Share

นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]
นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]
Penulis: ชะนีติดมันส์

บทที่ 1

last update Tanggal publikasi: 2025-01-28 07:44:27

[Nreṣ̄wr Club]

คลับนี้ชื่อตรงตัวว่านเรศวรคลับ หลังจากที่นเรศวรไปดูงานที่คลับของสิงขร​ (คลับS̄ingk̄hr) เขาก็ได้ไอเดียอะไรหลายๆ อย่างมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ที่จริงคลับแห่งนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเปิดใหม่ ก่อนหน้านี้เคยเป็นของสกายคลับมาก่อน หลังจากที่สกายเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต​ น้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศต้องกลับมาดูแลธุรกิจของพี่ชาย เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของพี่เลยจนมีคนมาเสนอซื้อคลับแห่งนี้ แต่ทรงอัปสรไม่อยากจะขายขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะระลึกถึงพี่ชายได้ เธอเลยเก็บหุ้นไว้ 30% แต่นเรศวรกลับอยากได้ทั้งหมดเพราะจะได้บริหารงานสะดวกหน่อย

ช่วงแรกที่นเรศวรเข้ามาบริหารที่นี่ก็ได้ไปยืมคนของสิงขรมาช่วยงาน นั่นก็คือพิมพ์ แต่พิมพ์ยังทำงานได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยกายสามีของเธอที่เป็นมือขวาคนสนิทของสมิงดำก็ได้มาตามกลับไป เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายมาชอบภรรยาตัวเอง (เรื่องสมิงดำและกายอยู่ในเรื่องสมิงดำ[มาเฟียร้ายรัก]นะคะ&ส่วนเรื่องของสิงขรและธามม์อยู่ในเรื่องสิงขร[มาเฟียร้ายรัก]ค่ะ)

หุ้น 70% นเรศวรไม่ได้ถือครองอยู่คนเดียวยังมีเพื่อนร่วมหุ้นอีก แต่บุคคลนี้จะถือหุ้นอยู่ลับๆ ปล่อยให้นเรศวรบริหารหุ้นเอง แต่ถึงแม้จะแบ่งหุ้นออกเป็นสองส่วนนเรศวรก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นผู้บริหารสูงสุดของที่นี่

หลังจากที่แบ่งหุ้นของพี่ชายขายไปทรงอัปสรก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะเธอแอบสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายก็คือผู้ถือหุ้นรายใหม่นี่แหละ เขาคงวางแผนไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของที่นี่​แต่พี่ชายไม่ยอมขายให้เลยถูกจัดฉากฆาตกรรมในครั้งนั้น ทีแรกทรงอัปสรไม่คิดว่าจะเข้ามาบริหารงานที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเธอไม่เข้ามาก็จะไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการตายของพี่ชาย หญิงสาวเลยเข้ามาทำตำแหน่งผู้จัดการของที่นี่

วันนี้การจัดระเบียบทางเข้าของคลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงอัปสรเลยมายืนดูความสวยงามเป็นระเบียบ พิมพ์คนที่มาช่วยงานตาถึงจริงๆ ก่อนหน้าคลับนี้พี่ชายเธอไม่ได้จัดระเบียบให้สวยงามแบบนี้ คนเรียกแขกก็เรียกไป พนักงานเสิร์ฟที่รอรับลูกค้าก็ยืนระเกะระกะกันไปทั่ว

"คุณอัปสรทำอะไรอยู่คะ"

"ข้าวปุ้น.." ทรงอัปสรหันไปก็เห็นว่าเป็นข้าวปุ้นผู้ช่วยผู้จัดการที่เธอแต่งตั้งขึ้นมาเอง "จัดแบบนี้ก็เป็นระเบียบดีนะ"

"ใช่ค่ะ ถ้าได้พิมพ์มาทำงานด้วยก็คงจะดี นี่มาแค่ครึ่งเดือนเอง ปรับเปลี่ยนอะไรได้หลายๆ อย่างเลย"

"ใช่..ฉันไม่น่าคิดกับพิมพ์แบบนั้นแต่แรกเลย" ที่ทรงอัปสรพูดเพราะเธอคิดว่าพิมพ์จะเข้ามาช่วยทางด้านนเรศวร เพื่อทำให้ฝั่งนั้นได้เป็นผู้ถือครองหุ้นแต่เพียงผู้เดียว

แต่พอพิมพ์เข้ามาก็มุ่งทำแต่งานเหมือนคนบ้างานยังไงไม่รู้ แต่ผ่านไปไม่นานกายสามีของพิมพ์ก็มาตามกลับ ได้ยินว่าเธอท้องเลยต้องปล่อยให้กลับไป

"สวัสดีค่ะคุณทรงอัปสร"

"ว่าไงจ้ะอลิส" อลิสก็คือผู้ช่วยของพิมพ์ตอนที่พิมพ์มาทำงานที่นี่ ตอนที่พิมพ์มาพิมพ์รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรับตำแหน่งนี้แทน

"เสี่ยนเรศให้มาตามไปคุยงานค่ะ"

"เขามาแล้วเหรอ"

"มาถึงแล้วค่ะ"

ห้องประชุม.. คลับแห่งนี้ถูกแบ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารและห้องประชุมไว้อย่างดี แถมยังมีห้องแถวด้านหลังไว้ให้เป็นที่พักของพนักงาน สถานที่ตั้งของคลับนี้ทำเลทองเลยก็ว่าได้เพราะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหลวง เพราะแบบนี้แหละหลายคนถึงอยากจะครอบครอง

"นั่งสิ" นเรศวรที่นั่งอยู่ก่อนกล่าวเชิญให้เธอนั่ง

"ฉันคงไม่ยืนคุยงานหรอกค่ะ" ทรงอัปสรพูดพลางเดินไปขยับเก้าอี้แล้วนั่งลง

คนที่เชื้อเชิญให้เธอนั่งอยู่เมื่อครู่ทำได้แค่มองอีกฝ่ายผ่านหางตา เพราะนเรศวรเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่ชอบผู้หญิงพูดก้าวร้าวประชดประชัน แต่ทุกอย่างที่เขาไม่ชอบมีอยู่ในตัวเธอทั้งหมดเลย..

"เรื่องคนที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าแทนพิมพ์ ผมหาไว้แล้วนะ"

"ฉันก็หาไว้แล้วเหมือนกันค่ะ"

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมได้อยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้จะยอมเขาสักเรื่องไม่ได้หรือไง "แต่ตำแหน่งหัวหน้ามีได้แค่คนเดียว"

"ทำไมต้องหาคนนอกมาด้วยล่ะคะ คนในของเราเก่งๆ ก็มีตั้งเยอะ"

"ใคร"

"อย่างเช่น.." ทันใดนั้นทรงอัปสรก็ปรายตามองไปดูคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ข้าวปุ้น "อลิสไงคะ" ที่จริงเธอยังไม่ได้เตรียมการเรื่องนี้เลย และไม่คิดว่างานที่เขาเรียกมาคุยคือเรื่องนี้

"แต่อลิสเป็นรองหัวหน้า"

"รองแล้วไงคะ อลิสเคยทำงานกับพิมพ์มาก่อนรู้ระบบการทำงานดี"

อลิสที่ยืนอยู่ในห้องด้วยปลื้มปิติมากที่ทรงอัปสรเสนอชื่อเธอ

"ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น"

"แล้วหมายถึงแบบไหนล่ะคะ"

"ถ้าให้อลิสขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลัวว่าคนอื่นจะไม่เชื่อฟัง"

"ไม่รู้ล่ะยังไงฉันก็เลือกอลิส"

"แต่ผมนัดพนักงานใหม่เข้ามาพรุ่งนี้"

"ถ้าคุณทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันเข้ามาประชุมก็ได้นะคะ" ทรงอัปสรพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้อง ทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งกัดฟันจนเห็นสันกรามขึ้น

"เอาไงต่อดีครับนาย" ตุนท์มือขวาคนสนิทของนเรศวร ที่จริงมือขวาของเขามีด้วยกันสองคน และทั้งสองคนหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกัน

"ไม่ต้องไปสนใจ พรุ่งนี้ให้เธอเข้ามาทำงานได้เลย"

"ไม่มีปัญหาแน่นะครับ"

"มึงเคยเห็นกูกลัวใครไหมล่ะ"

ตุนท์ไม่ได้ตอบมาเฟียผู้เป็นเจ้านายในทันที แถมเขายังมีท่าทีครุ่นคิด

"มึงอยากโดนบาทากูหรือไง" เสียอารมณ์จากผู้หญิงคนนั้นแล้วยังมาเสียอารมณ์กับลูกน้องอีก

"หึหึ" ตุนท์แอบขำก่อนจะเดินตามหลังผู้เป็นเจ้านายออกจากห้องประชุมไป

"เสี่ยขาา" น้ำตาลผู้ที่ดูแลโต๊ะของลูกค้าเห็นเสี่ยนเรศวรเดินตรงมาทางนี้เลยรีบเข้าไปหา เพราะได้ยินว่าวันนี้เสี่ยพูดถึงเรื่องหัวหน้าที่จะมารับตำแหน่งแทนพิมพ์

"ว่าไง"

"ถ้าหาคนมารับตำแหน่งแทนคุณพิมพ์ไม่ได้ น้ำตาลขอเสนอตัวเองได้ไหมคะ"

"หาได้แล้ว" ถ้ามีน้ำตาลมาอีกคนมีหวังปวดหัวแน่

"แต่น้ำตาลก็เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้านะคะ พนักงานในนี้เชื่อฟังคำพูดของน้ำตาล" น้ำตาลถือโอกาสนี้อวดอ้างความได้เปรียบ เพราะถ้าได้เป็นหัวหน้ามันคือก้าวสำคัญของการทำงานเลย

"เธอดูแลโต๊ะของลูกค้าเหมือนเดิมดีแล้ว" สถานที่แห่งนี้รองรับลูกค้าได้เยอะนั่นหมายถึงมีหลายโต๊ะมาก ก่อนหน้าที่นเรศวรจะเข้ามาซื้อหุ้นที่นี่สกายได้แบ่งโต๊ะให้พนักงานรับผิดชอบเป็นโต๊ะๆ ไป และคนที่ดูแลเรื่องนี้ก็คือหน้าที่ของน้ำตาล น้ำตาลมีสิทธิ์แค่ดูแลความเรียบร้อยไม่ใช่หัวหน้า

"เสี่ยคะ.." น้ำตาลพูดด้วยท่าทีเสียดายอุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาพูดแล้วนะเนี่ยแต่ก็ชวดจนได้

"ว่าไงบ้างพี่น้ำตาล"

"จะว่าไงล่ะ เสี่ยบอกว่าได้คนมาทำตำแหน่งหัวหน้าแล้ว"

"กว่าแม่พิมพ์นั่นจะกระเด็นออกไปได้ยังเจออุปสรรคอีก"

"พวกเธอต้องช่วยฉันแล้วล่ะ ไม่ว่าใครเข้ามาทำงานนี้ก็อย่าให้มันอยู่ได้นาน"

อลิสได้ยินก็รีบเดินไปให้ไกลจากมุมนั้น ที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจแอบฟังหรอกเธอออกมาคุยโทรศัพท์กับพิมพ์ เรื่องที่ทรงอัปสรเสนอชื่อเธอเป็นหัวหน้า แต่ว่าเสี่ยนเรศบอกมีพนักงานจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้แล้ว

พิมพ์เลยบอกว่าเดี๋ยวจะหาทางช่วยอลิสอีกทาง

ไม่มีใครหรอกที่อยากย่ำอยู่กับที่ อลิสก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานเหมือนกัน แต่เธอคงไม่ใช้วิธีสกปรกเหมือนกับน้ำตาล

"อุ๊ยคุณอัปสร" อลิสรีบเดินออกมาจนไม่ได้ดูทางเกือบชนเข้ากับทรงอัปสร

"มีอะไรหรือเปล่าอลิส ทำไมดูหน้าตาตกใจแบบนี้ล่ะ"

"ขอบคุณคุณอัปสรมากนะคะ"

"ขอบคุณฉันเรื่องอะไร"

"ก็เรื่องที่คุณเสนอชื่ออลิสไงคะ"

"อ้อ.." จริงๆ ทรงอัปสรไม่ได้ตั้งใจเสนอหรอกตอนนั้นแค่อยากเอาชนะเขาเฉยๆ "ไม่เป็นไรหรอกจ้าฉันจะพยายามช่วยแล้วกันนะ"

"ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" ครั้งนี้อลิสถึงกับยกมือไหว้

"พี่น้ำตาลดูนั่นสิ" คนที่คุยอยู่กับน้ำตาลเมื่อครู่มองไปเห็นอลิสกำลังคุยสนิทสนมกับผู้บริหารอยู่

"คงอยากถีบตัวเองล่ะสิท่า"

"ไม่แน่นะคนที่เสี่ยพูดถึงอาจจะเป็นแม่นี่ก็ได้"

"ไม่มีทางซะหรอก ถ้าฉันไม่ได้มันก็ต้องไม่ได้"

หลังจากที่คุยกับอลิสเสร็จทรงอัปสรก็มานั่งคิดว่าจะช่วยยังไงดี ถึงยังไงก็ได้รับปากไปแล้ว เธอเลยตัดสินใจมาคุยกับเขาดูอีกที

"ฉันขอคุยกับเจ้านายพวกนายหน่อยสิ"

"เจ้านายยังไม่ว่างครับ" คนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็คือทันน์แฝดของตุนท์

"ฉันมีธุระจะคุยกับเขา" ทรงอัปสรไม่สนใจแล้วว่าจะว่างไหม เธอเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออก

"อุ๊ย" ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตักของมาเฟียหนุ่มตกใจอยู่ดีๆ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามารีบดันตัวลุกขึ้นก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

"ผมบอกเธอแล้วครับว่านายไม่ว่าง" ทันท์เห็นสายตาผู้เป็นเจ้านายมองมาก็รีบอธิบายไป

"ออกไป"

"ค่ะ" เด็กที่เขาพามาคลอเคลียด้วยกำลังจะออกไปเพราะคิดว่าคนที่ถูกไล่ก็คือตัวเอง

"ฉันไม่ได้หมายถึงเธอ ฉันหมายถึงผู้หญิงอีกคน" สายตาคมกริบเหลือบมองไปดูผู้หญิงที่เสียมารยาทเปิดประตูเข้ามาเพื่อให้รู้ว่าเขาไล่ใครออกจากห้อง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 97 ตอนจบ

    ขุนราม [มาเฟียร้ายรัก] บทที่ 97 ตอนจบเธอไม่รู้หรอกว่าท่านให้มาบริษัททำไม แต่รินรดาก็แต่งตัวเรียบร้อยให้ดูเป็นหน้าเป็นตาของสามีตอนที่เขาพาเธอเดินเข้ามาพนักงานต่างก็ทำความเคารพกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา"เข้ามาด้วยกันสิคะ" หญิงสาวเห็นว่าพนักงานยืนรอลิฟต์กันหลายคน พอเธอกับสามีเดินเข้ามาพนักงานก็ไม่กล้าเข้ามาด้วย"เอ่อ..""เข้ามาสิ" จริงๆ ตอนที่เขาใช้ลิฟต์ไม่มีใครกล้าใช้ด้วย แต่พอท่านรองประธานอนุญาตให้เข้าพนักงานก็เข้าไปแต่ก็เข้าไม่กี่คนรินรดาขยับให้พนักงานยืนกันจนหลังเธอพิงเข้ากับร่างของขุนราม เขาเลยเอื้อมมือมาโอบเอวเธอไว้ พนักงานไม่ได้หันไปมองหรอกแต่มองผ่านผนังของลิฟต์ที่เป็นกระจก เห็นภาพนั้นแล้วต่างก็อมยิ้มไปตามๆ กันจนลิฟต์มาเปิดที่ชั้นผู้บริหาร ส่วนพนักงานออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว"ไปห้องทำงานผมก่อน" เขาคิดว่าห้องประชุมคงยังไม่เรียบร้อย ค่อยพาเธอไปทีหลังแล้วกันแต่พอเข้ามาในห้องทำงานไม่นานเลขาก็มาตามให้เข้าห้องประชุมห้องประชุมใหญ่ของบริษัทณโยดม.."มานั่งนี่สิ" รัตติกาลที่นั่งตำแหน่งประธานบริษัทแทนสามีที่เสียไป เรียกให้ลูกชายมานั่งประจำที่ของนาง"ครับ?" ทุกครั้งที่เขาจะนั่งตรงนั้นก็ตอนท

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 96

    คืนนั้นที่บ้านณโยดม..ก๊อกๆ "ที่รักครับ เปิดประตูให้ผัวหน่อย""คุณไปนอนห้องอื่นเลยค่ะฉันจะนอนกับลูก""คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ" ชายหนุ่มไม่ได้พูดเสียงดังเพราะกลัวแม่จะได้ยินว่าเธอไม่ให้เขาเข้าห้องด้วย"ถ้าคุณยังพูดอยู่แบบนี้เดี๋ยวลูกก็ตื่น" ขุนเขาเข้ามารอแม่ตั้งแต่เล่นกับคุณย่าเสร็จแล้ว จนตอนนี้แกนอนหลับรออยู่ในห้อง พี่เลี้ยงที่ดูแลก็ออกไปตอนที่เห็นคุณผู้หญิงกลับมา พอเข้ามาในห้องเธอก็จัดการล็อกห้องไม่ให้เขาตามเข้ามาได้"ไหนเราเคลียร์กันรู้เรื่องแล้วไง เปิดประตูให้ผมหน่อยนะ""รู้เรื่องแค่คุณน่ะสิคะ จำไว้ว่าอย่าทำแบบนี้อีก" ตอนที่รู้ว่าพี่ชายเปลี่ยนยาคุมกำเนิดเป็นยาบำรุงให้กับทรงอัปสรเธอก็รู้สึกโมโหมากพออยู่แล้ว พอมาเจอกับตัวยิ่งโมโหเข้าไปใหญ่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ดุด่าว่ากล่าวเขามากมายแต่เธอต้องดัดนิสัยเขาบ้าง จะได้ไม่มีความคิดแผลงๆ แบบนี้อีก"คุณเมียครับ พรุ่งนี้ผัวต้องไปทำงาน""ก็ไปนอนห้องอื่นสิคะ" ในใจก็แอบรู้สึกสงสาร เพราะเขาต้องรับผิดชอบบริษัทที่ใหญ่โต ผ่านไปสักพักรินรดาก็รู้สึกว่าด้านนอกเงียบไปแล้ว เธอเลยเดินมาเปิดประตูดู "อุ้ยคุณ"เธอประเมินความอดทนของเขาต่ำไป เขารู้ว่าถ้าเงียบเธอต้องม

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 95

    "ดูเหมือนคุณจะตกใจจังเลยนะคะ มีอะไรหรือเปล่า""ปะเปล่าา ผมจะมีอะไรล่ะก็นั่นน้องสาวผม""ไม่มีอะไรแน่นะคะ" เธอรู้ว่าเขาเป็นคนเจ้าแผนการ แถมสายตาที่มองเพื่อนดูมีพิรุธมันต้องมีอะไรแน่"อีกสามวันก็เป็นวันเกิดหุ้นส่วนอีกคนแล้ว" นเรศวรรีบเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะถ้าไม่งั้นเขาคงถูกจับได้แน่ว่ามีส่วนร่วมแต่มีหรือที่ทรงอัปสรจะปล่อยไป เธอคิดว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างแน่ ฉับพลันนั้นทรงอัปสรก็คิดอะไรขึ้นมาได้ เพราะเธอยังไม่ได้จัดกระเป๋าใหม่ แสดงว่าเจ้าสิ่งนั้นมันยังคงอยู่ในกระเป๋า"อยู่ไหนนะ""คุณอัปสรหาอะไรเหรอคะ""ลิปสติกน่ะสิคะว่าจะเติมสักหน่อย" เธอแสร้งทำเป็นค้นหาของในกระเป๋าแต่ระหว่างนั้นคนในห้องก็คุยเรื่องวันเกิดของหุ้นส่วนอีกคนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจไปเรื่องอื่น"ปีนี้มันจะจัดวันเกิดเหรอ" พวกเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับวันเกิดมากนักนอกจากครอบครัวจะเป็นคนจัดให้ แต่สำหรับคนที่ไม่มีครอบครัวก็ชวนเพื่อนมาดื่มกินที่บ้านหรือไม่ก็นัดกันที่ร้านอาหาร"มันบอกว่าจะมาสังสรรค์กันที่นี่แหละ""จะปิดร้านเลี้ยงวันเกิดเหรอ""ไม่ได้ปิดแต่มันบอกว่าถ้าลูกค้าคนไหนมาใช้บริการคืนนั้นมันจะเป็นคนเลี้ยงเอง""ไอเดียเจ๋งนี่""

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทท่ 94

    "ที่คุณพูดหมายความว่ายังไงคะ" หญิงสาวตามเขาขึ้นมาข้างบน แต่ยังไม่ถึงห้องทำงานเลยด้วยซ้ำเธอก็อดถามเรื่องนี้ไม่ได้"สวัสดีค่ะท่านรอง" แต่ก่อนที่เขาจะตอบเธอก็ได้ยินเสียงนี้ก่อน"?" ทั้งสองที่เดินตามกันมาหยุดแล้วก็มองคนที่กล่าวสวัสดีเมื่อครู่ ก่อนที่ขุนรามจะหันไปมองดูสายตารินรดา "คุณเป็นใคร""ชะเอมเป็นเลขาคนใหม่ที่มาแทนคุณเอวาค่ะ""เธอไปทำงานแผนกอื่น เปลี่ยนเลขาคนใหม่มา""แต่ชะเอมสอบสัมภาษณ์ผ่านแล้วนะคะ""ตกลงใครเป็นเจ้าของบริษัท""เอ่อ.."เขาไม่รอฟังคำอธิบายก็พาเธอเข้าไปในห้องทำงานก่อน"คุณยังไม่บอกฉันเลย""ผมไม่ได้หาเลขาเองเลยไม่รู้ว่าเขาส่งใครมา""ฉันไม่ได้หมายถึงผู้หญิงคนเมื่อกี้""อ้าวแล้วคุณหมายถึงอะไรล่ะ""เรื่องที่คุณบอกว่าเลขาคนเก่าอยู่โรงพักไงคะ""ไม่ใช่แค่เลขาคนเก่าหรอกที่อยู่โรงพัก ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นตอนนี้อยู่โรงพักทั้งหมด""อะไรนะคะ คุณส่งพวกนั้นให้กับตำรวจเหรอคะ""ข้อหาพยายามฆ่า""พยายามฆ่า?""ใช่ ผมแจ้งความจับทั้งหมดเลย ผมจะไม่ให้ใครทำร้ายคุณได้อีก""อย่าบอกนะคะว่าที่คุณรับสมัครพนักงานใหม่?""อืม" ชายหนุ่มตอบเธอไปโดยการเปล่งเสียงออกมาจากลำคอเบาๆ สายตามองดูผู้หญิ

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 93

    "อื้อ" สะโพกงามเด้งรับเรียวลิ้นที่ตวัดเลียวนอยู่กึ่งกลางร่อง "อ่ะอ่ะอ่ะมะไม่ไหวแล้วค่ะ"ยิ่งได้ยินเสียงครวญครางมันก็ยิ่งทำให้เขาเร่งความเร็วที่กำลังทำอยู่ เพราะเขาต้องการเห็นเธอเสร็จก่อนโดยที่ยังไม่สอดใส่และเขาก็ทำได้สำเร็จ ชายหนุ่มค่อยๆ ชักนิ้วออกมาก่อนจะขยี้นิ้วให้เธอเห็นว่าเขาเก่งไหมที่ทำให้เธอหลั่งได้โดยที่ยังไม่เจอไม้เด็ด"ทำบ้าอะไรของคุณ""แต่ก่อนชอบแบบนี้ไม่ใช่เหรอ""ยังจำได้อยู่เหรอ นึกว่าจำแต่เรื่องผู้หญิงคนอื่นได้""ผู้หญิงคนอื่นที่ไหนไม่มีหรอก" ขณะที่เอ่ยร่างหนาก็ขยับขึ้นมา ก่อนจะคว้ามือเล็กมาโอบอุ้มความแข็งแกร่งเพื่อให้เธอวัดขนาด และในเวลาเดียวกันเขาก็จับมือเธอรูดชักขึ้นและลง"พูดเหมือนฉันจะเชื่อ"ใบหน้าหล่อคมเผลอเผยรอยยิ้มออกมา แต่ก็รีบซ่อนอาการนั้นไว้"ปล่อยนะ!" ถึงแม้จะรู้ว่าเขาคงไม่เก็บร่างกายตัวเองไว้ใช้แค่กับเธอ แต่ก็อยากได้ยินเขาพูดอะไรออกมาบ้าง แม้ว่ามันจะเป็นคำโกหก"จะจบเกมคนเดียวได้ยังไง แบบนี้ผมก็เคว้งคว้างน่ะสิ""คุณก็ไปปล่อยกับผู้หญิงพวกนั้นสิ""หึงผัวเหรอ""อึบ!" รินรดากัดฟันใช้แรงที่อุ้งมือ"ซี๊ดดดอ๊อยย ถ้ามันขาดจะมีใช้ไหม" ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้ง"ไม่มีก็ไม่ใ

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 92

    "ถึงแบบนั้นก็เถอะค่ะ ข้อหาพยายามฆ่ามันไม่รุนแรงเกินไปเหรอคะ" เอวาก็เป็นลูกของผู้มีฐานะท่านหนึ่ง ไม่ยอมเจอข้อหาอะไรแบบนี้ง่ายๆ อยู่แล้ว"รุนแรงเกินไป? เธอจะให้ฉันรอจนเมียกับลูกฉันเป็นอะไรไปงั้นเหรอ" ชายหนุ่มหันหน้ามาประชันกับผู้หญิงที่เขาไม่เคยเห็นค่าเลย"แต่ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ ถึงยังไงฉันก็ไม่ยอมรับข้อหานี้" ในขณะที่พูดใบหน้าเอวาก็เชิดขึ้นแบบหยิ่งผยอง"แสดงว่าเธอยอมรับแล้วว่าเป็นตัวบงการ คุณตำรวจได้ยินหรือยังครับ""เชิญคุณเอวาไปที่โรงพักด้วยครับ""ฉันยอมรับตอนไหน! คุณแม่คะช่วยเอวาด้วยค่ะ" เอวาที่ถูกตำรวจพาออกไปตะโกนเข้ามาขอให้แม่ของเขาช่วย "ถึงยังไงเอวาก็ไม่ยอมถูกจับ""และก็เชิญพนักงานทุกท่านขึ้นรถด้วยนะครับ" ตำรวจหันมาบอกพนักงานที่อยู่ในที่นี้ทั้งหมด และรถที่ตำรวจเตรียมมาก็คันใหญ่พอที่จะขนคนพวกนี้ไปได้"พวกเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ เราไม่ได้แตะตัวภรรยาของท่านรองเลยค่ะ" ในคลิปกล้องวงจรปิดก็ไม่เห็นว่าคนพวกนี้ทำอะไร แค่มีแต่คำพูดที่วิพากษ์วิจารณ์"นั่นแหละมันคือข้อหาของพวกเธอ เห็นคนถูกทำร้ายร่างกายทำไมไม่ช่วย แถมยังยืนพูดให้ร้าย" เขาไม่คิดจะปล่อยใครไปง่ายๆ แน่ ยิ่งคนยืนมุงนี่แหละสำคัญเล

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 5

    "คุณคงเจอฝรั่งมาจนชินแล้วล่ะสิ ถึงมาเปรียบของผมเป็นแค่ดักแด้"ไอ้เลวเอ้ยเอาจนได้นะมึง ..หญิงสาวได้แต่กัดฟันไว้กับความคิดสกปรกโสโครกของผู้ชายคนนี้"แต่ผมคิดว่าของผมก็ไม่ได้น้อยหน้าไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวพวกนั้นหรอกนะ""แหวะจะคุยว่าของตัวเองใหญ่ว่างั้น" พูดไปแล้วถึงนึกได้ว่าไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับคนแบบนี้เล

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 4

    "เจ้านายคุณจะมาไม้ไหน แค่คุยกับฉันผ่านโทรศัพท์ก็ได้แล้ว""ผมว่าถ้าคุณไม่มีธุระด่วนมากรอคุยพรุ่งนี้จะดีกว่านะครับ" ภาณุไม่อยากให้ทรงอัปสรเข้าไปเล่นกับไฟกองนี้เลย ใจจริงเขาอยากบอกเธอให้ขายหุ้นแล้วก็ไปใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า"เอาที่อยู่คอนโดมา""คุณอัปสรครับ""คิดว่าฉันกลัวหรือไง""กลัวหน่อยก็ดีนะค

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 3

    "ตัวอ่อนผีเสื้อคืออะไรวะ?""อะไรนะครับนาย" ตุนท์ที่ยืนรออยู่ด้านนอกเห็นว่าทรงอัปสรออกไปแล้วเลยรีบเปิดประตูเข้ามาเผื่อเจ้านายมีเรื่องจะสั่งงาน"มึงรู้จักตัวอ่อนผีเสื้อไหมวะ""ตัวอ่อนผีเสื้อ..หนอนน้อยน่ะหรือครับ""หนอนน้อย?!""มีอะไรครับเจ้านาย.. อย่าบอกนะครับว่า?" ตุนท์พูดพร้อมกับมองต่ำลงไปดูช่วงกลา

  • นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]   บทที่ 2

    ทรงอัปสรรู้สึกเสียหน้ามากที่ถูกไล่ออกจากห้อง ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เหลือบมองไปดูผู้หญิงคนที่เขาเรียกเข้ามาพลอดรัก ทำไมเธอถึงไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้เลย หรือว่าไม่ใช่เด็กในร้าน"เสี่ยขาถ้าเสี่ยมีงานอุ๋งอิ๋งออกไปก่อนก็ได้นะคะ" ที่พูดไปไม่ใช่ว่าอยากจะออกไปจริงๆ หรอก แค่มารยาเล็กๆ น้อยๆ ของผู้หญิง"ไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status