Se connecter“โคตรเท่ กูอยากเป็นแบบพี่เขย” เทวินทร์ฟังพี่เขยพูดจบก็หันไปกระซิบกับเทวาอย่างอิจฉา“เออ สบายโคตร”“ทำเกี่ยวกับรถยนตร์ เป็นเซลล์ขายรถเหรอวะ” แดนดินพูดซะลูกๆ เกือบพากันหัวทิ่มชาม กรองขวัญเองก็มองค้อนใส่พ่ออย่างเคืองๆ ก่อนจะพูดออกหน้าแทนสามี“เป็นนายใหญ่ของเซลล์ขายต่างหากละคะ ยังเปิดสนามแข่งไว้ให้คนอื่นเช่าจัดงานแข่งรถอีกสองสามแห่งแหนะ”“สนามแข่งรถ!” สองแฝดตาโตกว่าเดิมอีก“มันก็ขายรถเหมือนกันนั่นละ” คนสืบประวัติมาหมดยักไหล่บอกฤทัยรักษ์ทำเสียงใส่สามี “จะขัดอะไรนักหนาคะ”“นั่นสิ ทำอะไรแล้วไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็ทำไปเถอะ มาอยู่กับลูกกับเมียที่นี่ได้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เวลาตั้งท้องนะ กำลังใจสำคัญที่สุดก็ยกให้พ่อของลูกนั่นละ” น้ำเสียงคนพูดพอใจยิ่งนัก นอกจากนิสัยพูดน้อยต่อยหนักของภวัตแล้ว ประวัติส่วนตัวที่หลานชายสืบมา หลานสะใภ้ก็เอามาแชร์ให้ดูจนรู้ไส้รู้พุง บอกเลยว่าภวัตได้ใจคำหอมไปเต็มๆ“หนูเห็นด้วยจ้ะ ยิ่งพี่ลูกเป็ดแพ้ท้องเพราะอยู่ห่างพี่เขยแบบนี้ ให้อยู่ใกล้ๆ กันดีที่สุด หนูยังหวั่นใจอยู่เลยว่าถ้าพี่เขยกลับไปทำงาน พวกเราจะเจออาการแพ้อะไรบ้าง” เทวาเสนอหน้าออกความเห็นอีกเสียง“ไอ้วา!”เทวาคอหดฟ้
ไม่กี่นาทีต่อมา กระดาษเนื้อดีสองแผ่นก็วางลงตรงหน้าบ่าวสาวทะเบียนสมรส...“นี่พ่อเตรียมไว้เลยหรือจ๊ะ” ลูกสาวถึงกับอึ้งแดนดินยักไหล่บอก “พ่อก็ไม่อยากเตรียมไว้หรอก แต่วันก่อนเข้าไปทำธุระในอำเภอ เลยขอให้นายอำเภอช่วยจัดการให้เลย แบบว่าซี๊กับนายอำเภอน่ะ ลูกเซ็นชื่อกันซะสิ เดี๋ยวพ่อให้เด็กเอาไปส่งนายอำเภอ เขาจะออกใบสำคัญการสมรสให้”สาบานว่าแดนดินไม่ชอบลูกเขยคนนี้!เนื่องจากมีงานรอให้กลับไปสะสาง พอแดดร่มลมตก กาจพลจึงพาแก้วกานดาเอ่ยลาทุกคน โดยมีวินิตที่ต้องกลับไปประสานงานอยู่ทางกรุงเทพมหานครระหว่างที่ภวัตย้ายมาอยู่หมู่บ้านนาทองคำติดตามกลับไปด้วย แก้วกานดามีโอกาสได้แซวอากับเพื่อนรักไม่นานก็ต้องกลับไปแล้วส่วนน้องๆ ทั้งสี่ของเจ้าสาวเห็นโอกาสอันดี พอแขกจากไป พวกเขาก็รีบวิ่งไปช่วยขนกระเป๋าของภวัตเข้าไปวางในห้องนอนกรองขวัญด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส“ขอบใจทุกคนมากๆ นะ” ภวัตเดินตามมาบอก โดยมีกรองขวัญยืนส่ายหน้าให้กับความขี้ประจบของน้องชายน้องสาวอยู่ข้างๆ“ยินดีให้บริการครับ พี่เขยมีอะไรเรียกใช้เราได้เลยครับผม” เทวาเสนอหน้าเข้าไปบอกก่อนใครใจดี เงินหนา ป๋ามาก!นี่คือคำนิยามของภวัตแบบสั้นได้ใจ ที่นรีกาน
ฝ่ายเจ้าสาวทุกคนเอาแต่มองพานสินสอดที่ค่อยๆ เปิดออกนิ่ง ไม่มีใครตอบสักคนจนกาจพลเริ่มเหงื่อตก“ทองคำแท่งเก้าสิบเก้าบาทนี่ เท่ากับเงินกี่บาทเหรอวะ” เทวินทร์แอบเอียงหูกระซิบถามแฝดน้อง“หลายล้านว่ะ” เทวาตอบพลางกลืนน้ำลาย“กูว่าพี่เขยคงรวยมากๆ เลย ว่ามะ”“เปย์หนักมากด้วย” คเชนทร์ยื่นหน้ามากระซิบอีกคน เพราะได้จากพี่เขยมาเยอะพอสมควร ตอนช่วยพี่สาวย้ายของกลับบ้านเมื่อผู้ใหญ่ทางฝ่ายหญิงยังไร้เสียงตอบ กาจพลจึงเอ่ยขึ้นเสียงค่อย“เอ่อ...ถ้าสินสอดเราน้อยไป...”“คุณค่าของลูกสาวผมไม่ได้อยู่ที่สินสอด จะมากหรือน้อยก็ดี ขอแค่คนของคุณดูแลลูกสาวผมให้มีแต่ความสุขกายสบายใจ มีกินมีใช้ไม่ขาดมือ เท่านี้ผมก็พอใจแล้ว” แดนดินขัดขึ้นเสียงเรียบ เขาไม่ได้คิดจะขายลูกสาวกินนะโว้ย“ผมจะดูแลลูกเป็ดยิ่งกว่าชีวิตตัวเอง คุณพ่อเชื่อใจผมได้เลย” ภวัตบอกพ่อตาน้ำเสียงหนักแน่น“จำคำของนายไว้ให้ดี”จากนั้นสินสอดทั้งหมดก็ถูกฤทัยรักษ์นับใส่ผ้าสีทองผืนใหญ่จนเต็ม ทบปลายเข้าหากันผูกให้แน่นแล้วแบกขึ้นหลัง ร่างบางแกล้งซวนเซเล็กน้อย ก่อนจะบ่นว่าสินสอดนี้หนักจริงอะไรจริง กองเชียร์ที่นั่งดูข้างๆ พากันเฮขึ้นลั่นเรือน งานนี้พ่อแม่เจ้าสาวโกยส
วันต่อมา เวลาตีห้าโดยประมาณวันนี้แดนดินได้รับมอบหมายจากภรรยาให้ออกมาหุงหาอาหารเช้าให้ทุกคนได้อิ่มท้อง ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์เขาจะได้รับหน้าที่นี้ราวๆ สองถึงสามวัน เมนูก็แล้วแต่วัตถุดิบและอารมณ์คนทำ เช้านี้เขาอารมณ์ดี เดินไปยังห้องครัวด้วยสีหน้าเบิกบานทีเดียวเอ๊ะ!ขณะกำลังเดินมาดีๆ นั่นเอง ดวงตาคมเข้มพลันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มตัวสูงที่เดินคุยโทรศัพท์อยู่ในสวนหน้าเรือนกับพวกหลังอานเข้า แดนดินชะงักหมุนตัวไปมองดีๆ ทันที พอลูกหมาพวกนั้นหันมาเห็นเขาก็เห่าทักเสียงดังจนอีกฝ่ายหันมามองตามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือคนที่คิดจริงๆ แดนดินก็ได้แต่ทำหน้างงหนักตอนนี้ยังเช้าตรู่อยู่ ดวงตะวันยังไม่ทันจะโผล่ขึ้นฟ้า ทำไมคนที่อยู่กรุงเทพฯ อย่างภวัตถึงมาโผล่อยู่ที่นี่แล้วล่ะ“เอาขนมมาให้?”ได้ฟังเหตุผลที่ภวัตปรากฏตัวขึ้นที่นี่แต่เช้ามืด แดนดินถึงกับเม้มปากมองลูกสาวด้วยความน้อยใจ ไม่ใช่แค่เมินขนมที่เขาหาซื้อมาให้ แล้วไปอ้อนให้ภวัตเอามาส่งถึงบ้าน แต่ยังเมินซุปไก่ตุ๋นของเขา ไปกินข้าวต้มปลาที่ภวัตซื้อมาฝากพร้อมเค้กสารพัดอย่างในกล่องใหญ่นั่นอีก! “ความจริงวันนี้ผมกะจะมาหาน้องอยู่แล้วครับ เป็นห่วง กลัวจะแพ้ท้องหนักอีก”
หลายชั่วโมงให้หลังพลันมีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นกรองขวัญหายแพ้ท้องจริงดังว่า!หายจนลุกออกมาเดินเล่นนั่งเล่นกับคนอื่นได้เหมือนปกติ ทั้งที่หลายวันก่อนหน้านี้แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของผ้าห่มกับเตียงนอน นอกจากเด็กๆ ที่พากันงงเป็นแถบ คงมีเพียงย่าทวดคำหอมกับฤทัยรักษ์ที่พอจะเข้าใจเรื่องราว“ลูกคงคิดถึงพ่อ พอพ่อมาถึงก็ไม่งอแงเลย”ภวัตมองคนนั่งกินมะยมอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน “แล้วแม่ล่ะ คิดถึงพ่อหรือเปล่า”กรองขวัญส่ายหน้า “ลูกอาจจะคิดถึงอาวัต แต่ลูกเป็ดไม่ได้คิดถึง”“จริงรึ”“จริงค่ะ”“หลานงอแงแบบนี้ ถ้าพี่เขยกลับกรุงเทพฯไปเมื่อไหร่ พี่ลูกเป็ดก็เป็นเหมือนเดิมอีกเหรอจ๊ะทวด” เทวาหันไปถามคำหอมตาปริบๆ“ก็ประมาณนั้น”“โอย ไม่เอานะคะ ลูกเป็ดไม่อยากผะอืดผะอมแบบนั้นอีกแล้ว แค่ใส่เฝือกก็คันจะแย่” หญิงสาวบอกหน้างอคอตก เฝือกที่แขนจะเอาออกได้ก็ตั้งสองสามวัน เธอไม่อยากอ้วกไปพร้อมกับแขนไม่สมประกอบนี่อีกแล้วนะตอนนั้นเองที่ภวัตหันไปถามผู้ใหญ่ตรงๆ “ถ้าผมจะขอย้ายมาอยู่กับลูกเป็ดที่นี่เลย คุณทวดกับคุณอาจะว่ายังไงครับ”คุณทวดกับคุณอาสบตากันนิ่ง ก่อนหญิงชราจะตอบออกมา “เรื่องนี้คงต้องถามพ่อเขานะ”“ถามหนูนี่แหละค่ะ
เวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้กรองขวัญกลับมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนาทองคำได้หลายวันแล้ว ข้าวของทั้งหลายที่ขนมาด้วยถูกเก็บไว้ที่ใต้ถุนเรือนก่อน เนื่องจากสภาพแขนเจ้าของมันไม่อำนวยในการรื้อแจกกลับมาคราวนี้กรองขวัญทำตัวออดอ้อนแดนดินทุกวัน สังเกตเห็นชัดเลยว่าพอลูกกลับมาอ้อนอยู่ข้างๆ แดนดินก็ลดท่าทีโกรธเคืองลง ทั้งยังเริ่มเห่อหลานในท้องกรองขวัญมากขึ้นทุกวันๆ อะไรกินอะไรทาแล้วดีต่อว่าที่คุณแม่ เขาจะหามาบำรุงบำเรออย่างเต็มที่แต่บางทีคงจะบำรุงหนักมากเกินไป ว่าที่คุณแม่ถึงออกอาการไม่สู้จะดีนัก“อื้อ!! โอ๊กกกกกก”“ไหวหรือเปล่าลูก”“ไม่...ฮือ ทำไมหนูต้อง...อ๊อก!”พูดไม่ทันขาดคำ กรองขวัญก็ต้องก้มหน้าลงไปหาชักโครกอีกครั้ง โดยมีฤทัยรักษ์ค่อยลูบหลังให้ เทวินทร์กับเทวาที่รับคำสั่งจากพ่อ ให้มาดูแลพี่สาวคนโตหลังเลิกเรียนแทนพี่ๆ ที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ได้แต่ยืนเมียงมองอยู่ห่างๆ อย่างแหยงๆว่าที่คุณแม่แพ้ท้องหนักขึ้นทุกวันจริงๆ เมนูที่เคยชอบนักชอบหนามาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้แค่ได้กลิ่นก็วิ่งไปโก่งคออ้วกแตกอ้วกแตน ส่วนอะไรที่เปรี้ยวจี๊ดแบบเสียวฟัน แม่ฟาดเรียบ“นายว่ามันจะน่ากลัวหรือเปล่า”“อะไรน่ากลัว” เทว







