เข้าสู่ระบบภรรยาที่เป็นทนายความและลูกสาววัยห้าขวบของผมถูกลักพาตัว ตอนที่ผมไปถึง ระเบิดก็ทำงาน พวกเธอแหลกเป็นเถ้าถ่านไปต่อหน้าต่อตาผม พี่ชายที่เป็นอัยการก็มาตกอยู่ในกำมือของพวกคนร้ายและถูกทรมานจนตาย เพียงเพราะต้องการช่วยผมตามล่าตัวฆาตกร ทุกคนต่างบอกว่า ผมทำคดีด้วยวิธีการที่เหี้ยมโหดเกินไป จนไปสร้างศัตรูไว้มากมาย พวกเขาต้องมารับเคราะห์เพราะผม คนที่สมควรตายควรจะเป็นผมต่างหาก กระทั่งหน่วยสืบสวนอาชญากรรมก็ยังปลดผมออกจากตำแหน่ง ตลอดสามปีที่ผ่านมา ผมคอยลอบสืบหาฆาตกรตัวจริงอยู่เงียบๆ มาตลอด จนกระทั่งผมตามเบาะแสมาเจอกับร้านอาหารแห่งหนึ่ง ภรรยา ลูกสาว และพี่ชายที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสามปีก่อน กำลังจัดงานฉลองวันเกิดให้เด็กผู้ชายคนหนึ่ง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็อยู่ที่นั่นกันพร้อมหน้า ผมโกรธจัดจนอยากจะพุ่งเข้าไปเค้นถามความจริง แต่กลับถูกเพื่อนรักที่อยู่ด้านหลังดึงตัวเอาไว้แน่น “กู้ชวน ฉันรู้เว้ยว่าแกทำใจรับความจริงเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ตอนนี้เขาสองคนเป็นผัวเมียกันไปแล้ว ถ้านายยังขืนพุ่งเข้าไปอาละวาดตอนนี้ มันจะไปต่างอะไรกับพวกหน้าด้านเป็นมือที่สามเขาวะ?” “เมื่อสามปีก่อนฉิงฉิงท้องลูกของพี่เชิน ใครบ้างวะจะไม่รู้ว่าสันดานแกมันเหี้ยมแค่ไหน พวกเขาก็เลยไม่มีทางเลือก ต้องจัดฉากแกล้งตายเพื่อสลัดแกทิ้งไง!” แม่ที่ยืนอยู่ข้างๆ จ้องเขม็งมาที่ผม แววตาเต็มไปด้วยคำเตือน “แกรู้ตัวก็ดีแล้ว หลายปีมานี้พี่ชายแกกับฉิงฉิงต้องหอบลูกสองคนหนีหัวซุกหัวซุน หลบๆ ซ่อนๆ แกคิดว่าแม่เห็นแล้วไม่ปวดใจหรือไง” “ตอนนี้ครอบครัวเขาอยู่กันพร้อมหน้าสี่คนพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุข ขอแค่แกยอมถอยไปซะ ทุกคนก็จะยอมให้อภัยแก” กลิ่นคาวเลือดตีตื้นขึ้นมาในลำคอ ผมจ้องมองคนกลุ่มนี้พลางหัวเราะร่าจนน้ำตาไหล ที่แท้ไป๋มู่ฉิงกับพี่ชายก็ไม่ได้ตาย สามปีที่ผมต้องทนทุกข์ทรมานเจียนตาย พวกเขากลับใช้ชีวิตกันอย่างอบอุ่นและสงบสุข ทุกคนรู้เรื่องนี้ดี แต่กลับรวมหัวกันหลอกผมมาตลอด
ดูเพิ่มเติมแสงสว่างในแววตาของไป๋มู่ฉิงค่อยๆ ดับมอดลง เธอมองลูกสาวที่กำลังร้องไห้จ้าอยู่ข้างๆ แล้วสวมกอดไว้ด้วยความสงสารไป๋มู่ฉิงกอดลูกสาวไว้ อ้อนวอนผมอย่างต่ำต้อย“อาชวน ฉันรู้ว่าฉันผิดต่อนาย แล้วก็รู้ดีด้วยว่าฉันไม่คู่ควรจะได้รับการให้อภัยจากนาย”“แต่ยังไงซะเด็กก็ตาดำๆ ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยนะ”“เห็นแก่เยว่เยว่ ขอโอกาสฉันอีกสักครั้งได้ไหม ต่อไปฉันจะทำดีกับสองพ่อลูกให้มากขึ้นเป็นร้อยเท่าพันเท่า ฉันสาบานว่าจะไม่ทำร้ายนายอีกแล้ว!”ใบหน้าของกู้เยว่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เธอมองผมด้วยดวงตาที่พร่ามัว ปากก็เอาแต่ร้องเรียก “พ่อคะ” ไม่หยุดผมปรายตามองพวกเธออย่างเย็นชา หลังความเจ็บปวดแล่นผ่านหัวใจไปชั่ววูบ ผมก็ไม่ได้ใจอ่อนแต่อย่างใด“เด็กคนนี้ไม่เห็นฉันเป็นพ่อมาตั้งนานแล้ว ฉันจะไปรับเด็กนี่เป็นลูกทำไมอีกล่ะ?”“พวกเธอไปซะเถอะ”ผมปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่ปรานีหลังจากถูกปิดประตูใส่หน้าในครั้งแรก ไป๋มู่ฉิงก็ยังไม่ยอมแพ้เธอเทียวไล้เทียวขื่อมาที่บ้านผมแทบจะวันเว้นวันเธอยอมขับรถตั้ง 20 กิโลเมตรเพื่อไปซื้อเส้นหมี่ร้านที่ผมเคยชอบกินที่สุด ในวันพ่อ เธอก็พากู้เยว่เอาการ์ดอวยพรที่เขียนด้วยลายมือมามอบให้ผม
ทางสถานีเห็นว่าผมมีเหตุผลความจำเป็นในการกระทำ แถมยังสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ ก็เลยไม่เอาผิดเรื่องที่ผมจัดฉากแกล้งตายหัวหน้าประดับเหรียญกล้าหาญลงบนหน้าอกผมด้วยตัวเอง ก่อนจะยิ้มออกมาจากใจจริง“กู้ชวน พรุ่งนี้กลับมาทำงานที่แผนกสืบสวนคดีอาญาซะนะ”ผมชะงักงันไปครู่หนึ่ง จมูกเริ่มรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมา ก่อนที่ความรู้สึกนั้นจะลุกลามไปทั่วทั้งร่างผมควบคุมตัวเองไม่ให้สั่นสะท้านไม่ได้เลยในที่สุดผมก็รอจนถึงวันนี้ผมวันทยหัตถ์ให้หัวหน้าอย่างเคร่งขรึม ตื่นเต้นดีใจจนน้ำตาคลอเบ้า“กู้ชวน กลับเข้ารายงานตัวครับ!”ตกกลางคืน เพื่อนร่วมงานต่างร่วมกันจัดงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบให้ผมอย่างยิ่งใหญ่บางคนชื่นชมในความกล้าหาญของผม บางคนปวดใจกับความยากลำบากที่ผมต้องเผชิญมาตลอดทาง และมีบางคนที่เอ่ยปากขอโทษสำหรับคำพูดถากถางเยาะเย้ยที่เคยทำกับผมตลอดหลายปีที่ผ่านมาความหวังดีเหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจส่วนคำขอโทษที่ล่าช้าพวกนั้น ผมก็เลือกที่จะไม่อภัยให้เช่นกันผมยังคงเป็นเหมือนเมื่อก่อน จะพกพาความกล้าหาญอันโดดเดี่ยวนี้ เดินหน้าทำสิ่งที่ผมคิดว่าสมควรทำต่อไปข่าวที่ว่าผมยังมีชีวิตอยู่ลอยไปเข
ภาพเหตุการณ์แต่ละฉากตอนที่กู้ชวนแฝงตัวอยู่ในแก๊งอาชญากรถูกเปิดเผยต่อหน้าทุกคนตอนที่เป็นสายลับ กู้ชวนถูกพวกคนร้ายสงสัยในตัวตน จึงถูกจับขังในคุกน้ำนานถึงสามวันสามคืนบาดแผลที่แช่อยู่ในน้ำเน่าเหม็นอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังถูกงูและหนูนับไม่ถ้วนรุมกัดแทะเขาไข้ขึ้นสูงจนสติสัมปชัญญะเลือนลาง แต่ก็ยังคงใช้กล้องจิ๋วที่ซ่อนอยู่กับตัวบันทึกภาพเอาไว้“ถ้าพวกคุณหาศพผมเจอ ก็จะต้องเจอหลักฐานชิ้นนี้บนตัวผมแน่ๆ”“ไม่ต้องเสียใจที่ผมตายหรอก ขอแค่ลากคอพวกคนร้ายมารับโทษตามกฎหมายได้ ความตายของผมก็คุ้มค่าแล้ว”ตอนที่กู้ชวนแอบถ่ายหลักฐานดันถูกพวกคนร้ายจับได้ พวกมันผลักกู้ชวนตกลงมาจากชั้นสี่ กระดูกสะบักของกู้ชวนแตกละเอียดไปทั้งแถบเขาตะเกียกตะกายคลานเข้าไปในพุ่มหญ้า พลางบันทึกคำสั่งเสียเอาไว้“ถ้าผมโชคดีรอดชีวิตไปได้ ผมจะเอาหลักฐานไปส่งมอบให้ทางหน่วยงานด้วยมือของผมเองให้ได้”“แต่ถ้าผมโชคร้ายต้องตายไปจริงๆ ก็ขอให้ทางหน่วยงานใช้หลักฐานที่ผมรวบรวมมานี้ เอาผิดพวกมันตามกฎหมายให้ได้นะครับ”วิดีโอแบบนี้ยังคงมีอีกมากมาย หลายต่อหลายคลิป……หลังจากคลิปวิดีโอถูกเปิดจนจบ ทุกคนที่อยู่ในงานต่างก็เงียบกริบทุ
วางมือถือเสร็จ กู้เชินก็คิดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในงานเลี้ยงฉลองความดีความชอบ เขาถูกห้อมล้อมไปด้วยคนรักและครอบครัว ได้รับมอบเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งอันทรงเกียรติสูงสุด มันช่างเป็นความรุ่งโรจน์อะไรขนาดนี้ส่วนกู้ชวนน่ะเหรอ ก็เป็นแค่คนตายคนหนึ่งเท่านั้นแหละฉิงฉิงกับพ่อแม่จะเสียใจไปได้สักพัก แล้วจะเสียใจให้มันไปตลอดชีวิตเลยหรือไงเชื่อเถอะว่าไม่เกินหนึ่งเดือน ทุกคนก็จะโยนไอ้สารเลวนั่นทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วตอนที่กู้ชวนยังมีชีวิตอยู่ยังสู้เขาไม่ได้เลย แล้วตายไปแล้วจะมีหน้ามาสู้เขาได้ยังไงการที่มันได้อุทิศเหรียญกล้าหาญชั้นหนึ่งให้เขาก่อนตาย ก็ถือซะว่าไอ้สวะนั่นยังพอมีประโยชน์อยู่บ้างล่ะนะวินาทีที่ประตูห้องวีไอพีถูกผลักออก พนักงานเสิร์ฟก็เข็นเค้กฉลองก้อนโตเดินตรงเข้ามาหากู้เชินพวกหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานทยอยเดินเข้ามาในงาน บนใบหน้าของทุกคนล้วนประดับไปด้วยรอยยิ้มแสดงความยินดีตามมาด้วยพ่อกู้กับแม่กู้ที่จูงมือเยว่เยว่ และไป๋มู่ฉิงที่อุ้มกู้ซุ่ยลูกชายของเธอเข้ามา ครอบครัวเดินเข้ามาในห้องวีไอพีกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตามุมปากของกู้เชินยกยิ้มขึ้นอย่างได้ใจเขารู้อยู่แล้วว่า ฉิงฉิงกับพ่อ





