นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]

นเรศวร [มาเฟียร้ายรัก]

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-02-01
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
97Bab
4.2KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"ถ้าคุณไม่อยากประลองงั้นเรามาจัดนัดกระชับมิตรกันดูไหม""สมองของคุณคงคิดได้แค่เรื่องเดียวนี่สินะ ถ้างั้นวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ""แต่ผมคิดว่าสมองของเราก็ไม่ต่างกันหรอก ดูแค่สายตาคุณที่มอง.." ดวงตาคมคู่นั้นมองต่ำลงไปดูอวัยวะส่วนที่เขาภูมิใจมากที่สุดในร่างกาย และเธอก็ดันเผลอมองตามสายตาเขาไปอีกจนได้"มันก็แค่ดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักดูคุณจะภูมิใจจังเลยนะ"หมดกันความภูมิใจของกูดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักงั้นเหรอ! ปากเก่งแบบนี้จัดให้สักดอกดีไหมขี้คร้านจะมาขอร้องกูให้จัดอีกน่ะสิ"ถอยออกไปนะ!" เห็นว่าอีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาเธอก็รีบหันไปเคาะประตูห้องเสียงดังเพื่อให้คนด้านนอกเปิด "กรี๊ดดด" ทรงอัปสรสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่สัมผัสกับสะโพกของเธอหญิงสาวหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจหันกลับมาก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงเพื่อที่จะกำจัดจุดอ่อนของอีกฝ่าย"กรี๊ดด ปล่อยนะ!" แต่ขาของเธอถูกมือหนาจับล็อกไว้ในท่ายก "ไอ้เลวปล่อยฉัน!" เธอสวมใส่กระโปรงเลยทำอะไรไม่สะดวก แถมตอนนี้ขาที่ยกขึ้นมาเมื่อครู่ก็ถูกอีกฝ่ายจับล็อกไว้ในท่าเดิม

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

[Nreṣ̄wr Club]

คลับนี้ชื่อตรงตัวว่านเรศวรคลับ หลังจากที่นเรศวรไปดูงานที่คลับของสิงขร​ (คลับS̄ingk̄hr) เขาก็ได้ไอเดียอะไรหลายๆ อย่างมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ที่จริงคลับแห่งนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเปิดใหม่ ก่อนหน้านี้เคยเป็นของสกายคลับมาก่อน หลังจากที่สกายเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต​ น้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศต้องกลับมาดูแลธุรกิจของพี่ชาย เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของพี่เลยจนมีคนมาเสนอซื้อคลับแห่งนี้ แต่ทรงอัปสรไม่อยากจะขายขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะระลึกถึงพี่ชายได้ เธอเลยเก็บหุ้นไว้ 30% แต่นเรศวรกลับอยากได้ทั้งหมดเพราะจะได้บริหารงานสะดวกหน่อย

ช่วงแรกที่นเรศวรเข้ามาบริหารที่นี่ก็ได้ไปยืมคนของสิงขรมาช่วยงาน นั่นก็คือพิมพ์ แต่พิมพ์ยังทำงานได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยกายสามีของเธอที่เป็นมือขวาคนสนิทของสมิงดำก็ได้มาตามกลับไป เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายมาชอบภรรยาตัวเอง (เรื่องสมิงดำและกายอยู่ในเรื่องสมิงดำ[มาเฟียร้ายรัก]นะคะ&ส่วนเรื่องของสิงขรและธามม์อยู่ในเรื่องสิงขร[มาเฟียร้ายรัก]ค่ะ)

หุ้น 70% นเรศวรไม่ได้ถือครองอยู่คนเดียวยังมีเพื่อนร่วมหุ้นอีก แต่บุคคลนี้จะถือหุ้นอยู่ลับๆ ปล่อยให้นเรศวรบริหารหุ้นเอง แต่ถึงแม้จะแบ่งหุ้นออกเป็นสองส่วนนเรศวรก็ยังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่และเป็นผู้บริหารสูงสุดของที่นี่

หลังจากที่แบ่งหุ้นของพี่ชายขายไปทรงอัปสรก็รู้สึกเสียใจมาก เพราะเธอแอบสงสัยว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของพี่ชายก็คือผู้ถือหุ้นรายใหม่นี่แหละ เขาคงวางแผนไว้ว่าอยากจะเป็นเจ้าของที่นี่​แต่พี่ชายไม่ยอมขายให้เลยถูกจัดฉากฆาตกรรมในครั้งนั้น ทีแรกทรงอัปสรไม่คิดว่าจะเข้ามาบริหารงานที่นี่ด้วยซ้ำ แต่ถ้าเธอไม่เข้ามาก็จะไม่ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการตายของพี่ชาย หญิงสาวเลยเข้ามาทำตำแหน่งผู้จัดการของที่นี่

วันนี้การจัดระเบียบทางเข้าของคลับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงอัปสรเลยมายืนดูความสวยงามเป็นระเบียบ พิมพ์คนที่มาช่วยงานตาถึงจริงๆ ก่อนหน้าคลับนี้พี่ชายเธอไม่ได้จัดระเบียบให้สวยงามแบบนี้ คนเรียกแขกก็เรียกไป พนักงานเสิร์ฟที่รอรับลูกค้าก็ยืนระเกะระกะกันไปทั่ว

"คุณอัปสรทำอะไรอยู่คะ"

"ข้าวปุ้น.." ทรงอัปสรหันไปก็เห็นว่าเป็นข้าวปุ้นผู้ช่วยผู้จัดการที่เธอแต่งตั้งขึ้นมาเอง "จัดแบบนี้ก็เป็นระเบียบดีนะ"

"ใช่ค่ะ ถ้าได้พิมพ์มาทำงานด้วยก็คงจะดี นี่มาแค่ครึ่งเดือนเอง ปรับเปลี่ยนอะไรได้หลายๆ อย่างเลย"

"ใช่..ฉันไม่น่าคิดกับพิมพ์แบบนั้นแต่แรกเลย" ที่ทรงอัปสรพูดเพราะเธอคิดว่าพิมพ์จะเข้ามาช่วยทางด้านนเรศวร เพื่อทำให้ฝั่งนั้นได้เป็นผู้ถือครองหุ้นแต่เพียงผู้เดียว

แต่พอพิมพ์เข้ามาก็มุ่งทำแต่งานเหมือนคนบ้างานยังไงไม่รู้ แต่ผ่านไปไม่นานกายสามีของพิมพ์ก็มาตามกลับ ได้ยินว่าเธอท้องเลยต้องปล่อยให้กลับไป

"สวัสดีค่ะคุณทรงอัปสร"

"ว่าไงจ้ะอลิส" อลิสก็คือผู้ช่วยของพิมพ์ตอนที่พิมพ์มาทำงานที่นี่ ตอนที่พิมพ์มาพิมพ์รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายจัดการ แต่ตอนนี้ยังไม่มีใครรับตำแหน่งนี้แทน

"เสี่ยนเรศให้มาตามไปคุยงานค่ะ"

"เขามาแล้วเหรอ"

"มาถึงแล้วค่ะ"

ห้องประชุม.. คลับแห่งนี้ถูกแบ่งเป็นห้องทำงานของผู้บริหารและห้องประชุมไว้อย่างดี แถมยังมีห้องแถวด้านหลังไว้ให้เป็นที่พักของพนักงาน สถานที่ตั้งของคลับนี้ทำเลทองเลยก็ว่าได้เพราะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหลวง เพราะแบบนี้แหละหลายคนถึงอยากจะครอบครอง

"นั่งสิ" นเรศวรที่นั่งอยู่ก่อนกล่าวเชิญให้เธอนั่ง

"ฉันคงไม่ยืนคุยงานหรอกค่ะ" ทรงอัปสรพูดพลางเดินไปขยับเก้าอี้แล้วนั่งลง

คนที่เชื้อเชิญให้เธอนั่งอยู่เมื่อครู่ทำได้แค่มองอีกฝ่ายผ่านหางตา เพราะนเรศวรเป็นผู้ชายประเภทที่ไม่ชอบผู้หญิงพูดก้าวร้าวประชดประชัน แต่ทุกอย่างที่เขาไม่ชอบมีอยู่ในตัวเธอทั้งหมดเลย..

"เรื่องคนที่จะมารับตำแหน่งหัวหน้าแทนพิมพ์ ผมหาไว้แล้วนะ"

"ฉันก็หาไว้แล้วเหมือนกันค่ะ"

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมได้อยู่แล้ว ผู้หญิงคนนี้จะยอมเขาสักเรื่องไม่ได้หรือไง "แต่ตำแหน่งหัวหน้ามีได้แค่คนเดียว"

"ทำไมต้องหาคนนอกมาด้วยล่ะคะ คนในของเราเก่งๆ ก็มีตั้งเยอะ"

"ใคร"

"อย่างเช่น.." ทันใดนั้นทรงอัปสรก็ปรายตามองไปดูคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ข้าวปุ้น "อลิสไงคะ" ที่จริงเธอยังไม่ได้เตรียมการเรื่องนี้เลย และไม่คิดว่างานที่เขาเรียกมาคุยคือเรื่องนี้

"แต่อลิสเป็นรองหัวหน้า"

"รองแล้วไงคะ อลิสเคยทำงานกับพิมพ์มาก่อนรู้ระบบการทำงานดี"

อลิสที่ยืนอยู่ในห้องด้วยปลื้มปิติมากที่ทรงอัปสรเสนอชื่อเธอ

"ผมไม่ได้หมายถึงแบบนั้น"

"แล้วหมายถึงแบบไหนล่ะคะ"

"ถ้าให้อลิสขึ้นมาเป็นหัวหน้ากลัวว่าคนอื่นจะไม่เชื่อฟัง"

"ไม่รู้ล่ะยังไงฉันก็เลือกอลิส"

"แต่ผมนัดพนักงานใหม่เข้ามาพรุ่งนี้"

"ถ้าคุณทำแบบนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกฉันเข้ามาประชุมก็ได้นะคะ" ทรงอัปสรพูดพร้อมกับลุกขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้อง ทิ้งให้อีกฝ่ายนั่งกัดฟันจนเห็นสันกรามขึ้น

"เอาไงต่อดีครับนาย" ตุนท์มือขวาคนสนิทของนเรศวร ที่จริงมือขวาของเขามีด้วยกันสองคน และทั้งสองคนหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเพราะพวกเขาเป็นฝาแฝดกัน

"ไม่ต้องไปสนใจ พรุ่งนี้ให้เธอเข้ามาทำงานได้เลย"

"ไม่มีปัญหาแน่นะครับ"

"มึงเคยเห็นกูกลัวใครไหมล่ะ"

ตุนท์ไม่ได้ตอบมาเฟียผู้เป็นเจ้านายในทันที แถมเขายังมีท่าทีครุ่นคิด

"มึงอยากโดนบาทากูหรือไง" เสียอารมณ์จากผู้หญิงคนนั้นแล้วยังมาเสียอารมณ์กับลูกน้องอีก

"หึหึ" ตุนท์แอบขำก่อนจะเดินตามหลังผู้เป็นเจ้านายออกจากห้องประชุมไป

"เสี่ยขาา" น้ำตาลผู้ที่ดูแลโต๊ะของลูกค้าเห็นเสี่ยนเรศวรเดินตรงมาทางนี้เลยรีบเข้าไปหา เพราะได้ยินว่าวันนี้เสี่ยพูดถึงเรื่องหัวหน้าที่จะมารับตำแหน่งแทนพิมพ์

"ว่าไง"

"ถ้าหาคนมารับตำแหน่งแทนคุณพิมพ์ไม่ได้ น้ำตาลขอเสนอตัวเองได้ไหมคะ"

"หาได้แล้ว" ถ้ามีน้ำตาลมาอีกคนมีหวังปวดหัวแน่

"แต่น้ำตาลก็เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้านะคะ พนักงานในนี้เชื่อฟังคำพูดของน้ำตาล" น้ำตาลถือโอกาสนี้อวดอ้างความได้เปรียบ เพราะถ้าได้เป็นหัวหน้ามันคือก้าวสำคัญของการทำงานเลย

"เธอดูแลโต๊ะของลูกค้าเหมือนเดิมดีแล้ว" สถานที่แห่งนี้รองรับลูกค้าได้เยอะนั่นหมายถึงมีหลายโต๊ะมาก ก่อนหน้าที่นเรศวรจะเข้ามาซื้อหุ้นที่นี่สกายได้แบ่งโต๊ะให้พนักงานรับผิดชอบเป็นโต๊ะๆ ไป และคนที่ดูแลเรื่องนี้ก็คือหน้าที่ของน้ำตาล น้ำตาลมีสิทธิ์แค่ดูแลความเรียบร้อยไม่ใช่หัวหน้า

"เสี่ยคะ.." น้ำตาลพูดด้วยท่าทีเสียดายอุตส่าห์รวบรวมความกล้ามาพูดแล้วนะเนี่ยแต่ก็ชวดจนได้

"ว่าไงบ้างพี่น้ำตาล"

"จะว่าไงล่ะ เสี่ยบอกว่าได้คนมาทำตำแหน่งหัวหน้าแล้ว"

"กว่าแม่พิมพ์นั่นจะกระเด็นออกไปได้ยังเจออุปสรรคอีก"

"พวกเธอต้องช่วยฉันแล้วล่ะ ไม่ว่าใครเข้ามาทำงานนี้ก็อย่าให้มันอยู่ได้นาน"

อลิสได้ยินก็รีบเดินไปให้ไกลจากมุมนั้น ที่จริงเธอไม่ได้ตั้งใจแอบฟังหรอกเธอออกมาคุยโทรศัพท์กับพิมพ์ เรื่องที่ทรงอัปสรเสนอชื่อเธอเป็นหัวหน้า แต่ว่าเสี่ยนเรศบอกมีพนักงานจะเข้ามาทำงานในตำแหน่งนี้แล้ว

พิมพ์เลยบอกว่าเดี๋ยวจะหาทางช่วยอลิสอีกทาง

ไม่มีใครหรอกที่อยากย่ำอยู่กับที่ อลิสก็เป็นอีกหนึ่งคนที่อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานเหมือนกัน แต่เธอคงไม่ใช้วิธีสกปรกเหมือนกับน้ำตาล

"อุ๊ยคุณอัปสร" อลิสรีบเดินออกมาจนไม่ได้ดูทางเกือบชนเข้ากับทรงอัปสร

"มีอะไรหรือเปล่าอลิส ทำไมดูหน้าตาตกใจแบบนี้ล่ะ"

"ขอบคุณคุณอัปสรมากนะคะ"

"ขอบคุณฉันเรื่องอะไร"

"ก็เรื่องที่คุณเสนอชื่ออลิสไงคะ"

"อ้อ.." จริงๆ ทรงอัปสรไม่ได้ตั้งใจเสนอหรอกตอนนั้นแค่อยากเอาชนะเขาเฉยๆ "ไม่เป็นไรหรอกจ้าฉันจะพยายามช่วยแล้วกันนะ"

"ขอบคุณอีกครั้งนะคะ" ครั้งนี้อลิสถึงกับยกมือไหว้

"พี่น้ำตาลดูนั่นสิ" คนที่คุยอยู่กับน้ำตาลเมื่อครู่มองไปเห็นอลิสกำลังคุยสนิทสนมกับผู้บริหารอยู่

"คงอยากถีบตัวเองล่ะสิท่า"

"ไม่แน่นะคนที่เสี่ยพูดถึงอาจจะเป็นแม่นี่ก็ได้"

"ไม่มีทางซะหรอก ถ้าฉันไม่ได้มันก็ต้องไม่ได้"

หลังจากที่คุยกับอลิสเสร็จทรงอัปสรก็มานั่งคิดว่าจะช่วยยังไงดี ถึงยังไงก็ได้รับปากไปแล้ว เธอเลยตัดสินใจมาคุยกับเขาดูอีกที

"ฉันขอคุยกับเจ้านายพวกนายหน่อยสิ"

"เจ้านายยังไม่ว่างครับ" คนที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูก็คือทันน์แฝดของตุนท์

"ฉันมีธุระจะคุยกับเขา" ทรงอัปสรไม่สนใจแล้วว่าจะว่างไหม เธอเอื้อมมือไปผลักประตูให้เปิดออก

"อุ๊ย" ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตักของมาเฟียหนุ่มตกใจอยู่ดีๆ ก็มีคนเปิดประตูเข้ามารีบดันตัวลุกขึ้นก่อนจะจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

"ผมบอกเธอแล้วครับว่านายไม่ว่าง" ทันท์เห็นสายตาผู้เป็นเจ้านายมองมาก็รีบอธิบายไป

"ออกไป"

"ค่ะ" เด็กที่เขาพามาคลอเคลียด้วยกำลังจะออกไปเพราะคิดว่าคนที่ถูกไล่ก็คือตัวเอง

"ฉันไม่ได้หมายถึงเธอ ฉันหมายถึงผู้หญิงอีกคน" สายตาคมกริบเหลือบมองไปดูผู้หญิงที่เสียมารยาทเปิดประตูเข้ามาเพื่อให้รู้ว่าเขาไล่ใครออกจากห้อง

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
97 Bab
บทที่ 1
[Nreṣ̄wr Club]คลับนี้ชื่อตรงตัวว่านเรศวรคลับ หลังจากที่นเรศวรไปดูงานที่คลับของสิงขร​ (คลับS̄ingk̄hr) เขาก็ได้ไอเดียอะไรหลายๆ อย่างมาปรับใช้กับธุรกิจของตัวเอง ที่จริงคลับแห่งนี้ไม่ใช่ว่าเพิ่งเปิดใหม่ ก่อนหน้านี้เคยเป็นของสกายคลับมาก่อน หลังจากที่สกายเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต​ น้องสาวที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศต้องกลับมาดูแลธุรกิจของพี่ชาย เธอไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับธุรกิจของพี่เลยจนมีคนมาเสนอซื้อคลับแห่งนี้ แต่ทรงอัปสรไม่อยากจะขายขาด เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่จะระลึกถึงพี่ชายได้ เธอเลยเก็บหุ้นไว้ 30% แต่นเรศวรกลับอยากได้ทั้งหมดเพราะจะได้บริหารงานสะดวกหน่อยช่วงแรกที่นเรศวรเข้ามาบริหารที่นี่ก็ได้ไปยืมคนของสิงขรมาช่วยงาน นั่นก็คือพิมพ์ แต่พิมพ์ยังทำงานได้ไม่ถึงครึ่งเดือนเลยกายสามีของเธอที่เป็นมือขวาคนสนิทของสมิงดำก็ได้มาตามกลับไป เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายมาชอบภรรยาตัวเอง (เรื่องสมิงดำและกายอยู่ในเรื่องสมิงดำ[มาเฟียร้ายรัก]นะคะ&ส่วนเรื่องของสิงขรและธามม์อยู่ในเรื่องสิงขร[มาเฟียร้ายรัก]ค่ะ)หุ้น 70% นเรศวรไม่ได้ถือครองอยู่คนเดียวยังมีเพื่อนร่วมหุ้นอีก แต่บุคคลนี้จะถือหุ้นอยู่ลับๆ ปล่อยให้นเรศวร
Baca selengkapnya
บทที่ 2
ทรงอัปสรรู้สึกเสียหน้ามากที่ถูกไล่ออกจากห้อง ทันใดนั้นสายตาของเธอก็เหลือบมองไปดูผู้หญิงคนที่เขาเรียกเข้ามาพลอดรัก ทำไมเธอถึงไม่เคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้เลย หรือว่าไม่ใช่เด็กในร้าน"เสี่ยขาถ้าเสี่ยมีงานอุ๋งอิ๋งออกไปก่อนก็ได้นะคะ" ที่พูดไปไม่ใช่ว่าอยากจะออกไปจริงๆ หรอก แค่มารยาเล็กๆ น้อยๆ ของผู้หญิง"ไม่ต้องหรอก" สายตาเขายังคงจับจ้องมาที่เธอ ในแววตานั้นบ่งบอกมากว่าเมื่อไรเธอจะไสหัวออกไปสักที"คุณก็เป็นเสียแบบนี้กินไม่เลือกหน้า ถึงแม้ฉันจะไม่ถือสาเรื่องนี้ฉันก็กลัวติดโรคจากเพศสัมพันธ์อยู่นะคะ"คนที่อยู่ในห้องงงกับคำพูดของทรงอัปสรเธอต้องการจะสื่ออะไร"เธอคนนี้กับเสี่ย?" แต่ผู้หญิงดูจะฟังออกว่าอีกฝ่ายกำลังหึงหวง"ได้ยินแล้วก็ออกไปสิ" ดวงตางามคู่นั้นชำเลืองมองไปที่ผู้หญิงเหมือนแสดงความเป็นเจ้าของในตัวผู้ชายคนนั้น"เสี่ยขา" ขณะที่อ้อนมือของอุ๋งอิ๋งก็เอื้อมไปเกาะแขนนเรศวรไว้แน่น"พากลับไปก่อน" เขาหันไปสั่งทันน์ลูกน้องคนสนิทพร้อมกับแกะมือของอุ๋งอิ๋งออก นเรศวรไม่ใช่ประเภทสมภารกินไก่วัด และไม่ชอบผู้หญิงที่ใช้เรือนร่างหากินไปทั่ว แต่เขาก็ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองอดอยาก เขารับเลี้ยงเด็กเป็นคนคนไป ส่วนมา
Baca selengkapnya
บทที่ 3
"ตัวอ่อนผีเสื้อคืออะไรวะ?""อะไรนะครับนาย" ตุนท์ที่ยืนรออยู่ด้านนอกเห็นว่าทรงอัปสรออกไปแล้วเลยรีบเปิดประตูเข้ามาเผื่อเจ้านายมีเรื่องจะสั่งงาน"มึงรู้จักตัวอ่อนผีเสื้อไหมวะ""ตัวอ่อนผีเสื้อ..หนอนน้อยน่ะหรือครับ""หนอนน้อย?!""มีอะไรครับเจ้านาย.. อย่าบอกนะครับว่า?" ตุนท์พูดพร้อมกับมองต่ำลงไปดูช่วงกลางลำตัวของผู้เป็นเจ้านาย"มึงมองอะไร!""หึหึ" มองแล้วก็อดขำไม่ได้ แค่นี้ตุนท์ก็พอจะเดาได้แล้วว่าใครเป็นคนพูดประโยคนั้น "แต่ผมว่ามันน่ารักดีนะครับ""น่ารักพ่อมึงสิ!" ร้ายกาจนะผู้หญิงคนนี้ กล้าดียังไงมาว่าของฉันเป็นหนอนผีเสื้ออีกห้องหนึ่งในเวลาเดียวกันนั้น.."เป็นไงบ้างคะคุณหนู" ข้าวปุ้นรออยู่ในห้องก็อดเป็นห่วงคุณหนูของเธอไม่ได้"ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเรียกคุณหนูแล้ว ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กในบ้านแล้วนะ""ก็มันชินปากนี่คะ" ข้าวปุ้นเป็นเด็กทำงานในบ้าน ครอบครัวของทรงอัปสรส่งเรียนจนจบปริญญา ก่อนหน้าข้าวปุ้นก็เข้ามาทำงานช่วยสกายตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เรียนไปด้วยเลยไม่ได้ทำงานเต็มที่ แต่พอทรงอัปสรเข้ามาทำงานที่นี่แบบเต็มตัวเธอเลยมาเป็นผู้ช่วยให้"เราจะช่วยอลิสยังไงดี""ไม่ได้เรื่องหรือคะ""เธอก็รู้อย
Baca selengkapnya
บทที่ 4
"เจ้านายคุณจะมาไม้ไหน แค่คุยกับฉันผ่านโทรศัพท์ก็ได้แล้ว""ผมว่าถ้าคุณไม่มีธุระด่วนมากรอคุยพรุ่งนี้จะดีกว่านะครับ" ภาณุไม่อยากให้ทรงอัปสรเข้าไปเล่นกับไฟกองนี้เลย ใจจริงเขาอยากบอกเธอให้ขายหุ้นแล้วก็ไปใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า"เอาที่อยู่คอนโดมา""คุณอัปสรครับ""คิดว่าฉันกลัวหรือไง""กลัวหน่อยก็ดีนะครับ""หึ.. คุณก็คงไม่ต่างจากเจ้านายของคุณหรอก""นี่นามบัตรคอนโดครับ" คงช่วยได้เท่าที่ช่วยนี่แหละ ที่เหลือปล่อยให้โชคชะตาทำงานไปทรงอัปสรรับเอานามบัตรของคอนโดนั้นมาดู เธอก็รู้สึกแปลกใจทำไมคอนโดของเขาถึงเป็นที่เดียวกับคอนโดเธอล่ะ แต่ก็ไม่แปลกหรอกคอนโดนี้หรูหรา มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันหวังว่าคงจะอยู่คนละชั้นคนละโซนนะ ถ้าไม่ใช้ลิฟต์หรือว่าออกมาพร้อมกันก็คงจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่นั่น เหมือนที่ไม่รู้ว่าเขาอาศัยอยู่คอนโดเดียวกันกับเธอแต่พอดูไปถึงเลขชั้นทรงอัปสรก็รีบมองไปดูเลขห้องในทันที.. มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ? เพราะห้องอีกฝ่ายอยู่ข้างห้องของเธอนี่เอง และห้องนี้ก็เพิ่งขายออกไปไม่นาน หรือว่าเจ้าของคือเขา? อยากจะบ้าตายหวังว่าเขาคงไม่รู้นะว่าเธอพักอยู่ที่นั่น"มีอะไรหรือคะคุณอัปสร" ข้าวปุ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
"คุณคงเจอฝรั่งมาจนชินแล้วล่ะสิ ถึงมาเปรียบของผมเป็นแค่ดักแด้"ไอ้เลวเอ้ยเอาจนได้นะมึง ..หญิงสาวได้แต่กัดฟันไว้กับความคิดสกปรกโสโครกของผู้ชายคนนี้"แต่ผมคิดว่าของผมก็ไม่ได้น้อยหน้าไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวพวกนั้นหรอกนะ""แหวะจะคุยว่าของตัวเองใหญ่ว่างั้น" พูดไปแล้วถึงนึกได้ว่าไม่น่าไปต่อปากต่อคำกับคนแบบนี้เลย แต่ก็ช่างเถอะในเมื่อมันคิดแบบนั้นก็พูดให้มันเข้าใจแบบที่มันคิดไปเลยแล้วกัน "กรี๊ดด คุณจะทำอะไร!" หญิงสาวหันหน้าหนีอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายขยับผ้าเช็ดตัวเหมือนจะถอด"เดี๋ยวหาว่าผมคุย จะให้ดูหน้างานเลยไง""ใครอยากจะดูของคุณล่ะ! บอกลูกน้องคุณเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ""ไม่แน่จริงนี่หว่า""เราเลิกพูดเรื่องไร้สาระดีกว่า วันนี้ที่ฉันมาหาคุณฉันอยากจะคุยเรื่องหัวหน้า" ทรงอัปสรต้องรีบพูดเบี่ยงเบนไปเรื่องอื่นถ้าไม่งั้นก็คงไม่จบ"อยากเจอหน้าผมมากจนต้องเอาเรื่องนี้มาอ้างเพื่อเข้าหาผมเลยเหรอ"นี่ขนาดเราอยากจะจบเรื่องนั้นนะมันยังไม่ยอมจบอีก ไอ้โรคจิตเอ้ย "แล้วแต่คุณจะคิดเถอะ.. ฉันขอคุยเรื่องงานก่อนได้ไหม""ก็ว่ามาสิ" ชายหนุ่มไม่พูดเปล่าเดินเข้ามาใกล้จนหญิงสาวรีบถอยออกไป แต่เธอก็ถอยไม่ได้ไกลเพราะหลังชนเข้าก
Baca selengkapnya
บทที่ 6
"ถ้าคุณไม่อยากประลองงั้นเรามาจัดนัดกระชับมิตรกันดูไหม""สมองของคุณคงคิดได้แค่เรื่องเดียวนี่สินะ ถ้างั้นวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วล่ะ""แต่ผมคิดว่าสมองของเราก็ไม่ต่างกันหรอก ดูแค่สายตาคุณที่มอง.." ดวงตาคมคู่นั้นมองต่ำลงไปดูอวัยวะส่วนที่เขาภูมิใจมากที่สุดในร่างกาย และเธอก็ดันเผลอมองตามสายตาเขาไปอีกจนได้"มันก็แค่ดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักดูคุณจะภูมิใจจังเลยนะ"หมดกันความภูมิใจของกูดักแด้ที่เพิ่งออกจากฝักงั้นเหรอ! ปากเก่งแบบนี้จัดให้สักดอกดีไหมขี้คร้านจะมาขอร้องกูให้จัดอีกน่ะสิ"ถอยออกไปนะ!" เห็นว่าอีกฝ่ายเดินตรงเข้ามาเธอก็รีบหันไปเคาะประตูห้องเสียงดังเพื่อให้คนด้านนอกเปิด "กรี๊ดดด" ทรงอัปสรสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่สัมผัสกับสะโพกของเธอหญิงสาวหลับตาลงแล้วกลั้นหายใจหันกลับมาก่อนจะยกเข่าขึ้นสูงเพื่อที่จะกำจัดจุดอ่อนของอีกฝ่าย"กรี๊ดด ปล่อยนะ!" แต่ขาของเธอถูกมือหนาจับล็อกไว้ในท่ายก "ไอ้เลวปล่อยฉัน!" เธอสวมใส่กระโปรงเลยทำอะไรไม่สะดวก แถมตอนนี้ขาที่ยกขึ้นมาเมื่อครู่ก็ถูกอีกฝ่ายจับล็อกไว้ในท่าเดิม ส่วนมือที่กำลังปกป้องตัวเองก็ถูกมือหนาอีกข้างจับรวบไว้ด้วยกันทั้งขาและมือถูกพันธนาการไว้จน
Baca selengkapnya
บทที่ 7
"แล้วเรื่องนั้นได้เรื่องไหมคะ""เรื่องอะไร""เรื่องของอลิสไงคะ"ถ้าข้าวปุ้นไม่พูดทรงอัปสรคงลืมไปแล้วเพราะมัวแต่โมโห ..แต่ถ้าพูดพรุ่งนี้เขาจะยอมฟังไหมเล่นงานเขาหนักขนาดนั้น พอคิดถึงเรื่องนั้นก็รู้สึกขยะแขยงอีก ไม่คิดว่าจะต้องมาเสียจูบให้คนที่เธอรังเกียจหลังจากที่เห็นว่าคุณหนูปลอดภัยแล้วข้าวปุ้นเลยขอตัวกลับไปทำงาน และไม่ลืมเน้นย้ำว่าคืนนี้ห้ามออกจากห้อง เวลาจะออกจากห้องต้องดูให้ดีด้วยว่าห้องข้างๆ ออกมาพร้อมกันไหมสายๆ ของวันต่อมา..ตื่นนอนมาสิ่งแรกที่ทำคือเดินไปดูใบหน้าตัวเองในกระจก เห็นริมฝีปากที่ยังคงทิ้งร่องรอยไว้ทรงอัปสรก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาอีกครั้งช่วงกลางวันถ้าไม่ได้ออกไปช้อปปิ้งเธอก็จะหาอะไรทานในห้อง เพราะซื้ออาหารสดมาใส่ตู้เย็นไว้ทำทานเองอยู่ต่างประเทศเธอก็ทำแบบนี้ค่ำวันนั้นที่ Nreṣ̄wr Clubทรงอัปสรยืนมองป้ายชื่อที่เพิ่งถูกเปลี่ยนไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ ถ้ารู้ว่าพี่ชายจะอายุสั้นเธอคงกลับมาอยู่ใกล้ๆ พี่ตั้งแต่เรียนจบแล้ว ถ้าป้ายสถานบันเทิงแห่งนี้กลับมาเป็นชื่อพี่ชายได้อีกครั้งก็คงจะดีในเมื่อทุกอย่างมันเอากลับคืนมาไม่ได้ เธอก็คงต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด สิ่งแรกที่เธอต้องทำคือดันอ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
"มองอะไรเหรอจ๊ะแม่อลิส.. อุ๊ยๆ ฉันลืมไปว่าตอนนี้ปีนป่ายขึ้นจนเป็นว่าที่หัวหน้าแล้ว"ที่จริงอลิสก็ไม่ได้อยากมองหรอกพอเดินผ่านเห็นอีกฝ่ายจ้องมาเธอเลยมองกลับ แต่พอถูกหาเรื่องอลิสเลยทำเป็นไม่สนใจ"วัวลืมตีน" ประโยคนี้น้ำตาลพูดออกมาเพียงแค่เบาๆ "อุ้ยสวัสดีค่ะ" พอมองไปอีกทางหนึ่งก็เห็นคนที่ตัวเองอยากทำความรู้จัก เพราะตอนนี้ข่าวหัวหน้าที่มารับตำแหน่งเป็นที่พูดถึงกันมาก แต่ก็ได้ยินมาอีกว่าต้องชิงตำแหน่งกับอลิสให้ได้ก่อนถึงจะได้เป็นหัวหน้าอลิสได้ยินเสียงน้ำตาลทักใครไม่รู้เลยหันกลับไปมอง"คุณใช่หัวหน้าคนใหม่ไหมคะ""ใช่ค่ะ" รินรดาเห็นว่ามีคนทักเลยส่งยิ้มให้พร้อมกับเดินเข้าไปคุยด้วย"ฉันชื่อน้ำตาลค่ะ เป็นคนดูแลโต๊ะทั้งหมดที่นี่""ดูแลโต๊ะเหรอคะ" รินรดาก็แปลกใจมีแบบนี้ด้วยเหรอ เพราะตำแหน่งนี้น่าจะเป็นตำแหน่งของหัวหน้า"ใช่ค่ะก็ไม่แตกต่างจากหัวหน้ามากนักหรอกค่ะ คือเด็กที่นี่เชื่อฟังฉัน เพราะฉันเป็นคนดูแลพวกเขาค่ะ""อ๋อแบบนั้นเองหรือคะ ฉันชื่อรินรดาค่ะฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ""คุณหัวหน้าอย่าพูดแบบนั้นสิคะ ฉันเองต่างหากที่ต้องฝากเนื้อฝากตัว""ฉันยังไม่ได้เป็นหัวหน้าหรอกค่ะแค่ฝึกงาน ไม่แน่ใจว่าจะได้เป
Baca selengkapnya
บทที่ 9
โชคดีนะที่เราไหวตัวทัน เมื่อกี้ลืมดูเลยว่ามีลูกน้องมันตามมาด้วยไหม ถ้าพวกนั้นยืนรออยู่หน้าห้องจะทำยังไง ..ทรงอัปสรลองแง้มประตูดูอีกทีว่าข้างนอกยังมีคนอยู่ไหม แต่พอเห็นว่าไม่มีใครเธอก็รีบเปิดประตูแล้วก็รีบเดินผ่านหน้าห้องนั้นไปอย่างไวไม่ได้การแล้วถ้าอยู่แบบนี้มีหวังมันรู้แน่ว่าเธออยู่ข้างห้อง กลับไปอยู่บ้านดีไหมเรา ..คิดถึงหน้าเมียใหม่ของพ่อก็เสียอารมณ์อีก ต้องไปเจอหน้าผู้หญิงคนนั้น ต่อหน้าพ่อก็พูดกับเราดีอยู่หรอก พอลับหลังพ่อกลัวว่าเราจะไปแย่งมรดกอยู่นั่นแหละหญิงสาวขับรถออกมาก็แวะช้อปปิ้งก่อน เพราะยังเหลือเวลาอีก 2-3 ชั่วโมงเลยผ่านไปชั่วโมงกว่าเธอก็หิ้วของกลับมาที่รถ นี่ขนาดแวะเดินเล่นนะเนี่ยยังหมดไปเป็นแสน อดมองดูของที่เพิ่งซื้อมาไม่ได้ เงินที่ขายหุ้นไปเธอได้เยอะมากใช้ทั้งชาติไม่รู้จะหมดหรือเปล่า ถ้าพี่ชายมีครอบครัวก็คงจะดีเธอจะได้ไม่ต้องมารับภาระใช้สมบัติของพี่อยู่แบบนี้ ..คิดบ้าอะไรของเราเนี่ย คนอื่นปากกัดตีนถีบเพื่อหาเงินใช้แต่เรากลับมีเงินใช้แบบฟลุ๊คๆ จากการตายของพี่ เงินที่ได้มาไม่ได้มีแค่การขายหุ้นหรอก ยังรวมถึงประกันชีวิตที่พี่ชายทำไว้ให้เป็นชื่อเธอด้วยพอคิดแล้วก็อดน้ำตาไห
Baca selengkapnya
บทที่ 10
"คุณ!?" ทีแรกคิดว่าข้าวปุ้นเดินตามมา แต่พอได้ยินเสียงปิดประตูแล้วไม่ใช่ข้าวปุ้นแน่ ทรงอัปสรเลยหันกลับไปมองพอเห็นว่าเป็นใครเธอก็รีบถอยไปจนหลังชนกับโต๊ะทำงาน "ถอยออกไปนะ"พอไม่มีทางถอยต่ออีกฝ่ายก็เดินมุ่งตรงเข้ามาหา จนร่างหนาเบียดเข้ากับร่างของเธอที่พิงอยู่กับโต๊ะทำงานเกือบจะเป็นท่านั่ง"ผมไม่เข้าใจทำไมคุณต้องทำให้ผมเสียอารมณ์ตลอดเลย""คุณถอยออกไปก่อนสิ" มือเรียวผลักแผ่นอกอีกฝ่ายที่โน้มลำตัวเข้ามาใกล้ให้ออกไป แต่ครั้นจะขยับออกก็ถูกมือเขาล็อกไว้ทั้งซ้ายและขวาของโต๊ะทำงาน "เราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยหรือไง คุณก็เห็นความสามารถของคนที่ผมหามาแล้ว คลับของเราต้องรีบปรับเปลี่ยนเพื่อเรียกลูกค้า""แต่ฉันยังไม่เห็น" เขาเคยบอกว่าไม่เห็นความสามารถในตัวอลิส ทรงอัปสรเลยเอาคืนบ้าง"ผมไม่รู้ว่าคุณหลงใหลอะไรในตัวเด็กคนนั้นนักหนา คุณมองไม่เห็นเลยเหรอว่าเธอไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย""คนที่คุณพามามีความสามารถพิเศษว่างั้น""วันนี้ผมจะคุยกับคุณรู้เรื่องไหม""คนของคุณก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงาน แล้วทำไมคุณถึงมองเห็นความสามารถล่ะ""เพราะเธอ.." นเรศวรหยุดพูดไว้แค่นี้ มันยิ่งทำให้ทรงอัปสรเชื่อในความคิดของตัวเอ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status