LOGIN"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้
เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก
"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา
"คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?"
"เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น
"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ"
"คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย"
"แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย"
"แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอยหนี แต่เขารั้งที่เอวบางของเธอเอาไว้ โอบรัดแน่นไม่ให้คนตรงหน้ามีโอกาสได้หนี น้ำตาที่ไหลลงมาทำให้เขารู้ว่าเธอกำลังเข้าใจผิดอีกครั้ง
เขาเช็ดซับหยดน้ำตาให้เธอแล้วจูบซับที่ดวงตาทั้งสองข้างหวังเพียงให้เธอหยุดร้องไห้ เขตถกรพร้อมปกป้องเธอเสมอ แต่เขาก็อยากให้เธอเข้มแข็งมากกว่านี้ เขาชอบสายตาที่สู้คนเหมือนตอนที่เขาเห็นเธอที่ภัครวัตรวันแรก
ในช่วงนี้ทุกอย่างคงถาโถมเกินไปจนนิลินแทบลืมความเข้มแข็งนั้นไปแล้ว ยิ่งภัครวัตรเอาเรื่องแม่เธอมาขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามันก็ยิ่งทำให้เธอมีแต่ความกังวลเพิ่มมากขึ้น
"ไปกับฉัน" เขตถกรพูดเพียงเท่านั้นแต่น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความจริงจัง เขาจำเป็นต้องคุยกับเธอให้เข้าใจ เพื่อให้ผลลัพธ์หลังจากนี้เป็นไปตามที่เขาคิด
เขาพานิลินกลับมาที่ตระกูลพิพัตรตรา เด็กสาวยืนนิ่งอยู่พักใหญ่คงคิดไม่ถึงว่าเขาจะพาเธอมาที่นี่ เขตถกรจับมือเธอแล้วพาเดินเข้ามาในตัวบ้าน นิลินมองไปโดยรอบ พิพัตรตราใหญ่โตกว่าภัครวัตรหลายเท่า ไม่น่าแปลกใจที่พ่อและนิราอยากจะจับเขาให้อยู่หมัด
"สาวน้อยย มาได้ไงเนี่ย" ขวัญนรีรีบรุดเดินมาหาคนตัวเล็กแล้วจับมือบางขึ้นอย่างทะนุถนอม นิลินรู้วึกว่ารอยยิ้มของคนตรงหน้าแสนอบอุ่นถ้าเธอมีพี่สาวแบบขวัญนรีก็คงจะดีไม่น้อยเลย
"แม่อยู่ไหม? นอนรึยัง?"
"แม่พึ่งขึ้นห้องไปเอง เขตเป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมพานิลินมาถึงนี่?"
"เรื่องสำคัญ...ผมจะพานิลินไปคุยกับแม่ที่ห้อง พี่ก็มาด้วยสิ" ขวัญนรีพยักหน้ารับแล้วโอบไหล่นิลินพาคนตัวเล็กเดินไปก่อนเขา เขตถกรมองพี่สาวแล้วหันมองอ้อมแขนที่ว่างเปล่าแล้วส่ายหัว
"หน้าตาน่ารักเชียว" นิลินยกมือเกาต้นคออย่างเขินอายในคำชมนั้น คนตรงหน้าเธอคือ หฤทัย พิพัตรตรา แม่ของเขตถกรที่ใครต่อใครว่าทั้งสวยทั้งสง่า เธอพึ่งเคยได้พบในวันนี้และมันไม่ต่างไปจากที่คนพูดถึงกันแม้สักนิด
เขตถกรเอ่ยเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่เขาฟัง ทั้งแม่ทั้งพี่สาวเขาพยักหน้ารับด้วยใบหน้าจริงจัง นิลินได้แต่ฟังอย่างเงียบเชียบและซึมซับข้อมูล แอบแปลกใจที่ทุกคนดูตั้งใจฟังเรื่องที่เธอต้องเผชิญมากขึ้นนี้ มือเล็กของเธอถูกหฤทัยจับไปลูบแผ่วเบา ดวงตาตากลมสบกับดวงตาที่มองมาด้วยความเห็นใจแล้วรู้สึกอุ่นวาบไปทั้งหัวใจ
"แบบที่เขตตัดสินใจน่ะดีแล้ว ให้ทางนั้นคิดไปก่อนว่างานแต่งจะเกิดขึ้น" ขวัญนรีเสริมความคิดของน้องชายอย่างเห็นด้วย
"ทางที่ดีลูกหาวิธีที่จะล่มงานแต่งให้ได้ แต่อย่าล่มก่อนวันงาน ในเมื่อภัครวัตรประกาศงานแต่งในที่แจ้ง เราก็ต้องทำลายงานแต่งในที่แจ้งเหมือนกัน"
"ล่มงานแต่งหรอคะ?"
"ใช่ ในเมื่องานแต่งจำเป็นต้องจัดเพราะพ่อเธอป่าวประกาศไปแล้ว เราก็จะจัด เพียงแต่...ฉันจะทำให้ปราณเป็นคนที่ทำผิดต่อเธอ และภัครวัตรต้องรับผิดชอบที่คิดจะเอาเธอไปจากฉัน"
"อุ้ย ดูลูกชายคุณแม่สิคะ หลงเด็กเข้าเต็มๆเลย" เขตถกรหันไปมองพี่สาวเขาที่เอ่ยปากแซวไม่หยุดแล้วถอนหายใจ ทั้งที่กำลังจริงจังอยู่แท้ๆ ขวัญนรีก็ยังเอาแต่พูดเล่นไม่ยอมหยุด
"แม่ได้ยินเรื่องหนูจากตาเขตมาบ้าง พอเจอตัวจริงแล้วถึงได้เข้าใจว่าทำไมตาเขตถึงหลงขนาดนี้" นิลินนึกแปลกใจที่คนที่พิพัตรตราไม่มีใครนึกรังเกียจที่เธอเป็นเพียงลูกจากคนใช้ เธอเป็นเด็กที่ภัครวัตรแทบไม่ให้การยอมรับและไม่เคยเห็นหัวเลย แต่คนที่นี่ก็ยังต้อนรับเธออย่างดี
"หนูมีเรื่องอยากถามตามตรงจะได้ไหมคะ?"
"ได้สิลูก"
"ที่คุณหฤทัยให้คุณเขตไปแต่งงานกับพี่นิรา เพราะต้องการอะไรของภัครวัตรใช่ไหมคะ?" ทั้งสามคนนิ่งงันไปกับคำถามนั้น แต่นิลินยังคงจดจ่อกับคำตอบอย่างไม่ลดละ เขตถกรพยายามส่ายหัวเพื่อให้แม่เขาเลี่ยงคำตอบ แต่แม่เขากลับเลือกตอบตามตรง
"แต่ที่ฉันเข้าหาเธอ...ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ฉันจะทวงบริษัทของคุณปู่คืนนะ" เขตถกรรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน เขาไม่อยากให้นิลินเข้าใจผิด เรื่องของเธอกับเขา มันคนละเรื่องกันกับเรื่องความแค้นระหว่างพิพัตรตราและภัครวัตร
"หนูรู้ค่ะ"
"เธอไม่โกรธหรอ?" เขาถามออกไปอย่างประหม่า เพราะนิลินรักคุณปู่ของเธอมาก เขาเลยคิดว่าเธออาจจะโกรธ แต่นิลินกับส่ายหัวทั้งส่งรอยยิ้มให้เขา
"หนูไม่โกรธหรอกค่ะ ถ้าคุณปู่ทำผิดจริง ถึงหนูจะรักคุณปู่มาก แต่หนูก็แยกแยะได้นะคะ ก็เหมือนที่คุณยังมองหนูแตกต่างออกไป ทั้งที่ในตัวหนูก็มีเลือดของภัครวัตรอยู่ครึ่งหนึ่ง"
เขตถกรฟังคำพูดแสนลึกซึ้งนั้นก่อนเขาจะเผยรอยยิ้มออกมา เด็กสาวตรงหน้าเขาเป็นเด็กดีตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนวันนี้เธอก็ยังเหมือนเดิม เชื่อฟัง เข้าใจง่าย และนั่นมันคือเสน่ห์ที่ทำเอาเขาติดกับดักจนแทบหนีไปไหนไม่ได้
"หนูเป็นเด็กดีจริงๆนะ ภัครวัตรเสียเพชรเม็ดงามไปแล้วสิ แต่ไม่เป็นไรนะลูก พิพัตรตราจะรับเพชรเม็ดงามเม็ดนี้เอาไว้เอง" เธอมองสบตาของหฤทัยอย่างไม่รู้ว่าควรพูดอะไรออกมา คำพูดของคนตรงหน้าทำให้นิลินรู้สึกถึงคุณค่าในตัวเองที่ไม่เคยได้รู้สึกมานาน
ดึกสงัดนิลินยืนอยู่นอกระเบียงห้องนอนของเขตถกรในตระกูลพิพัตรตรา เพราะแม่ของเขาเชิญให้อยู่ที่นี่ก่อนเลยไม่สามารถกลับไปได้ในทันที คนตัวเล็กใส่ชุดนอนกระโปรงสายเดี่ยวที่ขวัญนรีเป็นคนเอามาให้ ชายกระโปรงปลิวสไวไปตามสายลม
เขตถกรเดินเข้าห้องมาหลังจากเขาไปเตรียมนมอุ่นมาให้เธอ วันนี้นิลินเจอเรื่องวุ่นวายมามากมายคงหลับไม่สบายเท่าไหร่นัก ดื่มนมอุ่นๆที่เธอชอบ อาจทำให้เธอผ่อนคลายขึ้นบ้าง
เขาเดินออกไปที่ระเบียงอย่างระมัดระวังให้แน่ใจว่าไม่รบกวนการชมวิวสวนหลังบ้านของเธอ แขนแกร่งโอบกอดเธอจากด้านหังแล้วกดจูบลงบนไหล่เล็กแผ่วเบา
"ไม่หนาวหรอ?"
"นิดหน่อยค่ะ แต่พอคุณกอดแบบนี้ หนูก็ไม่หนาวแล้ว" เขตถกรจูบย้ำที่ต้นคอสวยของเด็กขี้อ้อนอีกครั้ง พอนึกถึงเหตุการณ์วันนี้ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เขาไม่มีวันยอมเสียเธอให้ใครเด็ดขาด
"อาทิตย์หน้าต้องไปลองชุดแต่งงานใช่ไหม?"
"ค่ะ เห็นคุณพ่อบอกแบบนั้น"
"เอาไว้ฉันจะไปเป็นเพื่อน จะได้มั่นใจว่ามันจะไม่ยุ่มย่ามกับคนของฉัน" เขตถกรจับเธอให้หมุนหันมาหาแล้วเขาก็หอมลงที่หน้าผาก เพียงแค่มองใบหน้าหวานแล้วคิดว่าจะต้องเสียเธอให้คนอื่น เขาก็หงุดหงิดจนอยากจะฆ่าคน
"คุณเขตไปได้หรอคะ? จะไม่น่าสงสัยหรอ?'
"ฉันมีวิธี แค่พานิราไปด้วยก็จบแล้ว" เธอพยักหน้ารับคำด้วยรอยยิ้ม อย่างน้อยถ้ามีเขาไปด้วยก็อุ่นใจขึ้นอีกเยอะเลย
"อย่าลืมละว่าเป็นแค่การแสดง แล้วก็อย่าเผลออินกับงานแต่งครั้งนี้เด็ดขาด ไม่งั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือน" คำเตือนจากความหวงแหนนั้นไม่ได้ทำให้หวาดกลัว แต่ทำให้หีวใจเต้นไม่เป็นร่ำสัน ยิ่งเห็นว่าเขาไม่ต้องการสูญเสียเธอไปมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งตกหลุมรักเขามากขึ้นเท่านั้น แม้จะรู้ว่าอันตรายต่อใจเพียงใด..แต่ก็ไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกได้อีกแล้ว
เขตถกรนั่งอยู่ในห้องทำงานของคอนโดมิเนียมหรูตลอดอาทิตย์มานี้เขาใช้เวลาอยู่กับนิราตลอดในช่วงเย็นของวัน เขาหลอกอีกคนว่าเขาความจำเสื่อมและจำอะไรไม่ได้ ดูเหมือนภัครวัตรเองก็ไม่นึกสงสัยอะไร ร่วมสัปดาห์แล้วที่เขาไม่ได้เจอกับนิลินเลย บางวันโทรคุยกับเธอสองสามนาที แต่บางวันก็ไม่ได้พูดคุยกันแม้สักคำเขาพลิกเอกสารในมือไปมาอ่านดูข้อมูลต่างๆอย่างละเอียดและถี่ถ้วน หยิบเอาบิลค่าบัตรเครดิตเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่นิราไปใช้รูดซื้อของแล้วก็ทำความเข้าใจ เพราะไม่สามารถหาเงินสดหรือใช้บัตรถอนเงินได้ ภัครวัตรเลยใช้วิธีเอาบัตรเขาไปรูดซื้อของและปล่อยขายเพื่อเอาเงินสดมาแทน"มึงยื่นเรื่องขอร่วมทุนกับนุกูลไปรึยัง?" เขาหันไปถามเก่งกาจในขณะที่ยังมองจดจ้องอยู่ที่เอกสารในมือ นุกุลเป็นอีกหนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถือหุ้นของบริษัทที่เขาต้องการเอาไว้ ถ้าเขาได้มันมาและหลอกเอาจะภัครวัตรมาได้อีกแค่สิบเปอร์เซ็นต์ เขาก็จะกลายเป็นประธานบริษัทใหญ่ในทันที"ยื่นแล้วครับคุณเขต ทางนั้นตอบรับมาแล้วเมื่อวาน""บอกหรือเปล่าว่ากูยื่นในนามสามีของนิรา""ครับ พอทางนั้นเห็นว่าเป็นคุณเขตและเห็นว่าเป็นสามีของคุณนิราก็ไม่มีคำถามอะไรเลย" เขาพยัก
ตลอดทางแม้เธอพยายามเอ่ยถามถึงเขตถกรแค่ไหนแต่กิตติธรและนพดลก็ไม่ตอบเธอเลยสักคำ เธอถูกพามาที่พิพัตรตรา ภายในบ้านหลังใหญ่เงียบสนิทและเต็มไปด้วยความอึมครึมจนใจดวงน้อยเริ่มเต้นแรงอย่างกังวลเมื่อก้าวมาถึงห้องนั่งเล่นก็เจอคุณหฤทัยกับขวัญนรีนั่งอยู่ ดวงตากลมพยายามกวาดมองหาคนที่เธอรอคอยแต่กลับไม่พบเขา นั่นยิ่งทำให้ความคิดเธอเตลิดไปไกล"คุณเขตละคะ?" ฉันถามเสียงสั่น รอบดวงตายังคงบวมช้ำจากการร้องไห้ พยายามกวาดสายตามองทุกคนเพื่อหาคำตอบแต่ได้รับมาเพียงแค่การหลบตาของทุกคนเท่านั้น"ปลอดภัยดีใช่ไหมสาวน้อย?" ขวัญนรีเอ่ยถามเธอแต่กลับไม่ยอมตอบคำถาม ยิ่งทำให้ความคิดในหัวของนิลินตีรวนไปไกล เธอส่ายหัวไปมาอย่างไม่เชื่ออะไรทั้งนั้น"คุณขวัญ ฮึก คุณเขตละคะ...""......""ทำไมทุกคนถึงเงียบกันหมด ฮึก คุณเขตละคะ ฮืออ" หยาดน้ำตาไหลลงมาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ไม่อาจปิดกลั้น เธอไม่อยากเสียเขาไป เธออยากให้เขตถกรกลับมาดูแลอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ"นิลิน!..." เสียงเรียกแสนคุ้นหูปนความกระหืดกระหอบจากการวิ่งมาทำให้เธอหันไปมอง ตาเธอเบิกกว้างแล้วยิ่งร้องไห้หนักกว่าเก่าเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กำลังยืนหอบอยู่ตรงนั้น เขาคงจะรีบวิ่งม
นิลินกดโทรออกและวางสายอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า สามวันผ่านไปแต่เธอกลับไม่ได้รับการติดต่อมาเลยแม้แต่น้อย ไม่ว่าจะเป็นคุณหฤทัย ขวัญนรี หรือแม้แต่เก่งกาจไม่มีใครเลยสักคนที่รับสายของเธอ เมื่อเช้าเธอตัดสินใจไปหานพดลและกิตติธรเพื่อนของเขา เพียงหวังว่าจะได้คำตอบอะไรที่น่าพอใจ แต่ก็พบเพียงความผิดหวัง ทั้งสองคนนั้นก็ไปมาเก๊าตั้งแต่วันที่เขตถกรเกิดเรื่องแล้ว และแม้แต่ที่บ้านของพวกเขาก็ยังติดต่อไม่ได้เด็กสาวมองแก้วนมชมพูที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า เธอเห็นใบหน้าแสนมีความสุขของปราณแล้วก็ได้แต่เสมองไปทางอื่น ในตอนนี้ที่เขตถกรหายตัวไปทั้งคนตรงหน้าเธอและภัครวัตรก็ไม่ได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรแม้สักนิด อาจเพราะหลายอย่างถือเป็นสินสมรส ถ้าเขตถกรเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ หลายอย่างของเขาก็คงตกเป็นของนิราอย่างปฏิเสธไม่ได้"ดูไม่มีความสุขเลยนะ ยังคิดถึงมันอยู่อีกหรอ" "อย่าเรียกคุณเขตแบบนั้นนะคะพี่ปราณ" เธอพูดเสียงแข็งก่อนจะถูกเขากระชากแขนไปเต็มแรง แต่ทันทีที่เธอแสดงออกถึงความเจ็บ เขาก็คลายแรงบีบลงทันที"อีกไม่กี่วันก็จะแต่งงานกับพี่แล้ว เลิกคิดถึงมันสักที" นิลินถอนหายใจเฮือกใหญ่ เรื่องที่เธอกังวลที่สุดตอนนี้คือเรื่องของเขตถ
เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่งทำให้คนตัวเล็กที่พึ่งเดินลงจากรถยืนมองนิ่งอย่างสงบ เธอหยิบโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าดังอยู่หลายครั้งขึ้นมาดู ตลอดทางมีเสียงเรียกเข้าจากปราณดังขึ้นมาตลอด คงเพราะเธอไม่ได้ให้ความชัดเจนกับเขาว่าจะไปไหน เพียงแค่บอกเขาว่ามีธุระที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนเท่านั้น"ถ้ามันกวนใจก็ปิดเครื่องไปก่อน" เขตถกรที่เดินมาโอบกอดจากด้านหลังพูดแล้วกดจูบลงบนต้นคอสวย มือเล็กส่งไปลูบแขนแกร่งของเขาแผ่วเบาแล้วกดปิดหน้าจอเพื่อให้เสียงเงียบลง"หนูพึ่งรู้ว่าคุณมีบ้านพักริมหาดส่วนตัวด้วย""ฉันมีมากกว่านี้อีกเยอะ เอาไว้จะค่อยๆพาเธอไปเที่ยวนะ" เขากระซิบที่ข้างหู ปล่อยให้ลมหายใจอุ่นรดรินที่ใบหูจนเธอสะดุ้งเฮือกเขาจับจูงมือเธอเข้ามาที่ตัวบ้านพัก พยักเพยิดหน้าให้คนเอาของขึ้นไปเก็บบนห้องนอน แล้วไม่ลืมที่จะสั่งเก่งกาจให้ดูแลความเรียบร้อยโดยรอบให้ดี แม้ที่นี่จะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเขา แต่ก็ประมาทไม่ได้"เธอขึ้นไปพักก่อนนะ ฉันมีเรื่องงานจะคุยกับไอ้เก่งหน่อย" นิลินพยักหน้ารับแล้วไม่ถามอะไรต่อ เขตถกรมองตามหลังเธอที่เดินขึ้นไปชั้นบนจนลับสายตา เขาพยักหน้าให้เก่งกาจมานั่งลงบนโซฟาเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญเอกสารกา
Rosé weddingปราณรีบวิ่งไปเปิดประตูให้นิลินทันทีเมื่อรถแล่นมาถึงร้านสำหรับลิงชุดแต่งงานเขานัดเอาไว้ ใบหน้าหล่อฉายแววดีใจปิดไม่มิด ต่างจากเธอที่สีหน้าเรียบนิ่ง แม้จะรู้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เขตถกรวางไว้ แต่คนที่ไม่ชอบเสแสร้งอย่างเธอก็รู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ตอนนี้ไม่นานนักรถคันหรูก็จอดเทียบรถของปราณ เป็นเขตถกรที่เดินลงมาจากรถ นิรารีบก้าวจ้ำไปคล้องแขนเข้าเอาไว้ในทันที นิลินมองภาพนั้นอย่างช่างใจแล้วเม้มปาก แต่เมื่อเห็นว่าเขตถกรสะบัดแขนของนิราออกไปเธอก็รู้สึกอุ่นวาบไปทั้งใจดวงตาสองคู่ที่สบกันสื่อความหมายถึงกันโดยไม่ต้องพูด เธอถูกปราณดึงรั้งข้อมือเพื่อให้เดินตามเข้าไปในร้าน ทันที่เข้ามาถึงทุกอย่างก็ถูกจัดเตรียมไว้ให้เลือกสรรแล้ว"แบบนี้ลินชอบไหม?" เสียงของปราณเอ่ยถามตลอดเวลาแต่กลับไม่ได้ทำให้นิลินสนใจ เธอเอาแต่มองเขตถกรที่ยืนคู่กับนิราและช่วยเลือกการ์ดงานแต่งให้"ขอลองชุดนี้แล้วกันค่ะ" นิ้วเรียวจิ้มลงไปทั้งที่ไม่ได้ก้มมองดูด้วยซ้ำว่าเป็นแบบไหน เธอเดินตามพนักงานแล้วรับชุดแต่งงานเข้าไปเพื่อลองนิลินเอื้อมมือจะรูดซิปด้านหลังอยูาพักใหญ่แต่ก็ไม่เป็นผล เธอแง้มประตูออกไปอล้วเรียกหาพ
"นิลินหยุดก่อน" เขตถกรลงจากรถแล้ววิ่งตามคนที่หนีขึ้นแท็กซี่กลับมาก่อนหลังจากบทสนทนาที่งานเลี้ยงเปิดตัวโปรเจคของภัครวัตรจบลง เขารู้ดีว่าเธอคงโกรธมาก แต่อย่างน้อยก็น่าจะฟังเขาสักหน่อย ไม่ใช่หนีกลับมาที่บ้านพักของตัวเองแบบนี้เขายังคงก้าวตามเธอเข้าไป เจ้าของบ้านพักเพียงแค่เห็นเขาก็ไม่กล้าวิ่งเข้ามาห้าม เขตถกรตามมาคว้าแขนเรียวได้ทัน เขาดึงรั้งไว้แต่เธอก็ยังออกแรงผลักเขาก่อนจะเดินหนีไปอีก"นิลิน!! อย่ามาเดินหนีแบบนี้นะ!" เสียงแข็งของเขาทำให้นิลินหยุดชะงัก เธอหันมามองเขาด้วยดวงตาวูบไหว เขตถกรพรูลมหายใจออกมาแล้วเดินเข้าไปหา "คุณจะยอมให้หนูแต่งงานกับพี่ปราณจริงๆหรอคะ?""เด็กโง่" เขาลูบหัวเธอแผ่วเบาแล้วหอมลงบนหน้าผากมลด้วยความรักใคร่ ทำไมเธอถึงได้ไม่เข้าใจเจตนาที่แท้จริงของเขาเลยนะ ว่าที่เขาทำอย่างนี้ ทุกอย่างก็เพื่อเธอทั้งนั้น"คุณเบื่อหนูแล้วหรอ""คิดว่าฉันจะยอมเสียเธอให้ใครหรอ ก็บอกแล้วไงว่าเธอคือของฉัน แต่ถ้าเราประกาศยกเลิกงานแต่งตอนนี้ ชื่อเสียงของเธอต่างหากที่จะเสียหาย""แต่หนูไม่ได้สนใจชื่อเสียงพวกนั้นเลย""แต่ฉันสนใจ" เขตถกรมองนิิลินที่มองเขามาด้วยความผิดหวัง เธอส่ายหน้าแล้วพยายามจะถอ







