تسجيل الدخولเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องพัก ไคเซอร์ก็เริ่มปฏิบัติการทันที เขาดูเหมือนคนที่มีพลังงานล้นเหลือเกินความจำเป็นไปมากจนใบเตยต้องคอยกลั้นขำ “พี่ไคเซอร์คะ เสื้อผ้าส่วนนี้พับใส่กระเป๋าใบเล็กก็พอค่ะ ไม่ต้องใช้กล่องใบใหญ่ขนาดนั้น” ใบเตยเอ่ยเตือนขณะเห็นเขากำลังพยายามยัดเดรสตัวโปรดของเธอลงไปในกล่องกระดาษแข็งใบยักษ์ “อ้าวเหรอ? พี่นึกว่าต้องแยกประเภทแบบนี้เสียอีก” ไคเซอร์หยุดชะงักด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก มือข้างหนึ่งถือไม้แขวนเสื้อค้างไว้ ส่วนอีกข้างพยายามดึงเทปกาวให้แน่นจนมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด ใบเตยเดินเข้าไปใกล้แล้วช่วยแก้ปมเทปกาวให้พลางส่ายหัวเบาๆด้วยความเอ็นดู ความวุ่นวายเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นตลอดเวลา ไคเซอร์พยายามจะยกกระเป๋าเดินทางที่หนักอึ้งด้วยมือข้างเดียวเพื่อโชว์ความแข็งแรง แต่กลับเกือบทำของข้างในหกกระจายจนต้องรีบคว้าไว้แทบไม่ทัน แถมยังหยิบของใช้จุกจิกของใบเตยมาจัดเรียงผิดที่ผิดทางจนเธอต้องคอยเดินตามจัดระเบียบใหม่ “พี่ขอโทษ พี่แค่อยากทำให้เสร็จเร็วๆ” เขาหันมายิ้มแห้งๆให้เธอ ใบหน้าคมคายมีเหงื่อซึมเล็กน้อยเพราะความเร่งรีบและความตื่นเต้นที่ยังไม่จางหาย ใบเตยหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข เธอเอื้อมมือไปซั
ใบเตยเดินเข้าห้องพักมาด้วยความรู้สึกที่หนักอึ้งในใจ เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพลางยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยของตัวเองอย่างเผลอไผล ความเงียบภายในห้องอพาร์ทเม้นท์ที่เคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่เธอรักกลับทำให้ความรู้สึกเหงาและโดดเดี่ยวเด่นชัดขึ้นมาอย่างประหลาดในวันนี้ ใบเตยถอนหายใจออกมาเบาๆ ขณะทบทวนความรู้สึกของตัวเองตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่ไคเซอร์ทำหน้าที่ผู้ดูแลอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เขาไม่เคยแสดงท่าทีรำคาญ ไม่เคยบ่นเหนื่อย และทุกครั้งที่เขาอยู่ใกล้ เธอรู้สึกถึงความปลอดภัยที่เธอหาไม่ได้จากการอยู่ลำพัง เขาเป็นดั่งที่พึ่งพิงที่อบอุ่นและมั่นคง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ร่างกายและจิตใจของเธออ่อนไหวแบบนี้ ใบเตยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง จริงอย่างที่เขาว่า การอยู่คนเดียวมีความเสี่ยงมากมายโดยเฉพาะในยามที่เธอต้องดูแลอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังเติบโต แต่ลึกๆในใจเธอยังมีความกังวลบางอย่างที่ฝังใจอยู่ ภาพคืนนั้นที่แพรวาเข้าไปหอมแก้มเขา เธอหลับตาลงแล้วครุ่นคิดอย่างใจเย็น พยายามแยกแยะเหตุการณ์ในวันนั้นออกจากการกระทำของเขาในปัจจุบัน ความทรงจำเกี่ยวกับสายตาที่เขาใช้มองแพรวาในตอนนั้นมันไม่ได้มีความรู้สึกพึงพอใ
วันต่อมา Rrrr! เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงดังขึ้นปลุกให้หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เธอคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นชื่อ ‘ไคเซอร์’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็รีบกดรับทันที “อรุณสวัสดิ์ครับใบเตย” เสียงทุ้มต่ำและเต็มไปด้วยความสดใสของไคเซอร์ดังลอดออกมาจากสาย “พี่มาถึงหน้าอพาร์ทเม้นท์ของใบเตยแล้ว ลงมารับของกินมื้อเช้าหน่อยไหม” ใบเตยขยี้ตาพลางยันตัวลุกขึ้นนั่ง (เช้าขนาดนี้เลยเหรอคะ) “ก็กลัวว่าใบเตยจะไม่ได้ทานมื้อเช้าที่มีประโยชน์น่ะ” ไคเซอร์ตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ “ลงมาเถอะ ของโปรดใบเตยทั้งนั้น” ไม่กี่นาทีต่อมา ใบเตยในชุดลำลองสวมเสื้อยืดตัวหลวมเดินลงมาที่โถงหน้าอพาร์ทเม้นท์ เธอเห็นไคเซอร์ยืนรออยู่ข้างรถคันหรูในชุดลำลองที่ดูสบายตากว่าปกติ ในมือของเขาถือถุงกระดาษเก็บอุณหภูมิใบใหญ่และแก้วโกโก้กลิ่นหอมกรุ่น เมื่อเห็นใบเตยเดินเข้ามา ไคเซอร์ก็คลี่ยิ้มกว้างก่อนจะส่งแก้วโกโก้แบบหวานน้อยและถุงอาหารเช้าให้ “มื้อนี้เน้นสารอาหารครบถ้วนครับ” ไคเซอร์เริ่มอธิบายขณะที่ใบเตยเปิดดูในถุง พบทั้งแซนวิชโฮลวีท หน้าอกไก่สลัดผักกรอบๆ ผลไม้สดที่หั่นเป็นชิ้นพอดีค
ไคเซอร์ค่อยๆหย่อนตัวลงนั่งที่มุมม้านั่งตัวเดิมที่ใบเตยนั่งอยู่ก่อนหน้านี้ เขานั่งเว้นระยะห่างไว้พอสมควร ไม่กล้าขยับตัวเข้าใกล้จนเกินไปเพื่อไม่ให้เธออึดอัด ใบเตยนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆนั่งลงตามด้วยท่าทีที่ระแวดระวังน้อยลงกว่าตอนแรก ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่ใบเตยจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท “สองเดือนที่ผ่านมา...” ใบเตยเริ่มพูด สายตาของเธอมองออกไปยังสนามหญ้ากว้าง “ใบเตยได้มีเวลาทบทวนอะไรหลายอย่างค่ะ ตอนอยู่ที่นั่น ใบเตยรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกตลอดเวลา ไม่ใช่เพราะสถานที่หรอกนะคะ แต่เพราะความกดดันที่พี่ไคเซอร์สร้างขึ้น” “…” ไคเซอร์ก้มหน้าลงฟัง มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นบนตัก เขารู้สึกเจ็บจี๊ดในอกกับทุกคำพูด แต่เขาก็ไม่ขัดจังหวะ เขาปล่อยให้เธอได้ระบายความอัดอั้นที่เก็บงำมานาน “พี่เอาแต่คิดว่าอะไรที่พี่ให้ได้คือสิ่งที่ดีที่สุด แต่พี่ไม่เคยถามเลยว่าใบเตยต้องการมันไหม พี่ใช้เงิน ใช้คนของพี่ ใช้ความเด็ดขาดของพี่จัดการทุกอย่างจนใบเตยไม่เหลือความเป็นตัวเองเลย” เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ “ใบเตยไม่ได้ต้องการคฤหาสน์หรูหรา ไม่ได้ต้องการให้พี่คอยสั
สองเดือนผ่านไป เวลาสองเดือนที่ไม่มีใบเตยอยู่ข้างกาย สำหรับไคเซอร์มันยาวนานราวกับสองปี ทุกก้าวย่างของเขาในตอนนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอำนาจเงิน แต่ขับเคลื่อนด้วยความคิดถึงที่กัดกินหัวใจ ไคเซอร์สืบจนรู้ว่าใบเตยมีกำหนดตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำแห่งหนึ่ง เขาให้คนสนิทประสานงานกับทางโรงพยาบาลอย่างสุภาพที่สุดโดยกำชับว่า ‘ห้ามทำให้เธอตกใจ และห้ามให้เธอรู้ว่าผมเป็นคนถาม แค่บอกให้ผมรู้ว่าเธอปลอดภัย ผมก็พอใจแล้ว’ กระทั่งวันนี้ ไคเซอร์มาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดหมาย เขาไม่ได้สวมสูทหรูหรา แต่สวมเสื้อเชิ้ตสีเรียบที่ดูผ่อนคลายที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ เพื่อไม่ให้ดูน่าเกรงขามจนเกินไป เขานั่งรออยู่มุมหนึ่งของแผนกสูตินรีเวช หลบสายตาผู้คนโดยเลือกที่นั่งที่มองเห็นหน้าห้องตรวจได้ชัดเจนที่สุด และแล้ว...ภาพที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสองเดือนก็ปรากฏขึ้น ร่างบางของใบเตยเดินเข้ามาในแผนก เธอไม่ได้ดูโทรมลงอย่างที่เขาแอบกังวล แต่เธอกลับดูมีน้ำมีนวลขึ้น แววตาของเธอสงบและมั่นคงแม้จะดูหม่นลงไปบ้าง แต่ก็ดูเป็นใบเตยที่เขารัก ไคเซอร์กลั้นหายใจ หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขาเห็นเธอนั่งรอคิว มือเรียวเล็กค
หลังจากที่ป้าแม่บ้านเห็นความซูบผอมและดวงตาที่ไร้ชีวิตชีวาของไคเซอร์ เธอตัดสินใจเดินเลี่ยงออกมาที่ห้องโถงด้านล่าง มือที่สั่นเทากดโทรศัพท์ต่อสายหาคุณหญิงปัทมาผู้เป็นแม่ของไคเซอร์ทันที ป้าแม่บ้านเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยน้ำเสียงสะอื้น ทั้งเรื่องที่ใบเตยหนีไปและสภาพความเป็นอยู่ของไคเซอร์ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ถึงสองชั่วโมงต่อมา รถหรูของตระกูลก็เคลื่อนเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ คุณหญิงปัทมารีบก้าวลงจากรถด้วยท่าทีร้อนรน เธอตรงดิ่งขึ้นไปยังห้องนอนของลูกชายทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมาต้อนรับ เมื่อผลักประตูห้องนอนเข้าไป ภาพที่เห็นทำเอาหัวอกคนเป็นแม่ถึงกับสั่นคลอน ลูกชายที่เคยสง่างามและเป็นที่พึ่งของทุกคน บัดนี้กลับนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงในสภาพเสื้อผ้าที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าคร้ามหนวดเคราและแววตาที่เลื่อนลอย “ไคเซอร์...” เสียงหวานของคุณหญิงปัทมาสั่นเครือ เธอเดินเข้าไปนั่งลงข้างๆแล้วเอื้อมมือไปจับใบหน้าของลูกชายที่ซูบตอบลงไปถนัดตา ไคเซอร์เงยหน้าขึ้นมองแม่ แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวลึก “แม่ครับ...” เสียงของเขาแหบแห้งจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ “แม่ทราบเรื่องหมดแล้ว” คุณหญิงปัทม







