Se connecter“งั้น ก็รีบนอนเถอะครับ” ผมเอื้อมหยิบโทรศัพท์มาตั้งเวลาปลุก
“เราตื่นสักตีห้าสี่สิบห้านะครับ ปกติพระจะมาประมาณหกโมงเช้า แค่ล้างหน้าแปรงฟันแล้วไปใส่บาตร ยังไม่ต้องอาบน้ำก็ได้” ผมเสนอแผนของพรุ่งนี้เช้าครับ แต่ก็ขอตื่นสายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ละการอาบน้ำไว้หลังใส่บาตรก็แล้วกัน
บอสพยักหน้าเป็นเชิงเห็นด้วย พอผมตั้งเวลาปลุกเสร็จ ก็ก้มลงกราบพระสามที บอสมองตามผมด้วยสายตาขำ ๆ แต่ก็ทำตามหลังจากที่ผมส่งสายตาขู่ มานอนแปลกที่แปลกทาง ถ้าไม่ยอมไหว้เจ้าบ้านเจ้าเรือน ระวังไว้เหอะ!...
เราล้มตัวลงนอนพร้อมกันหลังจากผมลุกขึ้นไปดับไฟเรียบร้อยแล้วกลับมาขึ้นเขียง…เอ๊ย!...ขึ้นเตียง!…เอ๊ย!...ถูกแล้ว!!!
บอสนอนตะแคงหันหน้ามาทางผม มันคงเป็นด้านที่ถนัดของบอส แต่ผมนอนหันหลังให้บอส ซึ่งเป็นการนอนตะแคงข้างด้านที่ผมไม่ถนัด แต่จะให้ผมหันไปประจันหน้ากับบอสนั้น…ผมก็ยังไม่กล้าขนาดนั้นครับ ผมจึงนอนไม่หลับ เพราะมันไม่สบาย แถมยังแอบเสียวสันหลังอีกด้วย เวลาผ่านไปสักพัก ผมพยายามเงี่ยหูฟังเสียงหายใจของบอส มันเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แสดงว่าบอสคงหลับแล้ว ผมค่อย ๆ พลิกตัวกลับมานอนตะแคงด้านที่ถนัด
เออ…ค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย
สงสัยคืนนี้พระจันทร์คงเต็มดวงมั้งเนี่ย ในห้องผมถึงไม่ได้มืดมากนัก มันเหมือนมีแสงสว่างลอดเข้ามาจากภายนอก ทำให้เห็นเสี้ยวหน้าของบอส อาจไม่ชัดเจนนัก แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความหล่อสัส! ที่ผมรู้สึก เส้นผมของบอสปรกมาด้านหน้า ช่วยทำให้ใบหน้าคมนั้นดูอ่อนโยนลงหลายเท่าตัว
มองหน้าบอสนี่ก็เพลินดีเหมือนกันแฮะ…
พรึ่บ!!!
จู่ ๆ บอสก็ตวัดแขนซ้ายขึ้นมาเกือบจะฟาดหัวผม ผมต้องรีบถดตัวลง เกือบไปแล้วไหมล่ะ นี่บอสนอนดิ้นเหรอครับ แกขยับไปขยับมา เหมือนร่างยังไม่เข้าที่ หรือว่าจะนอนไม่สบายกันนะ ผมว่าเตียงของผมก็นุ่มอยู่นะ แม้ว่ามันจะไม่นุ่มเด้งดึ๋งเท่ากับเตียงของบอสก็เถอะ แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้แย่นะครับ
ผมพยายามจับแขนบอสออกจากหมอนของผม เพราะตอนนี้บอสยึดมันไปแล้วครับ
อ๊ะ! แต่ทำไมมันหนักจัง นี่ถ้าบอสไม่ได้หลับ ผมต้องคิดว่าบอสฝืนไว้แน่ ๆ
ผมเงยหน้าขึ้นมองเพื่อความแน่ใจ ว่าบอสไม่ได้แกล้งผมใช่ไหม? แต่ก็คิดว่าคงไม่ เพราะเปลือกตาคู่นั้นปิดสนิท แถมลมหายใจของบอสก็ยังสม่ำเสมอเหมือนเดิม ต่างจากผม ที่ตอนนี้ลมหายใจเริ่มติดขัด…
ให้ตายเหอะ ใกล้กว่านี้ให้เท่าไร ผมจะเทหมดหน้าตักเลยครับ บอสโน้มใบหน้าลงมาหาผมตอนไหน? ไม่รู้ แต่ตอนนี้ ใบหน้าเราอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ
ผมเขินอยู่คนเดียวในความมืด ทั้ง ๆ ที่บอสคงไม่รู้สึกอะไรเลย
ผมทนไม่ไหวแล้วครับ…
ขวับ!!!
ผมพลิกร่างกลับมาแล้วครับ ขอกลับไปนอนตะแคงด้านที่ไม่ถนัดแทนก็แล้วกัน คนข้างหลังผมเป็นยังไงไม่รู้ แต่ตัวกูเนี่ย ไม่ไหวแล้ว!!!!!
ผมนอนงอตัวกักเก็บอารมณ์บางอย่าง ที่มันไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานตั้งแต่พี่เดย์ทิ้งผมไป เออใช่!!! กูของขาด แม่งเอ๊ย!!! นอน ๆๆๆ
ผมสะกดจิตตัวเองอยู่นานหลายนาที เริ่มรู้สึกดีขึ้นหน่อยแล้ว ชักเคลิ้ม ๆ เปลือกตาเริ่มหนัก ผมคงใกล้จะหลับแล้ว ถ้าบอสจะไม่…
ฟุบ!!!
มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านหลังผม ผมยกศีรษะหันกลับไปโดยอัตโนมัติ
ไม่มีอะไรครับ เปลือกตาบอสยังปิดสนิท แต่ตัวบอสดิ! ขยับเข้ามาชิดผมอีกแล้ว
เชี่ย! หลับจริงปะเนี่ย?
ผมพยายามไม่สนใจ หันกลับมาวางหัวไว้บนหมอนเหมือนเดิมครับ
แต่!!!
แม่มมม!!!
หมอนของผม กลายเป็นแขนบอสไปแล้วครับ
‘สอดมาตอนไหนอะ’ แต่นั่นมันแค่แขนข้างซ้ายครับ ในส่วนของแขนข้างขวาของบอสนั้น…
หมับ!!!
“บอสสสสสส!!!”
หลังจากเคลียร์ใจกับพี่ลิลลี่ ผมก็ปล่อยให้สองเพื่อนซี้เขาคุยกันตามลำพังครับ ส่วนผมแยกตัวออกมาหาซื้อช็อกโกแลตไปฝากปลายฝัน รายนั้นไลน์มาสั่งยิก ๆ ตั้งแต่เช้า จนผมรำคาญต้องฝากโทรศัพท์มือถือไว้กับบอสแต่ผมไม่ได้ออกมาคนเดียวนะครับ จาคอบอาสาพามาครับ คงกลัวผมหลงมั้งครับออกมาได้ไม่ถึงสิบนาที ก็เห็นบอสวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในร้าน“อ้าว! บอส” ผมยังไม่ทันพูดต่อ บอสก็โผเข้ามากอดผมแน่น“ฟังกันก่อนนะ มันไม่มีอะไรเลย” บอสละล่ำละลักอธิบายจนลิ้นพันกันไปหมด ผมขมวดคิ้วมุ่นส่งสายตางุนงง แต่ยังไม่ทันถามอะไร บอสก็รีบพูดออกมาอีก “คบกันตอนที่เรียนอยู่บอสตัน แต่ก็เลิกกันไปนานแล้ว ลิลลี่เรียนจบก็แต่งงานกับคริส ตอนนี้มีลูกสาวน่ารักมากชื่อคาเรน” ผมยังขมวดคิ้วมุ่น บอสจะมาบอกผมอีกทำไมครับ เมื่อกี้นี้พี่ลิลลี่เล่าให้ผมฟังหมดแล้วครับ “อย่างอนเลยนะ ที่ไม่เคยเล่าให้ฟังเพราะเห็นว่าไม่สำคัญ แล้วก็ไม่คิดว่าจะได้เจอลิลลี่อีกด้วยเพราะเธอมาตั้งหลักปักฐานอยู่นิวยอร์ก ไม่คิดจะกลับเมืองไทยอีก”ผมส่ายหน้า พยายามจะบอกว่า ผมก็ไม่ได้ว่าและไม่ได้คิดอะไรเลยครับ พี่ลิลลี่น่ารักออก คุยสนุกด้วยนะ เห็นบอกว่ามีเรื่องจะคุยกับบอสต่อ ผมก็เล
“อ้อ ลิลลี่ นี่อคิน คนที่…”“อ้อ!” เหมือนกับว่าบอสจะพูดอะไรต่อ แต่ผู้หญิงที่ชื่อลิลลี่กลับตัดบทด้วยการครางเสียงดังลั่นพร้อมมองหน้าผมเหมือน… เหมือนอะไรไม่รู้ครับ ผมอ่านไม่ออก แต่บอกเลยว่าผมไม่ชอบ!!!เพราะผมไม่ชอบผู้หญิงที่ สวย มั่นใจ ดูดี มีเสน่ห์ แถมยังตัวหอมอีกต่างหาก เหมือนคุณลิลลี่อะไรนี่ ถ้าเดินสวย ๆ อยู่ตามถนนก็ไม่ได้รู้สึกอะไรหรอกนะครับ แต่ถ้าเข้าใกล้บอสแล้วละก็… เออ สรุปว่าผมไม่ชอบให้มีผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้บอสก็แล้วกัน จะสวยหรือไม่สวย มั่นใจหรือขี้อาย ดูดีมีเสน่ห์ตัวเหม็นตัวหอมแค่ไหนก็ช่างแม่งเหอะ! คือไม่ชอบ! จบนะ!แต่ดูเหมือนเธอจะไม่จบครับ เธอส่งสายตาบางอย่างให้ผมตลอดเวลา ซึ่งมันต่างจากสายตาหวาน ๆ ที่ส่งให้บอส คินรู้ คินเห็น คินรู้สึกได้บอสเชิญชวนให้คุณลิลลี่นั่งด้วยกันเพราะเธอมาคนเดียว เธอก็นั่งลงอย่างไม่เกรงใจแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายของผมกับบอสเลยสักนิดเอาซี่! อยากจะวัดเหรอ?แล้วสถานการณ์ก็เป็นใจเป็นบ้าเลยครับ อยู่ ๆ บอสก็ขอตัวเดินออกไปรับโทรศัพท์ น่าจะเป็นสายจากพี่วีวี่ เพราะในร้านค่อนข้างเสียงดัง บอสก็เลยเดินออกไปไกล พี่วีวี่คงจะมีเรื่องด่วนเพราะเวลานี้ที่เมืองไทยน่าจะดึกมาก
“ซี้ด อ่าส์ อื้ม ตรงนั้น” บอสรู้จุดกระสันทุกมุมของผม และผมก็รู้ครับว่าบอสชอบแบบไหนผมหยัดกายจากนอนคว่ำหน้าเป็นคุกเข่า มือข้างหนึ่งยกขึ้นโอบต้นคอของคนด้านหลัง“ซี้ด คิน อื้อ ชอบท่านี้” บอสครางอย่างพอใจ เพราะองศาที่คับแน่น ก่อนจะขบกัดใบหูของผมอย่างกระสันเบื้องล่างก็กระแทกกระทั้นมาไม่ยั้ง ผมหุบขาทั้งสองข้างเข้ามาชิดกัน บีบรัดท่อนเอ็นแกร่งด้านหลังจนเจ้าของมันร้องคราง“อ๊ะ นะ แน่นไป แต่ดี อื้ม ซี้ด”ความคับแน่นและการเต้นตุบตับของท่อนเอ็นที่อยู่ในร่าง ทำให้ผมคิดว่าบอสเข้าใกล้จุดหมาย แต่มันไม่ใช่ครับคนตัวใหญ่คงยังไม่พอใจ อยากยืดเวลาออกไปอีกสักพักอึดเหลือเกินพ่อคู้ณ พ่อทูนหัวผมเอนกายลงไปนั่งบนตักอย่างว่าง่าย เมื่อคนตัวใหญ่ทิ้งก้นลงบนเตียง ก่อนจะรั้งเอวของผมตามลงไป“หายปวดเอวหรือยังครับ? ใช้การได้หรือยัง?”ต่อให้ยังปวดผมก็ไม่หวั่นหรอกครับ ผมโชว์สปิริตด้วยการโยกแรง“ซี้ด เอวดี อื้ม!” ผมชอบเวลาที่บอสชมด้วยน้ำเสียงกระเส่าอยู่ข้างหูแบบนี้จังครับ มีแรงเท่าไหร่ผมก็เลยใส่ไม่ยั้ง “อย่างนั้น อ่าส์ ซี้ดส์”ผมกดฝ่ามือทั้งสองข้างลงบนเข่าของคนใต้ร่าง โยกตัวขึ้นลงแรงเป็นจังหวะบอสก็ช่วยอีกแรงด้วยการเท้า
“โอย พรุ่งนี้ต้องปวดขาแน่ ๆ เลยครับ” รู้เลยครับว่าพรุ่งนี้เช้าจะเป็นยังไง จะเดินไหวมั้ยล่ะอคิน“ปวดตรงไหน” บอสวางไอแพดไว้บนโต๊ะเล็ก ๆ หัวเตียง ก่อนจะจับผมนอนพลิกคว่ำ“ทำอะไรครับบอส?” แหม ผมไม่น่ารีบใส่เสื้อผ้าเลย เสียเวลาถอด“ก็จะนวดให้ไง ไหนปวดเมื่อยตรงไหน?” อ้าว… นึกว่าบอสจะ… ซะอีก ผมซ่อนยิ้มเก้อ ก่อนจะอ้อน“ปวดขา ไหล่ แล้วก็ตรงเอวครับ”“ขากับไหล่นี่พอเข้าใจนะ แต่เอวนี่ไปทำอะไรมา ทำไมถึงปวดได้”แหม… กล้าถาม!!! ก็เมื่อคืนใครกันครับที่ขอให้ผมควบ!ผมค้อนขวับบอสคงเพิ่งนึกได้จึงส่งเสียง อ้อ ในลำคอ ก่อนจะกดฝ่ามือและก้านนิ้วนวดคลึงตรงเอว“รู้แล้วว่าไปทำอะไรมา ต้องรีบคลายเส้นให้ เดี๋ยวจะใช้การไม่ได้”“บอสอ่า…” ผมซุกหน้าลงบนหมอนนุ่ม ไม่ได้เขินนะครับ แต่นึกถึงเมื่อคืนแล้วมันฟิน งื้อ อยากได้อีก…ฝ่ามืออุ่นนวดคลึงไล่ขึ้นมาเหนือสะบัก ก่อนจะงัดเส้นที่จมจนผมต้องร้อง“โอ๊ย!!! บอส”“เส้นมันจมต้องงัด”“นอกจากเป็นนักธุรกิจด้านการเงิน เป็นเชฟ แล้วบอสยังเป็นหมอนวดด้วยเหรอครับ ผมจะเดี้ยงมั้ยครับเนี่ย”“เดี๋ยวจะทำให้ตัวโล่งรู้สึกเบาสบาย”“ให้มันจริงเถอะครับ ผมกลัวจะเดี้ยงจนเดินไม่ได้มากกว่า”ก้านนิ้วแข็ง
นั่งรถรางชมเมืองเป็นทริปที่สองที่จาคอบนำเสนอในวันนี้ บอสนั่งกุมมือผมตลอดเวลาที่นั่งชมเมืองอยู่ในกล่องที่มีลักษณะคล้ายตู้รถไฟสั้น ๆ แต่ฝ่ามืออุ่นและร่องนิ้วที่ถูไถอยู่ตลอดเวลาเล่นเอาผม…“บอส…” ต้องส่งเสียงครางและส่งสายตาห้ามปราม “อย่าบิลด์สิครับ”คนตัวใหญ่หัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ผมยิ่งจุดติดง่าย ๆ อยู่อย่ามาป้ายยาเหอะ ขอร้องแค่ฝ่ามือร้อนถูไปมาก็ปลุกอารมณ์ผมได้แล้วครับ ยิ่งสายตาฉ่ำเยิ้มที่มองมานั่นอีกยิ่งทำให้ผม…“ถามจาคอบให้หน่อยได้มั้ยครับว่าแถวนี้มีโรงแรมมั้ย” คนข้าง ๆ กลั้นขำจนตัวโยน ก่อนจะคลายฝ่ามือร้อนที่เฝ้าลูบไล้นั้นออกเปลี่ยนมาเป็นโอบไหล่ของผมไว้หลวม ๆ“ไม่อยากเที่ยวแล้วหรือไง ยังไปไม่ถึงครึ่งที่ลิสต์ไว้เลยนะ” กระเซ้าเสียงกระเส่า“ก็ใครล่ะครับ มาปลุกผมทำไม?” ผมเอียงหน้าซบไหล่กว้าง สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ต แล้วไขว้กันไว้เพื่อปกปิดสิ่งที่กำลังบวมปูด“ไม่ได้ตั้งใจ บรรยากาศมันพาไปน่ะ”อย่ามาแก้ตัว รู้หรอกน่าว่าแกล้งผม สาเหตุคงมาจากเมื่อเช้าสินะผมตื่นตั้งแต่ตี่สี่ครึ่ง เพราะนัดจาคอบไว้ตอนตีห้า แต่ตอนที่งัวเงียขึ้นมา คนข้าง ๆ กำลังคลอเคลียอยู่แถวหัวไหล่เปลือยของผม“ขออีกรอบนะ”
เพราะเจ้าสัวธานิน คุณลุงของบอสต้องไปผ่าตัดหัวใจและพักฟื้นอยู่ที่ซานฟรานซิสโกเป็นเวลากว่า 3 เดือน ผมกับบอสมีโอกาสไปเยี่ยมท่านอยู่ 2 ครั้งครั้งแรกก็ตอนที่ท่านผ่าตัดครั้งแรก อาการยังไม่ค่อยดีเท่าไรครับ เราอยู่ให้กำลังใจหลายวัน ให้ทั้งคนป่วยและคนเฝ้าไข้ด้วย คนเฝ้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็บรรดาสามเทพและคุณศินั่นแหละครับ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป พออาการเจ้าสัวดีขึ้น ลูก ๆ ยิ้มกันได้ บอสกับผมก็ขอตัวกลับเพราะบอสมีงานสำคัญต้องรีบกลับมาจัดการ แผนการท่องเที่ยวในซานฟรานของผมก็เลยต้องถูกยกเลิกแต่การไปเยี่ยมเจ้าสัวในครั้งที่ 2 ก็ตอนที่ผลการผ่าตัดครั้งสุดท้ายของท่านให้ผลเป็นที่น่าพอใจ ดูท่านหน้าตาสดใส ยิ้มได้พูดคล่องพวกเราก็สบายใจครับ และครั้งนี้แผนเที่ยวของผมก็ได้รับการอนุมัติ“มีเวลา 3 วันนะ” บอสวางฝ่ามืออุ่นไว้บนศีรษะของผม ขยี้เบา ๆ ก่อนจะบอกระยะเวลาที่เรามีก่อนที่จะต้องเดินทางกลับผมรีบวงปากกาบนรายชื่อสถานที่และแลนด์มาร์กที่ลิสต์เอาไว้ตั้งแต่ที่เมืองไทย“ได้ครับ” ผมพยักหน้าหงึกหงักอย่างกระตือรือร้น เรื่องหาที่เที่ยวขอให้ไว้ใจอคินครับเขียนยุก ๆ ยิก ๆ อยู่ไม่กี่ทีผมก็ได้ที่ที่เราจะไปใน 3 วันนี้แล้ว




![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


