LOGINความโกลาหลวุ่นวายเกิดขึ้นในโรงพยาบาลสัตว์เมื่อเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำงูจงอางขนาดยาวกว่า 6 เมตรเข้ามาให้คุณหมอรักษาบาดแผลที่เกิดจากการโดนหมาบางแก้วกัดจนไส้แตก
คุณหมอมาร์คัส สัตวแพทย์หนุ่มและเจ้าของโรงพยาบาลสัตว์เป็นคนรับรักษาเคสนี้ด้วยตัวเอง ต้องทำการฉีดยาซึมและวางยาสลบถึงจะสามารถเย็บรักษาบาดแผลของเจ้างูเคราะห์ร้ายได้ ซึ่งในเวลาต่อมาทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี เจ้าจงอางถูกส่งให้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ป่าไม้เพื่อรอเวลาฟื้นตัวจะได้ปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ แต่กระนั้น งูยักษ์ก็ยังต้องให้เจ้าหน้าที่พามาทำแผลและฉีดยาฆ่าเชื้อทุกวันจนกว่าจะหายดี นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเคสยากที่ทำเอาคุณหมอรวมไปถึงเหล่าผู้ช่วยยกมือปาดเหงื่อกันถ้วนหน้า เสร็จสิ้นจากเคสงูจงอาง เหลือเพียงแค่เคสเล็กๆ อย่างฉีดวัคซีนหมาแมวและตัดไหมแผลทำหมัน ซึ่งหน้าที่นี้หมอ ‘เฟอร์’ คุณหมอสาวคนสวยอีกคนประจำโรงพยาบาลจัดการได้สบายอยู่แล้ว “ผมจะออกไปธุระหน่อย มีเคสด่วนอะไรเข้ามาอีก คุณก็โทรมานะ” “ได้ค่ะหมอคัส” หมอเฟอร์พยักหน้าและยิ้มหวานรับทราบ ธุระของมาร์คัสเพียงแค่ต้องเดินข้ามถนนทางม้าลายไปยังฝั่งตรงข้ามกับโรงพยาบาลสัตว์ของเขาก็เท่านั้น ชายหนุ่มเข้ามาอยู่ในร้านอาหารร้านหนึ่งซึ่งกลายเป็นร้านโปรดร้านประจำของเขาจนรู้จักสนิทสนมกับเจ้าของร้านและพนักงานแทบทุกคนเพราะสั่งอาหารทานแทบทุกวัน ขณะนั่งรออีกฝ่ายซึ่งอีกไม่กี่นาทีคงจะมาถึง มาร์คัสมองป้ายที่เด่นหราบนตึกขนาดใหญ่เขียนบอกว่า ‘โรงพยาบาลสัตว์ Pet BR’ ตึกสีขาวดั่งไข่มุกตั้งตะหง่านท่ามกลางร้านรวงอื่นๆ ในละแวกนี้ “คุณมาร์คัสสวัสดีค่ะ” คนที่มาร์คัสจะคุยธุระด้วยในวันนี้โผล่เข้ามาพอดี ชายหนุ่มจึงถอนสายตาจากสิ่งที่ภาคภูมิใจเพื่อยกมือไหว้ทักทายอีกฝ่าย “สวัสดีครับคุณรุ้ง เชิญนั่งครับ” “ขอบคุณค่ะ คุณมาร์คัสมารอนานยังคะ” “ไม่นานครับ ผมก็เพิ่งมาเหมือนกัน” ก่อนการพูดคุยธุระจะเริ่มต้นขึ้น มาร์คัสและวิลาวัณย์สั่งอาหารมารับประทาน “ไก่อบน้ำผึ้งของที่นี่อร่อยจังเลยนะคะ สงสัยต้องซื้อกลับไปฝากคนที่บ้านสักหน่อยแล้ว” “อาหารที่นี่อร่อยหลายเมนูเลยครับ ราคาไม่แพงด้วย” “มิน่าคุณมาร์คัสถึงไม่ยอมเลือกร้านอาหารฝรั่งเศสที่ฉันเสนอ คงไม่ว่าอะไรหรอกนะคะถ้าเราจะทานไปคุยไป” “ตามสบายครับ ผมไม่ถือ” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ยิ้มบางเบาบนใบหน้าทำให้เขาดูผ่อนคลายและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นมาอีกหน่อย “จนตอนนี้ฉันก็ยังคิดว่าตัวเองฝันไปที่คุณยอมขายที่ดินผืนนั้นให้” ดวงตาของวิลาวัณย์มองไปยังผืนดินว่างเปล่าที่ตัวเองกำลังพูดถึง แน่นอนมันตั้งอยู่ระหว่างโรงพยาบาลสัตว์ของมาร์คัสและร้านอาหารจีนชื่อดัง เป็นที่ดินทำเลทองที่มีแต่คนอยากได้และเสนอราคาให้สูงปรี๊ด “ผมไม่อยากขายให้พวกนายทุนหน้าเลือด จะมาเปิดร้านสะดวกซื้ออะไรกันนัก ให้ร้านชำของชาวบ้านแถวนี้ได้ผุดได้เกิดบ้างเถอะ ตัดสินใจขายให้คุณรุ้งผมคิดว่าดีที่สุดแล้วครับ” “ฉันก็ยังแปลกใจอยู่ดีค่ะ คุณขายให้ฉันได้ราคาน้อยกว่าที่พวกนายทุนนั่นเสนอให้อีก ไม่เสียดายเหรอคะ” “ผมไม่ขัดสนเรื่องเงินหรอกครับ ไม่งั้นคงขายไปนานแล้ว” คำตอบมาร์คัสถูกใจวิลาวัณย์เป็นอย่างมาก เธอยิ้มจนแก้มปริ มือตักพะแนงหมูมะเขือพวงใส่จานรอบที่สาม “แล้วเรื่องก่อสร้างที่คุณรุ้งบอกผมจะเริ่มเมื่อไรครับ” “คุยๆ กับวิศวกรแล้วก็บริษัทรับเหมาก่อสร้างไปแล้วค่ะ คงต้องรอเวลาฤกษ์งามยามดีสักหน่อย ฟังดูงมงายไหมคะนี่” เธอหัวเราะเสียงใส “ไม่หรอกครับ ตอนก่อนผมจะสร้างที่นี่..” มาร์คัสผายมือไปยังตึกใหญ่ที่ทำงานของเขาเอง “ผมก็ดูฤกษ์ยาม ยึดหลักฮวงจุ้ยตามคำพูดสินแซอย่างเคร่งครัดเหมือนกัน เชื่อไว้ไม่เสียหายนี่ครับ สบายใจด้วย” วิลาวัณย์รู้สึกว่าเธอถูกชะตากับผู้ชายคนนี้ไปกันใหญ่ ไม่ว่าจะพูดจาอะไรก็ฟังดูรื่นหูไปหมด “เรื่องนี้คุณรุ้งบอกเธอหรือยังครับ” เงียบกันไปชั่วครู่มาร์คัสก็ถามวิลาวัณย์ถึงสิ่งที่เขาสงสัยที่สุดในการคุยกันครั้งนี้ “ยังไม่บอกค่ะ ไม่ใช่ตอนนี้ จะรอให้ใกล้วันดีๆ ของเธอก่อนแล้วค่อยบอกค่ะ” วิลาวัณย์เอ่ยยิ้มๆ แววตาเป็นประกายยามถึงนึกเรื่องที่ทำให้ใจเป็นสุข มาร์คัสไม่รู้ว่าวันดีๆ ของเธอคนนั้นอย่างที่วิลาวัณย์เพิ่งพูดออกมาคือวันอะไร แต่เขาคิดว่าคงจะได้รู้ในเร็ววันนี้ โรงพยาบาลสัตว์ Pet BR เปิดให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงก็จริง แต่มาร์คัสไม่จำเป็นต้องผลัดเข้าเวรเหมือนคุณหมอคนอื่น อาจมีบ้างที่เขานอนค้างที่นั่น แต่ก็ไม่บ่อยนัก เว้นเสียแต่มีเคสเร่งด่วนจริงๆ หมอเฟอร์จะเป็นคนโทรแจ้งบอกเขาเอง ที่อยู่อาศัยหลักของมาร์คัสคือบ้านหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา บ้านที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงการทำงานของเขา พ่อแม่ของเขาไม่ได้อยู่อาศัยด้วยกันที่นี่ ทั้งคู่พักอยู่ในคฤหาสน์ประจำตระกูล มาร์คัสยังมีน้องชายฝาแฝดอีกหนึ่งคน ไอ้คนที่ถอดแบบหน้าตาเหมือนเขาแทบทุกกระเบียดนิ้ว แต่นิสัยต่างกันสุดขั้ว แฝดน้องคนนั้นชื่อว่า ‘มาร์ติน’อดีตเคยเป็นไอ้หนุ่มนักรัก แต่ปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นพ่อคนหลังจากที่มันโดนน้องซาร่าห์คนสวยกำราบเสียอยู่หมัด “น้านวล วันนี้ถั่วงอกทำอะไรพังไปแล้วบ้างครับ” มาร์คัสเอ่ยกับแม่บ้านคนแรกที่เขาเห็น “ไม่มีของพังสักชิ้นค่ะ ขาโต๊ะยังอยู่ดี เบาะโซฟายังอยู่ครบ ตั้งแต่กลับจากโรงเรียนฝึก ถั่วงอกไม่ค่อยดื้อเหมือนเมื่อก่อนแล้วค่ะ เชื่อฟังดีมาก” ได้ยินดังนั้นมาร์คัสยิ้มออกมาด้วยความพอใจ เขาให้แม่บ้านไปทำงานต่อได้ ที่นี่มีแม่บ้านด้วยกันทั้งหมดหกคน สี่คนประจำด้านบน ส่วนอีกสองคนประจำยังชั้นใต้ดิน แม้บ้านจะไม่ได้ใหญ่โตเหมือนคฤหาสน์ของพ่อและแม่แต่เจ้าตัวเคร่งเรื่องความสะอาดเพราะลูกๆ หลายชีวิตที่นี่จะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด “ถั่วงอก ผัดไทย เส้นเล็ก ต้มยำ” มาร์คัสเอ่ยออกไปเสียงดังๆ ไม่ใช่กำลังสั่งให้แม่บ้านเอาของที่ว่ามาเสิร์ฟ แต่มันคือชื่อสัตว์เลี้ยงของเขา พูดถึงก็พากันวิ่งตามมาเป็นพรวน น่ารักจริงๆ เลยลูกพ่อ “วันนี้หนูไม่ดื้อกับน้าๆ เขาใช่ไหมถั่วงอก ทำดีมากลูก” เสียงอ่อนโยนนุ่มดุจแพรไหมเอ่ยกับสุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนตาฟ้า ขนสีขาวดุจหิมะ “แล้วผัดไทยดื้อไหม ไหนบอกพ่อมาซิว่าหนูดื้อหรือเปล่า” มาร์คัสเอื้อมมือลูบหัวหมาสายพันธุ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ตัวใหญ่เหมือนหมี แต่มีใบหน้าใจดีและน่ารักเอามากๆ ผัดไทยเห่าเสียงดังราวกับจะบอกให้มาร์คัสรู้ว่าตัวเองนั้นไม่ดื้อเลย ลิ้นเปียกชื้นเลียมือเขาด้วยความดีใจที่เห็นพ่อกลับบ้าน มาร์คัสลูบหัวผัดไทย ต่อมาตักของเขาก็ไม่ว่างเพราะเส้นเล็กกระโดดขึ้นมาจับจอง น้องเป็นแมวสายพันธุ์ชินชิล่า ขนสีเทาเงินนั้นเป็นประกายและนุ่มฟู เส้นเล็กขี้อ้อนและเอาใจเขามาก ตอนนี้นอนหงายให้เกาพุงอย่างสบายอารมณ์ จากนั้นสายตาเขาก็มองเห็นใบหน้าแสนเย่อหยิ่งของแมวอีกตัวที่นั่งบนโซฟาตรงกันข้าม มองพี่ๆ น้องๆ อ้อนพ่อแต่ตัวเองไม่คิดจะทำด้วย “ต้มยำไม่คิดถึงพ่อเหรอลูก” ไอ้ตัวถูกพูดถึงรู้ว่ามาร์คัสคุยกับตัวเองก็เชิดหน้าอย่างอวดดีราวกับฟังภาษาคนเข้าใจ ต้มยำเป็นแมวสายพันธุ์รากามัฟฟิน เป็นไอ้จอมหยิ่งประจำบ้าน ตัวสีน้ำตาลแซมขาว ขนนุ่มและกอดอุ่นไม่แพ้เส้นเล็ก แต่ตัวจะโตกว่าน้องหน่อยหนึ่ง “ถ้าไม่คิดถึงพ่อก็ดี งั้นให้เส้นเล็กกินเปียกตัวเดียวก็พอเนอะ” มาร์คัสกำลังใช้น้ำเสียงพูดคุยกับแมวเหมือนพูดกับเด็ดทารกตัวน้อยๆ ไม่มีผิดเพี้ยน ต้มยำได้ยินพ่อพูดดังนั้น ความแสนรู้ของมันคือการกระโดดลงจากโซฟาตรงข้ามก่อนจะปีนขึ้นมานอนเบียดเส้นเล็กบนตักให้มาร์คัสได้เกาพุงลูบคางให้บ้าง ชายหนุ่มหัวเราะอารมณ์ดี เหนื่อยกับงานหรือปัญหาจากเรื่องอะไร กลับมาบ้านก็ยังมีพุงแมวอุ่นๆ ให้ฟัด มีไอ้สี่แสบคอยอ้อนเอาใจเขา แม้มันจะมีอยู่ตัวหนึ่งที่ต้องอ้อนเพื่อความอยู่รอดก็ตาม หลังจากมาร์คัสให้ขนมแมวเลียเจ้าเหมียวทั้งสอง และยังให้พี่เลี้ยงพาถั่วงอกกับผัดไทยไปเดินเล่น เขายังไม่ขึ้นชั้นบนในทันที แต่ตรงไปทางลาดลงห้องใต้ดิน อีกหนึ่งโซนที่เขาโปรดปรานมากที่สุดในบ้านหลังนี้“อ่า..โคตรเสียวเลยคนสวย ของเธอแน่นมาก อืม..แน่นสุดๆ” เอวสอบสะบัดสะโพกแกร่งใส่เธออย่างพลิ้วไหว จริงใจได้ยินเสียงเนื้อที่กระทบกันดังสนั่นเรือ ดังแข่งเสียงคลื่นลมยามค่ำคืนของท้องทะเล แม้เนื้อตัวจะรุ่มร้อนดั่งโดนไฟลวกด้วยกันทั้งคู่ แต่อากาศเย็นสบายของลมทะเลก็ช่วยให้บทรักครั้งนี้ดำเนินไปอย่างลื่นไหล “ฮึก..ฮือออ เสียวจัง” บีบขยำหน้าอกกลมโตของตนที่กระเด้งขึ้นลงอย่างร้อนร่าน ท่าทางของจริงใจในตอนนี้ปลุกความดิบเถื่อนของคนพี่ออกมาจนหมด เขาเร่งทำความเร็วชนิดที่ว่าเธอต้องร้องขอชีวิต.. “อ๊ะ! อ๊า พี่ขาแรงไปแล้ว อื้อออ มันจุก!” เขากระแทกเข้ามาในร่องรักของเธออย่างแรง มือสากที่จับเอวคอดกิ่วไว้แน่นที่จะกดนิ้วลงบนผิวเนื้อบริเวณนั้นให้เป็นรอย นิ้วเรียวของเธอจิกเล็บบนแขนล่ำสัน ดวงตากลมสวยหยาดเยิ้มปนความทรมาน หน้าตาที่เร้าอรมณ์เหมือนกำลังจะร้องไห้ จะขาดใจตายเพราะความเสียว “ซี้ดดด! รัดพี่แน่นจัง แตกเลยคนสวย อ่า..แตกใส่พี่เลยครับ” เขากระตุ้นด้วยการเร่งความเร็วเพิ่มอีก สะโพกสอบทำหน้าที่ได้ดีเกินไปแล้ว ในตอนนี้ดวงตากลมสวยเริ่มจะลอยคว้าง เสียงร้องครางปนเปไปกับเสียงเรียกชื่อเขาราวคนเสียสติ “อ๊า.
“อืม..จูบพี่เองเลยเหรอครับ” มาร์คัสประคองดวงอ่อนหวานสีแดงเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศบ่มแดด อิงหน้าผากของตัวเองลงบนหน้าผากของน้อง ยิ่งได้มองใกล้ๆ เขาก็ยิ่งตกหลุมรักเจ้าของใบหน้าสวยหวานนี้ “ชอบจูบของหนูไหม” “ชอบสิ อะไรที่เป็นเธอพี่ก็ชอบทั้งนั้น” จุ๊บกลีบปากนุ่มนิ่มนั่นอีกทีเป็นการยืนยัน ในแววตาคนตัวเล็กเริ่มจะหยาดเยิ้มขึ้นมา จากตอนแรกที่อยากทดเวลาต่อไปอีกสักนิด แต่พอโดนเขาพูดจาด้วยถ้อยคำหวานหู เธอก็ต่อต้านมันไม่ไหว “งั้น..ของขวัญไว้แกะก่อนก็ได้ค่ะ หนูอยากให้พี่แกะหนูก่อน ช่วยถอดเสื้อผ้าให้หนูทีสิคะ” เป็นคำขอที่อ้อนมาก ยั่วยวนเขาที่สุด พูดไปด้วยพลางบดตัวกระตุ้นกลางกายที่แข็งกร้าวให้ยิ่งอยากออกมาดูโลกภายนอกมากขึ้น มาร์คัสขบกรามแน่น จับร่างบอบบางนอนหงายให้เธอดูดาวที่ดารดาษเต็มท้องฟ้า ส่วนเขาจะดูเธออีกที ดูให้ละเอียด ทุกซอกทุกมุม.. “อื้อออ~ อ่า” เสียงครางเครือหลุดผ่านริมฝีปากจิ้มลิ้มเมื่อใบหน้าคมสันหล่อเหลาราวเทพเจ้าตั้งใจปั้นแต่งกำลังจัดการกับชุดเสื้อผ้าของเธออย่างเร่งรีบ แพนตี้ตัวจิ๋วแทบจะปลิวออกนอกลำเรือเมื่อเขาถอดออกจากขาเรียวแล้วเขวี้ยงทิ้งแบบไม่สนใจทิศทาง ศีรษะที่ม
เรือยอร์ชำลำเล็กแล่นเลียบออกจากฝั่งไปบนผืนน้ำทะเลสีดำในยามรัตติกาล มาร์คัสทำหน้าที่ขับเรือไปตามเส้นทางที่ทะเลได้บอกเอาไว้ ตรงไหนคือจุดที่จะทำให้เขาและจริงใจเห็นวิวพลุปีใหม่ได้ดีที่สุด “เธอง่วงไหม จะนอนก่อนก็ได้นะ ใกล้เวลาเคาท์ดาวน์พี่ค่อยปลุก” “ไม่ง่วงค่ะ หนูชอบดูวิวตอนกลางคืน ที่นี่สวยจังเลยนะคะ” จริงใจมองเห็นแสงไฟจากริมฝั่งซึ่งอยู่ไกลออกไป เธอเกาะราวระเบียงเรือดูน้ำทะเลที่กระเพื่อมไหวเป็นระลอกบางเบายามที่เรือแล่นผ่าน แล้วก็หันมามองแฟนตัวเองบ้าง “พี่ไม่เก่งอะไรบ้างคะ ทำได้ทุกอย่างเลย ขับเรือได้ด้วย” อดกล่าวชื่นชมเขาไม่ได้ ในดวงตาของเธอราวกับมีฟิลเตอร์รูปหัวใจวิบวับ “จะตอบว่าเก่งทุกอย่างก็กลัวเธอหาว่าพี่ขี้โม้” “คิก~ อย่างพี่ไม่ต้องโม้หรอกค่ะ เพราะหนูเชื่อว่าพี่เก่งทุกอย่างจริงๆ” “ภูมิใจไว้นะ นี่แหละอนาคตพ่อของลูกเธอ” เขายกยิ้มมุมปากและยักคิ้วหนึ่งที หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงเป็นจังหวะซุมบ้าเลย เกินไปมาก ท่าทางของเขาแทบจะทำให้เธอละลายหายไปในอากาศได้อยู่แล้ว เมื่อมาถึงจุดชมวิวที่ต้องการ มาร์คัสจอดเรือให้ลอยลำอยู่กลางทะเล “อยากดื่มไวน์สักหน่อยไหม” “มีด้วยเหรอคะ”
“พี่ขา~ ถ้าเราชนะเกมนี้ ก็เท่ากับเราชนะทุกคู่เลยนะคะ” จริงใจกระซิบบอกแฟนหนุ่มด้วยความตื่นเต้น สายตาคอยจ้องมองฝั่งตรงข้ามไม่คลาดเคลื่อน คู่ของเธอทำคะแนนได้เท่ากับคู่ของภูผาและน้ำเหนือ ซึ่งหากชนะเกมนี้ก็เท่ากับว่ารางวัลปริศนาของทะเลจะต้องตกเป็นของคู่เธออย่างแน่นอน “พี่จะไม่ยอมแพ้ คู่เราต้องชนะ” ต่อให้อีกฝั่งเป็นสุภาพสตรีแต่กรณีนี้จะไม่มีการอ่อนน้อมให้เด็ดขาด “หยวนๆ ให้เมียกูบ้างโว้ย!” “รางวัลของไอ้ทะเลกูขอให้ภาคินไม่ได้เหรอไอ้คัส” ทั้งพายัพและภูผาตะโกนเสียงดังรบกวนสมาธิเขา “เสียใจด้วยว่ะ กูก็รักหลานนะ แต่กูรักเมียมากกว่า คู่กูต้องชนะเท่านั้น” มาร์คัสกระตุกคิ้วใส่เพื่อน เขาเริ่มเดินหน้าสลับฝ่าเท้าไปมา จนร่างของจริงใจขยับตามเกือบไม่ทัน เชือกที่มัดขาคืออุปสรรคจนแทบจะทำให้ล้มหัวคะมำหลายรอบ โชคดีที่มาร์คัสแข็งแรงจึงสามารถโอบเอวจริงใจให้ตัวลอยไม่ติดพื้นได้แบบสบายๆ “ว้ายยย!” น้ำเหนือเสียหลักในตอนที่พยายามจะหลบมาร์คัส ตัวเธอเซไปกระแทกต้นหยงเพราะเชือกที่มัดขาติดกัน ผลสรุปว่า… โพล๊ะ! “ฮื่ออออ ลูกโป่งแตกแล้ว” ต้นหยงทำลูกโป่งแตกเอง ทั้งเสียงโห่ร้องของสองสามีดังขึ้นอย่างเสียดายแทนเมี
“ทำไมแกทำหน้าเหมือนคนเห็นผีแบบนั้นล่ะ” ต้นหยงจับฉลากได้สีเหลืองคู่กับน้ำเหนือถามเพื่อนตัวดีอีกคนที่ยืนเหม่อเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เห็ดหอมได้ยินที่เพื่อนถามแต่หมดแรงตอบ เธอมองฉลากสีแดงแปร๊ดที่อยู่ในมือของคนตัวสูงตรงกันข้าม เกิดอาการลมตีหน้า แข้งขาอ่อนแรง มือไม้อ่อนเปลี้ย “อ้าว..แกได้คู่กับตะวันนี่” “ว้ายยย..งานหยาบซะด้วย กฎไม่สามารถเปลี่ยนคู่ได้ใช่ไหมคะพี่ทะเล” “เปลี่ยนไม่ได้ครับ คู่ใครก็ต้องคู่คนนั้นนะ” ทะเลตอบกลับต้นหยงแต่เสียงของเจ้าตัวราวกับคำประหารที่ลอยเข้าใส่หูของตะวันและเห็ดหอม ทั้งคู่จึงต้องจำใจจับคู่กันแม้ว่าอยากจะเลิกเล่นเกมมากก็ตาม ‘ไม่ได้ๆ! เดี๋ยวยัยหมาบ้าจะหาว่าเราป๊อด’ ตะวันคิดในใจ ‘หึ! ถึงเราจะเหม็นขี้หน้าไอ้บ้าตะวัน แต่ถ้าเราเลิกเล่มเกมมีหวังมันหัวเราะเยาะเราตายเลย’ เห็ดหอมคิดในใจเหมือนกัน สองสายตาสบประสานราวกับจะเปิดศึกกันเอง เห็นทีว่าการจะชิงที่หนึ่งของคู่นี้หมดหวังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม เกมแรกยังไม่สามารถเรียกเหงื่อจากทุกคนได้ แต่เสียงหัวเราะวี้ดว้ายนั้นไม่เหลือ เป็นเกมที่ต้องเป่ายิ้งฉุบหาผู้ชนะ ซึ่งเมื่อแบ่งแถวกันแล้วก็ได้จำนวนคนเท่าๆ กันทั้งสอ
จริงใจกับบิกีนี่ที่เขาใฝ่ฝันโดนทำลายย่อยยัยเพราะไอ้ทะเลเล่นพิเรนทร์ใส่ยานอนหลับในแก้วเครื่องดื่มให้เพื่อนเสี่ยงดวง ผลมันเลยออกมาที่เขา.. (หงุดหงิดอะไรขนาดนั้น หรือว่าอดอึ้บเมียก็เลยโกรธกู) หลังจากที่เขาโทรไปด่ามันเสียชุดใหญ่ แทนที่ไอ้ตัวดีจะสำนึกคิดได้กลับหัวเราะคิกคักแล้วกวนประสาทเขากลับ “กูอยากใช้เวลากับน้องให้เต็มที่ แต่มึงเนี่ยไอ้มารผจญ เล่นเหี้ยไรไม่ปรึกษาเพื่อนเลย อย่าให้ถึงคราวมึงมีเมียบ้างนะ กูนี่แหละจะเป็นคนขัดขวางความสุขมึง ไอ้เล! ไอ้ฉิบหาย” น้ำเสียงกราดเกรี้ยวแบบที่อยากให้คนฟังสะทกสะท้านบ้างด่ากราดใส่ปลายสาย แต่กลับได้ยินเสียงพ่นลมหายใจบูดๆ กลับมาแทน (กูจะไม่หาเมียอีกเด็ดขาด อยู่เป็นโสดแบบนี้นี่แหละดี จะไม่เอาใครมาให้ปวดหัวอีกแล้ว) “เลิกตอแหล อย่าคิดว่ากูไม่เห็นที่มึงทำบนเรือเมื่อวานนะ กับน้องคนนั้นอะ ชื่ออะไรวะ..ม่าน..” เสียงมาร์คัสต้องหลบหายไปในลำคอเมื่อทะเลเอ่ยแย้งดังลั่นประหนึ่งชื่อที่กำลังจะออกจากปากเขามันแสลงหูมาก (ไอ้หมอหมา! หยุดความคิดมึงไปได้เลย ไม่ว่าอะไรก็ตามที่มึงเห็นบนเรือมันไม่ใช่อย่างที่มึงคิด กูกับยัยเด็กนั่น..โอ้ย! พูดแล้วแม่งขนตูดลุก!) เข







