นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]

นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-02-01
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
97Bab
4.1KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"ถ้าคุณไม่อยากประลองงั้นเรามาจัดนัดกระชับมิตรกันดูไหม""สมองของคุณคงคิดได้แค่เรื่องเดียวนี่สินะ ถ้างั้นวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ""แต่ผมคิดว่าสมองของเราก็ไม่ต่างกันหรอก ดูแค่สายตาคุณที่มอง.." ดวงตาคมคู่นั้นมองต่ำลงไปดูอวัยวะส่วนที่เขาภูมิใจมากที่สุดในร่างกาย และเธอก็ดันเผลอมองตามสายตาเขาไปอีกจนได้"มันก็แค่ดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักดูคุณจะภูมิใจจังเลยนะ"หมดกันความภูมิใจของกูดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักงั้นเหรอ! ปากเก่งแบบนี้จัดให้สักดอกดีไหมขี้คร้านจะมาขอร้องกูให้จัดอีกน่ะสิ"ถอยออกไปนะ!" เห็นว่าอีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาเธอก็รีบหันไปเคาะประตูห้องเสียงดังเพื่อให้คนด้านนอกเปิด "กรี๊ดดด" ทรงอัปสรสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่สัมผัสกับสะโพกของเธอหญิงสาวหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจหันกลับมาก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงเพื่อที่จะกำจัดจุดอ่อนของอีกฝ่าย"กรี๊ดด ปล่อยนะ!" แต่ขาของเธอถูกมือหนาจับล็อกไว้ในท่ายก "ไอ้เลวปล่อยฉัน!" เธอสวมใส่กระโปรงเลยทำอะไรไม่สะดวก แถมตอนนี้ขาที่ยกขึ้นมาเมื่อครู่ก็ถูกอีกฝ่ายจับล็อกไว้ในท่าเดิม

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

【星野さん、この離婚協議書は有効なものです。署名をすれば、一ヶ月後、自動的に婚姻関係が解消されます】

星野佳苗(ほしの かなえ)はパソコンの前に座り、オンラインの法律相談チャットを利用していた。画面越しに望んでいた回答を得ると、彼女はお礼のメッセージを打ち込み、そのままログアウトした。

足を引きずりながら部屋のドアを開けた途端、頭上から何枚もの写真が落ちてきた。鋭い縁が頬をかすめて血が滲んだが、佳苗は無表情のまま、その「家族写真」を見つめていた。

夫である黒川明彦(くろかわ あきひこ)は満面の笑みを浮かべ、結婚前すら見せたことのないような優しい表情をしている。

彼女が五年間育ててきた娘の黒川陽彩(くろかわ ひいろ)も、今にも溢れんばかりの幸せそうな顔をしている。

皮肉なことに、その「家族写真」の真ん中に収まっているのは佳苗ではなく、明彦の初恋の相手、白石美鳥(しらいし みどり)だった。

どう見ても陽彩の悪戯だ。半年前に美鳥が帰国して以来、佳苗はこの家において完全に「余計な存在」と化していた。

……

今日は佳苗の誕生日で、結婚五周年の記念日だった。明彦は適当な口実をつけて腹を立て、彼女に家でしっかり反省しろと言い捨てて、娘を連れて出かけてしまった。

佳苗は美鳥のSNSで、三人が遊園地に行き、家族水入らずで楽しく遊んでいるのを見た。

写真には、極度の潔癖症である明彦が地面に片膝をつき、美鳥の靴紐を結んであげている姿が写っていた。まるで鋭い刃が心臓に突き刺さったかのようで、佳苗は息ができないほど心を痛めた。

自分がこの家のために全てを捧げてきたのに、結局は他人の幸せの踏み台にされただけなのだと思うと、底知れぬ悲哀が込み上げてきた。

佳苗はテーブルの前に座り、バースデーケーキのろうそくが徐々に燃え尽きていくのを見つめていた。やがて目の前の世界が真っ暗になった。

彼女はまるで彫像のように、冷たく無情な家の中に佇んでいた。

どれほどの時間が過ぎたのだろうか。突然リビングの明かりがつき、明彦と陽彩が帰宅した。佳苗の姿を視界に捉えると、二人の目には一瞬の嫌悪が走った。

明彦は手にしていたギフトボックスを佳苗に投げつけ、ひどく苛立った顔で言った。

「誰が料理にラードを入れろと言った?俺が薄味しか食べないのを知っているだろう。二度と同じ真似はするな。ほら、誕生日プレゼントだ」

そう言い放つと、彼は顎を上げ、佳苗からの感謝の言葉を待つような不遜な態度を見せた。

佳苗はギフトボックスをちらりと見て、心の中で苦笑した。

プレゼントと言っても、どうせ何かの景品の腕時計だろう。本物の、価値ある腕時計は――美鳥が以前SNSで自慢げに見せびらかしていた、有名ブランドの限定モデルの方だ。

佳苗が微動だにしないのを見て、明彦は途端に血相を変え、怒鳴りつけた。

「俺が外で身を粉にして働いて家族を養っているというのに、お前は役に立たないどころか、俺に不機嫌な面を見せるのか!

お前のような役立たず、最初から娶るんじゃなかった。今夜は物置部屋で寝ろ。自分の過ちを認めるまで、俺に許しを乞うな!」

そう言い捨てると、彼は肩を怒らせて部屋へと戻っていった。

陽彩はくすくすと笑いながら、ケーキを佳苗の頭からひっくり返した。そして、得意げに言った。

「今日ね、私、美鳥さんと遊園地に行って、すっごく楽しかったんだから!あなたは私のお世話をするただの家政婦なんだから、早くパパと離婚して、出て行ってよ!」

5年間、指先に小さな擦り傷を作っただけでも死ぬほど心配し、手塩にかけて育ててきた娘が、自分への嫌悪感を微塵も隠そうとしないのを見て、佳苗は思わず悪寒を覚えた。

所詮、どれほど情を注ごうと、届かぬ相手には届かない。結局は恩を仇で返されるのがオチなのだ。

以前の陽彩は、こんな子ではなかった。わずか五歳の子供に、これほど残酷な振る舞いができるはずがない。半年前、美鳥が帰国してからというもの、彼女は裏で陽彩を唆し、佳苗をいたぶる術を教えていた。

だが、佳苗の心を根底から凍てつかせたのは、何よりも明彦の反応だった。

彼女がこの家のためにどれほど身を粉にして尽くしてきたかを知りながら、娘の暴言を野放しにしている。

陽彩は佳苗が無反応なのを見て、鼻で笑った。「美鳥さんが言った通り、あなたはやっぱり役立たずね。これでも怒らないなんて、自業自得だわ!」

そう言い終えると、陽彩はぴょんぴょんと跳ねるようにして、自分の部屋へと戻っていった。

リビングは再び静まり返った。佳苗は終始一言も発しなかった。恩知らずなこの父娘に対しては、もはや希望を抱く必要すらなかった。

彼女はゆっくりと立ち上がり、足を引きずりながら階段下の小さな物置部屋へ向かった。

そこは彼女にとって、この家で唯一自由になれる場所だった――とても汚れているため、あの父娘は絶対に入ってこないからだ。

佳苗は無表情のまま、明彦がくれたプレゼントを無造作にゴミ箱へ捨てると、引き出しから一通の書類を取り出した。

先週、美鳥の件で激しい口論になった際、明彦がその場に叩きつけていった離婚協議書だ。

明彦は、佳苗が自分なしでは生きていけないと高を括っている。だからこそ、執拗なまでに彼女を辱め続け、陽彩もまた、父のその残酷な振る舞いに呼応するように、一緒になって彼女を貶めてきた。

今回、佳苗はついに悟った。

どれほど情を注ごうと、決して温まることのない冷え切った心は、もはや棄てるべきガラクタに過ぎない。

恩を仇で返す者たちを慈しんできた歳月は、底の抜けた器に水を注ぎ続けるような、無意味な徒労だったのだ。

彼女はペンを手に取り、一切の迷いなく署名した。

夫も、娘も、そしてこの家も。

彼女はもう全ていらない。
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
97 Bab
บทที่ 1
[Nreṣ̄wr Club]คลับนี้ชื่อตรงตัวว่านเรศวรคลับ หลังจากที่นเรศวรไปดูงานที่คลับของสิงขร​ (คลับS̄ingk̄hr) เขาก็ได้ไอเดียอะไรหลายๆ อย่างมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ที่จริงคลับแห่งนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเปิดใหม่ ก่อนหน้านี้เคยเป็นของสกายคลับมาก่อน หลังจากที่สกายเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต​ น้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศต้องกลับมาดูแลธุรกิจของพี่ชาย เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของพี่เลยจนมีคนมาเสนอซื้อคลับแห่งนี้ แต่ทรงอัปสรไม่อยากจะขายขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะระลึกถึงพี่ชายได้ เธอเลยเก็บหุ้นไว้ 30% แต่นเรศวรกลับอยากได้ทั้งหมดเพราะจะได้บริหารงานสะดวกหน่อยช่วงแรกที่นเรศวรเข้ามาบริหารที่นี่ก็ได้ไปยืมคนของสิงขรมาช่วยงาน นั่นก็คือพิมพ์ แต่พิมพ์ยังทำงานได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยกายสามีของเธอที่เป็นมือขวาคนสนิทของสมิงดำก็ได้มาตามกลับไป เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายมาชอบภรรยาตัวเอง (เรื่องสมิงดำและกายอยู่ในเรื่องสมิงดำ[มาเฟียร้ายรัก]นะคะ&ส่วนเรื่องของสิงขรและธามม์อยู่ในเรื่องสิงขร[มาเฟียร้ายรัก]ค่ะ)หุ้น 70% นเรศวรไม่ได้ถือครองอยู่คนเดียวยังมีเพื่อนร่วมหุ้นอีก แต่บุคคลนี้จะถือหุ้นอยู่ลับๆ ปล่อยให้นเรศวร
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ทรงอัปสรรู้สึกเสียหน้ามากที่ถูกไล่ออกจากห้อง ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เหลือบมองไปดูผู้หญิงคนที่เขาเรียกเข้ามาพลอดรัก ทำไมเธอถึงไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้เลย หรือว่าไม่ใช่เด็กในร้าน"เสี่ยขาถ้าเสี่ยมีงานอุ๋งอิ๋งออกไปก่อนก็ได้นะคะ" ที่พูดไปไม่ใช่ว่าอยากจะออกไปจริงๆ หรอก แค่มารยาเล็กๆ น้อยๆ ของผู้หญิง"ไม่ต้องหรอก" สายตาเขายังคงจับจ้องมาที่เธอ ในแววตานั้นบ่งบอกมากว่าเมื่อไรเธอจะไสหัวออกไปสักที"คุณก็เป็นเสียแบบนี้กินไม่เลือกหน้า ถึงแม้ฉันจะไม่ถือสาเรื่องนี้ฉันก็กลัวติดโรคจากเพศสัมพันธ์อยู่นะคะ"คนที่อยู่ในห้องงงกับคำพูดของทรงอัปสรเธอต้องการจะสื่ออะไร"เธอคนนี้กับเสี่ย?" แต่ผู้หญิงดูจะฟังออกว่าอีกฝ่ายกำลังหึงหวง"ได้ยินแล้วก็ออกไปสิ" ดวงตางามคู่นั้นชำเลืองมองไปที่ผู้หญิงเหมือนแสดงความเป็นเจ้าของในตัวผู้ชายคนนั้น"เสี่ยขา" ขณะที่อ้อนมือของอุ๋งอิ๋งก็เอื้อมไปเกาะแขนนเรศวรไว้แน่น"พากลับไปก่อน" เขาหันไปสั่งทันน์ลูกน้องคนสนิทพร้อมกับแกะมือของอุ๋งอิ๋งออก นเรศวรไม่ใช่ประเภทสมภารกินไก่วัด และไม่ชอบผู้หญิงที่ใช้เรือนร่างหากินไปทั่ว แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองอดอยาก เขารับเลี้ยงเด็กเป็นคนคนไป ส่วนมา
Baca selengkapnya
บทที่ 3
"ตัวอ่อนผีเสื้อคืออะไรวะ?""อะไรนะครับนาย" ตุนท์ที่ยืนรออยู่ด้านนอกเห็นว่าทรงอัปสรออกไปแล้วเลยรีบเปิดประตูเข้ามาเผื่อเจ้านายมีเรื่องจะสั่งงาน"มึงรู้จักตัวอ่อนผีเสื้อไหมวะ""ตัวอ่อนผีเสื้อ..หนอนน้อยน่ะหรือครับ""หนอนน้อย?!""มีอะไรครับเจ้านาย.. อย่าบอกนะครับว่า?" ตุนท์พูดพร้อมกับมองต่ำลงไปดูช่วงกลางลำตัวของผู้เป็นเจ้านาย"มึงมองอะไร!""หึหึ" มองแล้วก็อดขำไม่ได้ แค่นี้ตุนท์ก็พอจะเดาได้แล้วว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้น "แต่ผมว่ามันน่ารักดีนะครับ""น่ารักพ่อมึงสิ!" ร้ายกาจนะผู้หญิงคนนี้ กล้าดียังไงมาว่าของฉันเป็นหนอนผีเสื้ออีกห้องหนึ่งในเวลาเดียวกันนั้น.."เป็นไงบ้างคะคุณหนู" ข้าวปุ้นรออยู่ในห้องก็อดเป็นห่วงคุณหนูของเธอไม่ได้"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกคุณหนูแล้ว ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กในบ้านแล้วนะ""ก็มันชินปากนี่คะ" ข้าวปุ้นเป็นเด็กทำงานในบ้าน ครอบครัวของทรงอัปสรส่งเรียนจนจบปริญญา ก่อนหน้าข้าวปุ้นก็เข้ามาทำงานช่วยสกายตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เรียนไปด้วยเลยไม่ได้ทำงานเต็มที่ แต่พอทรงอัปสรเข้ามาทำงานที่นี่แบบเต็มตัวเธอเลยมาเป็นผู้ช่วยให้"เราจะช่วยอลิสยังไงดี""ไม่ได้เรื่องหรือคะ""เธอก็รู้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 4
"เจ้านายคุณจะมาไม้ไหน แค่คุยกับฉันผ่านโทรศัพท์ก็ได้แล้ว""ผมว่าถ้าคุณไม่มีธุระด่วนมากรอคุยพรุ่งนี้จะดีกว่านะครับ" ภาณุไม่อยากให้ทรงอัปสรเข้าไปเล่นกับไฟกองนี้เลย ใจจริงเขาอยากบอกเธอให้ขายหุ้นแล้วก็ไปใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า"เอาที่อยู่คอนโดมา""คุณอัปสรครับ""คิดว่าฉันกลัวหรือไง""กลัวหน่อยก็ดีนะครับ""หึ.. คุณก็คงไม่ต่างจากเจ้านายของคุณหรอก""นี่นามบัตรคอนโดครับ" คงช่วยได้เท่าที่ช่วยนี่แหละ ที่เหลือปล่อยให้โชคชะตาทำงานไปทรงอัปสรรับเอานามบัตรของคอนโดนั้นมาดู เธอก็รู้สึกแปลกใจทำไมคอนโดของเขาถึงเป็นที่เดียวกับคอนโดเธอล่ะ แต่ก็ไม่แปลกหรอกคอนโดนี้หรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหวังว่าคงจะอยู่คนละชั้นคนละโซนนะ ถ้าไม่ใช้ลิฟต์หรือว่าออกมาพร้อมกันก็คงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นั่น เหมือนที่ไม่รู้ว่าเขาอาศัยอยู่คอนโดเดียวกันกับเธอแต่พอดูไปถึงเลขชั้นทรงอัปสรก็รีบมองไปดูเลขห้องในทันที.. มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ? เพราะห้องอีกฝ่ายอยู่ข้างห้องของเธอนี่เอง และห้องนี้ก็เพิ่งขายออกไปไม่นาน หรือว่าเจ้าของคือเขา? อยากจะบ้าตายหวังว่าเขาคงไม่รู้นะว่าเธอพักอยู่ที่นั่น"มีอะไรหรือคะคุณอัปสร" ข้าวปุ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
"คุณคงเจอฝรั่งมาจนชินแล้วล่ะสิ ถึงมาเปรียบของผมเป็นแค่ดักแด้"ไอ้เลวเอ้ยเอาจนได้นะมึง ..หญิงสาวได้แต่กัดฟันไว้กับความคิดสกปรกโสโครกของผู้ชายคนนี้"แต่ผมคิดว่าของผมก็ไม่ได้น้อยหน้าไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวพวกนั้นหรอกนะ""แหวะจะคุยว่าของตัวเองใหญ่ว่างั้น" พูดไปแล้วถึงนึกได้ว่าไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับคนแบบนี้เลย แต่ก็ช่างเถอะในเมื่อมันคิดแบบนั้นก็พูดให้มันเข้าใจแบบที่มันคิดไปเลยแล้วกัน "กรี๊ดด คุณจะทำอะไร!" หญิงสาวหันหน้าหนีอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายขยับผ้าเช็ดตัวเหมือนจะถอด"เดี๋ยวหาว่าผมคุย จะให้ดูหน้างานเลยไง""ใครอยากจะดูของคุณล่ะ! บอกลูกน้องคุณเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ""ไม่แน่จริงนี่หว่า""เราเลิกพูดเรื่องไร้สาระดีกว่า วันนี้ที่ฉันมาหาคุณฉันอยากจะคุยเรื่องหัวหน้า" ทรงอัปสรต้องรีบพูดเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นถ้าไม่งั้นก็คงไม่จบ"อยากเจอหน้าผมมากจนต้องเอาเรื่องนี้มาอ้างเพื่อเข้าหาผมเลยเหรอ"นี่ขนาดเราอยากจะจบเรื่องนั้นนะมันยังไม่ยอมจบอีก ไอ้โรคจิตเอ้ย "แล้วแต่คุณจะคิดเถอะ.. ฉันขอคุยเรื่องงานก่อนได้ไหม""ก็ว่ามาสิ" ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าเดินเข้ามาใกล้จนหญิงสาวรีบถอยออกไป แต่เธอก็ถอยไม่ได้ไกลเพราะหลังชนเข้าก
Baca selengkapnya
บทที่ 6
"ถ้าคุณไม่อยากประลองงั้นเรามาจัดนัดกระชับมิตรกันดูไหม""สมองของคุณคงคิดได้แค่เรื่องเดียวนี่สินะ ถ้างั้นวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ""แต่ผมคิดว่าสมองของเราก็ไม่ต่างกันหรอก ดูแค่สายตาคุณที่มอง.." ดวงตาคมคู่นั้นมองต่ำลงไปดูอวัยวะส่วนที่เขาภูมิใจมากที่สุดในร่างกาย และเธอก็ดันเผลอมองตามสายตาเขาไปอีกจนได้"มันก็แค่ดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักดูคุณจะภูมิใจจังเลยนะ"หมดกันความภูมิใจของกูดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักงั้นเหรอ! ปากเก่งแบบนี้จัดให้สักดอกดีไหมขี้คร้านจะมาขอร้องกูให้จัดอีกน่ะสิ"ถอยออกไปนะ!" เห็นว่าอีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาเธอก็รีบหันไปเคาะประตูห้องเสียงดังเพื่อให้คนด้านนอกเปิด "กรี๊ดดด" ทรงอัปสรสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่สัมผัสกับสะโพกของเธอหญิงสาวหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจหันกลับมาก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงเพื่อที่จะกำจัดจุดอ่อนของอีกฝ่าย"กรี๊ดด ปล่อยนะ!" แต่ขาของเธอถูกมือหนาจับล็อกไว้ในท่ายก "ไอ้เลวปล่อยฉัน!" เธอสวมใส่กระโปรงเลยทำอะไรไม่สะดวก แถมตอนนี้ขาที่ยกขึ้นมาเมื่อครู่ก็ถูกอีกฝ่ายจับล็อกไว้ในท่าเดิม ส่วนมือที่กำลังปกป้องตัวเองก็ถูกมือหนาอีกข้างจับรวบไว้ด้วยกันทั้งขาและมือถูกพันธนาการไว้จน
Baca selengkapnya
บทที่ 7
"แล้วเรื่องนั้นได้เรื่องไหมคะ""เรื่องอะไร""เรื่องของอลิสไงคะ"ถ้าข้าวปุ้นไม่พูดทรงอัปสรคงลืมไปแล้วเพราะมัวแต่โมโห ..แต่ถ้าพูดพรุ่งนี้เขาจะยอมฟังไหมเล่นงานเขาหนักขนาดนั้น พอคิดถึงเรื่องนั้นก็รู้สึกขยะแขยงอีก ไม่คิดว่าจะต้องมาเสียจูบให้คนที่เธอรังเกียจหลังจากที่เห็นว่าคุณหนูปลอดภัยแล้วข้าวปุ้นเลยขอตัวกลับไปทำงาน และไม่ลืมเน้นย้ำว่าคืนนี้ห้ามออกจากห้อง เวลาจะออกจากห้องต้องดูให้ดีด้วยว่าห้องข้างๆ ออกมาพร้อมกันไหมสายๆ ของวันต่อมา..ตื่นนอนมาสิ่งแรกที่ทำคือเดินไปดูใบหน้าตัวเองในกระจก เห็นริมฝีปากที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ทรงอัปสรก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาอีกครั้งช่วงกลางวันถ้าไม่ได้ออกไปช้อปปิ้งเธอก็จะหาอะไรทานในห้อง เพราะซื้ออาหารสดมาใส่ตู้เย็นไว้ทำทานเองอยู่ต่างประเทศเธอก็ทำแบบนี้ค่ำวันนั้นที่ Nreṣ̄wr Clubทรงอัปสรยืนมองป้ายชื่อที่เพิ่งถูกเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ถ้ารู้ว่าพี่ชายจะอายุสั้นเธอคงกลับมาอยู่ใกล้ๆ พี่ตั้งแต่เรียนจบแล้ว ถ้าป้ายสถานบันเทิงแห่งนี้กลับมาเป็นชื่อพี่ชายได้อีกครั้งก็คงจะดีในเมื่อทุกอย่างมันเอากลับคืนมาไม่ได้ เธอก็คงต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือดันอ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
"มองอะไรเหรอจ๊ะแม่อลิส.. อุ๊ยๆ ฉันลืมไปว่าตอนนี้ปีนป่ายขึ้นจนเป็นว่าที่หัวหน้าแล้ว"ที่จริงอลิสก็ไม่ได้อยากมองหรอกพอเดินผ่านเห็นอีกฝ่ายจ้องมาเธอเลยมองกลับ แต่พอถูกหาเรื่องอลิสเลยทำเป็นไม่สนใจ"วัวลืมตีน" ประโยคนี้น้ำตาลพูดออกมาเพียงแค่เบาๆ "อุ้ยสวัสดีค่ะ" พอมองไปอีกทางหนึ่งก็เห็นคนที่ตัวเองอยากทำความรู้จัก เพราะตอนนี้ข่าวหัวหน้าที่มารับตำแหน่งเป็นที่พูดถึงกันมาก แต่ก็ได้ยินมาอีกว่าต้องชิงตำแหน่งกับอลิสให้ได้ก่อนถึงจะได้เป็นหัวหน้าอลิสได้ยินเสียงน้ำตาลทักใครไม่รู้เลยหันกลับไปมอง"คุณใช่หัวหน้าคนใหม่ไหมคะ""ใช่ค่ะ" รินรดาเห็นว่ามีคนทักเลยส่งยิ้มให้พร้อมกับเดินเข้าไปคุยด้วย"ฉันชื่อน้ำตาลค่ะ เป็นคนดูแลโต๊ะทั้งหมดที่นี่""ดูแลโต๊ะเหรอคะ" รินรดาก็แปลกใจมีแบบนี้ด้วยเหรอ เพราะตำแหน่งนี้น่าจะเป็นตำแหน่งของหัวหน้า"ใช่ค่ะก็ไม่แตกต่างจากหัวหน้ามากนักหรอกค่ะ คือเด็กที่นี่เชื่อฟังฉัน เพราะฉันเป็นคนดูแลพวกเขาค่ะ""อ๋อแบบนั้นเองหรือคะ ฉันชื่อรินรดาค่ะฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ""คุณหัวหน้าอย่าพูดแบบนั้นสิคะ ฉันเองต่างหากที่ต้องฝากเนื้อฝากตัว""ฉันยังไม่ได้เป็นหัวหน้าหรอกค่ะแค่ฝึกงาน ไม่แน่ใจว่าจะได้เป
Baca selengkapnya
บทที่ 9
โชคดีนะที่เราไหวตัวทัน เมื่อกี้ลืมดูเลยว่ามีลูกน้องมันตามมาด้วยไหม ถ้าพวกนั้นยืนรออยู่หน้าห้องจะทำยังไง ..ทรงอัปสรลองแง้มประตูดูอีกทีว่าข้างนอกยังมีคนอยู่ไหม แต่พอเห็นว่าไม่มีใครเธอก็รีบเปิดประตูแล้วก็รีบเดินผ่านหน้าห้องนั้นไปอย่างไวไม่ได้การแล้วถ้าอยู่แบบนี้มีหวังมันรู้แน่ว่าเธออยู่ข้างห้อง กลับไปอยู่บ้านดีไหมเรา ..คิดถึงหน้าเมียใหม่ของพ่อก็เสียอารมณ์อีก ต้องไปเจอหน้าผู้หญิงคนนั้น ต่อหน้าพ่อก็พูดกับเราดีอยู่หรอก พอลับหลังพ่อกลัวว่าเราจะไปแย่งมรดกอยู่นั่นแหละหญิงสาวขับรถออกมาก็แวะช้อปปิ้งก่อน เพราะยังเหลือเวลาอีก 2-3 ชั่วโมงเลยผ่านไปชั่วโมงกว่าเธอก็หิ้วของกลับมาที่รถ นี่ขนาดแวะเดินเล่นนะเนี่ยยังหมดไปเป็นแสน อดมองดูของที่เพิ่งซื้อมาไม่ได้ เงินที่ขายหุ้นไปเธอได้เยอะมากใช้ทั้งชาติไม่รู้จะหมดหรือเปล่า ถ้าพี่ชายมีครอบครัวก็คงจะดีเธอจะได้ไม่ต้องมารับภาระใช้สมบัติของพี่อยู่แบบนี้ ..คิดบ้าอะไรของเราเนี่ย คนอื่นปากกัดตีนถีบเพื่อหาเงินใช้แต่เรากลับมีเงินใช้แบบฟลุ๊คๆ จากการตายของพี่ เงินที่ได้มาไม่ได้มีแค่การขายหุ้นหรอก ยังรวมถึงประกันชีวิตที่พี่ชายทำไว้ให้เป็นชื่อเธอด้วยพอคิดแล้วก็อดน้ำตาไห
Baca selengkapnya
บทที่ 10
"คุณ!?" ทีแรกคิดว่าข้าวปุ้นเดินตามมา แต่พอได้ยินเสียงปิดประตูแล้วไม่ใช่ข้าวปุ้นแน่ ทรงอัปสรเลยหันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นใครเธอก็รีบถอยไปจนหลังชนกับโต๊ะทำงาน "ถอยออกไปนะ"พอไม่มีทางถอยต่ออีกฝ่ายก็เดินมุ่งตรงเข้ามาหา จนร่างหนาเบียดเข้ากับร่างของเธอที่พิงอยู่กับโต๊ะทำงานเกือบจะเป็นท่านั่ง"ผมไม่เข้าใจทำไมคุณต้องทำให้ผมเสียอารมณ์ตลอดเลย""คุณถอยออกไปก่อนสิ" มือเรียวผลักแผ่นอกอีกฝ่ายที่โน้มลำตัวเข้ามาใกล้ให้ออกไป แต่ครั้นจะขยับออกก็ถูกมือเขาล็อกไว้ทั้งซ้ายและขวาของโต๊ะทำงาน "เราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยหรือไง คุณก็เห็นความสามารถของคนที่ผมหามาแล้ว คลับของเราต้องรีบปรับเปลี่ยนเพื่อเรียกลูกค้า""แต่ฉันยังไม่เห็น" เขาเคยบอกว่าไม่เห็นความสามารถในตัวอลิส ทรงอัปสรเลยเอาคืนบ้าง"ผมไม่รู้ว่าคุณหลงใหลอะไรในตัวเด็กคนนั้นนักหนา คุณมองไม่เห็นเลยเหรอว่าเธอไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย""คนที่คุณพามามีความสามารถพิเศษว่างั้น""วันนี้ผมจะคุยกับคุณรู้เรื่องไหม""คนของคุณก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงาน แล้วทำไมคุณถึงมองเห็นความสามารถล่ะ""เพราะเธอ.." นเรศวรหยุดพูดไว้แค่นี้ มันยิ่งทำให้ทรงอัปสรเชื่อในความคิดของตัวเอ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status