Share

บทที่ 6

last update publish date: 2026-05-07 01:17:57

ตอนที่ 6 : เมเปิ้ลกับภูมิเจอกันโดยบังเอิญ

อังคารเช้า

ฟ้าครึ้มตั้งแต่ตื่นนอน

เมย์มองออกไปนอกหน้าต่างขณะแปรงฟัน ท้องฟ้าสีเทาหนักทับอยู่เหนือมหาลัย เมฆรวมกลุ่มกันแน่นจนดูเหมือนจะแตกได้ทุกเมื่อ

น่าจะฝนตก

เธอคิด แล้วก็มองไปที่ร่มในกระเป๋า

มีอยู่หนึ่งคัน พับเล็กสีน้ำเงินเข้ม เก่าแต่ยังใช้ได้

โอเค เตรียมพร้อมแล้ว

ห้องสมุดชั้นสี่ เวลาสิบโมง

“ภูมิ” ภูมิภัทร วงศ์ประดิษฐ์ นั่งอยู่คนเดียวที่โต๊ะมุมสุด หน้าจอโน้ตบุ๊คเปิดอยู่สองหน้าต่างพร้อมกัน หูฟังครอบหัว สายตาจ้องโค้ดที่เลื่อนไปเรื่อยๆ บนหน้าจอ มือขวาพิมพ์ มือซ้ายถือแก้วกาแฟดำที่เย็นลงแล้วสักพักแต่เขาไม่ได้สังเกต

โต๊ะรอบข้างว่างเกือบหมด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ภูมิเลือกชั้นนี้ทุกครั้ง

คนน้อย เสียงน้อย ไม่มีใครมารบกวน

เขาพิมพ์โค้ดต่อไปอย่างมีสมาธิ จนกระทั่งมีเสียงเก้าอี้ข้างๆ ถูกดึงออก

ภูมิไม่ได้มองขึ้น

แต่เมื่อได้ยินเสียงโน้ตบุ๊คเปิด ตามด้วยเสียงพิมพ์คีย์บอร์ด เขาก็แค่ขยับตัวนิดหนึ่งแล้วทำงานต่อ

สิบนาทีผ่านไป

"โอ้โห..."

เสียงนั้นเบา แต่ก็ดังพอที่ภูมิจะได้ยินแม้มีหูฟัง เขาเหลือบมองข้างๆ โดยอัตโนมัติ

สาวผมสั้นแสกกลาง ใบหน้ากลมๆ ผิวสองสี แต่งหน้าเบาๆ กำลังจ้องหน้าจอโน้ตบุ๊คด้วยสีหน้าที่บอกว่ากำลังเจอปัญหาอะไรบางอย่าง

ภูมิมองอยู่ครู่ก่อนจะถอดหูฟังลงข้างหนึ่ง

"เป็นอะไรครับ?"

สาวคนนั้นสะดุ้ง หันมา ดวงตากลมๆ กะพริบถี่

"อ้าว ขอโทษนะคะ เสียงดังไปเหรอ?"

"ไม่ได้ดัง แค่ถามว่าเป็นอะไร"

สาวคนนั้นมองหน้าเขาสักครู่ ดูเหมือนประเมินว่าถามจริงหรือแค่สุภาพ

"Unity crash ค่ะ โปรเจกต์เกมส์ที่ทำอยู่ Build ไม่ผ่านมาสองชั่วโมงแล้ว"

ภูมิเหลือบไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊คของเธอ Error message เต็มหน้าจอ

"ขอดูได้ไหมครับ?"

สาวคนนั้นหยุดนิ่งวินาทีหนึ่ง แล้วก็หันโน้ตบุ๊คมาให้

ภูมิอ่าน Error log อยู่ครู่ ไม่นาน

"Asset reference conflict ครับ มี prefab สองตัวที่ชื่อ GUID ซ้ำกัน ลบ Library folder แล้ว reimport ทั้งหมดใหม่ได้เลย"

สาวคนนั้นขยับปากอยู่ครู่ "ลบ Library folder?"

"ใช่ครับ Unity จะ regenerate เองตอน reimport ไม่ต้องกลัวว่าโปรเจกต์จะหาย"

สาวคนนั้นมองหน้าเขาอีกครั้ง แล้วก็หันไปทำตามที่บอก

ภูมิสวมหูฟังกลับ กลับไปจ้องโค้ดของตัวเอง

สักสองนาที

"ได้แล้วค่ะ!"

เสียงนั้นดังกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับห้องสมุด สาวคนนั้นรู้ตัวทันที กดปากด้วยมือ มองรอบๆ แล้วก็หันมายิ้มขอโทษให้ภูมิ

ภูมิถอดหูฟังลงอีกครั้ง

"โอเคแล้วเหรอครับ?"

"โอเคแล้วค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะ" สาวคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "เมเปิ้ลค่ะ ชื่อพิชชา แต่ทุกคนเรียกเราว่าเมเปิ้ล"

ภูมิมองเธอสักครู่

"ภูมิครับ"

"เรียนอะไรคะ? ดูเหมือนจะรู้เรื่อง Unity ดีมาก"

"AI Engineering ครับ แต่ใช้ Unity ในงานวิจัย"

"โอ้ เท่มากเลย" เมเปิ้ลพูดโดยที่ดูเหมือนพูดจริงๆ ไม่ใช่แค่ชม "เราทำเกมส์เป็นงานอดิเรก ไม่ได้เก่งแบบเชิงวิชาการ แค่ชอบ"

"เกมส์ประเภทไหนครับ?"

"RPG ค่ะ ตอนนี้ทำ prototype อยู่ ระบบ dialogue tree กับ quest" เมเปิ้ลหันจอให้ดู "นี่ค่ะ ยังไม่เสร็จแต่ก็เป็นรูปเป็นร่างแล้ว"

ภูมิมองหน้าจอ

โครงสร้าง dialogue tree ที่เห็นนั้นไม่ได้สวยงาม แต่ logic ของมันน่าสนใจกว่าที่คาดไว้มาก

"คนเดียวทำเหรอครับ?"

"ค่ะ ทำเองทุกอย่าง ยกเว้น artwork ที่ยืมจาก asset store" เมเปิ้ลพูดพลางปิดหน้าต่างนั้น "เอ่อ …ขอโทษที่รบกวนค่ะ ภูมิทำงานต่อได้เลยค่ะ"

ภูมิมองเธออยู่ครู่

แล้วก็กลับมาจ้องโค้ดของตัวเอง สวมหูฟัง

แต่ก็ถอดออกอีกครั้งในสามสิบวินาทีต่อมา

"ถ้า dialogue tree อยากให้มัน dynamic มากกว่านี้ ใช้ Scriptable Object จะยืดหยุ่นกว่าครับ"

เมเปิ้ลหันมาด้วยตาที่สว่างขึ้น

ฝั่งคอนโดริว

ริวนั่งที่โต๊ะทำงาน เปิดหนังสือวิศวะหน้า 247 มาตั้งแต่เช้า

แต่เขาอ่านผ่านหน้าเดิมมาสักพักใหญ่แล้วโดยไม่รู้ตัว

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

ไม่มีข้อความใหม่

วางลง

กลับไปอ่านตำราหน้า 247 อีกครั้ง

แปลก

ริวคิดในใจ เขาไม่ใช่คนที่นั่งรอข้อความจากใคร ไม่เคยเป็น ชีวิตของเขาเดินหน้าตามตารางเวลาที่วางไว้ ไม่มีอะไรพิเศษที่ต้องรอ

แต่ตอนนี้เขาพบว่าตัวเองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจเป็นครั้งที่สามในชั่วโมงเดียว

และทุกครั้งที่หยิบขึ้นมา มีชื่อนึงที่เขาเลื่อนหาโดยไม่ทันคิด…

เขาวางโทรศัพท์คว่ำลง แล้วกลับไปอ่านหนังสืออย่างตั้งใจที่หน้า 247 อีกครั้ง

ระบบ Kinematics ของหุ่นยนต์แขนกล ประกอบด้วย...

โทรศัพท์สั่น

ริวหยิบขึ้นมาเร็วกว่าปกติ

เมย์: "ริวอยู่ที่ไหนคะตอนนี้?"

เขามองข้อความนั้น รู้สึกบางอย่างในหน้าอกที่เขาไม่นิยาม

ริว: "คอนโดครับ ทำไมหรอ?"

เมย์: "ฝนจะตกค่ะ ริวมีร่มไหม? ถ้าต้องออกไปข้างนอก"

ริวมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้าสีเทาเข้มขึ้นกว่าตอนเช้า

ริว: "มีครับ เมย์หละ?"

เมย์: "มีค่ะ แค่อยากบอก เพราะดูเหมือนฝนจะตกหนักมาก"

ริวอ่านข้อความซ้ำ

แล้วก็รู้สึกอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ มันอุ่นๆ และเบาๆ ในเวลาเดียวกัน เป็นความรู้สึกแบบที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคย

คนส่วนใหญ่ที่ส่งข้อความหาเขา ส่งเพราะต้องการบางอย่าง

แต่ข้อความนี้ไม่ได้ต้องการอะไร

แค่บอก…

ริว: "ขอบคุณครับ แล้วเมย์วางแผนจะออกไปไหนไหม?"

เมย์: "ห้องสมุดค่ะ มีงานต้องทำ"

ริว: "พอดีเลย ผมก็จะไปเหมือนกัน ต้องคืนหนังสือที่ยืมไว้พอดี ออกพร้อมกันไหมครับ? สักบ่ายสองก็ได้"

รอสักครู่

เมย์: "ได้ค่ะ"

ริววางโทรศัพท์ลง แล้วกลับไปดูหนังสือหน้า 247 อีกครั้ง

คราวนี้อ่านได้จริงๆ

บ่ายสอง หน้าหอพักหญิง

เมย์ยืนรออยู่ใต้หลังคาทางเข้า ถือร่มสีน้ำเงินเข้มในมือ กระเป๋าหนังสือสะพายหลัง

ฟ้าครึ้มหนักจนเกือบดูเหมือนพลบค่ำ ลมเริ่มพัดมากขึ้น ใบไม้บนต้นไม้หน้าหอพักไหวพลิ้วพร้อมกัน

ริวเดินมาจากทางคอนโดหน้ามอ สะพายกระเป๋าเป้ มือนึงถือหนังสือที่จะคืน อีกมือถือร่มสีดำทรงยาว

เมย์สังเกตว่าร่มของเขาใหญ่กว่าของเธอมาก

"สวัสดีค่ะ" เธอทักเมื่อเขาเดินเข้ามาใกล้

"สวัสดีครับ" ริวมองฟ้า "ไปเลยไหมครับ? ดูเหมือนฝนใกล้จะตกแล้ว"

ทั้งคู่ออกเดินทันที แต่เดินได้ไม่ถึงห้านาทีเม็ดฝนแรกตกลงมาบนหลังมือเมย์ แล้วก็หยดที่สอง… ที่สาม… แล้วก็ทุกอย่างก็เปิดออกพร้อมกัน

ฝนถล่มลงมาหนักจนเสียงดังสนั่น เม็ดฝนใหญ่กระแทกพื้นลาดยางเป็นฟอง เมย์รีบกางร่มขึ้น แต่ลมพัดแรงกว่าที่คิด

ส่วนริวรีบกางร่มของเขาแล้วก็หันมาดูเมย์ที่กำลังพยายามจัดการกับร่มเล็กท่ามกลางลมแรง จนร่มพลิกขึ้นครึ่งหนึ่ง

"เมย์เข้ามาได้เลย"

เมย์มองร่มสีดำใบใหญ่ที่ริวยื่นมาให้

"ร่มริวก็…"

"ใหญ่พอสำหรับสองคน เมย์เข้ามาเลยครับ"

เมย์เดินเข้ามาชิดข้างริว ร่มสีดำคันใหญ่กางออกคลุมทั้งสองคนอย่างพอดี แต่ก็พอดีในแบบที่ทำให้ต้องยืนใกล้กัน

ใกล้กว่าปกติมาก…

เมย์รู้สึกว่าไหล่ซ้ายของเธออยู่ห่างจากแขนขวาของริวไม่ถึงห้าเซนติเมตร

เธอจ้องทางข้างหน้าอย่างตั้งใจมากผิดปกติ

"รีบเดินดีกว่าครับ ฝนยังตกหนังอยู่เลย"

"ค่ะ"

ทั้งคู่เดินต่อท่ามกลางฝนหนัก ริวถือร่มให้อยู่ตลอด ปรับระดับให้เมย์ไม่โดนเม็ดฝนที่พัดเฉียงมาจากด้านข้าง

เมย์สังเกตว่าเขาเอียงร่มมาทางเธอนิดหนึ่ง ทำให้ไหล่ขวาของเขาเปียกนิดๆ

"เสื้อริวเปียกนะคะ"

"ไม่เป็นไรครับ"

"แต่ว่า…"

"เมย์ครับ"

เธอหยุดพูด

"ไม่เป็นไรครับ" เขาพูดซ้ำ เสียงเรียบ แต่มีบางอย่างในนั้นที่ทำให้เธอรู้ว่าไม่ต้องเถียง

เมย์เดินต่อ

ฝนดังรอบข้าง เสียงน้ำกระทบพื้น เสียงลม เสียงรองเท้าของทั้งคู่บนพื้นเปียก

และในความวุ่นวายของเสียงทั้งหมดนั้น มีพื้นที่เงียบสงบเล็กๆ ใต้ร่มสีดำ

เมย์รู้สึกถึงมันอย่างชัดเจน

ทั้งคู่เข้าถึงห้องสมุดได้โดยที่เปียกแค่เล็กน้อย ริวเปิดประตูให้ก่อน เมย์เดินเข้าไปพร้อมสะบัดน้ำออกจากกระเป๋า

"ขอบคุณนะคะ สำหรับร่ม"

"ยินดีครับ" ริวพับร่มลง สะบัดน้ำออก มองไหล่เสื้อตัวเองที่เปียกอยู่นิดหนึ่ง แล้วก็ไม่ได้สนใจต่อ

เมย์หยิบทิชชู่ออกจากกระเป๋า ยื่นให้ริวโดยไม่พูดอะไร

ริวมองทิชชู่ในมือเธอ แล้วรับมา

"ขอบคุณครับ"

ทั้งคู่เดินไปที่เคาน์เตอร์คืนหนังสือ ริวคืนหนังสือที่ถือมา เมย์ยืนรออยู่ข้างๆ

"ริวจะนั่งที่นี่ด้วยไหมคะ?" เมย์ถามเมื่อเดินออกจากเคาน์เตอร์

"ถ้าไม่รบกวนได้ครับ"

"ไม่รบกวนค่ะ"

ทั้งคู่หาโต๊ะนั่ง คราวนี้ไม่ใช่บล็อกส่วนตัว แต่เป็นโต๊ะยาวใกล้หน้าต่างที่มองเห็นฝนตกอยู่ข้างนอก

เมย์นั่งฝั่งหนึ่ง ริวนั่งฝั่งตรงข้าม ห่างกันพอประมาณ

ต่างคนต่างหยิบงานออกมา

เงียบ… ได้ยินเพียงแค่เสียงนาฬิกาเดิน

ฝนตกลงอยู่นอกหน้าต่าง

เมย์พยายามจดโน้ตวิเคราะห์วรรณกรรม แต่สายตาก็เหลือบออกไปนอกหน้าต่างเป็นพักๆ ฝนตกหนักมากจนมองไม่เห็นสนามหญ้าด้านล่างชัดๆ

"ริวชอบวันฝนตกไหมคะ?" เมย์ถามขึ้นโดยไม่ได้คิดอะไร

ริวมองขึ้นจากหนังสือ

"ชอบครับ เงียบดี"

"เมย์ก็ชอบค่ะ" เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง

"รู้สึกเหมือนโลกมันช้าลงนิดนึงในวันฝนตก"

ริวมองหน้าเธอที่กำลังจ้องออกไปนอกหน้าต่าง

มีบางอย่างในใบหน้านั้นที่เขามองได้นานกว่าปกติโดยไม่รู้สึกว่าต้องหันออก

"เมย์เขียนนิยายในวันฝนตกไหมครับ?"

เมย์หันมา ดวงตาโตๆ กะพริบถี่ ดูเหมือนไม่ได้คาดว่าเขาจะถาม

"บางทีค่ะ ถ้าอารมณ์มาก็เขียนได้เยอะ"

"อารมณ์มาตอนไหนครับ?"

เมย์คิดอยู่ครู่หนึ่ง…

"ตอนที่รู้สึกอะไรบางอย่างชัดเจนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเศร้า มีความสุข สับสน หรือแม้แต่โกรธ ถ้ารู้สึกอะไรแรงๆ ก็จะอยากเอามันมาใส่ในตัวละครค่ะ"

"แล้วถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยหละ?"

"ก็เขียนไม่ออกค่ะ" เมย์ยิ้มเบาๆ "บางทีนั่งหน้าจอเป็นชั่วโมงแต่ได้แค่สองบรรทัดก็มีค่ะ"

ริวมองเธอ

"แล้วตอนนี้ เมย์รู้สึกอะไรอยู่ครับ?"

คำถามนั้นตรงและเรียบ เหมือนคำถามอื่นๆ ของเขา แต่เมย์รู้สึกว่ามันหนักกว่าปกติ

เมย์มองหน้าริวสักครู่ แล้วก็มองลงที่สมุดโน้ต

"ก็…หลายอย่างค่ะ" เธอตอบเบาๆ "ปนๆกันอยู่จนแยกไม่ออก"

ริวไม่ถามต่อ แต่ก็ไม่ได้มองออกไปที่อื่น

"แล้วริวล่ะคะ?" เมย์ถามกลับโดยไม่ได้คิดมาก "รู้สึกอะไรอยู่ตอนนี้?"

ริวนิ่งอยู่นานกว่าปกติ สายตาเขาอยู่ที่เธอตลอด ไม่ได้หนีไปไหน

"ก็หลายอย่างเหมือนกันครับ" เขาพูดในที่สุด "ปนๆกันอยู่เหมือนกัน"

เมย์รู้สึกว่าหัวใจเต้นพลาดไปหนึ่งจังหวะ

เธอยิ้มเบาๆ แล้วก็มองลงที่สมุดโน้ต หยิบดินสอขึ้นมา

"งั้นเราอ่านหนังสือกันต่อดีกว่าค่ะ"

"ครับ"

ทั้งคู่กลับมาอยู่ในความเงียบอีกครั้ง…

แต่เป็นความเงียบที่แตกต่างจากก่อนหน้า มันอุ่นกว่า และทั้งคู่ก็รู้ดีว่ามันต่างออกไป แม้จะไม่มีใครพูดถึงมัน

เวลาสี่โมงเย็น

เมย์เงยหน้าขึ้นจากสมุดโน้ต ยืดแขนยืดขา มองออกไปนอกหน้าต่าง

ฝนยังตกอยู่ แต่เบาลงกว่าเดิมมาก

"ริวหิวไหมคะ?" เธอถามเบาๆ

ริวมองขึ้นจากหนังสือ "นิดหน่อยครับ"

"เมย์มีขนมค่ะ" เมย์หยิบถุงเล็กๆ ออกจากกระเป๋า สแน็คบิสกิตอัลมอนด์ ยื่นให้เขา "เอาไหมคะ?"

ริวมองถุงบิสกิต

"ขอบคุณครับ"

เขารับไปหยิบกิน เมย์ก็หยิบกินด้วย ทั้งคู่นั่งเงียบอยู่สักพัก ฟังเสียงฝนเบาๆ นอกหน้าต่าง

"ริวมีเวลาว่างบ้างไหมคะ?" เมย์ถามขึ้น "นอกจากเรียน ออกกำลังกาย กับเดินแบบ?"

ริวคิดอยู่ครู่ "น้อยครับ แต่ก็มี"

"แล้วตอนว่างทำอะไรคะ?"

"ส่วนใหญ่อ่านหนังสือหรือไปนั่งอยู่เฉยๆ ที่ไหนสักที่ที่เงียบ" เขาพูด "บางทีก็ไปวิ่งในสวนสาธารณะถ้าอากาศดี"

"คนเดียว?"

"ส่วนใหญ่ครับ"

เมย์มองหน้าเขา "ริวชอบอยู่คนเดียวเหรอคะ?"

ริวคิดอยู่ครู่ก่อนตอบ

"ไม่ได้ชอบหรือไม่ชอบครับ แค่ชินกับมัน" เขาพูดเสียงเรียบ "คนรอบข้างส่วนใหญ่มองผมในแบบที่ผมไม่ได้เป็น เลยไม่ค่อยอยากอยู่กับคนที่มองแบบนั้น"

เมย์เงียบ รับคำพูดนั้นไว้ในใจ

"มองแบบไหนคะ?"

ริวเหลือบมองเธอ

"มองว่าผมเป็นนายแบบหล่อหรือดาราในมหาลัย ไม่ได้มองว่าผมเป็นคนที่มีความสนใจหรือความคิดอะไรเป็นของตัวเอง"

เธอได้ยินแบบนั้นก็นิ่งคิด

"ริวคิดว่าเมย์เคยมองแบบนั้นบ้างไหมคะ?" เธอถามตรงๆ

เขามองหน้าเธอนาน

"ไม่ครับ" เขาตอบ "เพราะในวันแรกๆที่รู้จักกันเมย์ถามผมแค่เรื่องหุ่นยนต์กับปรัชญา"

เมย์ยิ้มเบาๆ แก้มอุ่นขึ้นนิดหนึ่ง

"ส่วนริวก็ถามเรื่องนิยายของเมย์ด้วยหนิคะ ทั้งที่คนส่วนใหญ่คิดว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา"

ริวมองเธอ

"ไม่มีอะไรที่คนทุ่มเทให้กับมันแล้วดูว่าเป็นเรื่องธรรมดาครับ"

เมย์ไม่ได้ตอบกลับริวไป แต่รู้สึกว่าอยากเขียนประโยคนั้นเก็บไว้ที่ไหนสักที่ ไม่ให้ประโยคนั้นหายไป

ฝนเบาลงจนเกือบหยุด แสงบ่ายคล้อยสาดเข้ามาทางหน้าต่างเป็นครั้งแรกในวันนั้น สีทองอ่อนๆ ที่ดูประหลาดหลังจากฝนหนักมาทั้งบ่าย

เมย์มองแสงนั้น

แล้วก็รู้สึกว่าวันนี้มันยาวกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ได้อยากให้มันสั้นลง

"ฝนหยุดแล้วนะคะ" เธอพูด

"ครับ" ริวมองออกไปนอกหน้าต่างด้วย

ทั้งคู่เก็บของลงกระเป๋าพร้อมกัน เดินออกจากห้องสมุด อากาศหลังฝนเย็นสบายและกลิ่นดินชื้นๆ ลอยอยู่ทั่ว

ทางแยก ริวต้องไปทางคอนโดหน้ามหาวิทยาลัย ส่วนเมย์ต้องไปทางหอพักหญิง

"ขอบคุณสำหรับวันนี้นะคะ" เมย์พูด

"ผมไม่ได้ทำอะไรพิเศษหนิครับ"

"ก็แค่อยู่ด้วยกันนั่นแหละค่ะ" เมย์พูดเบาๆ แล้วก็รู้สึกว่าพูดตรงเกินไป รีบเสริม "ขอบคุณสำหรับร่มด้วยนะคะ"

ริวมองเธอสักครู่

"เดินกลับดีๆนะครับ"

"ค่ะ ริวด้วยนะคะ"

เมย์เดินไปทางหอพักหญิง ก้าวเท้าอย่างสม่ำเสมอ

ส่วนริวยืนอยู่ที่ทางแยกสักครู่ มองตามจนร่างเล็กๆ ที่ถือร่มสีน้ำเงินเข้มเดินหายไปหลังมุมอาคาร

แล้วก็เดินกลับทางของตัวเอง

คืนนั้น ริวนอนบนเตียง มองเพดาน

ส่วนภาคนอนเล่นอยู่ที่โซฟาตรงโซนห้องนั่งเล่น นอนเล่นโทรศัพท์เงียบๆ

"มึง"

"อะไร"

"วันนี้กูเจอเพื่อนพี่เมย์ คนที่ชื่อเมเปิ้ล"

ริวหันมามอง

"เจอที่ไหน?"

"ห้องสมุดชั้นสี่ มาขอให้ภูมิช่วยแก้ปัญหา Unity" ภาคพูด แต่ยังไม่หันมา ภาคก็รีบพูดเสริมต่อ "นิสัยดีนะ ตรงไปตรงมา ชอบ"

ริวนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "แล้วไอภูมิมันเป็นยังไง?"

ภาคหันมาพร้อมยิ้ม

"ภูมิคุยกับพี่เขานานกว่าที่คุยกับใครมาในรอบสองปี"

ริวขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ภาคอย่าไปยุ่ง"

"กูไม่ได้ยุ่งอะไร กูแค่สังเกต" ภาคกลับมาเล่นโทรศัพท์ "เหมือนกับที่กูสังเกตว่ามึงเปียกฝนมาแต่ไหล่ข้างเดียว"

ริวเงียบ

"ไหล่ขวาด้วย" ภาคพูดต่อเสียงใสซื่อ

ห้องเงียบลง

"ไอภาค"

"อะไรครับ?"

"เงียบไปเลย ไม่ต้องเสือก"

ภาคหัวเราะเบาๆ แล้วก็เล่นมือถือต่อไป

ริวนอนมองเพดาน

นึกถึงใบหน้าที่หันมามองฝนนอกหน้าต่างในแสงบ่ายคล้อย และเสียงที่พูดว่า "ก็แค่อยู่ด้วยกันนั่นแหละค่ะ"

เมื่อนึกถึงประโยคนั้น เขาก็หลับตาเพื่อที่จะซึมซับคำพูดของเมย์

ริวยังรู้สึกถึงความอุ่นนั้นอยู่ในอก เป็นความรู้สึกที่ไม่จางหายไป

เขายังไม่รู้ว่าคืออะไร…

เขาบอกกับตัวเองเป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ แต่ครั้งนี้เขารู้ดีว่าตัวเองโกหกอยู่

~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~

☺️ ริวเหมือนเริ่มจะรู้ใจตัวเองแล้วนะคะ ทุกคนมาคอยช่วยเชียร์ให้ทั้งคู่รู้ใจตัวเองกันน้า☺️

อ่านแล้วถูกใจกดไลค์ + คอมเม้นต์ให้กำลังใจ = แรงบันดาลใจในการเขียนนิยาย🙏🏻

🫶🏻รักคนรี้ดนะคะ🫰🏻

====================================

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 59

    ริว: "ได้ครับ อีกสิบห้านาทีเจอกันครับ" ริวเก็บโทรศัพท์ลง แล้วรีบเดินไปทางคอนโด โรงอาหารตึก A เมย์นั่งรออยู่แล้ว บนโต๊ะมีข้าวต้มสองจานวางอยู่ ริวเดินเข้ามา นั่งลงตรงข้าม "สั่งข้าวต้มมาให้แล้วค่ะ" "ขอบคุณครับ" ทั้งคู่กินข้าวด้วยกันในเช้าวันธรรมดา บทสนทนาไหลไปตามธรรมชาติ เรื่องนิยายที่เมย์เขียน

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 58

    "ฟังดูดีเลยครับ" "แต่เมย์ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นยังไงค่ะ" เมย์พูดตรง "แต่เมย์ก็อยากลองค่ะ" "เมย์ก็ทำแบบนั้นกับทุกเรื่องนะ" เมย์ยิ้ม "ก็ริวสอนมาหนิคะ" "ริวไม่ได้สอนครับ แค่อยู่ด้วยกันจนทำเหมือนกัน" "ก็นั่นแหละที่สอนค่ะ" ทั้งคู่ยืนอยู่ที่ประตูมหาลัยในคืนที่อากาศเย็นสบาย ริวมองเธอสักครู่ แล้วก็

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 57

    "ฉันอ่านในคืนเดียวค่ะ" สาวคนหนึ่งพูด "แล้วก็ส่งให้เพื่อนที่เพิ่งเลิกกับแฟนอ่าน บอกว่าความรักมันยังเป็นไปได้ค่ะ" "ตอนที่พระเอกบอกว่าเขารักนางเอก" ชายหนุ่มคนหนึ่งพูด "มันตรงและเรียบง่ายมาก ผมก็อยากพูดแบบนั้นกับใครสักคน" "นางเอกในเรื่องมันคือฉันเลยค่ะ" สาวอีกคนพูดเสียงสั่นเล็กน้อย "ที่รู้สึกว่าตัวเอง

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 56

    "และทุกอย่างที่กำลังจะเริ่มต้นครับ" ภาคพูดเงียบๆ คิรินเงียบอยู่สักครู่ แล้วก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ภาคเก็บความทรงจำนั้นไว้นานมาก เมย์มองรอบโต๊ะ ริวนั่งข้างๆ เธอ มือสองข้างวางบนโต๊ะ ใกล้กับมือเธอ ภาคกำลังตัดเค้กอย่างไม่เป็นระเบียบ ภูมิมองอยู่ด้วยสีหน้าที่บอกว่ากังวลเรื่องการตัดที่ไม่เท่ากัน ส่วนเมเ

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 55

    เมย์กลับถึงหอพักทุ่มกว่า ส่วนเมเปิ้ลนอนอยู่แล้ว หันมาเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด "เป็นยังไงบ้าง?" "ก็โอเคนะ" เมย์พูด พลางถอดรองเท้าและวางกระเป๋า "ดูจากหน้าแกก็รู้" เมเปิ้ลพูดพลางหัวเราะเบาๆ "นอนแล้วนะ วันนี้เหนื่อยอ่ะ" เมย์นอนลงบนเตียง เธอนึกถึงช่วงเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับริว ช่วงเวลาดีๆเมื่อตอนเย็นที

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 54

    “อ๊ะ เมย์เจ็บค่ะ” “ไม่ต้องเกร็งครับเมย์ ริวจะค่อยๆทำนะ” เขาค่อยๆขยับนิ้วเขาออกจากช่องทางรักของเธอจนมีเสียงลามกดังขึ้น แจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะ “อื้อ อื้อ อ๊ะ อ๊า” จากความเจ็บในช่วงแรกจนกลายมาเป็นความเสียวกระสันจนเกิดเสียงครางของเธอดัง ริวคิดในใจว่าขนาดสอดใส่นิ้วเข้าไปเพียงแค่ 1 นิ้วก็บีบรัดนิ้วเขาแน่นขนา

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 3

    ตอนที่ 3 : ข่าวลือ แฟนคลับ และคนที่เดินเข้ามาในวงกว้างกว่าที่ตั้งใจเช้าวันจันทร์มหาวิทยาลัยไอต้าในยามเช้าคึกคักตามเคย นักศึกษาเดินขวักไขว่ระหว่างตึก เสียงพูดคุยและเสียงล้อกระเป๋าลากดังประสานกัน กลิ่นกาแฟจากร้านในโถงตึก A ลอยออกมาไกลพอที่จะชวนให้อยากแวะเมย์เดินเข้ามาในมหาลัยตามเวลาปกติ แว่นกรอบน้ำ

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 2

    ตอนที่ 2 : เบอร์โทร แว่นใหม่ และคนที่ไม่ควรจำ เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นตอนสี่ทุ่มครึ่ง เมย์กำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียงในหอพัก หนังสือภาษาญี่ปุ่นเปิดค้างอยู่ตรงหน้า ดินสอหนีบอยู่ที่หู แต่สายตาไม่ได้จ้องที่บรรทัดไหนจริงๆ สักพักใหญ่แล้ว เพราะสมองมันวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ในห้องสมุดตลอดช่วงบ่าย เธอหย

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 1

    ตอนที่ 1 : ชั้นวางหนังสือและปาฏิหาริย์ที่ไม่ได้ตั้งใจ แสงยามบ่ายคล้อยสาดผ่านกระจกบานใหญ่ของห้องสมุดกลางมหาวิทยาลัยอินเตอร์เนชันแนล เทคโนโลยี แอนด์ อาร์ตส์ หรือที่นักศึกษาทุกคนเรียกกันติดปากว่า "ไอต้า" ทำให้แสงสีทองอ่อนๆ ส่องลงมาบนแถวชั้นหนังสือที่เรียงรายสูงเกือบถึงเพดาน กลิ่นกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นแ

  • บังเอิญ(รัก) นายแบบตัวป่วน   บทที่ 31

    เมย์ไม่ขยับ เขาก้มลงมาจูบเบาๆ ที่แก้มเธอ เบาและอบอุ่น ถอยออกมา มองเธอ… หลังจากนั้นเขาก็โน้มเข้าไปจูบเธอย่างอ่อนโยน เมย์เริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศที่ชวนให้ทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น และอยากอยู่ด้วยกันให้นานขึ้น ริวเริ่มสอดแทรกลิ้นเข้ามาหยอกล้อ หลอกล่อให้เมย์ทำตามอย่างที่เขาทำ สักพักเมย์ก็เป็น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status