Mag-log inไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นชีวิตก็ยังคงดำเนินต่อไป
บ่ายวันนี้กรองขวัญมีนัดตรวจแบบร้านที่รับออกแบบให้กับลูกค้ายังสถานที่จริง แต่ลูกค้าดันมีเรื่องด่วนให้ต้องจัดการ เธอจึงต้องหอบงานมาคุยที่ร้านกาแฟสาขาแรกของร้านที่กำลังออกแบบอยู่ในตอนนี้ ซึ่งก็ได้เธอออกแบบให้มีความเป็นเอกลักษณ์ตามที่ลูกค้าต้องการ
เมื่อเคยทำงานด้วยกันมาแล้ว ต่างฝ่ายต่างก็รู้สไตล์การทำงานของกันและกัน แบบร้านที่กรองขวัญทำมาจึงผ่านฉลุยอย่างง่ายดาย
เสร็จงานแล้วลูกค้าสาวก็บอกกับกรองขวัญอย่างเกรงใจ “ขอบใจลูกเป็ดจริงๆ นะจ๊ะ ที่ออกมาหาถึงที่เลย วันนี้งานยุ่งจนไปไหนไม่ได้จริงๆ”
กรองขวัญรีบส่ายหน้าบอกอย่างสดใส “ไม่เป็นไรเลยค่ะ ดีเสียอีก นอกจากได้งานแล้ว ลูกเป็ดยังได้มาพักสายตาในร้านสวยๆ แบบนี้ด้วย”
“ลูกเป็ดนี่น่ารักจริงใจดีจัง สงสัยมีหนุ่มๆ มารุมจีบตรึมเลย”
“ก็มีบ้างนิดหน่อยค่ะ” ขยิบตาบอกพร้อมกับลงมือเก็บเอกสารงานที่กระจายอยู่บนโต๊ะไปด้วย เจ้าของร้านเห็นแบบนั้นจึงลุกขึ้นบอกยิ้มๆ
“พี่ไม่กวนแล้ว ลูกเป็ดนั่งทำงานต่อในร้านได้ตามสบายเลยนะจ๊ะ”
“ไว้แก้แบบเสร็จเมื่อไหร่ ลูกเป็ดจะรีบแจ้งให้พี่บัวทราบทันทีนะคะ”
“ขอบใจจ้า พี่ไปนะ”
กรองขวัญลุกขึ้นยืนยิ้มหวานส่งอีกฝ่าย ได้ลูกค้าสวยแล้วยังใจดีแบบนี้ เป็นโชคดีของเธอจริงๆ รอจนเจ้าของร้านเดินจากไปแล้ว ร่างบางจึงนั่งลงเก็บเอกสารและม้วนแบบร่างงานให้เรียบร้อย จากนั้นก็นั่งทบทวนสิ่งที่ต้องแก้ไขที่จดเอาไว้ในสมุดบันทึก สักพักจึงลุกไปจ่ายเงินเตรียมกลับ แต่เด็กในร้านปฏิเสธการรับเงิน แถมยังส่งถุงขนมขนาดใหญ่ให้อีก
“คุณบัวสั่งไว้ค่ะ” อีกฝ่ายอธิบายยิ้มๆ
กรองขวัญยิ้มตอบ ไม่ได้ดื้อรั้นจ่ายเงิน เธอรับถุงขนมมาและฝากขอบคุณเจ้าของร้านคนสวยก่อนจะออกจากร้านมา ระหว่างเดินผ่านร้านเสื้อผ้าสตรีก็อดมองดูไม่ได้ แต่เสื้อผ้าสมัยนี้เปิดเผยมากเกินไป ไม่ค่อยเรียกเงินจากกระเป๋าเธอได้เลย จังหวะที่กำลังจะละสายตามานั่นเอง ดันเหลือบไปเห็นใครบางคนนั่งอยู่ในร้าน
ภวัตตัวเป็นๆ กำลังนั่งมองหญิงสาวหุ่นบางลองชุดสวยอยู่ในนั้น!
ไหนแก้วกานดาบอกว่าภวัตโสด ไม่ทราบว่าผู้หญิงที่เขากำลังนั่งมองซ้ายขวาคนนั้นออกมาจากป่าไหน?
ยิ่งคิดยิ่งเม้มปากกำถุงขนมแน่นแบบไม่รู้ตัว จากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็ผ่านไปเป็นเดือนๆ แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นยังถูกเก็บเป็นความลับอย่างดี นอกจากข่าวเลิกราของเธอกับโตมรแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องเธอกับภวัตสักคน
'อยากให้พี่รับผิดชอบ?'
เสียงเรียบๆ ของภวัตในวันนั้นดังขึ้นมากระแทกใจจนเจ็บ
ขอถามหน่อยเถอะ มีผู้หญิงคนไหนถูกเจาะไข่แดงโดยไม่รู้ตัวแล้วไม่อยากให้ผู้ชายที่เจาะไข่แดงไปกินรับผิดชอบตัวเองบ้าง ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ภวัตได้รับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้นแน่ อย่างน้อยเธอต้องได้ข้อเสนอบางอย่างที่ได้เปรียบเขามา แต่นี่...
“อาวัตบ้า!”
ร้องด่าอยู่คนเดียวด้วยความเจ็บใจ ถูกเจาะไข่แดงว่าเจ็บแล้ว การเป็นฝ่ายเสนอไข่ให้เขาเจาะกินเองยิ่งเจ็บจนแทบกระอักเป็นเลือด
สะบักสะบอมไปอีกเธอเอ๋ย!!
ใบหน้าหวานสะบัดหน้าหนีภาพในร้านเสื้ออย่างแรง ก้าวเร็วๆ ตรงไปหาทางเดินที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้ามหานคร ปากเล็กงึมงำด่าใครคนนั้นอย่างอดไม่ได้
“ตัวก็มีคนของตัวอยู่แล้ว ยังจะมายุ่งกับคนอื่นอีก พวกหลายใจ!”
เมื่อกรองขวัญกลับมาถึงออฟฟิศก็ชูถุงขนมเรียกคนอื่นในแผนก ซึ่งเหลืออยู่กันแค่สามสี่คน สงสัยจะออกนอกสถานที่เหมือนกัน
“พี่ๆ ขา วันนี้ลูกเป็ดมีขนมอร่อยๆ จากร้านคุณบัวมาฝากด้วย ใครต้องการเพิ่มน้ำตาลในเลือดก็ตามเค้าไปที่แคนทีนได้เลยนะ”
สาวสวยนางหนึ่งเงยหน้าขึ้นบอก “พี่จองเค้กมะพร้าวอ่อน ถ้ามีนะ”
“โอเคค่ะ คนอื่นจองอะไรหรือเปล่า”
“อะไรก็ได้จ้ะ เดี๋ยวตามเข้าไป”
“เออ เดี๋ยวพี่ตามไป ขออเมริกาโน่เย็นๆ ด้วยนะลูกเป็ด หัวจะทิ่มโต๊ะอยู่แล้วเนี่ย” ชายหนุ่มวันยี่สิบปลายๆ ตะโกนมาบอก
“ได้เลยค่า”
กรองขวัญตะโกนตอบแล้วหมุนตัวเดินตรงเข้าแคนทีนไปรื้อขนมออกจากถุงรอ เค้กฝอยทองใบเตยลาวาก้อนใหญ่ที่หยิบออกมาจากถุงช่างทำให้คนอดกลืนน้ำลายไม่ได้จริงๆ ทั้งที่ฟาดมัทฉะลาเต้กับชีสเค้กที่ร้านมาแล้วนะนี่ ความน่าทานของเค้กชินนี้มันล่อใจเหลือเกิน...
“เฮ้ย! นี่ยังจะกินอีกเหรอ”
“เอ่อ...” ช้อนเล็กเต็มไปด้วยฝอยทองลาวาชะงักก่อนจะเข้าปากนุ่ม
“ไม่ได้กินที่ร้านมาก่อนแล้วเหรอวะ”
กรองขวัญแลบลิ้นกวาดคราบขนมออกจากริมฝีปาก ก่อนจะหันไปยิ้มแห้งๆ ให้คนถาม เธออดใจไม่ไหวจริงๆ พอจัดเค้กกับกาแฟให้พี่ๆ เสร็จเลยชงชามะลิหอมๆ ให้ตัวเองอีกแก้ว แล้วนั่งลงจ้วงขนมเข้าปากต่อ
“ไม่เลี่ยนเรอะนั่น” คนไม่ชอบความหวานเลี่ยนของเค้กถาม
“อร่อยจะตาย กาแฟพี่ภาสอยู่ในตู้เย็นนะ”
ภาดาเดินไปเปิดตู้เย็นเล็กหยิบแก้วกาแฟเย็นของตนออกมาดูด แต่แทนที่จะออกไปเลย เขากลับถามหาของหวานให้ใครอีกคน “ไหนล่ะเค้กมะพร้าวของเจ้นิ่ม มีหรือเปล่า เจ้บอกให้เอาไปเสิร์ฟด้วย”
กรองขวัญเหล่ตามองพี่ร่วมสถาบันยิ้มๆ “เจ้นิ่มบอกหรือว่าพี่ภาสเสนอตัวกันแน่ ชอบเจ้ล่ะสิ อย่าคิดว่าลูกเป็ดไม่รู้นะ”
“แกรู้ได้ไง ตัวเจ้ยังไม่รู้เลย!”
ณ คาเฟ่ขนมหวานใต้ตึกสูงระฟ้า อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทพีเอ็มยานยนตร์ในเวลาบ่ายแก่ๆ อย่างนี้มีลูกค้าที่เข้ามานั่งในร้านมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนกับเด็กชายหน้าตาน่ารักในชุดหมีทับเสื้อยืดสีแดงสดใส“อ้ามมม”"อ้ำ!"ขณะทั้งสองกำลังหยอกล้อแย่งขนมเค้กช็อคโกแลตกับไอศกรีมอยู่นั่นเอง โต๊ะด้านหลังพลันมีคนมานั่งลงพร้อมเสียงสนทนาที่น่าสนใจยิ่ง“นี่หล่อนได้ยินข่าวลือจากชั้นบนหรือเปล่า”“ได้ยินมาหลายเรื่อง หล่อนหมายถึงเรื่องไหนล่ะ”“ก็เรื่องที่แม่ผู้ช่วยคนใหม่อ่อยท่านประธานไง คนในบริษัทเม้าท์กันให้แซ่ด แม่นั้นจ้องจะงาบท่านเช้าเย็น”“แต่ฉันได้ข่าวมาว่าท่านประธานมีเมียแล้วนะ”“โอ๊ย มีแต่ไม่มาก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ อีกอย่างหล่อๆ อย่างนั้น ถึงมีเมียแล้วผู้หญิงบางคนก็ยอมเป็นเมียน้อยย่ะ!”ช้อนที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากลูกชายชะงักไปตั้งแต่ได้ยินประโยคต้นๆ ของสองสาว ดวงหน้าสวยอย่างคนสุขภาพดีแอบหันไปมอง ถ้าดูจากชุดฟอร์มแล้ว ท่านประธานที่พวกหล่อนเอ่ยถึง น่าจะเป็นสามีของเธอ“แม่คับ อ้ำ!” เสียงใสๆ เรียกท้วงพร้อมเอื้อมมาคว้าช้อนของหวานเข้าปากเสียเองกรองขวัญได้สติหันมามองลูกชายส
จะมีสักกี่คนในโลกที่ตกหลุมรักใครสักคนอย่างไม่มีเหตุผลภวัตดันตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งโครมใหญ่เธอคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงสวยจัด ไม่ใช่ผู้หญิงพราวเสน่ห์น่าหลงใหล แต่เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักวัยยี่สิบคนหนึ่ง“สวัสดีค่ะอาวัต ชื่อลูกเป็ดนะคะ เป็นเพื่อนสนิทของดาด้าค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้พร้อมเอ่ยแนะนำตัวอย่างร่าเริง รอยยิ้มสดใสที่เธอส่งให้ในวันนั้น เปรียบเหมือนศรรักพุ่งเข้าปักหัวใจเขา แต่เพราะช่วงวัยที่ห่างกันเป็นสิบปี ชายหนุ่มจึงได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้ในใจ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกให้เธอรู้บางทีภวัตอาจจะค่อยๆ ลืมรอยยิ้มสดใสในวันนั้น หากหลานสาวจะไม่ให้เขาไปรับที่มหาวิทยาลัยอาทิตย์ละสองสามวัน ซึ่งลูกเป็ดแสนน่ารักกับนาริสาก็มักจะติดสร้อยห้อยตามมาด้วยทุกครั้ง เด็กสาวทั้งสามเป็นเด็กเรียนดีที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทางมหาวิทยาลัย รู้จักคนมากมายทั้งในคณะและนอกคณะ ไม่แปลกที่ความน่ารักน่ามองของพวกเธอจะเข้าตาหนุ่มๆ จนเข้ามาตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะลูกเป็ดของเขาภวัตเกรงว่าพวกเธอจะโดนล่อลวง จึงหาคนมาดูแลอยู่ห่างๆ คอย ‘กำจัด’ เด็กหนุ่มพวกนั้นออกไป โดยไม่บอกให้พวกเธอรู้ตัว ไม่คิดว่าขณะที่เขามุ่งมั่นสร้างควา
“ยังไม่รีบไปดูอีก!”เทวาตีนผีไม่รีรออะไรอีก แจ้นลงเรือนไปทันที ไม่นานก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาบอกอย่างแตกตื่น “ไปแล้วพ่อ! ไม่มีใครอยู่สักคน! พวกเขาไปแล้ว!”พอได้ยินเสียงอาหนุ่ม พฤทธิ์ที่ถูกคุณตาอุ้มออกมานั่งตักรอฟังข่าวก็ส่งเสียงอ้อแอ้ใส่ เทวาได้แต่เดินไปนั่งลงข้างๆ พ่อแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นอะพ่อ”แดนดินจับตัวหลานชายที่ดิ้นไปหาเทวาอย่างต้องการเล่นกับอาด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ลูกชายไปอ่านเอง เขาเจอมันตอนอุ้มพฤทธิ์ออกมาจากเปล เป็นโน้ตจากกรองขวัญ เขียนไว้ว่าฝากพฤทธิ์ด้วยนะคะเราสองคนขอไปฮันนีมูนย้อนหลังก่อนแล้วจะซื้อของมาฝากแม่เป็ดเอง (ห้ามรังแกหลาน)ใครๆ ก็บอกว่าเขาชอบคิดไปเองจนเรื่องมันบานปลายไปใหญ่โต ก็ดูสถานการณ์แต่ละอย่างที่เขาเจอสิ จะไม่ให้คิดไปเองยังไงไหว!ด้านเทวาอ่านโน้ตที่พี่สาวทิ้งไว้แล้วมือสั่น หันไปบอกพ่อด้วยสีหน้าจวนจะร้องไห้ “นี่มันก่อการร้ายชัดๆ เลยนะพ่อ พวกเรารับมือไม่ไหวแน่”“ปา...ปะ...”เสียงเล็กๆ พูดแทรกเหมือนอยากคุยด้วย แต่คุณตากับคุณอาได้ยินแล้วถึงกับสะดุ้งมองด้วยสายตาผวา กลัวพฤทธิ์จะแผลงฤทธิ์ ยามที่เจ้าอ้วนอารมณ์ดีก็น่ารัก
เรื่องที่สามีแอบวางแผนมัดใจตนมานานแสนนานทำให้กรองขวัญทั้งฉุนทั้งมีความสุขตลอดวัน เข้าใจแล้วว่าทำไมภวัตถึงยอมตามเธอมาอยู่ที่นาทองคำ ยอมให้แดนดินใช้งานสารพัดพอรู้ว่าเขารักขนาดนี้ อะไรๆ มันก็ดีไปหมดแต่ดูเหมือนว่าภวัตจะมีข้อเสียเรื่องความหื่น!สามีของเธอชักเริ่มเคยตัวขึ้นทุกวันๆ พอได้หนึ่งครั้ง...เอ่อ...หนึ่งคืนเต็มๆ ในวันนั้น เขาก็จัดให้แทบไม่ว่างเว้น ยังดีที่รู้ตัวว่าต้องชดใช้แรงงานให้เธอด้วยการเลี้ยงลูกแทน“แอะ!”กรองขวัญมองลูกชายที่โตวันโตคืนโบกไม้โบกมืออยู่บนเบาะนอนข้างๆ เหมือนอยากจะเล่นด้วย เธอเขี่ยแก้มยุ้ยของลูกชายเล่นเบาๆ อย่างรักใคร่ พฤทธิ์อยู่ง่ายเลี้ยงง่ายเหลือเกิน กินปุ๊บ หลับปั๊บ ถูกใจพ่อเขานัก แต่เวลาคุณชายโมโหไม่ได้ดั่งใจขึ้นมานี่ร้องจ้าหูร้าวกันทั้งบ้าน ต้องให้ภวัตอุ้มโอ๋ถึงจะหยุดร้อง“แอะ แอะ”“เด็กดี แม่ดีใจจริงๆ ที่หนูเกิดมาจากความรักที่พ่อมีต่อแม่”เรื่องที่ลูกชายเกิดมาเพราะพ่อแม่เมาไม่รู้ตัว เป็นปมใหญ่ในใจเธอมาตลอด เดิมคิดว่าภวัตมาแต่งงานด้วยเพราะต้องการรับผิดชอบเท่านั้น ใครจะคิดว่าความจริงคือเขาค่อยๆ ต้อนเธอด้วยความรักมาแต่แรกแล้ว“โตขึ้นหนูต้องเป็นเด็กดี รักพ่อกับ
“คนโกหก!” คนตื่นขึ้นมาในสภาพมีรอยจ้ำสีกุหลาบเต็มตัวบนเตียงหลังใหญ่ตะโกนใส่หน้าสามี พร้อมกับทุบอกกว้างขาวเนียนนั่นอย่างโมโห“โอ๊ยๆ อะไรกันลูกเป็ด มาทุบพี่ทำไม”“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ! ความจำกลับมาแล้วใช่ไหม คนบ้า! ทำแบบนี้ได้ยังไง มาหลอกแอ้มเค้าทำไม!“ภวัตหัวเราะเบาๆ ดึงภรรยาลงมานอนบนอกที่โดนทุบเอาๆ เมื่อกี้อย่างไม่ถือสา “เลิกโวยวายเสียงเบาได้แล้วน่า เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก”คนใช้เสียงเท่ายุงบินขึงตาใส่สามี ถ้าไม่กลัวลูกที่นอนก้นโด่งอยู่ในคอกข้างๆ จะตื่นขึ้นมา เธอคงกรี๊ดลั่นบ้านไปแล้ว เขามันเสือร้ายชัดๆ เลย!“บอกแล้วว่าความจำของพี่ไม่สำคัญเลย แค่เรารักกันเหมือนตอนนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะแก่เฒ่าจากกันไปก็พอแล้วสำหรับพี่”“แต่ลูกเป็ดกลัวนี่ อาวัตรู้ไหมว่าลูกเป็ดกลัวมากแค่ไหน ลูกเป็ดกลัวว่าอาวัตจะจำได้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร เรามีลูกเพราะอะไร กลัวจนเครียดไปหมด แต่ที่ลูกเป็ดกลัวที่สุดก็คือกลัวอาวัตไม่รักลูกเป็ดแล้ว!!”ภวัตดึงคนคิดมากขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนจะสั่งว่า “ห้ามพูดว่าพี่ไม่รักลูกเป็ดนะ”“ก็ลูกเป็ดกลัวนี่”“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ลูกก็มีด้วยกันแล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก หืม”“ถ้าอาวัตไม่บังเอิ
“แอะ!”เจ้าอ้วนน้อยหันมาคุยกับพ่อพร้อมชูไม้ชูมือหา ภวัตเลยอุ้มขึ้นมานั่งบนตัก ประคองคอเล็กไว้ด้วยมือข้างเดียว“คิดถึงพ่อเหรอเด็กอ้วน”“แจ๊บๆ”ภวัตมองการดีดแขนดีดขากำมือจะเอาเข้าปากอมของลูกชายด้วยสายตาอ่อนใจอยู่บ้าง ท่าทางแบบนี้แปลว่าต้องการอาหารแล้ว “ไม่กินแล้วครับ กินเยอะจะอ้วนเป็นลูกหมูน้อยนะ”ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือขัดใจที่พ่อไม่เอานมให้กินสักที พฤทธิ์ถึงออกอาการน้ำตาคลอขึ้นมาทันตาเห็น “ฮึก...”คนเป็นพ่อถึงกับส่ายหน้า บอกทีเถอะ ว่านี่เป็นพฤติกรรมทั่วไปของเด็กอายุสองเดือน พฤทธิ์กินเอาๆ จนตอนนี้ตัวเลขน้ำหนักนำหน้าอายุไปไกลแล้ว แหล่งผลิตอาหารชั้นเลิศของพฤทธิ์ก็อวบขึ้น...“มองอะไรคะ!” เจ้าของอกอวบที่นอนกางแขนอยู่รีบยกมือปิดอกไว้ภวัตแกล้งทำตาวาวมอง “แค่มองก็ไม่ได้ พฤทธิ์ทั้งจับทั้งดูด ไม่เห็นลูกเป็ดจะบ่นเลย”“ก่อนจะมีลูก พี่วัตทำมากกว่าลูกอีกนะ”“จำไม่เห็นได้เลย ว่าเคยทำ”กรองขวัญถึงกับอ้าปากค้าง ถ้าเขาไม่เคยทำ พฤทธิ์คงจะเกิดขึ้นมาจากการนิมิตของเธอเองละมั้ง!“ไม่เป็นไร รอลูกโตมากกว่านี้อีกหน่อย พี่จะให้ลูกเป็ดทวนความจำให้พี่แบบพิเศษแน่นอน”ทวนความจำแบบพิเศษอะไรของเขาล่ะ!“อื้อ! อ่อย...อ
“อาวัตขา...”คนเพิ่งข่มตาขมใจหลับไปไม่นานลืมตาขึ้นมาเงียบๆ“อาวัต...ฮือ...อา...ฮึก!”ร่างสูงกระโจนทีเดียวถึงสวิตช์เปิดไฟ พอไฟสว่างก็พบว่าหญิงสาวที่มีเฝือกห้อยคอกำลังนั่งอยู่กลางอาเจียนกองใหญ่บนเตียง“ลูกเป็ด!”“เหม็น!” คนอ้วกแตกกลางดึกครางบอกทั้งน้ำตา เธอเพิ่งจะหลับไปได้ครู่เดียว อยู่ดีๆ ก็ใจหวิวขึ
เนื่องจากพนักงานหลายคนถือโอกาศลาพักร้อนต่อเหมือนๆ กันเมื่อกลับมาเริ่มทำงานวันแรก ทุกคนเลยทำงานกันแบบสบายๆ มีบางคนเปิดงานขึ้นมา ‘ดู’ บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเมาท์ให้คนอื่นฟังว่าตัวเองไปเที่ยวไหนมาในช่วงหยุดยาวมากกว่า บางคนถึงกับเดินไปคุยกับเพื่อนในแผนกอื่นก็มีในตอนบ่ายนั่นเอง นฤมาศผู้เป็นหัวหน้
“เอาลูกนั้นค่ะ ลูกนั้นๆ”ภวัตเอื้อมแขนยาวๆ ไปคว้าเอามะม่วงที่ถูกชี้ตัวโยนลงไปด้านล่างตามคำสั่ง ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาปีนเก็บมะม่วงให้เมียกิน!“เก็บลงมาเยอะๆ สิคะ ลูกสองลูกจะพอกินอะไร” เสียงหวานตะโกนขึ้นมาบอกตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ ...ทั้งมะม่วงแบบเป็นพวงและแบบลูกร่วงลงพื้นรัวๆ จากนั้นคนเก็บก็ส
แดนดินเอ่ยต่อหน้าตาย “ฉันยอมให้แต่งก็ได้ แต่ลูกเป็ดต้องย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านนี้”“ได้ไงจ๊ะ ลูกเป็ดต้องกลับไปทำงานนะพ่อ” กรองขวัญร้องท้วงหน้าตาตื่น“ไม่ต้องทำแล้ว กลับไปก็รีบจัดการลาออกให้เรียบร้อยซะ พ่อจ้างอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้”กรองขวัญ “...”“ไม่ลำบากคุณพ่อจ้างหรอกครับ เมียผมมีรายได้ของผมเป็นของตัวท







