INICIAR SESIÓNเสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น
"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง
"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย"
"ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือก
เขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้
"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญ
เอกสารการใช้เงินร่วมทุนกับบริษัทต่างๆถูกจัดแจงออกเป็นข้อๆ รวมถึงเอกสารซื้อหุ้นบางส่วนจากผู้ถือหุ้นของบริษัทปู่ที่ต้องการแย่งคืนมาจากภัครวัตรด้วย เพราะนภัทรมีหุ้นรวมเกินครึ่งของจำนวนหุ้น นั่นยิ่งยากสำหรับเขาที่จะเอาชนะ นอกเสียจากหาวิธีให้ภัครวัตรหมดหนทางจนยอมซื้อขายหุ้นในส่วนนั้น
"มึงคุยรายละเอียดกับคนที่ซื้อหุ้นต่อมาดีแล้วใช่ไหม?"
"ครับ คุณเขต ผู้ถือหุ้นที่ขายให้เราแล้วจะยังเป็นคนเข้าทำงานที่บริษัทตามปกติ เพื่อไม่ให้ทางนั้นทราบว่าเราซื้อหุ้นมาแล้ว ข้อตลงเป็นเงินที่เราเสนอซื้อหุ้นกับปันผลครึ่งหนึ่งในช่วงที่เรายังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าหุ้นเป็นของเราแล้วครับ คุณเขตอยากให้แก้ไขตรงไหนไหมครับ?"
"ไม่ต้อง ให้คนของเราเอาเงินไปจ่ายได้เลย อย่าลืมว่าต้องเป็นเงินสด" เขาย้ำกับเก่งกาจให้ชัดเจนเพื่อกันความผิดพลาด แม้การจ่ายเงินค่าซื้อขายหุ้นจะถูกต้องตามกฏหมาย แต่เขาไม่ต้องการให้เรื่องนี้ถูกเปิดเผยไปก่อนเวลา ดังนั้นจำเป็นต้องป้องกันทุกช่องทางที่เขาคิดว่าเป็นจุดบอดของเรื่องนี้
"อย่าลืมเตรียมเรื่องที่ต้องทำในงานแต่งนิลินอาทิตย์หน้าด้วย กูไม่อยากให้พลาด" เก่งกาจพยักหน้ารับคำแล้วรีบเดินออกไปจัดการทันทีอย่างไม่รีรอ
เขตถกรเดินขึ้นไปที่ห้องนอนชั้นบน เขาเปิดเข้าไปแล้วเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังจัดแจงหยิบของออกจากกระเป๋า มองภาพนี้แล้วยังไงก็รู้สึกเหมือนเวลาสามาีภรรยามาเที่ยวด้วยกันไม่มีผิด เขาชอบที่จะมองความอ่อนโยนและเอาใจใส่ของเธอนั่นเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เขาไม่สามารถทิ้งเธอไปได้เลย
"นั่งรถมาเหนื่อยๆคุณเขตจะอาบน้ำก่อนไหมคะ? เดี๋ยวหนูเตรียมน้ำให้ค่ะ" เขาไม่ได้พูดอะไรแต่รั้งเธอที่นั่งอยู่จัดของในกระเป๋าอยู่ที่พื้นขึ้นมานั่งบนตักเขาที่นั่งอยู่บนปลายเตียง นิลินสัมผัสได้ถึงปลายจมูกเขาที่แตะลงที่แก้มแล้วหันไปหอมแก้มเขาคืน มือบางข้างซ้ายถูกเขาจับขึ้นไปดู เห็นแหวนที่นิ้วนางของเธอก็ได้แต่แค่นหัวเราะ
"หึ ยังไม่ทันได้แต่งมันทำตัวเป็นเจ้าของเธอแล้วหรอ"
"เห็นพี่ปราณบอกว่าอันนี้ถือเป็นแหวนหมั้นค่ะ ก่อนจะแต่งให้ใส่วงนี้ไปก่อน" เธอพูดอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะยกขึ้นดู เขตถกรลูบหลังมือของเธอแผ่วเบา ก่อนเขาจะถือวิสาสะถอดแหวนออกจากนิ้วเธอแล้วเอามาดูใกล้ขึ้นก่อนจะวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง
"ตอนอยู่กับฉันห้ามใส่ เห็นแล้วมันรำคาญตา" นิลินตอบรับเขาทันทีอย่างไม่เอ่ยปากเถียง เขตถกรโอบรอบเอวบางแล้วจูบซับที่ต้นคอสวย สูดดมกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอที่ทำให้เขาผ่อนคลายได้เสมอ มือซุกซนเริ่มไล้ไปตามขาเนียน ก่อนเขาจะกดจูบเธอหนักหน่วงแล้วขยับมือมาบีบเคล้นที่อกอิ่ม
"ทิ่มก้นหนูแล้ว"
"งั้นก็ให้เข้าไปสิ จะได้ไม่ทิ่ม" เสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหูก่อนจะกัดที่ติ่งหูของเธอแผ่วเบา
บทรักเร่าร้อนจบลงหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง เขตถกรก้มลงหอมหน้าผากมลของคนที่กำลังช่วยเขาติดกระดุมเสื้อเชิ้ตอยู่ ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มขึ้นทั้งยังตั้งใจติดกระดุมให้เขาอย่างใส่ใจ มือบางถูกจับจูงมาจนถึงริมหาดยามค่ำที่ถูกจัดตกแต่งเอาไว้อย่างดี คนตัวเล็กมองไปรอบบริเวณราวกับหลุดเข้าไปในภวังค์ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนแขนของเขาโอบกอดจากด้านหลัง
"สวยไหม?"
"ค่ะ สวยมากเลย"
"ฉันว่าเธอสวยกว่าตั้งเยอะ" คำพูดแสนหวานของเขาทำเอาเด็กสาวหน้าแดงระเรื่อ เธอหันไปหาเขาแล้วเขย่งเท้าขึ้นไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่แทนคำขอบคุณ เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นทันทีที่เขามองดูหน้าจอก็ขอเลี่ยงไปรับสายโทรศัพท์
นิลินเดินมานั่งลงก่อนเพื่อรอเขา เธอมองดูอาหารบนโต๊ะที่ล้วนแต่เป็นเมนูโปรดของเธอทั้งสิ้น มือเล็กยกขึ้นกุมหัวใจที่เต้นแรง เขาเอาใจใส่ขนาดนี้ จะให้เธอห้ามใจไม่ให้รักเขามันคงไม่มีทางเป็นไปได้ เธอเหลือบมองเขาที่เดินกลับมาด้วยสีหน้าไม่ดี ไม่ทันที่จะได้เอยปากถามเขาก็เอ่ยบอกกับเธอซะก่อน
"แม่ฉันโทรมาบอกว่างานที่มาเก๊ามีปัญหา ฉันต้องรีบบินไปช่วยพี่ขวัญคืนนี้" เขตถกรพูดออกไปอย่างรู้สึกผิด เขาตั้งใจพานิลินมาพักผ่อนที่นี่ แต่ยังไม่ทันจะได้ทานข้าวมื้อแรกนี้ด้วยซ้ำ เขาก็ดันมีเรื่องด่วนที่ไม่อาจเลี่ยงได้เข้ามาซะก่อน
"ไม่เป็นไรค่ะ หนูเข้าใจ"
"เดี๋ยวฉันจะให้ไอ้เก่งไปส่งเธอนะ"
"แล้วพี่เก่งไม่ต้องไปช่วยคุณหรอคะ?" เสียงหวานถามด้วยความสงสัย ปกติเก่งกาจไม่เคยห่างกายของเขตถกรเลย แต่ครั้งนี้เขากลับไม่พาอีกคนไปด้วย
"ฉันจะให้มันอยู่ที่นี่ คอยดูแลเธอ ให้เธออยู่คนเดียวฉันไม่ไว้ใจ" มือหนาแตะลงที่ผมนุ่มของเธอแผ่วเบา แม้จะรู้สึกเสียดายที่เขาต้องไปตอนนี้ แต่เธอก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นความห่วงใยที่เขาแสดงออกมาอย่างไม่ปิดบัง
คอนโดมิเนียมหรูของเขตถกร
นิลินกลับมาที่คอนโดของเขาพร้อมกับเก่งกาจที่ช่วยถือกระเป๋าเข้ามาด้านใน เธอนั่งลงก่อนจะก้มมองเวลา เขาไปด้วยเครื่องบินส่วนตัวอีกไม่นานก็คงถึงจุดหมายแล้ว มือเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเสียงจนสุดอย่างรอคอย เธอกลัวว่าถ้าเขาโทรหรือส่งข้อความมาแล้วเธอจะไม่ได้ยิน
"อาบน้ำพักผ่อนก่อนนะครับคุณนิลิน เดี๋ยวคุณเขตติดต่อมาแล้วรู้ว่าคุณยังไม่พักผ่อนจะโดนดุเอา มีอะไรเรียกผมได้เลย ผมจะอยู่ด้านนอก"
ดวงตากลมมองตามเก่งกาจที่เดินออกไป ทันทีที่บานประตูปิดลงเธอก็ทิ้งตัวลงนอนที่โซฟาในห้องรับแขก จ้องมองโทรศัพท์ค้างอยู่ที่เบอร์โทรของเขาแต่ไม่กล้ากดโทรออก คนตัวเล็กกลิ้งไปมารอเขาอยู่นานสุดท้ายก็ผลอยหลับไป
นิลินไม่รู้ว่าเธอหลับไปแล้วกี่ชั่วโมง ตื่นมาอีกทีตอนที่เก่งกาจโหวกเหวกแล้ววิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น คนตัวเล็กขยับลุกขึ้นนั่งทั้งขมวดคิ้ว พอปรับการมองเห็นของดวงตาได้ชัดเจนขึ้นถึงได้เห็นว่าใบหน้าของเก่งกาจมีแต่ความกังวลระคนตกใจจนเธอต้องรีบลุกขึ้น
"เกิดอะไรขึ้นคะพี่เก่ง?"
"คุณเขตถูกรอบยิงที่มาเก๊าแล้วหายไปครับ คุณขวัญโทรมาบอกว่าให้ผมพาคนตามไปเพื่อช่วยกันตามหาคุณเขตให้เจอ" ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นนิลินแทบจะทรุดลงกับพื้น เธอมองดูโทรศัพท์ของตัวเองที่ไม่มีสายเรียกเข้าจากเขาเลยแม้แต่สายเดียว หรือเพราะเขาถูกรอบยิงมาตั้งนานแล้ว
"ลินไปด้วยค่ะ"
"ไม่ได้หรอกครับ อันตรายเกินไป ผมต้องพาคนของที่นี่ไปทั้งหมด เพราะไม่รู้ว่าที่นู่นเราสูญเสียคนไปเท่าไหร่ ยังไงคุณนิลินรออยู่ที่นี่ อย่าออกไปไหนจะดีที่สุด ที่โรงพยาบาลผมจะทิ้งคนเฝ้าเอาไว้สองสามคนนะครับ ไม่ต้องกังวล ผมต้องไปก่อน"
"ดะ เด๊่ยวค่ะ...." เสียงหวานเอ่ยรั้งเก่งกาจเอาไว้คู่หนึ่ง เธอบีบมือตัวเองแน่นอย่างรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาดื้อดึง
"ยังไงถ้ามีอะไรคืบหน้า พี่เก่งอย่าลืมติดต่อลินมานะคะ" เธอมองเก่งกาจที่พยักหน้ารับแล้วเรียกทุกคนออกไป ทันทีที่ลิฟต์ปิดลงทั้งชั้นก็ปกคลุมไปด้วยความเงียบ เหลือเพียงบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวของเธอ และความกังวลที่ฉายชัดในแววตา เด็กสาวลองกดโทรออกเบอร์ของเขาเพื่อหวังว่าทุกอย่างอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่เสียงของสัญญาณที่ขาดช่วงไปนั้นยืนยันกับเธอว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความจริงทั้งหมด
"คุณต้องปลอดภัยนะคะ หนูจะรอคุณนะ"
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา
Rosé weddingปราณรีบวิ่งไปเปิดประตูให้นิลินทันทีเมื่อรถแล่นมาถึงร้านสำหรับลิงชุดแต่งงานเขานัดเอาไว้ ใบหน้าหล่อฉายแววดีใจปิดไม่มิด ต่างจากเธอที่สีหน้าเรียบนิ่ง แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขตถกรวางไว้ แต่คนที่ไม่ชอบเสแสร้งอย่างเธอก็รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่นานนักรถคันหรูก็จอดเทียบรถของปราณ เป็นเขตถกรที่เดินลงมาจากรถ นิรารีบก้าวจ้ำไปคล้องแขนเข้าเอาไว้ในทันที นิลินมองภาพนั้นอย่างช่างใจแล้วเม้มปาก แต่เมื่อเห็นว่าเขตถกรสะบัดแขนของนิราออกไปเธอก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจดวงตาสองคู่ที่สบกันสื่อความหมายถึงกันโดยไม่ต้องพูด เธอถูกปราณดึงรั้งข้อมือเพื่อให้เดินตามเข้าไปในร้าน ทันที่เข้ามาถึงทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรรแล้ว"แบบนี้ลินชอบไหม?" เสียงของปราณเอ่ยถามตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้ทำให้นิลินสนใจ เธอเอาแต่มองเขตถกรที่ยืนคู่กับนิราและช่วยเลือกการ์ดงานแต่งให้"ขอลองชุดนี้แล้วกันค่ะ" นิ้วเรียวจิ้มลงไปทั้งที่ไม่ได้ก้มมองดูด้วยซ้ำว่าเป็นแบบไหน เธอเดินตามพนักงานแล้วรับชุดแต่งงานเข้าไปเพื่อลองนิลินเอื้อมมือจะรูดซิปด้านหลังอยูาพักใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอแง้มประตูออกไปอล้วเรียกหาพ
"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา "คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?""เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ""คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย""แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย""แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอ







