Share

บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้
บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้
Author: เฟยโฉ่โม่ว 费莫愁

บทที่ 1 : ดาวหายนะ... หรือวาสนาหล่นทับ?

last update Huling Na-update: 2026-01-28 17:25:13

ท้องนภาเหนือแดนสวรรค์ชั้นเก้ามิได้เป็นสีครามสดใสเฉกเช่นกาลก่อน หากแต่ถูกย้อมด้วยสีชาดราวกับโลหิตที่สาดกระเซ็นลงบนผืนนภาอันเวิ้งว้าง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งผสมปนเปกับกลิ่นไหม้ของอสนีบาตที่เกิดจากการปะทะกันของพลังวัตรสะเทือนเลื่อนลั่น

'ม่อซาง' จอมมารโลหิตผู้เป็นดั่งฝันร้ายของสามภพ บัดนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่อาจเรียกได้ว่า 'สิ้นไร้ไม้ตอก'

ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะทมิฬที่เคยงดงามวิจิตร บัดนี้ฉีกขาดวิ่นจนเผยให้เห็นบาดแผลเหวอะหวะ ลึกถึงกระดูก เลือดสีดำสนิทหยดลงสู่ปุยเมฆเบื้องล่าง หยดแล้วหยดเล่า เบื้องหน้าของเขาคือเงาร่างสีทองอร่ามสามสาย... สามมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่ที่ยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของชาวสวรรค์ มาร่วมมือกันสังหารจอมมารเพียงผู้เดียว

"พวกเทพจอมปลอม... ช่างไร้ยางอายสิ้นดี!"

ม่อซางขบกรามแน่น รสฝาดเฝื่อนของโลหิตแผ่ซ่านในปาก ลมหายใจของเขาขาดห้วง ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกขุนเขาไท่ซานกดทับ เส้นลมปราณภายในบอบช้ำสาหัสไปแล้วเจ็ดส่วน หากยังดึงดันรั้งอยู่ที่นี่ ร่างกายนี้คงแหลกสลายกลายเป็นธุลี มิเหลือแม้แต่วิญญาณให้กลับไปล้างแค้น

"ยอมจำนนเสียเถอะจอมมาร!" เสียงกัมปนาทจากหนึ่งในเงาสีทองดังก้องฟ้า พร้อมกับฝ่ามือทองคำขนาดมหึมาที่ฟาดลงมาหมายจะบดขยี้ให้สิ้นซาก

นัยน์ตาอำพันคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ เขาคือราชาแห่งแดนมาร จะให้ยอมจำนนเยี่ยงสุนัขจนตรอกเช่นนั้นหรือ?

"ฝันไปเถอะ!"

ม่อซางรีดเร้นพลังเฮือกสุดท้าย เผาผลาญโลหิตแก่นแท้ในกายเพื่อใช้วิชาต้องห้าม 'โลหิตแหวกนภา' ห้วงมิติเบื้องหลังบิดเบี้ยวและฉีกขาดออกเป็นรอยแยกสีดำมืดมิด ราวกับปากของสัตว์ร้ายที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่ง

บึ้ม!

แรงระเบิดจากการปะทะกันของพลังเทพและมารสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วหล้า ร่างของจอมมารผู้ยิ่งใหญ่พุ่งหายเข้าไปในรอยแยกมิตินั้น ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ยังดังก้องกังวาน

ทว่า... การฝืนใช้วิชาข้ามมิติในสภาพปางตายย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย

ภายในอุโมงค์มิติที่หมุนวนด้วยกระแสลมกรด ร่างกายของม่อซางไม่อาจคงสภาพมนุษย์ไว้ได้ กล้ามเนื้อหดเกร็ง กระดูกลั่นเปรี้ยะปร๊ะ พลังเวทบีบอัดร่างสูงใหญ่ให้เล็กลง... เล็กลง... จนกลายเป็นเพียงก้อนขนสีแดงเพลิงขนาดเท่าลูกสุนัข เพื่อรักษาชีวิตรอด สติสัมปชัญญะเริ่มเลือนราง เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบที่สั่งให้หนี

จิ้งจอกแดงตัวน้อยร่วงหล่นออกจากรอยแยกมิติเหนือยอดเขาคุนหลุน แรงโน้มถ่วงของโลกกระชากร่างที่ไร้การควบคุมให้พุ่งดิ่งลงสู่เบื้องล่างด้วยความเร็วประดุจดาวตก

เป้าหมายเบื้องล่างไม่ใช่พื้นพสุธา... แต่เป็นหลังคาถ้ำหยกขาวอันวิจิตรตระการตา!

ณ ถ้ำเมฆาหยก

ความเงียบสงบปกคลุมทั่วบริเวณ อากาศภายในถ้ำเย็นฉ่ำราวกับวังน้ำแข็ง บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกท้อและกลิ่นกำยานสมุนไพรล้ำค่า

บนตั่งหยกเย็นหมื่นปีที่สลักลวดลายเมฆาไว้อย่างประณีตบรรจง ร่างระหงของสตรีผู้หนึ่งกำลังทอดกายยาวเหยียดในท่วงท่าที่... ไร้ซึ่งมาดกุลสตรีโดยสิ้นเชิง

'ไป๋เยว่' บรรพชนจิ้งจอกเก้าหางผู้เลื่องชื่อ นอนหงายแผ่หลาสิ้นสภาพ เกศาสีดำขลับยาวสยายพันกันยุ่งเหยิงดุจรังนก ผ้าห่มไหมฟ้าเนื้อดีถูกถีบกระเด็นไปกองอยู่ที่ปลายเท้า เผยให้เห็นอาภรณ์ตัวบางที่หลุดลุ่ยเล็กน้อย และที่สำคัญ... ริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อนั้นกำลังเผยอออก พร้อมเสียงกรนเบาๆ ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

ในห้วงนิทราอันลึกล้ำ จิตวิญญาณของนางกำลังเผชิญกับมหันตภัยร้ายแรงที่ชื่อว่า "ความหิวโหย"

ภาพในฝันช่างโหดร้ายยิ่งนัก น่องไก่ย่างหนังกรอบสีทองอร่าม ลอยคว้างอยู่ตรงหน้า ส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจนน้ำลายสอ ความหิวโหยกัดกินจิตวิญญาณดุจพายุหิมะที่โหมกระหน่ำในเหมันต์ฤดูอันหนาวเหน็บ หากแม้นไม่ได้ลิ้มรสชาติของมันในเพลานี้ ดวงใจดวงน้อยๆ ของนางคงแตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลี ปลิวหายไปกับสายลม...

"เจ้าไก่น้อย... มาให้ข้ากินเสียดีๆ..."

นางละเมอพึมพำ หัตถ์เรียวขาวผ่องไขว่คว้าอากาศธาตุ พยายามจะจับน่องไก่ในจินตนาการ

ทันใดนั้นเอง...

โครม!!!

เสียงวัตถุหนักกระแทกทะลุหลังคาถ้ำลงมาดังสนั่นหวั่นไหว เศษกระเบื้องหยกและฝุ่นผงร่วงกราวลงมาเป็นสายฝน แต่สิ่งที่ร่วงตามลงมาด้วยความเร็วสูงคือวัตถุสีแดงก้อนหนึ่ง!

พลั่ก!

แรงกระแทกนั้นแม่นยำราวจับวาง จิ้งจอกน้อยสีแดงเพลิงร่วงหล่นลงมาประทับร่างเข้าที่หน้าท้องนุ่มนิ่มของไป๋เยว่อย่างจัง!

"อั้ก!"

เสียงอุทานไม่ได้มาจากเจ้าของพุง แต่มาจากจอมมารที่จุกจนตาเหลือก ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย กระดูกทุกซี่เหมือนจะร้าวระบม ม่อซางพยายามจะสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง พยายามจะลืมตาขึ้นดูว่าตนเองตกนรกขุมไหน หรือถูกศัตรูหน้าไหนลอบทำร้าย

ทว่าสิ่งแรกที่สัมผัสได้กลับไม่ใช่ความแข็งกระด้างของพื้นหิน แต่เป็นความนุ่มหยุ่นอันน่าประหลาด... และกลิ่นหอมอ่อนๆ เยี่ยงกลิ่นกายดรุณีแรกแย้มผสมบุปผาป่าที่ลอยมาแตะจมูก

ไป๋เยว่สะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกตื่นจากภวังค์ฝัน หากเป็นจอมยุทธ์ทั่วไปคงกระโดดคว้ากระบี่เตรียมรับมือ แต่สำหรับบรรพชนผู้ขี้เกียจเป็นกิจวัตร นางเพียงแค่ปรือตาขึ้นมองอย่างงัวเงีย ผ่านแพขนตาที่หนางอน

ภาพที่เห็นคือ ก้อนขนสีแดงฟูฟ่อง ขนาดพอเหมาะพอดีมือ กำลังขยับยุกยิกอยู่บนตัวนาง

สมองอันชาญฉลาดที่หลับใหลมานานนับพันปีประมวลผลอย่างรวดเร็ว...

นุ่ม... อุ่น... ขนฟู...

"เอ๊ะ..." นางพึมพำเสียงงัวเงีย ริมฝีปากคลี่ยิ้มหวานหยาดเยิ้ม "ผู้ใดส่งหมอนอิงขนสัตว์มาให้ข้า? สวรรค์ช่างรู้ใจข้ายิ่งนัก..."

ด้วยสัญชาตญาณความโหยหาไออุ่น วงแขนเรียวตวัดรวบร่างจิ้งจอกแดงเข้ามาแนบอกทันที มิได้มีการตรวจสอบ มิได้มีความหวาดระแวง มีเพียงความต้องการที่จะ 'กอด' เท่านั้น

"ปล่อยเปิ่นหวางนะ! สตรีวิปลาส!"

ม่อซางเบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนก ศักดิ์ศรีจอมมารค้ำคอ เขาพยายามจะคำรามประกาศนามอันเกรียงไกร พยายามจะข่มขวัญสตรีบังอาจผู้นี้ให้หวาดกลัวจนหัวหด แต่ทว่า... ร่างกายในยามนี้กลับทรยศ เสียงที่เปล่งออกมาจึงเป็นเพียงเสียงร้องที่น่าสมเพชและไร้ทางสู้

"งี๊ด! แฮ่!"

"อยู่นิ่งๆ สิเจ้าก้อนขน... แม่จะนอน..."

ไป๋เยว่ไม่สนใจเสียงประท้วง นางออกแรงกอดรัดแน่นขึ้นอีก ใบหน้างามซุกไซ้ลงกับขนสีแดงนุ่มนิ่มอย่างถือวิสาสะ จมูกโด่งรั้นถูไถไปมาด้วยความมันเขี้ยว ม่อซางรู้สึกเหมือนกระดูกซี่โครงจะแหลกละเอียด ใบหน้าของเขาจมหายเข้าไปในความนุ่มหยุ่นของ... ทรวงอก... ของนาง!

หายใจ... ไม่ออก...

กลิ่นกายหอมกรุ่นที่รุนแรงยิ่งกว่ายาสลายวิญญาณถาโถมเข้าใส่ประสาทสัมผัส สติของจอมมารเริ่มเลือนรางอีกครั้ง มิใช่เพราะพิษบาดแผล แต่เพราะขาดอากาศหายใจจากการถูกลวนลาม!

"ข้า... คือ... จอมมาร... ม่อ... แอ่ก!"

เสียงสุดท้ายขาดห้วงไป เมื่อท่อนแขนขาวผ่องของนางรัดเข้าที่ลำคอของเขาพอดิบพอดีราวกับท่าล็อกกระดูกของยอดยุทธ์ ม่อซางตาเหลือกค้าง ขาหลังกระตุกสองสามที ก่อนจะทิ้งตัวอ่อนยวบยาบ สลบเหมือดไปคาอกนางเอกอย่างหมดสภาพ

ความเงียบกลับมาเยือนถ้ำเมฆาหยกอีกครั้ง เศษฝุ่นจากการพังถล่มเริ่มจางหาย ไป๋เยว่ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจัดท่านอนให้สบายขึ้น โดยมี 'หมอนอิง' สีแดงสดในอ้อมกอด นางระบายลมหายใจยาวด้วยความพึงพอใจ มุมปากยกยิ้มอย่างมีความสุข โดยหารู้ไม่ว่า ตนเองเพิ่งจะเก็บ 'หายนะ' ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสามภพเข้ามาแนบกาย

ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ส่องลอดรูโหว่บนหลังคาลงมา... ดวงตาของจิ้งจอกที่สลบไสลค่อยๆ เปลี่ยนสีจากสีดำสนิท เป็นสีแดงฉานวูบหนึ่ง ก่อนจะดับวูบไป

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 405 : ตำนานปลาเค็มอันเป็นนิรันดร์

    วัฏสงสารแห่งห้วงจักรวาลเบื้องนอกหมุนวนเปลี่ยนผ่านอย่างเกรี้ยวกราดและไร้ความปรานี กาลเวลาไหลทะลักล่วงเลยเนิ่นนานนับหมื่นปี ดาราจักรนับล้านดวงจุติขึ้นส่องประกายเจิดจรัส ก่อนจะดับสูญแตกสลายกลายเป็นเพียงฝุ่นธุลีดารา อาณาจักรเซียนรุ่งเรืองและล่มสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่า... ภายใต้ ‘ค่ายกลปิดตายระดับมหาปฐมกาล’ ที่กางกั้นครอบคลุม ‘ห้องหอหยกเหมันต์’ กฎเกณฑ์แห่งกาลเวลาและมิติธาตุทั้งปวง กลับถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ประดุจเพิ่งผ่านพ้นไปเพียงเสี้ยวราตรี!ความเงียบสงัดระดับเอกเทศ โอบกอดกลิ่นหอมหวนของกำยานสวรรค์และละอองกลีบท้อโลหิตที่ไม่มีวันเหี่ยวเฉา บนแท่นบรรทมอันวิจิตรตระการตา ไป๋เยว่ ราชินีมารยาแห่งวังจันทราโลหิต ค่อยๆ ปรือตาดอกท้อขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตาหนางอนกะพริบไหวขับไล่ความง่วงงุนการจำศีลพักผ่อนที่ยาวนานและแสนหวานที่สุดในประวัติศาสตร์สามภพเพิ่งจะสิ้นสุดลง ดรุณีโฉมสะคราญขยับสรีระอรชรบิดขี้เกียจ ก่อนจะแย้มยิ้มละมุนเมื่อพบว่า สภาพแวดล้อมแรกที่สะท้อนเข้าสู่นัยน์ตา หาใช่เพดานตำหนัก ทว่านางยังคงซุกตัวอย่างปลอดภัยและอบอุ่น อยู่ในอ้อมกอดอันแข็งแกร่งดุจปราการเหล็กกล้าของ ‘ม่อซาง’ จอมมารผู้ยิ

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 404 : [ตอนพิเศษ 5] ของขวัญชิ้นเอกแด่มารดา

    ความเงียบเหงาอันแสนวิเวกวังเวง เข้าครอบงำท้องพระโรงแห่งวิหารจันทราโลหิต กลิ่นอายมหาปฐมมารที่เคยแผ่ซ่านกดทับสิบทิศเจือจางลงจนแทบสัมผัสไม่ได้ บัลลังก์ศิลาโลหิตที่เคยเป็นที่ประทับของจอมมารและราชินี บัดนี้ว่างเปล่าและเย็นเยียบ ไร้ซึ่งเงาของผู้ให้กำเนิดที่หนีไปจำศีลพลอดรักในเขตหวงห้ามเบื้องล่างขั้นบันไดหยก ทายาทสายเลือดอเวจีทั้งห้าพระองค์ นั่งล้อมวงกันด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยความห่อเหี่ยวและเบื่อหน่าย ม่อเทียนนั่งขัดสมาธิเช็ดคมกระบี่ ม่อเหยียนฝนเข็มพิษอย่างเลื่อนลอย ม่อหยวนดีดลูกคิดอย่างไร้จุดหมาย ส่วนจิ้งเหมียนและหย่งหล่านนอนเกยทับกันบนพรมขนสัตว์ หาววอดจนน้ำตาเล็ดแม้ก้อนแป้งทั้งห้าจะแผลงฤทธิ์ป่วนจักรวาลมานักต่อนัก ทว่าเมื่อบิดามารดาหายหน้าไป ความรู้สึกโหวงเหวงก็ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในซอกหลืบของหัวใจ"ท่านพ่อกับท่านแม่หนีไปนอนพักผ่อนกันสองต่อสอง... ปล่อยให้พวกเราต้องมานั่งเฝ้าความว่างเปล่าเยี่ยงนี้ ช่างน่าเบื่อหน่ายยิ่งนัก" หย่งหล่านบ่นพึมพำ สุรเสียงยานคางเจือแววงอแง"ต่อให้คิดถึงเพียงใด พวกเราก็หาญกล้าไปเคาะประตูตำหนักหยกเหมันต์ไม่ได้หรอกนะ" ม่อเทียนเอ่ยทำลายความเงียบ สุรเสียงทุ้มต่ำแฝงควา

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 403 : [ตอนพิเศษ 4] ดัชนีปลาเค็มกวาดล้างสิบทิศ

    กังวานเภรีรบที่ขึงด้วยหนังมังกรบรรพกาล ดังกึกก้องกัมปนาทสะเทือนแผ่นดิน! คลื่นเสียงอัดกระแทกทำลายล้างความเงียบสงบของวังจันทราโลหิตจนกระเบื้องหยกดำบนหลังคาสั่นระริกนภากาศเบื้องบนที่เคยทอประกายแสงสุริยันสีเลือด บัดนี้ถูกบดบังด้วยเงาทะมึนของกองทัพมหึมานับแสนชีวิต!'กองกำลังพันธมิตรกบฏ' แห่งเผ่ามังกรสวรรค์และเผ่าวิหคเพลิงอมตะ ยกทัพมาตั้งประจันหน้าหมายล้อมกรอบอเวจี เหล่าขุนพลเฒ่าและผู้อาวุโสสวมชุดเกราะทองคำส่องประกายบาดตา ธงรบโบกสะบัดพร้อมสรรพเสียงก่นด่าทอสาปแช่งดังกังวานก้องพวกมันคือผู้หยิ่งยโสที่ไม่อาจทนรับความอัปยศอดสู! การที่ 'หลงอวี่' และ 'เฟิ่งเทียน' รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ของเผ่าพันธุ์ ต้องลดตัวลงไปสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ ซักอาภรณ์ กวาดพื้น และเข้าครัวทำอาหารให้แก่สตรี ถือเป็นการเหยียบย่ำเกียรติยศระดับล้างเผ่าพันธุ์! กองทัพนับแสนจึงหมายมั่นจะมาบดขยี้วังมาร และฉุดกระชากองค์ชายของพวกตนกลับคืนสู่อำนาจ!ภายในลานซักล้างเบื้องหน้าตำหนักนิทรานิรันดร์...สองยอดบุรุษผู้ถูกลดขั้นเป็นหัวหน้าพ่อบ้าน กำลังขะมักเขม้นกับภาระหน้าที่ หลงอวี่สวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าคราม สองมือแกร่งกำลังบิดผ้าห่มไหมสวรรค์จ

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 402 : [ตอนพิเศษ 3] ทัณฑ์ปรนนิบัติแห่งเถ้าแก่เนี่ย

    ประกายแสงสีฟ้าครามเรืองรองลอดผ่านรอยแยกของกล่องไม้จันทน์หอมหยกลายเมฆา กลิ่นไอดินหลังอสนีบาตฟาดฟัน ผสานกับความเย็นยะเยือกของยุคบรรพกาลลอยอวลเตะจมูก ภายในหอคลังจันทราโลหิตที่อร่ามเรืองด้วยกองทองคำ มู่ฉี ยอดโจรตีนแมวผู้เลื่อนขั้นเป็นสามีแห่งวังมาร ยืนยืดอกด้วยท่วงท่าสง่างาม สองมือแกร่งประคองกล่องไม้จันทน์ยื่นไปเบื้องหน้าดรุณีโฉมสะคราญอย่างนอบน้อมภายในกล่องกำมะหยี่สีเลือด บรรจุ 'ปิ่นปักผมหยาดน้ำค้างบรรพกาล' เครื่องประดับชิ้นเอกที่สกัดจากแก่นวารีบริสุทธิ์นับหมื่นปี ทอประกายระยิบระยับหยอกเย้าแสงสว่างม่อหยวน เถ้าแก่เนี่ยน้อยแห่งอเวจี เลิกคิ้วเรียวงาม นัยน์ตาสีอำพันที่เคยมองทุกสิ่งเป็นเพียงผลกำไร บัดนี้ทอประกายอ่อนโยนลึกซึ้ง ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มหวานล้ำประดุจบุปผาสวรรค์ผลิบาน ดรุณีน้อยหยิบปิ่นหยกขึ้นมาลูบไล้ ความปีติยินดีเอ่อล้นเมื่อตระหนักว่า ทาสรักผู้เคยยากไร้ บัดนี้รู้จักเก็บหอมรอมริบเบี้ยหวัดส่วนตัว เพื่อสร้างความโรแมนติกปรนเปรอภรรยา"งดงามยิ่งนัก... สามีข้าช่างรู้ใจ" สุรเสียงหวานใสเอ่ยชมเชย ปลายนิ้วเล็กจ้อยไล้ไปตามสลักลวดลายวิจิตร "ของล้ำค่าปานนี้... เจ้าไปประมูลมาด้วยราคาเท่าใดหรือ?

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 401 : [ตอนพิเศษ 2] ปิ้งย่างวิหคสวรรค์ยามวิกาล

    ความมืดมิดยามวิกาลกลืนกินทุกสรรพสิ่งในตำหนักโอสถพิษ ความเงียบสงัดระดับก้นบึ้งปรโลกเข้าครอบงำจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงละอองน้ำค้างหยดกระทบใบไม้ทว่า... ความสงบสุขอันเป็นนิรันดร์นั้น กลับถูกฉีกกระชากลงด้วยสรรพเสียงกัมปนาทที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์อสูรบรรพกาล!โครก... คราก... ครืดดด!!!คลื่นเสียงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นประดุจแผ่นดินไหว บดขยี้ความเงียบงันจนแหลกละเอียด! ต้นกำเนิดของมหันตภัยหาใช่อื่นใด แต่มันดังมาจากช่องท้องของสตรีที่กำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนแท่นบรรทมหยกดำ!ไป๋หลิง ดรุณีกระเพาะหลุมดำผู้ครอบครองตำแหน่งฮูหยินรองแห่งอเวจี นอนพลิกซ้ายตะแคงขวาอย่างกระสับกระส่าย สรีระอรชรบิดเร่าประดุจปลาขาดน้ำ สองมือเล็กจ้อยกุมหน้าท้องแบนราบที่กำลังประท้วงอย่างเกรี้ยวกราด อาการกำเริบของความหิวโหยระดับกลืนกินเอกภพ ปะทุเดือดขึ้นกลางดึกอย่างไม่อาจต้านทาน!"ฟูจวิน... ฟูจวินตื่นเถิด..."สุรเสียงหวานใสยานคางคร่ำครวญเจียนขาดใจ ไป๋หลิงยื่นมือไปเขย่าท่อนแขนกำยำของบุรุษข้างกายอย่างบ้าคลั่ง เขย่ารุนแรงเสียจนเตียงหยกศิลาสั่นสะเทือน!ม่อเหยียน องค์ชายรองแห่งอเวจี ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน นัยน์ตาสีเพลิง

  • บรรพชนเช่นข้าเก็บสัตว์เลี้ยงข้างทาง ไหงแถมลูกแฝดสามมาได้   บทที่ 400 : [ตอนพิเศษ 1] รอยจุมพิตสยบฮูหยิน

    แสงสุริยันสีเลือดแห่งทวีปอเวจี สาดส่องกระทบลานฝึกศิลาโลหิตที่เคยกว้างใหญ่และเต็มไปด้วยกลิ่นอายดิบเถื่อน ทว่าบัดนี้ สถานที่ซึ่งเคยคลุ้งไปด้วยควันเนื้อย่างและเศษไหสุราแตกกระจาย กลับสะอาดสะอ้านเงาวับจนสามารถใช้ส่องแทนคันฉ่องได้ กองทัพมารเดนตายนับแสนนายที่เคยเดินเตะฝุ่นย่ำสลบไร้ทิศทาง กำลังยืนเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งตรงแหน่วประดุจถูกไม้บรรทัดเหล็กหล่อดัดสันหลังเบื้องหน้ากองกำลังที่สั่นสะท้านดุจลูกนกเปียกฝน ลู่หลิน ฮูหยินใหญ่แห่งวังจันทราโลหิต ก้าวเดินตรวจตราด้วยท่วงท่าสง่างามและเข้มงวดขั้นสุด อาภรณ์แพรไหมสีฟ้าครามแห่งสำนักกระบี่ฟ้า พลิ้วไหวขัดแย้งกับบรรยากาศขุมนรกอย่างสิ้นเชิง ในมือเรียวขาวผ่องถือ 'ม้วนตำรากฎระเบียบสามพันข้อ' ม้วนใหญ่หนาเตอะที่เพิ่งบัญญัติขึ้นใหม่ ปลายนิ้วตวัดชี้ไปยังขุนพลร่างยักษ์เขี้ยวโง้งที่กำลังแอบซ่อนน้ำเต้าบรรจุเมรัยไว้ด้านหลัง"กฎข้อที่สี่ร้อยแปดสิบสอง ห้ามขุนพลทุกนายแตะต้องสุราในยามเข้าเวรยาม!" สุรเสียงกังวานใสแผดก้องประดุจสายฟ้าฟาดทะลวงโสตประสาท "พวกเจ้าเป็นถึงกองกำลังปกป้องสิบทิศใต้การนำของราชันย์ทัพหน้า ไฉนจึงทำตัวเหลวไหลเยี่ยงโจรป่าไร้การศึกษา โยนน้ำเมาโสโ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status