ตอนที่ 8 : จีบ
วันอาทิตย์เช้า
เมย์นอนอยู่บนเตียง ยังไม่ได้ลุก สายตาจ้องเพดานในแสงเช้าที่สาดเข้ามาทางม่านบางๆ
เมเปิ้ลนอนหลับอยู่อีกฝั่ง กรนเบาๆ ผมรุงรังกระจายบนหมอน หน้าจอโทรศัพท์ที่ชาร์จอยู่ยังเปิดค้างหน้า Twitch
เมย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เปิดอัลบั้มรูป
รูปที่ถ่ายริวเมื่อวานยังอยู่ตรงนั้น สามรูป รูปแรกเขามองออกไปนอกหน้าต่าง รูปที่สองเขามองตรงมาที่กล้อง รูปที่สามเขามองลงที่พื้น
เมย์เลื่อนดูทีละรูปช้าๆ
ทุกรูปดูเป็นตัวเขาจริงๆ ไม่ใช่นายแบบ ไม่ใช่คนที่ทุกคนมองจากระยะไกลในมหาลัย แต่เป็นคนที่เธอนั่งคุยด้วยในร้านหนังสือมือสอง คนที่ถามว่าหุ่นยนต์ควรมีสิทธิ์อะไรไหม คนที่ส่งข้อความถามว่ากลับถึงหอหรือยัง
เธอปัดออกจากอัลบั้ม
แล้วก็เปิดขึ้นมาดูอีกรอบ
OMG!
เมย์วางโทรศัพท์คว่ำลง กลิ้งไปนอนหมอบคว่ำหน้าบนเตียง
ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นเร็วและเธอก็รู้ดีว่าทำไม
บ่ายโมง
เมย์นั่งอยู่ที่โต๊ะในห้องสมุดชั้นสอง ทำงานอยู่คนเดียว เมเปิ้ลออกไปกับเพื่อนกลุ่มอื่น ส่วนคิรินมีติวกับกลุ่มของตัวเอง
เงียบดีจัง
เธอเปิดไฟล์นิยายขึ้นมา อ่านทบทวนสิ่งที่เขียนไว้ตั้งแต่ต้น
นิยายเรื่องนี้เขียนมาสองปีแล้ว ค้างอยู่ตอนที่สิบสองเพราะเธอหาเหตุผลให้พระเอกสารภาพกับนางเอกไม่ได้ เขียนไปลบไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้สึกว่าทุกอย่างที่เขียนมันฟังดูเป็นแค่ตัวหนังสือ ไม่ได้รู้สึกจริงๆ
ตอนนี้อ่านกลับไปใหม่
แล้วรู้ว่าปัญหาคืออะไร
เธอเขียนพระเอกจากความจินตนาการล้วนๆ จึงไม่รู้ว่าคนแบบนั้นเขาคิดอะไร รู้สึกอะไร และจะพูดอะไรออกมาในช่วงเวลาแบบนั้น
ตอนนี้เธอเริ่มรู้แล้ว
เมย์วางนิ้วบนคีย์บอร์ด เริ่มพิมพ์
"เขามองเธออยู่นานก่อนจะพูด ดวงตาที่ปกติสงบเสมอมีบางอย่างต่างออกไปในวันนั้น ไม่ได้ต่างในแบบที่วุ่นวาย แต่ต่างในแบบที่ตั้งใจ เหมือนเขาตัดสินใจบางอย่างมาแล้วก่อนที่จะมาถึงตรงนี้ และสิ่งที่เขาจะพูดไม่ใช่เรื่องที่คิดสดๆ"
เธอพิมพ์ต่อ
หัวใจเต้นเร็วขึ้นนิดนึง ไม่รู้ว่าเพราะเรื่องที่เขียนหรือเพราะอะไรอย่างอื่น
แล้วโทรศัพท์ก็สั่น
ริว: "เมย์อยู่ไหนครับ?"
เมย์มองข้อความ
เมย์: "ห้องสมุดชั้นสองค่ะ ทำไมคะ?"
ริว: "อยากคุยด้วยครับ ขอเวลาแปปนึงได้ไหม?"
เมย์จ้องข้อความนั้น
บางอย่างในน้ำเสียงข้อความมันต่างออกไป ไม่ใช่แบบ "ว่างไหม มีงานสอน" หรือ "พรุ่งนี้ตารางตรงกันไหม" แต่เป็นแบบที่ตรงและมีน้ำหนักมากกว่านั้น
เมย์: "ได้ค่ะ"
ริวมาถึงในสิบนาที
เขานั่งลงตรงข้ามเมย์ ไม่ได้หิ้วกาแฟ ไม่ได้เอาหนังสือมา มาแค่ตัวและกระเป๋าเป้ที่วางพิงเก้าอี้
เมย์ปิดโน้ตบุ๊ค และทั้งคู่นั่งหันหน้าเข้าหากัน
ริวไม่ได้พูดทันที มองเธออยู่สักครู่ในแบบที่เมย์เริ่มรู้จักแล้วว่าหมายความว่าอะไร มันคือแบบที่เขากำลังเรียบเรียงสิ่งที่จะพูดให้ตรงที่สุด
เมย์รอ
"ผมชอบเมย์ครับ"
สี่คำ
ตรง ชัด ไม่มีคำนำ ไม่มีการปูพื้น
เมย์นั่งนิ่งอยู่วินาทีหนึ่ง สมองประมวลผลช้ากว่าปกติ
"...ชอบแบบไหนคะ?" เธอถามออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ริวมองหน้าเธอ สีหน้าไม่เปลี่ยน
"แบบที่ต้องการจีบครับ ไม่ใช่แบบพี่หรือเพื่อน"
เมย์เปิดปาก
แล้วก็ปิด
แล้วก็เปิดอีกครั้ง
"ริวแน่ใจเหรอคะ?" เธอถามเสียงเบา
"แน่ใจครับ" ริวตอบทันที ไม่มีการลังเลแม้แต่น้อย "ผมจะไม่พูดอะไรถ้าไม่แน่ใจจริงๆ"
เมย์รู้ว่านั่นเป็นความจริง เธอรู้จักเขาพอแล้วที่จะรู้ว่าเขาไม่พูดเพื่อความสุภาพ ไม่พูดเพราะอยากฟังคำตอบที่ดีๆ และไม่พูดเพื่อลองดู
ถ้าพูด แปลว่าคิดมาดีแล้ว
"ทำไมคะ?" เธอถามต่อ เสียงยังเบา "ก็คือ... เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน และเมย์ก็ไม่ใช่คนที่…"
"เมย์"
เธอหยุด
"ผมไม่ได้ชอบเพราะรูปลักษณ์ภายนอก" ริวพูดเสียงเรียบ ตรง ไม่มีการปิดทอง "ผมชอบวิธีที่เมย์คิด วิธีที่เมย์ถามคำถามที่คนอื่นไม่ถาม วิธีที่เธอยืนตอบสาวกลุ่มนั้นหน้าสวนโดยไม่สั่นแม้มือจะกำแน่น"
เมย์แข็งทื่อ
"ริวเห็นเมย์ตอนนั้นหรอคะ?"
"เห็นครับ" เขาไม่ได้พยายามปิดบัง "ผมยืนดูอยู่ก่อนจะหันกลับ"
เมย์มองหน้าเขา
ดวงตาคู่นั้นมองตรงมาที่เธอ ไม่หลบ ไม่เขิน ไม่มีสีหน้าที่รอให้เธอตอบรับในแบบที่เขาอยากได้ยิน มีแค่ความตั้งใจจริงที่วางอยู่ตรงนั้นอย่างเปิดเผย
"ผมรู้ว่าเร็วเกินไป" ริวพูดต่อ "และไม่ได้คาดหวังคำตอบตอนนี้ แค่อยากให้เมย์รู้ว่าผมรู้สึกยังไง เพราะถ้าไม่บอกแล้วยังคงอยู่ใกล้ๆ เมย์แบบนี้ มันไม่ยุติธรรมกับเมย์ครับ"
เมย์เงียบ
หัวใจเต้นเร็วจนได้ยินเสียงตัวเองในหู
เธอมองลงที่โต๊ะ คิดอยู่นาน
ริวไม่รีบ ไม่ทำท่าวิตก ไม่พูดเพิ่มเติมเพื่อเติมเต็มความเงียบ แค่รออย่างสงบ
"เมย์..." เมย์เริ่มพูด หยุด แล้วเริ่มใหม่ "เมย์ไม่รู้จะพูดอะไรดีค่ะ"
"ไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้ก็ได้ครับ"
"ไม่ใช่แบบนั้นค่ะ" เมย์มองขึ้นมา "คือเมย์ก็... รู้สึกอะไรบางอย่างนะคะ ตั้งแต่รู้จักกัน แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร และฉันก็ไม่แน่ใจว่าริวรู้สึกอะไรกับฉันจริงๆ หรือว่าแค่เพราะเรื่องที่เกิดขึ้น เรื่องแว่น เรื่องกระทู้ แล้วก็รู้สึกผิด…"
ริวฟังทุกคำ
"ถ้าเป็นแค่เรื่องรู้สึกผิด ผมโอนเงินค่าแว่นให้แล้วจบครับ" เขาพูดเสียงเรียบ "ผมไม่ได้ดูแลคนอื่นเพราะรู้สึกผิด ผมทำเพราะอยากทำ"
เมย์มองหน้าเขา
"มันต่างกันไหมคะ?"
"ต่างกันมากครับ" ริวตอบ "ถ้ารู้สึกผิดอย่างเดียว พอเรื่องจบผมก็ถอยออก แต่ผมไม่ได้อยากถอยออก"
เมย์หายใจเข้าออก
"ริวไม่กลัวเหรอคะ?"
"กลัวอะไรครับ?"
"ก็... เมย์ไม่เหมือนคนที่ริวน่าจะคุ้นเคยค่ะ" เมย์พูดเสียงเงียบลง "เมย์เป็นผู้หญิงธรรมดา เนิร์ด ไม่ได้หน้าตาดีพิเศษ ไม่ได้มีอะไรที่น่าสนใจ…"
"เมย์"
เธอหยุด
"ถ้าเมย์ธรรมดา ผมคงไม่นั่งคุยเรื่องปรัชญาหุ่นยนต์กับเเมย์เป็นชั่วโมงในร้านหนังสือมือสองครับ" ริวพูด น้ำเสียงไม่ได้อ่อนโยนพิเศษแต่มีน้ำหนักมากกว่าคำชมทั่วไปเสียอีก "และถ้าไม่มีอะไรน่าสนใจ ผมคงไม่พบว่าตัวเองรอข้อความจากเมย์โดยไม่รู้ตัว"
เมย์แข็งทื่อ
"รอข้อความ?"
ริวไม่ได้ดูเขินแม้แต่น้อย "ครับ ตั้งแต่รู้จักกัน ผมพบว่าตัวเองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบ่อยกว่าปกติ และทุกครั้งที่มีข้อความจากเมย์มันก็รู้สึกดีกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับเรื่องธรรมดาๆ"
เมย์มองหน้าเขา
เขาพูดเรื่องนี้ด้วยน้ำเสียงเดียวกับที่พูดเรื่อง Systems Engineering ราบเรียบ ชัดเจน ไม่มีการตกแต่ง
และมันกลับฟังดูจริงกว่าคำพูดหวานๆ ที่เธอเคยอ่านในนิยายทุกเล่ม
"ผมรู้ว่าเมย์ต้องการเวลาคิด" ริวพูดต่อ "และผมไม่ได้รีบครับ แค่อยากให้เมย์รู้ว่าผมจีบเมย์จริงจัง ไม่ใช่เล่นๆ ไม่ใช่ชั่วคราว"
เมย์มองลงที่มือตัวเองบนโต๊ะ
นิ้วบีบกันเบาๆ โดยไม่รู้ตัว
"ขอเวลาได้ไหมคะ?" เธอถามเสียงเบา "ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรนะคะ แค่อยากให้มันชัดในหัวตัวเองก่อน"
ริวพยักหน้าทันที ไม่มีการผิดหวังในสีหน้า
"ได้ครับ ไม่มีกำหนดเวลา"
เมย์มองขึ้นมา
"ริวไม่โกรธเหรอคะ ที่เมย์ไม่ตอบตรงๆ?"
"ทำไมต้องโกรธครับ?" เขาถามกลับ น้ำเสียงจริงใจ "เมย์ไม่ได้ปฏิเสธ และไม่ได้โกหกว่าไม่รู้สึกอะไร การขอเวลาคิดเป็นคำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดที่เมย์ให้ได้ตอนนี้ครับ"
เมย์เงียบ
แล้วก็หัวเราะเบาๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ
ริวมองเธอ
"อะไรครับ?"
"ริวพูดตรงมากจนเมย์ไม่รู้จะรับมือยังไงเลยค่ะ" เมย์พูดพลางยิ้ม เสียงนั้นไม่ได้ล้อ แต่เป็นความจริง
ริวมองหน้าเธออยู่ครู่
แล้วมุมปากของเขาก็กระดิกขึ้นเล็กน้อย ในแบบที่เมย์ชอบมากกว่าที่ควรจะเป็น
"ผมไม่รู้วิธีอื่นครับ"
"รู้ค่ะ" เมย์พูด "และมันก็ดีแบบนั้นแหละ"
ทั้งคู่เงียบอยู่สักพัก เงียบที่อุ่นกว่าเดิมมาก
"เรื่องที่เล่าให้ฟัง ที่บอกว่าคนมักมองริวในแบบที่ไม่ใช่ตัวริว..." เมย์พูดขึ้นเบาๆ
"ครับ"
"เมย์ก็รู้สึกแบบนั้นบ้างนะคะ ที่คนมองว่าเมย์เนิร์ดธรรมดาและก็ไม่ได้อยากรู้อะไรมากกว่านั้น" เธอพูด "ก็เลยแปลกใจที่ริวสนใจจะรู้จักมากกว่าที่เห็น"
ริวมองเธอ
"คนที่อ่านหนังสือทุกวัน เขียนนิยายเป็นงาน และถามคำถามที่คนอื่นไม่กล้าถาม ไม่ใช่คนธรรมดาครับ"
เมย์รับคำพูดนั้นไว้ในใจ
แล้วก็พยักหน้าเบาๆ
"ขอบคุณที่บอกนะคะ ทั้งเรื่องที่บอกว่าชอบ และเรื่องที่บอกว่าจะรอ"
"ไม่ต้องขอบคุณครับ" ริวพูดพลางหยิบกระเป๋าขึ้น "ทำงานต่อได้เลยนะครับ รบกวนเมย์พอแล้ว"
เมย์กะพริบตา "จะกลับแล้วเหรอคะ?"
"มีรายงานต้องส่งพรุ่งนี้ครับ" เขาพูดเรียบ ลุกขึ้นยืน
เมย์มองขึ้น
เขายืนอยู่ข้างโต๊ะ มองลงมาที่เธอ ดวงตาเดิม สงบ ไม่มีความกังวล ราวกับว่าการพูดสิ่งที่พูดไปไม่ได้ทำให้เขาต้องรู้สึกเปราะบางหรือต้องรอคำยืนยัน
เขาพูดในสิ่งที่ต้องการพูด และตอนนี้ก็พร้อมจะกลับไปใช้ชีวิตต่อ
เมย์รู้สึกว่าสิ่งนั้นแหละที่ทำให้เขาต่างจากคนอื่นมากที่สุด
"ริวค่ะ"
เขาหยุด มองเธอ
"ขอบคุณที่ไม่กดดันนะคะ"
ริวมองเธออยู่ครู่
"ครับ"
แล้วก็เดินออกไป
เมย์มองตามจนเขาหายไปในทางเดินระหว่างชั้น
แล้วก็หันกลับมาที่โน้ตบุ๊ค
เปิดไฟล์นิยาย
อ่านย่อหน้าที่พิมพ์ไว้ก่อนหน้า
"เขามองเธออยู่นานก่อนจะพูด..."
เมย์ลบประโยคนั้นทิ้ง
แล้วเริ่มพิมพ์ใหม่
คราวนี้ไม่ต้องคิดนาน เพราะมันมีอยู่แล้วในความรู้สึก
เย็นนั้น
เมย์นอนอยู่บนเตียง โทรศัพท์วางบนหน้าอก
เมเปิ้ลนั่งอยู่ที่โต๊ะ กำลังเซ็ตอุปกรณ์สตรีม หูฟังครอบหัว หันหลังให้
"แก" เมย์เรียก
"อะไร?"
"ริวบอกว่าชอบฉัน"
เมเปิ้ลหยุดทุกอย่าง ถอดหูฟังออก หันมาอย่างช้าๆ
"พูดซ้ำได้ไหม?"
"ริวบอกว่าชอบฉัน จะจีบจริงจัง"
เมเปิ้ลนั่งมองเธออยู่สองวินาที
แล้วก็กรี๊ดเบาๆ กดปากทันที ลุกออกจากเก้าอี้เดินมาที่เตียงเมย์ นั่งลงข้างๆ
"แล้วแกตอบว่าอะไร?"
"ขอเวลาคิดก่อน"
เมเปิ้ลถอนหายใจยาว ดูเหมือนอยากจะพูดบางอย่าง แต่ก็กลืนลงไป
"โอเค" เธอพูด "แล้วแกรู้สึกยังไง ตอนนี้?"
เมย์มองเพดาน
"ว่าวุ่น" เธอตอบตรง "แต่ก็รู้สึกดีด้วย สองอย่างปนกัน"
"ว้าวุ่นเพราะอะไร?"
"เพราะฉันไม่คุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้" เมย์พูดช้าๆ "ฉันอ่านนิยายโรแมนติกมาเยอะ เขียนด้วย แต่ไม่เคยอยู่ในสถานการณ์แบบนี้จริงๆ แล้วมันต่างจากในหนังสือมากเลย"
"ต่างยังไง?"
"ในหนังสือมันมีดนตรีประกอบ" เมย์พูดเสียงแห้งๆ "และตัวละครก็รู้ว่าต้องทำอะไร แต่ชีวิตจริงมันไม่มีดนตรีและฉันก็ไม่รู้ว่าต้องทำอะไร"
เมเปิ้ลหัวเราะ
"แต่รู้สึกดีด้วยเหมือนที่บอก?"
"อืม" เมย์พารับ เสียงเบาลง "รู้สึกดีมากด้วย และนั่นแหละที่ทำให้ว้าวุ่นมากขึ้นไปอีก"
เมเปิ้ลมองเธออยู่ครู่
"เมย์"
"อะไร?"
"ฉันรู้จักแกมาสามปีแล้ว เห็นแกอ่านนิยายสามร้อยเล่ม เขียนนิยายเองอีกนับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นแกพูดถึงใครในแบบที่พูดถึงริวเลยสักครั้ง"
เมย์ไม่ตอบ
"แค่บอกให้รู้ตัว" เมเปิ้ลพูดแล้วลุกขึ้น กลับไปนั่งที่โต๊ะ สวมหูฟัง "ตัดสินใจเองนะ ฉันไม่ได้ดันนะ แค่บอกสิ่งที่เห็น"
เมย์นอนมองเพดานต่อ
แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เปิดแชทของริว เลื่อนขึ้นไปอ่านตั้งแต่ข้อความแรก
เรื่องแว่น เรื่องกระทู้ เรื่องนัดสอนภาษา เรื่องร้านหนังสือ เรื่องวันฝนตก
ทุกข้อความของเขาสั้น ตรง ไม่มีคำหวานๆ ไม่มีอีโมจิ แต่ทุกอย่างมีความหมายและทุกอย่างทำที่พูดไว้จริงๆ
เมย์ปิดแชท
แล้วเปิดไฟล์นิยายขึ้นมาบนโทรศัพท์
ตอนที่สิบสอง ฉากที่ค้างอยู่นานที่สุด
เธออ่านสิ่งที่เขียนไว้ใหม่ตั้งแต่ต้น ย่อหน้าที่เขียนในห้องสมุดวันนี้
"เขามองเธออยู่นานก่อนจะพูด ไม่ใช่เพราะลังเล แต่เพราะต้องการให้มันชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้..."
เธออ่านจนจบ
แล้วก็พิมพ์ต่อ
ครั้งนี้เขียนได้ลื่นกว่าที่เคยเป็นมาในรอบสองปี
วันจันทร์เช้า
ชั้นเรียน Contemporary Japanese Literature เมย์นั่งแถวที่สาม จดโน้ตตามปกติ
แต่ระหว่างจด เธอก็หยุดอยู่กับความคิดตัวเองสักพัก
ริวพูดว่าไม่รีบ ว่าจะรอ
แต่เมย์รู้ตัวเองดีกว่านั้น
เธอรู้ว่ารู้สึกอะไรอยู่ มันไม่ได้คลุมเครือ มันชัดเจนมาตั้งแต่วันที่นั่งใต้ร่มสีดำในวันฝนตก ตั้งแต่วันที่เขาถามว่ากลับถึงหอหรือยัง ตั้งแต่วันที่เขายืนถือร่มให้เธอไม่เปียกทั้งที่ไหล่ตัวเองเปียกอยู่
สิ่งที่ทำให้เธอลังเลไม่ใช่ความรู้สึก
มันคือความกลัว
กลัวว่าถ้าเข้าไปแล้วมันจะไม่เหมือนที่รู้สึก กลัวว่าตัวเองจะไม่พอ กลัวในแบบที่ตัวละครนางเอกในนิยายที่เธอเขียนก็มีเสมอ แต่พระเอกมักจะพูดกับนางเอกว่า
"ความกลัวไม่ใช่เหตุผลที่จะไม่ลองครับ"
เมย์หยุดจดโน้ต
มองบรรทัดที่เพิ่งเขียน
แล้วก็หัวเราะเบาๆ คนเดียวจนคนข้างๆ เหลือบมอง
เธอกวาดสายตาลงที่กระดาษ
เธอเขียนบทพระเอกมาสองปี แต่พอพระเอกจริงๆ พูดกับตัวเอง เธอกลับลืมไปว่านางเอกต้องทำอะไรต่อ
บ่ายวันนั้น หลังเลิกเรียน
เมย์ยืนอยู่หน้าตึก B คนเดียว กระเป๋าสะพาย มือถือโทรศัพท์
เธออยู่ตรงนี้มาสิบห้านาทีแล้ว
เปิดแชทริวขึ้นมา พิมพ์ ลบ พิมพ์ ลบ
ในที่สุดก็พิมพ์ประโยคสั้นๆ ที่เธอคิดว่าตรงที่สุด
เมย์: "ริวว่างไหมคะ? อยากคุยด้วยนิดหน่อยค่ะ"
ข้อความถูกส่งออกไป
เธอหายใจเข้าออก
โทรศัพท์สั่นเร็วกว่าที่คาด
ริว: "ว่างครับ อยู่ที่สนามหญ้าข้างตึก C"
เมย์เดินไปทางนั้น
สนามหญ้าข้างตึก C เป็นพื้นที่โล่งเล็กๆ มีต้นไม้ใหญ่สองต้น เก้าอี้ยาวไม้หนึ่งตัว นักศึกษาไม่ค่อยมานั่งตรงนี้เท่าไหร่
ริวนั่งอยู่บนเก้าอี้ยาว โน้ตบุ๊คปิดวางข้างๆ มองออกไปทางสนามกีฬาด้านล่าง
เขาได้ยินเสียงก้าวเท้าและหันมา
เมย์เดินเข้ามา หยุดห่างจากเขาสักสองก้าว
ทั้งคู่มองหน้ากัน
ริวไม่พูดก่อน รอให้เธอเริ่ม
เมย์หายใจเข้าออกหนึ่งที
"เมย์ได้คำตอบแล้วค่ะ"
ริวรอ
"เมย์ชอบริว" เมย์พูด เสียงไม่ได้สั่น ไม่ได้เร็วหรือช้าผิดปกติ "ชอบมาสักพักแล้ว แค่ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงหรือว่ามันสมเหตุสมผลไหม แต่ก็รู้สึกอยู่จริงๆ"
ริวมองเธอ ดวงตาไม่เปลี่ยน แต่มีบางอย่างในนั้นที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"และเมย์ก็กลัวด้วย" เธอพูดต่อ "กลัวว่าตัวเองจะไม่พอ กลัวว่ามันจะไม่เป็นอย่างที่หวัง แต่ถ้าไม่ลอง เมย์ก็คงจะนั่งเขียนนิยายเกี่ยวกับความรู้สึกที่ไม่กล้าทำจริงๆ ไปตลอดชีวิต"
มุมปากริวกระดิกขึ้นเล็กน้อย
"แล้วก็..." เมย์หยุดนิดหนึ่ง "ริวพูดตรงกับเมย์ เมย์ก็ขอพูดตรงกับริวด้วยนะ… ถ้าจะคบกัน เมย์ก็อยากให้มันเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่ชั่วคราว และถ้าริวเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกตรงๆ เลยนะ เมย์รับได้ถ้าได้รู้จากริวตรงๆ ไม่ใช่รู้จากคนอื่น"
ริวมองเธอ
"ผมพูดว่าจริงจัง ผมหมายความว่าแบบนั้นครับ" เขาพูด เสียงเดิม ไม่มีการตกแต่ง "และถ้าวันไหนรู้สึกอะไร ผมบอกเมย์ก่อนเสมอ"
เมย์พยักหน้า แล้วก็ยิ้มเบาๆ
ไม่ใช่รอยยิ้มแบบในนิยายที่เธอเขียน ไม่มีลมพัดผ่าน ไม่มีดนตรีประกอบ แค่ยิ้มธรรมดาๆ ในบ่ายวันจันทร์ที่สนามหญ้าข้างตึก C
แต่มันรู้สึกดีกว่าทุกอย่างที่เธอเคยเขียนไว้
ริวยื่นมือมา
ฝ่ามือหงายขึ้น รอ
เมย์มองมือนั้น
แล้ววางมือลงไป
มือที่อุ่น นิ้วยาว แข็งแรง เหมือนตอนแรกที่จับในห้องสมุด แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้แค่ช่วยให้ลุก เขากำมือเธอไว้เบาๆ และเธอก็กำคืน
ทั้งคู่ยืนอยู่ที่สนามหญ้าข้างตึก C ในแสงบ่ายคล้อยที่สีทองอมส้ม
ไม่มีใครพูดอะไร
แต่ก็ไม่มีอะไรต้องพูด
ห้าโมงเย็น
เมย์กลับถึงหอพัก เปิดประตูเข้าไป
เมเปิ้ลนั่งอยู่หน้าจอคอม หันมามองเพื่อนสักครู่
มองที่ใบหน้า แล้วก็ยิ้มกว้าง
"แกไปคุยกับเขา"
"อืม…ใช่"
"แล้วก็ตอบรับ"
เมย์วางกระเป๋าลง นั่งลงบนเตียง
"ใช่"
เมเปิ้ลหันกลับไปหน้าจอ ทำเป็นสนใจเกมส์
แต่รอยยิ้มที่มุมปากมันไม่ยอมหายไปไหน
เมย์นอนลงบนเตียง มองเพดาน
มือซ้ายที่เคยถูกจับอยู่นั้น เธอยังรู้สึกถึงความอุ่นของมันอยู่
แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
เปิดไฟล์นิยาย ตอนที่สิบสอง
เธออ่านทบทวนสิ่งที่เขียนค้างไว้
แล้วก็พิมพ์ต่อ และครั้งนี้
เธอรู้ว่าฉากต่อไปจะเป็นอย่างไร
~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
☺️ความรักช่างละมุนเหลือเกินค่ะ☺️
อ่านแล้วถูกใจกดไลค์ + คอมเม้นต์ให้กำลังใจ = แรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย🙏🏻
🫶🏻รักคนรี้ดนะคะ🫰🏻
====================================