะดูหรูหรา โอ่อ่า และลงตัวสมบูรณ์แบบแล้วล่ะ” ลู่เฉียนเอ่ยขึ้น พลางใช้ม
บรรยากาศภายในห้องรับรองบนชั้นสองของร้านขายธัญพืชสกุลโจวพลันตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ท่าทางการเคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะอย่างใช้ความคิดของสวี่เยว่หราน ไม่เพียงแต่สร้างความประหลาดใจ แต่ยังกระชากวิญญาณของหลินอวี่เฉียงให้หลุดลอยไปชั่วขณะภาพท่วงท่า การวางมือ และแววตาที่เยือกเย็นลุ่มลึกยามใช้ความคิดเช่นนี้ ช่างถอดแบบพิมพ์เดียวกันออกมาจาก อดีตภรรยาผู้เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขาในอดีตไม่มีผิดเพี้ยนบัณฑิตหนุ่มเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ร่างกายชาวาบไปทั้งร่าง ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นแรงจนปวดหนึบ ความทรงจำเก่าๆ และความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ ริมฝีปากแห้งผากสั่นเทา ก่อนที่เขาจะเผลอหลุดปากอุทานเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างลืมตัว“หนิงเอ๋อร์!”ท่าทางและคำเรียกขานที่หลุดออกมาจากปากของหลินอวี่เฉียงทำให้โจวอวิ๋นเฟิงขมวดคิ้วมุ่นทันทีด้วยความไม่พอใจ ชายหนุ่มจ้องมองแขกผู้ไร้มารยาทด้วยแววตาคมกริบและเต็มไปด้วยความระแวงสวี่เยว่หรานชะงักไปชั่วครู่ นางหยุดเคาะนิ้วลงทันที ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็
ในขณะที่สวี่เยว่หรานและโจวอวิ๋นเฟิงกำลังนั่งพูดคุยตรวจสอบบัญชีร่วมกันอยู่บนชั้นสอง หลงจู๊ประจำร้านก็รีบก้าวเดินขึ้นบันไดมาด้วยสีหน้าแปลกใจระคนลังเล ก่อนจะประสานมือรายงานขึ้น“เรียนคุณชายรองและฮูหยินน้อย ด้านล่างมีแขกผู้หนึ่งมาขอเข้าพบขอรับ เจ้าของร้านค้าข้าวสกุลหลิน บอกว่าธุระสำคัญบางประการที่อยากพูดคุยด้วยขอรับ”เมื่อได้ยินชื่อสกุลหลิน สวี่เยว่หรานก็ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมคู่สวยไหววูบด้วยความรู้สึกซับซ้อน แม้ว่าในตอนนี้ตัวนางจะอยู่ในร่างของสวี่เยว่หราน แต่อดีตที่นางเคยเป็นไป๋ซูหนิง และถูกครอบครัวสกุลหลินหักหลัง ก็ยังคงฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำหญิงสาวมีความรู้สึกไม่อยากจะพบหน้าอดีตสามีไร้ค่าคนนี้ให้เสียเวลาและรกหูรกตา แต่ทว่าในขณะเดียวกัน นางก็ไม่ใช่คนที่จะเลือกหลบหนีปัญหาหรือตื่นตระหนกยามเผชิญหน้า อีกทั้งนางยังนึกอยากรู้ว่าเหตุใดอยู่ๆ บุรุษผู้โง่เขลาอย่างหลินอวี่เฉียงถึงดั้นด้นมาถึงร้านธัญพืชสกุลโจวได้เมื่อชั่งใจได้ชั่วครู่ สวี่เยว่หรานจึงตัดสินใจเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยสั่งหลงจู๊ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“จำได้ว่าครั้งก่อน เขาก็เคยมาที่ร้านเราครั้งหนึ่ง







