Short
จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา

จันทร์ลับฟ้า ทิวากาลไร้นิทรา

โดย:  เยี่ยซือทิงจบแล้ว
ภาษา: Thai
goodnovel4goodnovel
10บท
52views
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ภรรยาที่เป็นทนายความและลูกสาววัยห้าขวบของผมถูกลักพาตัว ตอนที่ผมไปถึง ระเบิดก็ทำงาน พวกเธอแหลกเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตาผม พี่ชายที่เป็นอัยการก็มาตกอยู่ในกำมือของพวกคนร้ายและถูกทรมานจนตาย เพียงเพราะต้องการช่วยผมตามล่าตัวฆาตกร ทุกคนต่างบอกว่า ผมทำคดีด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหดเกินไป จนไปสร้างศัตรูไว้มากมาย พวกเขาต้องมารับเคราะห์เพราะผม คนที่สมควรตายควรจะเป็นผมต่างหาก กระทั่งหน่วยสืบสวนอาชญากรรมก็ยังปลดผมออกจากตำแหน่ง ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผมคอยลอบสืบหาฆาตกรตัวจริงอยู่เงียบๆ มาตลอด จนกระทั่งผมตามเบาะแสมาเจอกับร้านอาหารแห่งหนึ่ง ภรรยา ลูกสาว และพี่ชายที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน กำลังจัดงานฉลองวันเกิดให้เด็กผู้ชายคนหนึ่ง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็อยู่ที่นั่นกันพร้อมหน้า ผมโกรธจัดจนอยากจะพุ่งเข้าไปเค้นถามความจริง แต่กลับถูกเพื่อนรักที่อยู่ด้านหลังดึงตัวเอาไว้แน่น “กู้ชวน ฉันรู้เว้ยว่าแกทำใจรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาสองคนเป็นผัวเมียกันไปแล้ว ถ้านายยังขืนพุ่งเข้าไปอาละวาดตอนนี้ มันจะไปต่างอะไรกับพวกหน้าด้านเป็นมือที่สามเขาวะ?” “เมื่อสามปีก่อนฉิงฉิงท้องลูกของพี่เชิน ใครบ้างวะจะไม่รู้ว่าสันดานแกมันเหี้ยมแค่ไหน พวกเขาก็เลยไม่มีทางเลือก ต้องจัดฉากแกล้งตายเพื่อสลัดแกทิ้งไง!” แม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้องเขม็งมาที่ผม แววตาเต็มไปด้วยคำเตือน “แกรู้ตัวก็ดีแล้ว หลายปีมานี้พี่ชายแกกับฉิงฉิงต้องหอบลูกสองคนหนีหัวซุกหัวซุน หลบๆ ซ่อนๆ แกคิดว่าแม่เห็นแล้วไม่ปวดใจหรือไง” “ตอนนี้ครอบครัวเขาอยู่กันพร้อมหน้าสี่คนพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุข ขอแค่แกยอมถอยไปซะ ทุกคนก็จะยอมให้อภัยแก” กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ผมจ้องมองคนกลุ่มนี้พลางหัวเราะร่าจนน้ำตาไหล ที่แท้ไป๋มู่ฉิงกับพี่ชายก็ไม่ได้ตาย สามปีที่ผมต้องทนทุกข์ทรมานเจียนตาย พวกเขากลับใช้ชีวิตกันอย่างอบอุ่นและสงบสุข ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี แต่กลับรวมหัวกันหลอกผมมาตลอด

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

ตอนนั้นเองมือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากเสี่ยวจางที่สำนักงานทนายความของไป๋มู่ฉิง

ผมกดเปิดลำโพง

“พี่ชวน ผมได้เบาะแสใหม่ของฆาตกรมาแล้วครับ อีกสิบวัน ฆาตกรจะไปทำการซื้อขายกันที่สนามมวยใต้ดินในพม่าเหนือ!”

“แต่มันอันตรายมากจริงๆ นะพี่ชวน พี่ห้ามไปเด็ดขาดเลยนะเว้ย!”

หลังวางสาย ผมกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ในงาน น้ำตาพลันร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่

ผมค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ถลกขากางเกงกับแขนเสื้อที่หลวมโพรกขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวที่กระจายอยู่เต็มตัว

รอยประทับตราที่ข้อเท้าจนเนื้อหลุดลุ่ยเลือดสาด เป็นรอยที่ผมถูกพวกไอ้โม่งใช้เหล็กร้อนๆ นาบ ตอนที่ตามสืบเรื่องฆาตกรบนเรือ

เบาะแสสายนี้ ซ่งเฉินเพื่อนรักที่สุดของผมเป็นคนให้มา

ตอนที่มันติดหนี้พนันก้อนโตเพราะหาเงินไปเป็นค่าสินสอด ก็เป็นผมที่ช่วยใช้หนี้ให้ แถมยังฝากฝังงานการดีๆ ให้มันทำ

รอยเฆี่ยนจนเขียวช้ำเป็นจ้ำใหญ่บนแผ่นหลัง เป็นรอยที่ผมโดนพวกแก๊งอาชญากรจับตัวไปซ้อมทรมานอยู่ข้ามวันข้ามคืน ตอนที่ตามสืบเรื่องฆาตกรในบ่อนชายแดน

เบาะแสสายนี้ เพื่อนสนิทของไป๋มู่ฉิงเป็นคนให้มา

ตอนที่แม่ของเธอเป็นมะเร็ง ผมเคยควักเงินให้เธอไปสี่แสนบาท เธอเลยเอาแต่พร่ำบอกว่าติดค้างผมไว้เยอะมาก

รอยมีดแทงลึกที่ท้องน้อย เป็นรอยที่ผมโดนอาชญากรคนหนึ่งใช้มีดปลายปืนแทงเข้าให้ ตอนที่ตามสืบไปถึงโรงฆ่าสัตว์ร้างแห่งหนึ่ง

แผลนั้นลึกมาก โชคดีที่ผมหาขี้เถ้ามาห้ามเลือดไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นก็คงตายโหงอยู่ที่นั่นไปแล้ว

เบาะแสสายนี้ เสี่ยวหลี่ เด็กนักเรียนยากจนที่ผมส่งเสียเงินให้เรียนมาตลอดสิบสองปีเป็นคนให้มา

แล้วดูตอนนี้สิ พวกเขาทุกคนต่างก็ยืนหัวโด่อยู่ที่นี่กันถ้วนหน้า!

ผมอยากจะถามเหลือเกินว่า ในเมื่อพวกเขารู้อยู่เต็มอกว่าทั้งไป๋มู่ฉิงและพี่ชายไม่ได้ตาย รู้อยู่แก่ใจว่าฆาตกรนั่นมันไม่มีจริง

แล้วทำไมถึงยังป้อนเบาะแสพวกนี้ที่เกือบจะเอาชีวิตผมไปทิ้งให้ผมอีก!

พอเห็นรอยแผลเป็นทั้งเก่าและใหม่ซ้อนทับกันบนตัวผม ในแววตาของพวกเขาไม่ได้มีความรู้สึกผิดอย่างที่ผมคิดไว้เลยสักนิด กลับกลายเป็นความเรียบเฉยเหมือนเรื่องปกติซะอย่างนั้น

หลังจากเงียบไปชั่วอึดใจ ไป๋มู่ฉิงก็แหวกฝูงชน ค่อยๆ เดินเข้ามาหาผม

เธอลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นบนตัวผมเบาๆ แล้วถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ

“อาชวน นายมันเป็นคนฉลาดแกมโกงมาแต่ไหนแต่ไร ถ้าพวกเราไม่ใช้เบาะแสปลอมๆ พวกนี้มาเบี่ยงเบนความสนใจนาย มีหวังนายคงจับได้ตั้งนานแล้วล่ะว่าฉันกับอาเชินยังไม่ได้ตาย”

“พวกอาชญากรพวกนั้นก็เป็นแค่นักแสดงมืออาชีพที่เราจ้างมาเท่านั้นแหละ พวกเขารู้ลิมิตดีว่าต้องลงมือแค่ไหน ไม่ทำให้นายถึงตายจริงๆ หรอก”

ซ่งเฉินดึงตัวผมออกห่างจากไป๋มู่ฉิงด้วยท่าทีรำคาญใจ

“อาชญากรพวกนั้นก็แค่นักแสดงเว้ย แผลที่แกโดนมันก็แค่ถลอกปอกเปิกภายนอก มันจะไปเจ็บอะไรนักหนาวะ!”

“ตอนนี้ฉิงฉิงเป็นเมียพี่เชินแล้วเว้ย กว่าพวกเขาจะหนีพ้นจากแกมาอยู่ด้วยกันได้มันไม่ง่ายเลยนะ แกช่วยรู้จักขอบเขตหน่อยได้ไหมวะ!”

เลือดในกายของผมราวกับถูกแช่แข็งไปหมด

เสียงวิ้งๆ ดังสนั่นอื้ออึงอยู่ในหัว ผมยกมือขึ้นกุมหน้าอก บอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดหรือคลื่นไส้มากกว่ากัน

ที่แท้ ไม่ใช่แค่ความตายของไป๋มู่ฉิงกับพี่ชายที่เป็นการจัดฉาก

แม้แต่เบาะแสแต่ละสายที่ผมเอาชีวิตไปเสี่ยงตายสืบมาก็ล้วนเป็นของปลอม

อาชญากรพวกนั้น ล้วนเป็นนักแสดงที่พวกเขารวมหัวกันจ้างมา

รอยแผลเป็นที่ผมหลงคิดไปเองว่าเป็นเหรียญกล้าหาญ กลับกลายเป็นแค่เรื่องตลกฉากหนึ่งเท่านั้น

ในสายตาของพวกเขา ขอแค่พี่ชายมีความสุข ต่อให้ผมจะต้องเจ็บปวดเจียนตายแล้วมันจะสลักสำคัญอะไร?

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
10
บทที่ 1
ตอนนั้นเองมือถือก็ดังขึ้น เป็นสายจากเสี่ยวจางที่สำนักงานทนายความของไป๋มู่ฉิงผมกดเปิดลำโพง“พี่ชวน ผมได้เบาะแสใหม่ของฆาตกรมาแล้วครับ อีกสิบวัน ฆาตกรจะไปทำการซื้อขายกันที่สนามมวยใต้ดินในพม่าเหนือ!”“แต่มันอันตรายมากจริงๆ นะพี่ชวน พี่ห้ามไปเด็ดขาดเลยนะเว้ย!”หลังวางสาย ผมกวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ในงาน น้ำตาพลันร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ผมค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ถลกขากางเกงกับแขนเสื้อที่หลวมโพรกขึ้น เผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัวที่กระจายอยู่เต็มตัวรอยประทับตราที่ข้อเท้าจนเนื้อหลุดลุ่ยเลือดสาด เป็นรอยที่ผมถูกพวกไอ้โม่งใช้เหล็กร้อนๆ นาบ ตอนที่ตามสืบเรื่องฆาตกรบนเรือเบาะแสสายนี้ ซ่งเฉินเพื่อนรักที่สุดของผมเป็นคนให้มาตอนที่มันติดหนี้พนันก้อนโตเพราะหาเงินไปเป็นค่าสินสอด ก็เป็นผมที่ช่วยใช้หนี้ให้ แถมยังฝากฝังงานการดีๆ ให้มันทำรอยเฆี่ยนจนเขียวช้ำเป็นจ้ำใหญ่บนแผ่นหลัง เป็นรอยที่ผมโดนพวกแก๊งอาชญากรจับตัวไปซ้อมทรมานอยู่ข้ามวันข้ามคืน ตอนที่ตามสืบเรื่องฆาตกรในบ่อนชายแดนเบาะแสสายนี้ เพื่อนสนิทของไป๋มู่ฉิงเป็นคนให้มาตอนที่แม่ของเธอเป็นมะเร็ง ผมเคยควักเงินให้เธอไปสี่แสนบาท เธอเ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
ท่ามกลางน้ำตาที่เอ่อล้น ทุกอย่างพร่ามัวไปหมด มีเพียงใบหน้าของลูกสาวเท่านั้นที่กลับยิ่งแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆสามปีแล้ว เธอตัวสูงขึ้น หน้าตาก็เปลี่ยนไป ไม่ว่ายังไง การที่เยว่เยว่ยังมีชีวิตอยู่ก็คือเรื่องที่ทำให้ผมดีใจที่สุดแล้วผมพุ่งตัวเข้าไป ผลักทุกคนที่ขวางทางออก แล้วสวมกอดลูกสาวไว้แน่น“เยว่เยว่ พ่อพาหนูกลับนะลูก”ทว่าวินาทีต่อมา เยว่เยว่กลับกัดแขนผมอย่างแรง แล้วยังเตะเข้าที่ท้องผมเต็มรักไปอีกหนึ่งทีผมเจ็บจนต้องยอมปล่อยมือ เธอวิ่งจู๊ดไปหลบอยู่หลังพี่ชาย โผล่หัวออกมาครึ่งหนึ่งแล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ผม“คุณไม่ใช่พ่อหนูตั้งนานแล้ว ลุงเชินต่างหากที่เป็นพ่อหนูตอนนี้!”“หนูไม่ไปกับคุณหรอก คุณดีแต่บังคับให้หนูเรียน!”“ลุงเชินไม่เห็นเหมือนคุณเลย ลุงเขาเล่นเกมเป็นเพื่อนหนู แถมยังให้กินขนมที่หนูชอบด้วย”“คุณไม่ได้รักหนูเลยสักนิด หนูไม่เอาพ่อแบบคุณหรอก!”ผมมองเยว่เยว่ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หัวใจเหมือนถูกปลายมีดแหลมคว้านเนื้อออกไปชิ้นหนึ่งเยว่เยว่สุขภาพฟันไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก หมอบอกว่าต้องดูแลรักษาให้ดี และให้กินของหวานน้อยๆคนที่รักเธอจริงๆ จะยอมทำลายชีวิตทั้งชีวิตของเธอ เพียงเพื่อแลกกับ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
ผมฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้ร่วงหล่น เบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตาของไป๋มู่ฉิงผมกลัวกลัวที่จะต้องเห็นรอยแผลเป็นบนหน้าผากของเธอ กลัวว่าเธอจะพูดความจริงที่ผมไม่อยากยอมรับออกมาไป๋มู่ฉิงถอนหายใจ แววตากลับมาอ่อนโยนคุ้นเคยเหมือนเมื่อก่อน“อาชวน ตอนนี้ฉันเป็นภรรยาของพี่ชายนายแล้วนะ ต่อให้นายจะอาละวาดโวยวายยังไง ฉันก็ต้องแบกรับภาระหน้าที่ของการเป็นภรรยาและแม่คนอยู่ดี”ผมก้มหน้ายิ้มขื่น น้ำเสียงเกรี้ยวกราดจนแหบพร่า“แต่เธอเป็นเมียฉันแท้ๆ แล้วความรับผิดชอบที่เธอมีต่อฉันล่ะ มันหายไปไหนหมด!”ความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกทำให้ผมแขนขาอ่อนแรงไปหมด ผมฝืนประคองตัวยื่นมือไปคว้าแขนของไป๋มู่ฉิงเอาไว้แน่น“ไหนเธอเคยบอกว่าจะอยู่กับฉันไปตลอดชีวิตไง… ฉิงฉิง สรุปแล้วมันเพราะอะไรกันแน่!”“กู้ชวน! แกอย่ามาบ้าแถวนี้นะ!”แม่ตาแดงก่ำผลักผมออกไป ในที่สุดผมก็หมดเรี่ยวแรงล้มทรุดลงไปกองกับพื้น“ตอนนี้ฉิงฉิงเป็นพี่สะใภ้ของแกแล้ว ต่อให้แกจะอาละวาดเป็นบ้าเป็นหลังยังไงก็เปลี่ยนความจริงข้อนี้ไม่ได้หรอก!”ผมเพิ่งจะอ้าปากเถียง เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ตั้งไว้เป็นพิเศษก็ดังขึ้นเป็นสายจากสถานีตำรวจผมรีบกดรับสาย ปลายส
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
สายตาของมวลชนนั้นเฉียบแหลมเสมอร่องรอยหลักฐานที่ผมให้ไปนั้นสมบูรณ์กว่าของกู้เชินมาก ขั้นตอนการสืบคดีที่ผมอธิบายก็มีตรรกะชัดเจนกว่าพอมองกลับไปที่กู้เชิน ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเป็นพวกลูกคุณหนูที่ถูกประคบประหงมมาอย่างดี ไม่มีสง่าราศีของคนที่ผ่านความเป็นความตายในแก๊งอาชญากรเลยสักนิดผู้คนนับไม่ถ้วนส่งจดหมายร้องเรียนมาที่สถานีตำรวจ เรียกร้องให้ไล่กู้เชินออก และคืนเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งที่สมควรเป็นของผมกลับมาให้ผมในตอนที่ผมคิดว่าอีกไม่นานก็จะได้อาศัยความดีความชอบนี้กลับไปที่แผนกสืบสวนคดีอาญา กู้เชินกลับเปิดไลฟ์สดขึ้นมาเขาหันหน้าเข้าหากล้อง บีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้“กู้ชวนเป็นน้องชายแท้ๆ ของผม ผมเห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้อง ตอนแรกก็เลยไม่อยากจะแฉเขา แต่เขากลับหน้าด้านคิดจะพลิกดำเป็นขาว แย่งชิงความดีความชอบของผมไป ผมเลยจำเป็นต้องเอาความจริงมาบอกทุกคนครับ!”“ผมแฝงตัวอยู่ในแก๊งอาชญากรมาสามปี ต้องเผชิญอันตรายสารพัดกว่าจะรวบรวมหลักฐานความผิดของพวกมันมาได้ แต่กู้ชวนน่ะสมรู้ร่วมคิดกับแก๊งอาชญากรมาตั้งนานแล้ว เป็นเขาที่ร่วมมือกับพวกมันขโมยร่องรอยหลักฐานที่สมบูรณ์แบบทั้งหมดของผมไป!”มือซ้ายของแม่โช
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
ตอนที่ไป๋มู่ฉิงตามขึ้นมาถึงดาดฟ้า ท้ายที่สุดเธอก็ยังมาสายไปก้าวหนึ่งเธอพุ่งถลาตัวเข้าไป เอื้อมมือหวังจะคว้าจับร่างที่โอนเอนจวนเจียนจะร่วงหล่นนั้นไว้ แต่กลับคว้าไว้ได้เพียงความว่างเปล่าเธอได้แต่มองดูกู้ชวนหายวับไปต่อหน้าต่อตาไป๋มู่ฉิงฝืนประคองร่างเกาะลูกกรงระเบียงดาดฟ้า ก้มมองลงไปเบื้องล่าง พลางแผดเสียงร้องตะโกนอย่างน่าเวทนา“กู้ชวน!”น่าเสียดาย ที่จะไม่มีใครตอบรับเขาอีกต่อไปแล้วไป๋มู่ฉิงวิ่งกระหืดกระหอบลงมาจนถึงชั้นล่าง เป็นเวลาเดียวกับที่พ่อกู้และแม่กู้พาเยว่เยว่ตามมาถึงพอดีพวกเขาต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้าโดยไม่ได้นัดหมายไป๋มู่ฉิงทรุดตัวคุกเข่าลงกับกองเลือดตรงหน้าอย่างพังทลาย เธอยื่นสองมือออกไปอย่างลนลาน หวังเพียงจะได้กอดกู้ชวนเป็นครั้งสุดท้าย ต่อให้จะเป็นแค่ศพก็ยอมแต่กู้ชวนกลับไม่เหลือแม้แต่ศพที่สมบูรณ์ไว้ให้เธอการร่วงหล่นจากความสูงนับร้อยเมตร ทำให้ร่างของเขาเหลือเพียงกองเลือดและเศษกระดูกไม่กี่ชิ้นพ่อกู้และแม่กู้เบิกตากว้างมองเศษซากความพินาศตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พวกท่านไม่อาจนำกองเลือดนี้ไปเชื่อมโยงกับกู้ชวนลูกชายของพวกท่านได้เลยลูกชายคนเล็กที่รู้คว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
กู้เชินคิดว่า ไป๋มู่ฉิงจะต้องยอมอ่อนข้อและเอ่ยปากขอโทษอย่างอ่อนโยนเหมือนที่ผ่านมาแน่ๆแต่อ้อมกอดอันอบอุ่นที่จินตนาการไว้กลับไม่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นฝ่ามือของพ่อกู้และแม่กู้ที่ฟาดลงบนหน้าของกู้เชินก่อน“แกว่าใครเป็นอาชญากร! อาชวนเขาเป็นฮีโร่ที่ไขคดีใหญ่ๆ มานับไม่ถ้วน เขาคือความภาคภูมิใจของตระกูลกู้เรา เขาตายไปแล้วแกยังจะมาใส่ร้ายเขาอีกเหรอ!”ไป๋มู่ฉิงค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้น เธอจ้องมองกู้เชินด้วยสายตาเย็นชา แววตาแฝงไปด้วยความเคียดแค้นอย่างลึกล้ำ“กู้เชิน เยว่เยว่พูดผิดตรงไหน! ถ้าไม่ใช่เพราะนายแย่งความดีความชอบของอาชวนไป แถมยังยัดเยียดข้อหาคนทรยศให้เขา เขาจะสิ้นหวังจนกระโดดตึกได้ยังไง นายต่างหากที่บีบอาชวนจนตาย!”กู้เชินกุมใบหน้าที่ถูกตบจนบวมเป่ง เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อโลกใบนี้มันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆคนพวกนี้เมื่อตอนเช้ายังทำเหมือนกู้ชวนเป็นขยะที่ไร้ค่าอยู่เลย ทำไมจู่ๆ ถึงได้แสดงท่าทีรักใคร่ปานจะกลืนกินแบบนี้ล่ะหรือเป็นเพราะกู้ชวนตายไปแล้วงั้นเหรอกู้เชินคำรามออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ“ผมรู้ว่าน้องตายพวกคุณก็เสียใจ แต่พวกคุณจะมาโยนความผิดว่าผมเป็นคนทำให้มันตายไม่ได้น
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
วางมือถือเสร็จ กู้เชินก็คิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบ เขาถูกห้อมล้อมไปด้วยคนรักและครอบครัว ได้รับมอบเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งอันทรงเกียรติสูงสุด มันช่างเป็นความรุ่งโรจน์อะไรขนาดนี้ส่วนกู้ชวนน่ะเหรอ ก็เป็นแค่คนตายคนหนึ่งเท่านั้นแหละฉิงฉิงกับพ่อแม่จะเสียใจไปได้สักพัก แล้วจะเสียใจให้มันไปตลอดชีวิตเลยหรือไงเชื่อเถอะว่าไม่เกินหนึ่งเดือน ทุกคนก็จะโยนไอ้สารเลวนั่นทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วตอนที่กู้ชวนยังมีชีวิตอยู่ยังสู้เขาไม่ได้เลย แล้วตายไปแล้วจะมีหน้ามาสู้เขาได้ยังไงการที่มันได้อุทิศเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งให้เขาก่อนตาย ก็ถือซะว่าไอ้สวะนั่นยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะวินาทีที่ประตูห้องวีไอพีถูกผลักออก พนักงานเสิร์ฟก็เข็นเค้กฉลองก้อนโตเดินตรงเข้ามาหากู้เชินพวกหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานทยอยเดินเข้ามาในงาน บนใบหน้าของทุกคนล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้มแสดงความยินดีตามมาด้วยพ่อกู้กับแม่กู้ที่จูงมือเยว่เยว่ และไป๋มู่ฉิงที่อุ้มกู้ซุ่ยลูกชายของเธอเข้ามา ครอบครัวเดินเข้ามาในห้องวีไอพีกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตามุมปากของกู้เชินยกยิ้มขึ้นอย่างได้ใจเขารู้อยู่แล้วว่า ฉิงฉิงกับพ่อ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
ภาพเหตุการณ์แต่ละฉากตอนที่กู้ชวนแฝงตัวอยู่ในแก๊งอาชญากรถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนตอนที่เป็นสายลับ กู้ชวนถูกพวกคนร้ายสงสัยในตัวตน จึงถูกจับขังในคุกน้ำนานถึงสามวันสามคืนบาดแผลที่แช่อยู่ในน้ำเน่าเหม็นอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังถูกงูและหนูนับไม่ถ้วนรุมกัดแทะเขาไข้ขึ้นสูงจนสติสัมปชัญญะเลือนลาง แต่ก็ยังคงใช้กล้องจิ๋วที่ซ่อนอยู่กับตัวบันทึกภาพเอาไว้“ถ้าพวกคุณหาศพผมเจอ ก็จะต้องเจอหลักฐานชิ้นนี้บนตัวผมแน่ๆ”“ไม่ต้องเสียใจที่ผมตายหรอก ขอแค่ลากคอพวกคนร้ายมารับโทษตามกฎหมายได้ ความตายของผมก็คุ้มค่าแล้ว”ตอนที่กู้ชวนแอบถ่ายหลักฐานดันถูกพวกคนร้ายจับได้ พวกมันผลักกู้ชวนตกลงมาจากชั้นสี่ กระดูกสะบักของกู้ชวนแตกละเอียดไปทั้งแถบเขาตะเกียกตะกายคลานเข้าไปในพุ่มหญ้า พลางบันทึกคำสั่งเสียเอาไว้“ถ้าผมโชคดีรอดชีวิตไปได้ ผมจะเอาหลักฐานไปส่งมอบให้ทางหน่วยงานด้วยมือของผมเองให้ได้”“แต่ถ้าผมโชคร้ายต้องตายไปจริงๆ ก็ขอให้ทางหน่วยงานใช้หลักฐานที่ผมรวบรวมมานี้ เอาผิดพวกมันตามกฎหมายให้ได้นะครับ”วิดีโอแบบนี้ยังคงมีอีกมากมาย หลายต่อหลายคลิป……หลังจากคลิปวิดีโอถูกเปิดจนจบ ทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็เงียบกริบทุ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
ทางสถานีเห็นว่าผมมีเหตุผลความจำเป็นในการกระทำ แถมยังสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ ก็เลยไม่เอาผิดเรื่องที่ผมจัดฉากแกล้งตายหัวหน้าประดับเหรียญกล้าหาญลงบนหน้าอกผมด้วยตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมาจากใจจริง“กู้ชวน พรุ่งนี้กลับมาทำงานที่แผนกสืบสวนคดีอาญาซะนะ”ผมชะงักงันไปครู่หนึ่ง จมูกเริ่มรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมา ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะลุกลามไปทั่วทั้งร่างผมควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นสะท้านไม่ได้เลยในที่สุดผมก็รอจนถึงวันนี้ผมวันทยหัตถ์ให้หัวหน้าอย่างเคร่งขรึม ตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า“กู้ชวน กลับเข้ารายงานตัวครับ!”ตกกลางคืน เพื่อนร่วมงานต่างร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบให้ผมอย่างยิ่งใหญ่บางคนชื่นชมในความกล้าหาญของผม บางคนปวดใจกับความยากลำบากที่ผมต้องเผชิญมาตลอดทาง และมีบางคนที่เอ่ยปากขอโทษสำหรับคำพูดถากถางเยาะเย้ยที่เคยทำกับผมตลอดหลายปีที่ผ่านมาความหวังดีเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจส่วนคำขอโทษที่ล่าช้าพวกนั้น ผมก็เลือกที่จะไม่อภัยให้เช่นกันผมยังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน จะพกพาความกล้าหาญอันโดดเดี่ยวนี้ เดินหน้าทำสิ่งที่ผมคิดว่าสมควรทำต่อไปข่าวที่ว่าผมยังมีชีวิตอยู่ลอยไปเข
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
แสงสว่างในแววตาของไป๋มู่ฉิงค่อยๆ ดับมอดลง เธอมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ข้างๆ แล้วสวมกอดไว้ด้วยความสงสารไป๋มู่ฉิงกอดลูกสาวไว้ อ้อนวอนผมอย่างต่ำต้อย“อาชวน ฉันรู้ว่าฉันผิดต่อนาย แล้วก็รู้ดีด้วยว่าฉันไม่คู่ควรจะได้รับการให้อภัยจากนาย”“แต่ยังไงซะเด็กก็ตาดำๆ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยนะ”“เห็นแก่เยว่เยว่ ขอโอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม ต่อไปฉันจะทำดีกับสองพ่อลูกให้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ฉันสาบานว่าจะไม่ทำร้ายนายอีกแล้ว!”ใบหน้าของกู้เยว่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เธอมองผมด้วยดวงตาที่พร่ามัว ปากก็เอาแต่ร้องเรียก “พ่อคะ” ไม่หยุดผมปรายตามองพวกเธออย่างเย็นชา หลังความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวใจไปชั่ววูบ ผมก็ไม่ได้ใจอ่อนแต่อย่างใด“เด็กคนนี้ไม่เห็นฉันเป็นพ่อมาตั้งนานแล้ว ฉันจะไปรับเด็กนี่เป็นลูกทำไมอีกล่ะ?”“พวกเธอไปซะเถอะ”ผมปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่ปรานีหลังจากถูกปิดประตูใส่หน้าในครั้งแรก ไป๋มู่ฉิงก็ยังไม่ยอมแพ้เธอเทียวไล้เทียวขื่อมาที่บ้านผมแทบจะวันเว้นวันเธอยอมขับรถตั้ง 20 กิโลเมตรเพื่อไปซื้อเส้นหมี่ร้านที่ผมเคยชอบกินที่สุด ในวันพ่อ เธอก็พากู้เยว่เอาการ์ดอวยพรที่เขียนด้วยลายมือมามอบให้ผม
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status