Home / โรแมนติก / บังเอิญผ่านมาให้รัก / บทที่ 4 : แบบนี้ฉันไม่เรียกว่ารัก 1/3

Share

บทที่ 4 : แบบนี้ฉันไม่เรียกว่ารัก 1/3

last update Last Updated: 2026-02-15 15:37:30

“อาวัตมาทำอะไรแต่เช้าคะ” กรองขวัญงงเป็นไก่ตาแตก เมื่อเห็นคนสวมชุดลำลองสุดเนี้ยบยืนพิงรถรออยู่หน้าคอนโดตัวเอง

“มารับ ถ้าพร้อมแล้วก็ขึ้นรถ”

“รับไปไหนคะ”

“จะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ พี่ไปด้วย”

“ไปด้วย? ไม่ได้ค่ะ!” ปฏิเสธเสียงแข็งทันที

ภวัตทำหน้าตึงเช่นกัน “ทำไมจะไปด้วยไม่ได้”

“ไปไม่ได้ก็คือไปไม่ได้ค่ะ” ช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ เธอตั้งใจจะกลับไปหาอ้อมกอดอุ่นๆ ของครอบครัว ทั้งนี้ยังตั้งใจจะสารภาพเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย ถ้าภวัตไปด้วยละก็ ลูกเธอต้องขาดพ่อตั้งแต่ยังไม่ลืมตาขึ้นมาเห็นโลกนี้แน่!

ภวัตไม่พูดจาให้มากความอีก เดินเข้าไปคว้าเอากระเป๋าลากใบเล็กจากมือน้อยมายัดขึ้นรถ พอหญิงสาวเดินเร็วๆ มาแย่งกระเป๋าคืน เขาก็ตวัดอุ้มขึ้นไปนั่งในตอนหลังของรถ

“อาวัต!” เสียงหวานแว้ดออกมาเมื่อขยับนั่งได้ที่แล้ว

“โทษที กลัวไม่ทันขึ้นเครื่องน่ะ ออกรถเลยวินิต เดี๋ยวจะตกเครื่อง”

ใบหน้าเนียนสดใสด้วยเลือดฝาดสะบัดหนีคนเอาแต่ใจ ยกแขนขึ้นกอดอกตัวเองแรงๆ ด้วยความโมโห อยากไปนักก็ตามใจ ขอให้พ่อไล่ตะเพิดจนหาทางกลับไม่ทันเลย!

กรองขวัญไม่รู้เลยว่าคำขอเธอจะเกิดขึ้นจริง...

“ผลัวะ! ว๊าย พี่ดิน!” ฤทัยรักษ์รีบผวาเข้าไปรั้งร่างสามีเอาไว้ก่อนที่เขาจะลงมือซ้ำอีกครั้ง

“มึงทำกับลูกกูขนาดนี้ ยังมีหน้ามาเหยียบเรือนกูอีกเหรอ อยากตายหรือไง กูจะได้สนองให้!” คนลุกขึ้นเหวี่ยงหมัดใส่ภวัตจนเซถอยไปโดนลูกน้องด้านหลังตวาดเสียงกร้าว

“อย่าโวยวายสิคะ พูดกันดีๆ เถอะ”

“ปล่อยพี่! พี่จะทำให้มันรู้ว่าไม่ควรกระตุกหนวดคนเรือนนี้”

“พ่อจ๋า ฮือ...”

เสียงโวยวายของแดนดินทำเอาคนขวัญเสียร้องสะอื้นฮักหนักขึ้นกว่าเดิม หญิงชราเจ้าของเรือนต้องโอบเข้ามากอดปลอบ ส่วนภวัตที่โดนหมัดไปเต็มๆ ดุนลิ้นลิ้มรสเลือดข้นในปากนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นบอกอย่างจริงใจ

“ผมเพียงต้องการทำทุกอย่างให้มันถูกต้อง”

“ถูกต้อง? คำนี้มึงสะกดเป็นด้วยหรือไงวะ ถ้าสะกดเป็น แล้วมึงทำลูกกูทำไม!” ในใจคนเป็นพ่อเต็มไปด้วยความเจ็บร้าว แม้ไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่เขาก็เลี้ยงถนอมกรองขวัญมาด้วยความรักดั่งเลือดเนื้อเซื้อไข วันนี้ลูกสาวสุดที่รักกลับถูกมันล่อลวงจน...

“ผมผิดเองที่ไม่ยับยั้งชั่งใจ คุณอากรุณาให้โอกาสผมด้วยนะครับ”

“กลับไปซะ!”

“เรารักกัน” ภวัตบอกนิ่งแบบคนควบคุมสติได้ดี

“รักกัน? รักแล้วมันกินเข้าไปได้ไหม!”

"..."

คนฟังชะงักกันทั้งเรือน คนตวาดออกไปก็ชะงักเหมือนกัน แดนดินไม่ได้ตั้งใจพูดประโยคนี้ แต่ปากมันพูดออกไปเอง ชายวัยห้าสิบที่ร้ายกาจเหลือล้นพยายามตีหน้าเข้ม ขณะพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท

“รักแต่ไม่ให้เกียรติกันแบบนี้ ฉันเรียกว่าไม่รัก และฉันก็ไม่ต้องการลูกเขยอย่างแก มาทางไหนก็กลับไปทางนั้นได้เลย เชิญ!”

ยิ่งพ่อโวยวายโมโหมากเท่าไร กรองขวัญยิ่งผวาเข้ากอดหญิงชราเอาไว้แน่น สะอึกสะอื้นไม่เงยหน้าขึ้นมาให้ใครเห็นเลย เธอบอกเขาแล้วว่าอย่าตามมาๆ ภวัตก็ไม่ฟังกันเลย นึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายนาทีก่อนแล้วกรองขวัญยิ่งตัวสั่น พอแดนดินเห็นภวัตตามเธอมาด้วย ก็เปลี่ยนโหมดดีใจที่เจอลูกสาวเป็นโหมดพ่อตาหนวดกระดิกทันที จี้จนเธอหลุดสารภาพความจริงออกไป โดยที่ยังไม่ทันจะได้เกริ่นบอกหรือตะล่อมให้ท่านใจอ่อนเลย

ผลก็เป็นอย่างที่เห็นในตอนนี้

อาละวาดเรือนแตกจ้า!

ขณะที่ฝ่ายหญิงใจเสียไปแล้ว ภวัตกลับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงและแววตาแน่วแน่ ไม่มีท่าทีว่าจะยอมถอดใจเลย “กรุณาให้โอกาสเราสองคนด้วยเถอะครับ ไม่เห็นแก่เราก็เห็นแก่ลูกในท้องลูกเป็ดด้วย ลูกของเราไม่ได้ทำผิดอะไร แกควรจะมีทั้งพ่อและแม่”

“แล้วถ้าได้โอกาสไป จะใช้มันยังไง” คำหอมที่นั่งลูบหลังกรองขวัญอยู่เงียบๆ ถามขึ้นมาเสียงเรียบ

“คุณย่า!”

หญิงชรายกมือห้ามไม่ให้แดนดินส่งเสียงอะไรแทรก แล้วพยักหน้าให้ภวัตตอบออกมา

“ผมตั้งใจจะสร้างครอบครัวกับลูกเป็ด คุณทวดช่วยสนับสนุนเราสองคนด้วยนะครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยสีหน้าหนักแน่นจริงใจ จนหญิงชราสัมผัสความรู้สึกในใจของเขาได้ แต่ก็ยังถามต่อ

“ทำไมถึงอยากสร้างครอบครัวกับลูกเป็ดล่ะ”

เพราะต้องรับผิดชอบลูกของหนู

กรองขวัญตอบในใจ แต่เสียงทุ้มนุ่มหูก็ดังขึ้นมาในตอนนั้น

“น้องน่ารักจนผมหลงรัก ตอนนี้หลงจนอยากสร้างครอบครัวกับน้องแล้วครับ”

เขาว่าไงนะ? หญิงสาวหันหน้างงมองภวัตทั้งดวงตาฉ่ำน้ำ

คำหอมเห็นแบบนั้นเลยถอนหายใจบอกกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “คุณกลับไปก่อนเถอะ ขอเราปรึกษากันก่อนว่าจะทำยังไงต่อไป”

“กรุณาด้วยเถอะครับ” ภวัตวอนขอ เขารู้ว่าวันนี้อาจไม่สมหวัง แต่อย่างน้อยเขาก็อยากมาแสดงความจริงใจต่อครอบครัวของกรองขวัญ

“รู้ใช่ไหม ถ้าถูกเรียกมาที่เรือนนี้อีกครั้ง นั่นหมายความว่าคุณจะได้โอกาสแก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้อง”

“ผมทราบดีครับ”

“เข้าใจแล้วก็เชิญกลับไปเลย”

ภวัตมองผ่านพ่อตาไปมองคนสะอื้นฮักๆ ในอ้อมแขนหญิงชรา แม้จะเตรียมใจไว้แล้วว่าอาจต้องกลับกรุงเทพฯ คนเดียว แต่พอถึงเวลาเขาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เมื่อสบสายตาห่วงกังวลของเขา เสียงสะอื้นแผ่วก็เรียกออกมา

“อาวัต...”

“พี่กลับก่อนนะ ลูกเป็ดดูแลตัวเองกับลูกดีๆ ไม่ต้องเครียดล่ะ”

กรองขวัญพยักหน้ารับน้ำตาคลอ ทำไมเธอถึงรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกทิ้งให้ขึ้นเขียงคนเดียวแบบนี้เล่า ฮือ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 10 : แค่คนแพ้ท้อง 2/2

    วันต่อมา เวลาตีห้าโดยประมาณวันนี้แดนดินได้รับมอบหมายจากภรรยาให้ออกมาหุงหาอาหารเช้าให้ทุกคนได้อิ่มท้อง ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์เขาจะได้รับหน้าที่นี้ราวๆ สองถึงสามวัน เมนูก็แล้วแต่วัตถุดิบและอารมณ์คนทำ เช้านี้เขาอารมณ์ดี เดินไปยังห้องครัวด้วยสีหน้าเบิกบานทีเดียวเอ๊ะ!ขณะกำลังเดินมาดีๆ นั่นเอง ดวงตาคมเข้มพลันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มตัวสูงที่เดินคุยโทรศัพท์อยู่ในสวนหน้าเรือนกับพวกหลังอานเข้า แดนดินชะงักหมุนตัวไปมองดีๆ ทันที พอลูกหมาพวกนั้นหันมาเห็นเขาก็เห่าทักเสียงดังจนอีกฝ่ายหันมามองตามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือคนที่คิดจริงๆ แดนดินก็ได้แต่ทำหน้างงหนักตอนนี้ยังเช้าตรู่อยู่ ดวงตะวันยังไม่ทันจะโผล่ขึ้นฟ้า ทำไมคนที่อยู่กรุงเทพฯ อย่างภวัตถึงมาโผล่อยู่ที่นี่แล้วล่ะ“เอาขนมมาให้?”ได้ฟังเหตุผลที่ภวัตปรากฏตัวขึ้นที่นี่แต่เช้ามืด แดนดินถึงกับเม้มปากมองลูกสาวด้วยความน้อยใจ ไม่ใช่แค่เมินขนมที่เขาหาซื้อมาให้ แล้วไปอ้อนให้ภวัตเอามาส่งถึงบ้าน แต่ยังเมินซุปไก่ตุ๋นของเขา ไปกินข้าวต้มปลาที่ภวัตซื้อมาฝากพร้อมเค้กสารพัดอย่างในกล่องใหญ่นั่นอีก! “ความจริงวันนี้ผมกะจะมาหาน้องอยู่แล้วครับ เป็นห่วง กลัวจะแพ้ท้องหนักอีก”

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 10 : แค่คนแพ้ท้อง 1/2

    หลายชั่วโมงให้หลังพลันมีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นกรองขวัญหายแพ้ท้องจริงดังว่า!หายจนลุกออกมาเดินเล่นนั่งเล่นกับคนอื่นได้เหมือนปกติ ทั้งที่หลายวันก่อนหน้านี้แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของผ้าห่มกับเตียงนอน นอกจากเด็กๆ ที่พากันงงเป็นแถบ คงมีเพียงย่าทวดคำหอมกับฤทัยรักษ์ที่พอจะเข้าใจเรื่องราว“ลูกคงคิดถึงพ่อ พอพ่อมาถึงก็ไม่งอแงเลย”ภวัตมองคนนั่งกินมะยมอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน “แล้วแม่ล่ะ คิดถึงพ่อหรือเปล่า”กรองขวัญส่ายหน้า “ลูกอาจจะคิดถึงอาวัต แต่ลูกเป็ดไม่ได้คิดถึง”“จริงรึ”“จริงค่ะ”“หลานงอแงแบบนี้ ถ้าพี่เขยกลับกรุงเทพฯไปเมื่อไหร่ พี่ลูกเป็ดก็เป็นเหมือนเดิมอีกเหรอจ๊ะทวด” เทวาหันไปถามคำหอมตาปริบๆ“ก็ประมาณนั้น”“โอย ไม่เอานะคะ ลูกเป็ดไม่อยากผะอืดผะอมแบบนั้นอีกแล้ว แค่ใส่เฝือกก็คันจะแย่” หญิงสาวบอกหน้างอคอตก เฝือกที่แขนจะเอาออกได้ก็ตั้งสองสามวัน เธอไม่อยากอ้วกไปพร้อมกับแขนไม่สมประกอบนี่อีกแล้วนะตอนนั้นเองที่ภวัตหันไปถามผู้ใหญ่ตรงๆ “ถ้าผมจะขอย้ายมาอยู่กับลูกเป็ดที่นี่เลย คุณทวดกับคุณอาจะว่ายังไงครับ”คุณทวดกับคุณอาสบตากันนิ่ง ก่อนหญิงชราจะตอบออกมา “เรื่องนี้คงต้องถามพ่อเขานะ”“ถามหนูนี่แหละค่ะ

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 9 : เขาอ่อยฉัน 3/3

    เวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้กรองขวัญกลับมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนาทองคำได้หลายวันแล้ว ข้าวของทั้งหลายที่ขนมาด้วยถูกเก็บไว้ที่ใต้ถุนเรือนก่อน เนื่องจากสภาพแขนเจ้าของมันไม่อำนวยในการรื้อแจกกลับมาคราวนี้กรองขวัญทำตัวออดอ้อนแดนดินทุกวัน สังเกตเห็นชัดเลยว่าพอลูกกลับมาอ้อนอยู่ข้างๆ แดนดินก็ลดท่าทีโกรธเคืองลง ทั้งยังเริ่มเห่อหลานในท้องกรองขวัญมากขึ้นทุกวันๆ อะไรกินอะไรทาแล้วดีต่อว่าที่คุณแม่ เขาจะหามาบำรุงบำเรออย่างเต็มที่แต่บางทีคงจะบำรุงหนักมากเกินไป ว่าที่คุณแม่ถึงออกอาการไม่สู้จะดีนัก“อื้อ!! โอ๊กกกกกก”“ไหวหรือเปล่าลูก”“ไม่...ฮือ ทำไมหนูต้อง...อ๊อก!”พูดไม่ทันขาดคำ กรองขวัญก็ต้องก้มหน้าลงไปหาชักโครกอีกครั้ง โดยมีฤทัยรักษ์ค่อยลูบหลังให้ เทวินทร์กับเทวาที่รับคำสั่งจากพ่อ ให้มาดูแลพี่สาวคนโตหลังเลิกเรียนแทนพี่ๆ ที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ได้แต่ยืนเมียงมองอยู่ห่างๆ อย่างแหยงๆว่าที่คุณแม่แพ้ท้องหนักขึ้นทุกวันจริงๆ เมนูที่เคยชอบนักชอบหนามาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้แค่ได้กลิ่นก็วิ่งไปโก่งคออ้วกแตกอ้วกแตน ส่วนอะไรที่เปรี้ยวจี๊ดแบบเสียวฟัน แม่ฟาดเรียบ“นายว่ามันจะน่ากลัวหรือเปล่า”“อะไรน่ากลัว” เทว

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 9 : เขาอ่อยฉัน 2/3

    ภวัตไม่แปลกใจเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าญาติผู้พี่มานั่งรออยู่ เรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวกับเขา มักเป็นที่สนใจของคนในครอบครัวที่เหลือกันอยู่ไม่กี่คน ชายวัยห้าสิบต้นๆ คนนี้เป็นพ่อของแก้วกานดา เป็นคนที่ค่อยอบรมสั่งสอนเขามาพร้อมกับคุณปู่น้อย หากแก้วกานดารู้ข่าวสักคน คนอื่นย่อมรู้ไปด้วย โดยเฉพาะพ่อของเธอ ที่ถือเป็นผู้รับสารระดับต้นๆ พอเขาเดินเข้าไปถึงตัว กาจพลก็ลุกขึ้นต่อว่าทันที“แกยังมีสติดีอยู่หรือเปล่า นั่นเพื่อนสนิทหลานแกนะ ลูกเป็ดเป็นเหมือนลูกสาวฉัน แต่แกกลับ...”“ฉกลูกสาวพี่มาเป็นเมียนะเหรอครับ” เขาถามยิ้มๆ ขณะเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวกาจพลนั่งลงที่เดิมพลางขึงตาใส่ญาติผู้น้อง แก้วกานดาเป็นเพื่อนกรองขวัญกี่ปี เขาก็รู้จักหญิงสาวนานเท่านั้น รักเอ็นดูเหมือนลูกในไส้ จู่ๆ ลูกสาวก้มาบอกว่ากรองขวัญท้อง เขากับภรรยานี่ใจหายวาบ ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน ท้องขึ้นมาแบบนี้ มันใช่เรื่องดีหรือ แล้วพอรู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้อง พวกเขาก็เข่าอ่อนยวบไปตามๆ กัน‘คุณพ่ออาจจะอึ้งนิดหนึ่ง แต่หนูยืนยันว่านี่คือเรื่องจริง พ่อของเด็กในท้องลูกเป็ดก็คืออาวัตของเราค่ะ’ภวัตเนี่ยนะ!กาจพลรู้ว่าภวัตชอบทำอะไรที

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 9 : เขาอ่อยฉัน 1/3

    “อาวัตเนี่ยนะ!!” แก้วกานดากับนาริสาตะโกนออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้าตื่นตะลึง“ไม่จริงน่า”“นั่นสิ แกจะท้องกับอาวัตได้อย่างไง ฉันไม่เชื่อหรอก!” หลานสาวฝ่ายชายเชื่อไม่ลงจริงๆ ระหว่างสองคนนี้มันไม่มีวี่แววอะไรๆ ให้พอจะเชื่อเรื่องบ้าๆ นี่ได้เลยกรองขวัญเพียงยักไหล่ อยากบอกว่าไม่เชื่อเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เขาเสกเด็กเข้าท้องเธอแล้วจริงๆ“แกไปคบกับอาวัตตอนไหน” นาริสาถามสีหน้ามึนหนัก“ตอนอกหักใหม่ๆ ฉันบังเอิญเจอกับอาวัต หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีอาวัตก็เข้ามาดามหัวใจให้ฉันแล้ว” เล่าเสียงอุบอิบเหมือนเขินอาย ทั้งที่ความจริงแอบกระดากปากมากกว่า“โห แล้วแกกับอาวัตก็ปิดปากเงียบเชียวนะ”“นั่นสิ” นาริสาเริ่มเหม่อ “ฉันน่าจะอกหักแล้วไปเจออาวัตบ้าง”อย่าเลย... กรองขวัญแอบบอกอยู่ในใจ“ว่าแต่ทำไมแกยอมอาวัตล่ะ ไหนบอกไม่สนใจผู้ชายสามสิบอย่างอาวัตของพวกเรา เด็กในท้องนี่มายังไงจ๊ะ อะไรมันจะเร็วขนาดนี้ แกเพิ่งเลิกกับนายโตมรได้ไม่ถึงสามเดือนเลยนะเพื่อนรัก” แก้วกานดาจิกตาคาดคั้นแบบอยากรู้อยากเห็น“ก็แบบว่าอาวัตมาอ่อยฉันก่อน หล่อขนาดนั้นใครจะทนไหว”เอาแบบนี้แล้วกันนะ!พอสองสาวได้ยินว่า

  • บังเอิญผ่านมาให้รัก   บทที่ 8 : เลื่อนงานแต่ง 3/3

    เนื่องจากพนักงานหลายคนถือโอกาศลาพักร้อนต่อเหมือนๆ กันเมื่อกลับมาเริ่มทำงานวันแรก ทุกคนเลยทำงานกันแบบสบายๆ มีบางคนเปิดงานขึ้นมา ‘ดู’ บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเมาท์ให้คนอื่นฟังว่าตัวเองไปเที่ยวไหนมาในช่วงหยุดยาวมากกว่า บางคนถึงกับเดินไปคุยกับเพื่อนในแผนกอื่นก็มีในตอนบ่ายนั่นเอง นฤมาศผู้เป็นหัวหน้าแผนกก็ตบมือเรียกทุกคนมารวมตัวกันอยู่กลางโถงออฟฟิศ เบี่ยงตัวให้กรองขวัญออกมายืนอยู่ข้างๆ สบตาถามจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนความตั้งใจ จึงหันไปบอกพนักงานที่เหลือว่า“พี่มีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบ วันนี้ลูกเป็ดจะมาทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว น้องเลยอยากจะร่ำลาพวกเราทุกคนก่อนไป”“ทำงานวันสุดท้าย?” ภาดาขมวดคิ้วทวนถาม“อืม น้องลาออกแล้ว มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย”“ลาออกแล้ว!!”สิบกว่าชีวิตในแผนกประสานเสียงออกมาพร้อมกัน มองกรองขวัญด้วยสายตาสงสัยและไม่เข้าใจพร้อมกันภาดาถามเสียงขรึม “ลาออกทำไมวะ หรือว่าเป็นเพราะแกเจ็บหนัก แต่แกล้งบอกว่าไม่เจ็บ”“นั่นสิ เกิดอะไรขึ้น” พี่อีกคนถามน้ำเสียงเป็นห่วง“งานหนักเกินไปเหรอ”ก่อนจะถามจนครบทุกคน กรองขวัญตัดสินใจยกมือขึ้นเบรกและอธิบายเสียงสดใสเหมือนที่ทำกับนฤม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status