LOGIN“รักมันมากเหรอ”
ไม่ผิดจากที่คิด ทันทีที่ภวัตและเลขากลับไป แดนดินก็เปิดศาลเตี้ยกับลูกสาว กรองขวัญได้แต่สะอื้นฮักก้มหน้าร้องไห้เสียงแหบเสียงแห้ง ถ้าคนตาดีหน่อยจะเห็นว่าดวงตากลมโตฉ่ำน้ำนั่นเหลือบมองพ่อเป็นระยะๆ
“พ่อไว้ใจลูกมากนะ ถึงปล่อยให้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ แทนที่จะเรียกกลับมาอยู่บ้าน ลูกรักมันมากกว่ารักตัวเองแบบนี้ พ่อผิดหวังจน...”
“หนูขอโทษ...ฮืออออ...”
นอกจากเสียงร้องไห้ของกรองขวัญจะดังขึ้นกว่าเดิมแล้ว ยังมีเสียงถอนหายใจของคำหอมกับฤทัยรักษ์ประกอบ ด้วยไม่รู้จะลดความตึงเครียดยังไง
ตั้งแต่เล็กจนโตขนาดนี้ กรองขวัญว่านอนสอนง่ายมาตลอด แกรู้ว่าตัวเองกับพี่ชายฝาแฝดไม่ใช่สายเลือดของแดนดินกับฤทัยรักษ์ เป็นเพียงลูกบุญธรรมที่พวกเขาเลี้ยงถนอมดั่งลูกแท้ๆ หากไม่นับความแสบซนตามประสาลูกสาวของแดนดิน หญิงสาวก็ไม่เคยทำให้ผู้ใหญ่ผิดหวังสักครั้ง พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา ทุกคนจึงช็อคไปตามๆ กัน ปล่อยให้คนเป็นพ่อเขาจัดการดีที่สุดแล้ว ดีที่ผู้เป็นยายแท้ๆ ของกรองขวัญตายจากไปเมื่อหลายปีก่อน ไม่งั้นคงมีหลังลายกันเลยแหละ
“ท้องกี่เดือน ไปตรวจมาแล้วใช่ไหม” แดนดินกัดฟันถามต่อ
กรองขวัญพยักหน้ารับพร้อมยกนิ้วเรียวเล็กชูขึ้นสองนิ้ว เธอเรียนรู้มาตลอดชีวิต หากได้ขึ้นศาลเตี้ยของพ่อแล้วละก็...เงียบเข้าไว้จะดีที่สุด
“ไอ้ไก่ยังไม่รู้เรื่องนี้สินะ ถึงได้เงียบไม่ร้องกระโต๊กกระต๊ากทำตัวเป็นไก่โต้งโก่งคอขันแหกปากบอกใคร” เสียงเย็นๆ ว่า ถ้าก้องภพแฝดพี่รู้เรื่องเข้า คงจะรีบแจ้นมาอาละวาดใส่น้องสาวแล้วจับส่งกลับเรือนคำหอมตั้งนานแล้ว “หึ อยากทำยังไงต่อก็ตามใจ ชีวิตมันเป็นของลูกนี่!” บอกเสียงน้อยใจแล้วแดนดินก็เดินหนีลงเรือนไปทันที กรองขวัญได้ตามองตามไปอย่างเสียใจ
“หนูทำให้ทุกคนผิดหวังมากใช่ไหมจ๊ะ” ครางถามสตรีที่เคารพยิ่งทั้งสองแบบน้ำตานอง “หนูไม่อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้เลย หนูจะทำยังไงต่อดี พ่อดินไม่รักลูกเป็ดแล้ว...”
คำหอมลูบผมเหลนสาวคนโตเบาๆ “พ่อเขาโกรธที่เราไม่รักเกียรติรักศักดิ์ศรีตัวเอง ในเมื่อกล้าทำก็ต้องยอมรับผลของมันให้ได้”
“ลูกเป็ดผิดไปแล้ว ฮืออออ...”
“เจ้ารู้ตัวก็ดี ไปๆ แม่อุ่นพาลูกเข้าไปพักก่อน ร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปก่อน ย่าจะโทรบอกเจ้าไก่แก่สักหน่อย” หญิงชราหันไปบอกหลานสะใภ้ ฤทัยรักษ์จึงเข้าไปพยุงร่างบางที่มองแทบไม่ออกว่ากำลังจะเป็นแม่คนให้ลุกขึ้น
“ไปลูก แม่พาเข้าไปนอนพักนะ”
“แม่อุ่นจ๋า...”
ฤทัยรักษ์อยู่จนแน่ใจว่าลูกสาวหลับสนิทแล้วจึงออกมาจากห้องพร้อมปิดประตูให้ พอเดินกลับไปที่ศาลารับลมก็ได้ยินคำหอมชวนก้องภพกลับมาเที่ยวสงกรานต์ที่บ้าน เธอไม่แปลกใจเลยที่ท่านไม่บอกความจริงกับก้องภพ คงไม่อยากให้คนทางนั้นสุมไฟมาด้วยนั่นละ
เห็นท่านยังคุยเล่นกับหลานชาย ฤทัยรักษ์จึงทำท่าบอกท่านว่าจะเดินไปหาสามี แล้วก้าวลงบันไดทะลุออกไปหากระท่อมน้อยกลางนา
ไม่ผิดจากที่คิด
สามีเธอกำลังนั่งซึมอยู่ใต้ต้นมะม่วงข้างกระท่อมจริงๆ
“คุณป๋า”
“ตามมาทำไม ไม่อยู่กับย่าที่เรือนล่ะ”
ฤทัยรักษ์อมยิ้มเดินเข้าไปนั่งกอดซบแขนใหญ่ “ก็สามีหนีมาอยู่ที่นี่ หนูอุ่นก็ต้องตามมาดูแลสิคะ”
“พี่ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เสียงเข้มแก้ตัว แต่พอเห็นว่าภรรยาตามมา สีหน้าเขาก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“แน่ใจนะคะ ว่าไม่ได้เป็นอะไร ตรงนี้น่ะ...” นิ้วเล็กจิ้มอกซ้ายของสามีแรงๆ “มันเจ็บมากเลย ใช่หรือเปล่า”
แดนดินถอนหายใจหมุนตัวมากอดร่างเล็กเอาไว้แน่น ซบหน้าลงกับคอเล็กพึมพำถามเสียงแหบแห้ง “ทำไมเห็นลูกมีผัวแล้วพี่ปวดใจจัง”
“มันก็ไม่ต่างจากตอนทำใจเรื่องลูกมีแฟนนักหรอกค่ะ เพียงแต่มันกระโดดข้ามมาไกลหน่อย”
“หนูอุ่นพูดเหมือนทำใจได้ ที่ลูกทำตัวแบบนี้” ว่าแล้วแขนใหญ่ก็แกล้งรัดร่างเมียรักแน่นๆ ไม่กี่วันก่อนพวกเขาเพิ่งรู้ว่าลูกมีแฟน มาวันนี้ได้รู้ว่าลูกมีผัวแถมหลานในท้องอีกคน ใครมันจะไปทำใจได้!
“ยังทำใจไม่ได้หรอกค่ะ แต่ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้ว เราก็ต้องพยายามทำใจให้ได้ คุณป๋าดุลูกไปแล้ว หนูอุ่นยังจะดุอีกหรือคะ อย่างน้อยก็ต้องเหลือคนให้ลูกเข้ามาปรึกษาบ้างสิ หนูอุ่นคิดว่าลูกคงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นหรอก เมื่อกี้กว่าจะหลับลงได้ น้ำตาแทบท่วมเตียงเลยทีเดียว เฮ้อ...” อธิบายยาวแล้วฤทัยรักษ์ก็เป็นฝ่ายถอนหายใจออกมาบ้าง
“ก็ทำตัวเองนี่”
“หนูอุ่นว่าแววตาคุณภวัตเขาก็ดูจริงใจดี เกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ยังสู้ไม่มีถอย ไม่ยอมทิ้งลูกเราไปไหน ในสังคมนักธุรกิจใหญ่โตแบบเขา เต็มไปด้วยหมาป่าเขี้ยวยาวที่จ้องจะหาผลประโยชน์เข้าตัวทั้งนั้น หมาป่าหน้านิ่งที่เก็บเขี้ยวมาใช้กับลูกเป็ดตัวน้อยของเราแบบเขา หาไม่เจอง่ายๆ นะคะ คุณป๋าคิดยังไง จะให้พวกเขาสร้างครอบครัวด้วยกันหรือเปล่าคะ”
“บอกตรงๆ พี่โกรธมากที่พวกเขาทำอะไรไม่รู้จักคิดให้รอบคอบ" แดนดินบอกเสียงขรึม
วันต่อมา เวลาตีห้าโดยประมาณวันนี้แดนดินได้รับมอบหมายจากภรรยาให้ออกมาหุงหาอาหารเช้าให้ทุกคนได้อิ่มท้อง ซึ่งในหนึ่งสัปดาห์เขาจะได้รับหน้าที่นี้ราวๆ สองถึงสามวัน เมนูก็แล้วแต่วัตถุดิบและอารมณ์คนทำ เช้านี้เขาอารมณ์ดี เดินไปยังห้องครัวด้วยสีหน้าเบิกบานทีเดียวเอ๊ะ!ขณะกำลังเดินมาดีๆ นั่นเอง ดวงตาคมเข้มพลันเหลือบไปเห็นชายหนุ่มตัวสูงที่เดินคุยโทรศัพท์อยู่ในสวนหน้าเรือนกับพวกหลังอานเข้า แดนดินชะงักหมุนตัวไปมองดีๆ ทันที พอลูกหมาพวกนั้นหันมาเห็นเขาก็เห่าทักเสียงดังจนอีกฝ่ายหันมามองตามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือคนที่คิดจริงๆ แดนดินก็ได้แต่ทำหน้างงหนักตอนนี้ยังเช้าตรู่อยู่ ดวงตะวันยังไม่ทันจะโผล่ขึ้นฟ้า ทำไมคนที่อยู่กรุงเทพฯ อย่างภวัตถึงมาโผล่อยู่ที่นี่แล้วล่ะ“เอาขนมมาให้?”ได้ฟังเหตุผลที่ภวัตปรากฏตัวขึ้นที่นี่แต่เช้ามืด แดนดินถึงกับเม้มปากมองลูกสาวด้วยความน้อยใจ ไม่ใช่แค่เมินขนมที่เขาหาซื้อมาให้ แล้วไปอ้อนให้ภวัตเอามาส่งถึงบ้าน แต่ยังเมินซุปไก่ตุ๋นของเขา ไปกินข้าวต้มปลาที่ภวัตซื้อมาฝากพร้อมเค้กสารพัดอย่างในกล่องใหญ่นั่นอีก! “ความจริงวันนี้ผมกะจะมาหาน้องอยู่แล้วครับ เป็นห่วง กลัวจะแพ้ท้องหนักอีก”
หลายชั่วโมงให้หลังพลันมีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นกรองขวัญหายแพ้ท้องจริงดังว่า!หายจนลุกออกมาเดินเล่นนั่งเล่นกับคนอื่นได้เหมือนปกติ ทั้งที่หลายวันก่อนหน้านี้แทบจะเป็นส่วนหนึ่งของผ้าห่มกับเตียงนอน นอกจากเด็กๆ ที่พากันงงเป็นแถบ คงมีเพียงย่าทวดคำหอมกับฤทัยรักษ์ที่พอจะเข้าใจเรื่องราว“ลูกคงคิดถึงพ่อ พอพ่อมาถึงก็ไม่งอแงเลย”ภวัตมองคนนั่งกินมะยมอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาอ่อนโยน “แล้วแม่ล่ะ คิดถึงพ่อหรือเปล่า”กรองขวัญส่ายหน้า “ลูกอาจจะคิดถึงอาวัต แต่ลูกเป็ดไม่ได้คิดถึง”“จริงรึ”“จริงค่ะ”“หลานงอแงแบบนี้ ถ้าพี่เขยกลับกรุงเทพฯไปเมื่อไหร่ พี่ลูกเป็ดก็เป็นเหมือนเดิมอีกเหรอจ๊ะทวด” เทวาหันไปถามคำหอมตาปริบๆ“ก็ประมาณนั้น”“โอย ไม่เอานะคะ ลูกเป็ดไม่อยากผะอืดผะอมแบบนั้นอีกแล้ว แค่ใส่เฝือกก็คันจะแย่” หญิงสาวบอกหน้างอคอตก เฝือกที่แขนจะเอาออกได้ก็ตั้งสองสามวัน เธอไม่อยากอ้วกไปพร้อมกับแขนไม่สมประกอบนี่อีกแล้วนะตอนนั้นเองที่ภวัตหันไปถามผู้ใหญ่ตรงๆ “ถ้าผมจะขอย้ายมาอยู่กับลูกเป็ดที่นี่เลย คุณทวดกับคุณอาจะว่ายังไงครับ”คุณทวดกับคุณอาสบตากันนิ่ง ก่อนหญิงชราจะตอบออกมา “เรื่องนี้คงต้องถามพ่อเขานะ”“ถามหนูนี่แหละค่ะ
เวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้กรองขวัญกลับมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านนาทองคำได้หลายวันแล้ว ข้าวของทั้งหลายที่ขนมาด้วยถูกเก็บไว้ที่ใต้ถุนเรือนก่อน เนื่องจากสภาพแขนเจ้าของมันไม่อำนวยในการรื้อแจกกลับมาคราวนี้กรองขวัญทำตัวออดอ้อนแดนดินทุกวัน สังเกตเห็นชัดเลยว่าพอลูกกลับมาอ้อนอยู่ข้างๆ แดนดินก็ลดท่าทีโกรธเคืองลง ทั้งยังเริ่มเห่อหลานในท้องกรองขวัญมากขึ้นทุกวันๆ อะไรกินอะไรทาแล้วดีต่อว่าที่คุณแม่ เขาจะหามาบำรุงบำเรออย่างเต็มที่แต่บางทีคงจะบำรุงหนักมากเกินไป ว่าที่คุณแม่ถึงออกอาการไม่สู้จะดีนัก“อื้อ!! โอ๊กกกกกก”“ไหวหรือเปล่าลูก”“ไม่...ฮือ ทำไมหนูต้อง...อ๊อก!”พูดไม่ทันขาดคำ กรองขวัญก็ต้องก้มหน้าลงไปหาชักโครกอีกครั้ง โดยมีฤทัยรักษ์ค่อยลูบหลังให้ เทวินทร์กับเทวาที่รับคำสั่งจากพ่อ ให้มาดูแลพี่สาวคนโตหลังเลิกเรียนแทนพี่ๆ ที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ได้แต่ยืนเมียงมองอยู่ห่างๆ อย่างแหยงๆว่าที่คุณแม่แพ้ท้องหนักขึ้นทุกวันจริงๆ เมนูที่เคยชอบนักชอบหนามาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้แค่ได้กลิ่นก็วิ่งไปโก่งคออ้วกแตกอ้วกแตน ส่วนอะไรที่เปรี้ยวจี๊ดแบบเสียวฟัน แม่ฟาดเรียบ“นายว่ามันจะน่ากลัวหรือเปล่า”“อะไรน่ากลัว” เทว
ภวัตไม่แปลกใจเมื่อกลับมาถึงบ้านแล้วพบว่าญาติผู้พี่มานั่งรออยู่ เรื่องใดก็ตามที่เกี่ยวกับเขา มักเป็นที่สนใจของคนในครอบครัวที่เหลือกันอยู่ไม่กี่คน ชายวัยห้าสิบต้นๆ คนนี้เป็นพ่อของแก้วกานดา เป็นคนที่ค่อยอบรมสั่งสอนเขามาพร้อมกับคุณปู่น้อย หากแก้วกานดารู้ข่าวสักคน คนอื่นย่อมรู้ไปด้วย โดยเฉพาะพ่อของเธอ ที่ถือเป็นผู้รับสารระดับต้นๆ พอเขาเดินเข้าไปถึงตัว กาจพลก็ลุกขึ้นต่อว่าทันที“แกยังมีสติดีอยู่หรือเปล่า นั่นเพื่อนสนิทหลานแกนะ ลูกเป็ดเป็นเหมือนลูกสาวฉัน แต่แกกลับ...”“ฉกลูกสาวพี่มาเป็นเมียนะเหรอครับ” เขาถามยิ้มๆ ขณะเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวยาวกาจพลนั่งลงที่เดิมพลางขึงตาใส่ญาติผู้น้อง แก้วกานดาเป็นเพื่อนกรองขวัญกี่ปี เขาก็รู้จักหญิงสาวนานเท่านั้น รักเอ็นดูเหมือนลูกในไส้ จู่ๆ ลูกสาวก้มาบอกว่ากรองขวัญท้อง เขากับภรรยานี่ใจหายวาบ ผู้หญิงที่ยังไม่ได้แต่งงาน ท้องขึ้นมาแบบนี้ มันใช่เรื่องดีหรือ แล้วพอรู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้อง พวกเขาก็เข่าอ่อนยวบไปตามๆ กัน‘คุณพ่ออาจจะอึ้งนิดหนึ่ง แต่หนูยืนยันว่านี่คือเรื่องจริง พ่อของเด็กในท้องลูกเป็ดก็คืออาวัตของเราค่ะ’ภวัตเนี่ยนะ!กาจพลรู้ว่าภวัตชอบทำอะไรที
“อาวัตเนี่ยนะ!!” แก้วกานดากับนาริสาตะโกนออกมาพร้อมกันด้วยสีหน้าตื่นตะลึง“ไม่จริงน่า”“นั่นสิ แกจะท้องกับอาวัตได้อย่างไง ฉันไม่เชื่อหรอก!” หลานสาวฝ่ายชายเชื่อไม่ลงจริงๆ ระหว่างสองคนนี้มันไม่มีวี่แววอะไรๆ ให้พอจะเชื่อเรื่องบ้าๆ นี่ได้เลยกรองขวัญเพียงยักไหล่ อยากบอกว่าไม่เชื่อเหมือนกัน แต่ก็อย่างที่เห็นและเป็นอยู่ เขาเสกเด็กเข้าท้องเธอแล้วจริงๆ“แกไปคบกับอาวัตตอนไหน” นาริสาถามสีหน้ามึนหนัก“ตอนอกหักใหม่ๆ ฉันบังเอิญเจอกับอาวัต หลังจากนั้นเราก็คุยกันเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีอาวัตก็เข้ามาดามหัวใจให้ฉันแล้ว” เล่าเสียงอุบอิบเหมือนเขินอาย ทั้งที่ความจริงแอบกระดากปากมากกว่า“โห แล้วแกกับอาวัตก็ปิดปากเงียบเชียวนะ”“นั่นสิ” นาริสาเริ่มเหม่อ “ฉันน่าจะอกหักแล้วไปเจออาวัตบ้าง”อย่าเลย... กรองขวัญแอบบอกอยู่ในใจ“ว่าแต่ทำไมแกยอมอาวัตล่ะ ไหนบอกไม่สนใจผู้ชายสามสิบอย่างอาวัตของพวกเรา เด็กในท้องนี่มายังไงจ๊ะ อะไรมันจะเร็วขนาดนี้ แกเพิ่งเลิกกับนายโตมรได้ไม่ถึงสามเดือนเลยนะเพื่อนรัก” แก้วกานดาจิกตาคาดคั้นแบบอยากรู้อยากเห็น“ก็แบบว่าอาวัตมาอ่อยฉันก่อน หล่อขนาดนั้นใครจะทนไหว”เอาแบบนี้แล้วกันนะ!พอสองสาวได้ยินว่า
เนื่องจากพนักงานหลายคนถือโอกาศลาพักร้อนต่อเหมือนๆ กันเมื่อกลับมาเริ่มทำงานวันแรก ทุกคนเลยทำงานกันแบบสบายๆ มีบางคนเปิดงานขึ้นมา ‘ดู’ บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเมาท์ให้คนอื่นฟังว่าตัวเองไปเที่ยวไหนมาในช่วงหยุดยาวมากกว่า บางคนถึงกับเดินไปคุยกับเพื่อนในแผนกอื่นก็มีในตอนบ่ายนั่นเอง นฤมาศผู้เป็นหัวหน้าแผนกก็ตบมือเรียกทุกคนมารวมตัวกันอยู่กลางโถงออฟฟิศ เบี่ยงตัวให้กรองขวัญออกมายืนอยู่ข้างๆ สบตาถามจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนความตั้งใจ จึงหันไปบอกพนักงานที่เหลือว่า“พี่มีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนทราบ วันนี้ลูกเป็ดจะมาทำงานที่นี่เป็นวันสุดท้ายแล้ว น้องเลยอยากจะร่ำลาพวกเราทุกคนก่อนไป”“ทำงานวันสุดท้าย?” ภาดาขมวดคิ้วทวนถาม“อืม น้องลาออกแล้ว มีผลตั้งแต่วันพรุ่งนี้เลย”“ลาออกแล้ว!!”สิบกว่าชีวิตในแผนกประสานเสียงออกมาพร้อมกัน มองกรองขวัญด้วยสายตาสงสัยและไม่เข้าใจพร้อมกันภาดาถามเสียงขรึม “ลาออกทำไมวะ หรือว่าเป็นเพราะแกเจ็บหนัก แต่แกล้งบอกว่าไม่เจ็บ”“นั่นสิ เกิดอะไรขึ้น” พี่อีกคนถามน้ำเสียงเป็นห่วง“งานหนักเกินไปเหรอ”ก่อนจะถามจนครบทุกคน กรองขวัญตัดสินใจยกมือขึ้นเบรกและอธิบายเสียงสดใสเหมือนที่ทำกับนฤม







